พ่อ ด.ช.ปลาบู่ดริฟท์!!อ้างว่าไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นปีใหม่ของไทย หรือสากล "
#151
ตอบ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 - 16:51
- pochi, David_GinoLa, ryukendo and 1 other like this
#152
ตอบ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 - 17:18
#153
ตอบ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 - 19:46
#154
ตอบ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:50
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#155
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:32
พระปัจเจกพุทธเจ้า จะเกิดช่วงพุทธันดร คือไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีศาสนาพุทธ แต่ก็ปฏิบัติภาวนาไปเองจนตรัสรู้
ต่างกับพระสงฆ์ที่เกิดมาในศาสนาพุทธ นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือศีลข้อวัตรปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเรียกว่าสาวก
พระธุดงค์ ก็นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือข้อวัตรปฏิบัติและศีลตามพระพุทธเจ้า เพียงแต่ไม่ได้ศึกษาหรืออ่านท่องพระไตรปิฎกแบบปริยัติ
แต่การอ่านพระไตรปิฎกจนจบ ท่องได้หมดทุกหน้าก็ใช่ว่าคนนั้นบรรลุ การจะบรรลุได้เกิดจากปฏิบัติภาวนา
พระพุทธเจ้าแค่เป็นคนชี้ทาง แต่คนที่จะตรัสรู้ได้ต้องดำเนินไปเอง พระพุทธเจ้าถึงได้บอกว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ก็คือถ้าปฏิบัติภาวนา ขัดเกลากิเลส ก็จะค้นพบธรรมแบบที่พระพุทธเจ้าท่านรู้ท่านพบ เป็นธรรมอันเดียวกัน
ถ้าจะเปรียบเทียบกับการตีปิงปอง มีผู้ค้นพบ สร้างกฎกติกาการเล่น แนะนำอุปกรณ์ต่างๆมีอะไร เวลาตีจะต้องโยนยังไง ระดับความสูงประมาณไหน ไม้ควรเอียงประมาณกี่องศา การจับไม่มีกี่แบบ แต่คนที่ท่องได้หมดก็ใช่จะตีปิงปองเก่ง แต่กับอีกคนที่รู้กติกา รู้แค่ว่าเวลาเสิร์ฟต้องโยนลูก แล้วก็ฝึกซ้อมจนรู้น้ำหนัก รู้องศาของไม้ที่ตนเองตีตามที่ถนัด ฝึกบ่อยจนชำนาญก็จะเล่นเก่ง
ส่วนพระปัจเจกก็เปรียบเหมือนคนที่คิดกีฬาปิงปองขึ้นมาเอง และฝึกเล่นจนเก่ง แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเล่นปิงปองเก่ง จับไม้ยังไงแบบไหนก็บอกไม่ได้ ต้องหันกี่องศาก็ไม่รู้ ก็เลยสอนคนอื่นให้เล่นไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นค้นพบธรรมก็เปรียบได้กับรู้ว่าเราถนัดจับไม้ยังไง ต้องโยนแรงแค่ไหน
(เรื่องที่บอกว่าปฏิบัติไปก็เห็นธรรมะพูดออกมาเป็นบาลีได้ และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าธรรมข้อนั้นหมายถึงอะไร อันนี้เอามาจากหนังสือประวัติพระ ไม่ได้คิดเอง ยกตัวอย่างเรื่องศีล พระพุทธเจ้าเขียนบัญญัติศีลไว้ แต่คนไม่รู้มาอ่านก็ตีความกันไปตามกิเลส เลี่ยงบาลีเหมือนการเลี่ยงกฎหมาย แต่พระปฏิบัติท่านขัดเกลากิเลส ภาวนาดูจิตตนเอง จนเห็นว่าศีลข้อนั้นต้องทำยังไงถึงจะกรองกิเลสตัวนั้นออกไป ไม่ใช่ถือไปพอกพูนกิเลสไปไม่รู้ตัว)
(ยิ่งอธิบายแล้วยิ่งงงรึเปล่า)
Edited by ไร้สีไร้กลิ่น, 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:49.
#156
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 01:52
แต่จากการออกมาเตือนแต่ไม่สามารถระบุเวลาที่มันจะเกิดได้ผลก็คือโดนด่า ไปเหยียบจังหวัดภาคใต้แทบไม่ได้ สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริง ทั้งๆที่การเตือนของท่านผมเชื่อว่าเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เพราะอยากดัง แถมมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนอีกต่างหาก เป็นการเตือนเพื่อให้คนใส่ใจการเฝ้าระวังและเตือนภัยสึนามิอย่างจริงจัง
ส่วนการทำนายแม้จะมีจุดที่คล้ายคลึงกันก็คือระบุเวลาไม่ได้ แต่มันขาดข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน ซึ่งก็แปลกที่คนไทยๆหลายๆคนพร้อมที่จะเชื่อข้อมูลพวกนี้มากกว่า
ถึงวันนี้ผมเห็นหลายๆคนออกมาด่า ดร สมิทธ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าคนที่เตือนเราด้วยเหตุผลทางวิชาการกลับถูกสื่อเอาไปเล่นคำกลายเป็น "ดร สมิทธทำนาย" ว่าจะเกิดเหตุนั้นเหตุนี้ราวกับว่าพอท่านพูดแล้วมันจะต้องเกิดในปีนั้นๆ พอไม่เกิดขึ้นก็ด่าท่านหาว่าทำนายไม่ถูกไปซะงั้น แต่ทุกอย่างที่นักวิชาการเตือนเกี่ยวกับภัยธรรมชาติผมเชื่อว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงไม่วันใดก็วันหนึ่งข้างหน้า ก็ระวังไว้แต่ไม่ตื่นตระหนก
อย่างกรณีเขื่อนนี้ไม่ใช่ว่ามันไม่มีวันแตก หากแผ่นดินไหวเกิน 7.5 ริกเตอร์มันก็รับไม่ไหวอย่างที่วิศวกรเขื่อนบอกไว้ ดังนั้นถ้าไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขาดนั้นแถวภาคเหนือก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปหวาดกลัวอะไร
- อู๋ ฮานามิ and Gop like this
#157
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 08:35
คือเขื่อนอื่นหรือเปล่า อย่างเช่นเขื่อนกันน้ำเข้าบ้าน ??
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#158
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 08:39
ถึงคุณ eAT
พระปัจเจกพุทธเจ้า จะเกิดช่วงพุทธันดร คือไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีศาสนาพุทธ แต่ก็ปฏิบัติภาวนาไปเองจนตรัสรู้
ต่างกับพระสงฆ์ที่เกิดมาในศาสนาพุทธ นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือศีลข้อวัตรปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเรียกว่าสาวก
พระธุดงค์ ก็นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือข้อวัตรปฏิบัติและศีลตามพระพุทธเจ้า เพียงแต่ไม่ได้ศึกษาหรืออ่านท่องพระไตรปิฎกแบบปริยัติ
แต่การอ่านพระไตรปิฎกจนจบ ท่องได้หมดทุกหน้าก็ใช่ว่าคนนั้นบรรลุ การจะบรรลุได้เกิดจากปฏิบัติภาวนา
พระพุทธเจ้าแค่เป็นคนชี้ทาง แต่คนที่จะตรัสรู้ได้ต้องดำเนินไปเอง พระพุทธเจ้าถึงได้บอกว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ก็คือถ้าปฏิบัติภาวนา ขัดเกลากิเลส ก็จะค้นพบธรรมแบบที่พระพุทธเจ้าท่านรู้ท่านพบ เป็นธรรมอันเดียวกัน
ถ้าจะเปรียบเทียบกับการตีปิงปอง มีผู้ค้นพบ สร้างกฎกติกาการเล่น แนะนำอุปกรณ์ต่างๆมีอะไร เวลาตีจะต้องโยนยังไง ระดับความสูงประมาณไหน ไม้ควรเอียงประมาณกี่องศา การจับไม่มีกี่แบบ แต่คนที่ท่องได้หมดก็ใช่จะตีปิงปองเก่ง แต่กับอีกคนที่รู้กติกา รู้แค่ว่าเวลาเสิร์ฟต้องโยนลูก แล้วก็ฝึกซ้อมจนรู้น้ำหนัก รู้องศาของไม้ที่ตนเองตีตามที่ถนัด ฝึกบ่อยจนชำนาญก็จะเล่นเก่ง
ส่วนพระปัจเจกก็เปรียบเหมือนคนที่คิดกีฬาปิงปองขึ้นมาเอง และฝึกเล่นจนเก่ง แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเล่นปิงปองเก่ง จับไม้ยังไงแบบไหนก็บอกไม่ได้ ต้องหันกี่องศาก็ไม่รู้ ก็เลยสอนคนอื่นให้เล่นไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นค้นพบธรรมก็เปรียบได้กับรู้ว่าเราถนัดจับไม้ยังไง ต้องโยนแรงแค่ไหน
(เรื่องที่บอกว่าปฏิบัติไปก็เห็นธรรมะพูดออกมาเป็นบาลีได้ และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าธรรมข้อนั้นหมายถึงอะไร อันนี้เอามาจากหนังสือประวัติพระ ไม่ได้คิดเอง ยกตัวอย่างเรื่องศีล พระพุทธเจ้าเขียนบัญญัติศีลไว้ แต่คนไม่รู้มาอ่านก็ตีความกันไปตามกิเลส เลี่ยงบาลีเหมือนการเลี่ยงกฎหมาย แต่พระปฏิบัติท่านขัดเกลากิเลส ภาวนาดูจิตตนเอง จนเห็นว่าศีลข้อนั้นต้องทำยังไงถึงจะกรองกิเลสตัวนั้นออกไป ไม่ใช่ถือไปพอกพูนกิเลสไปไม่รู้ตัว)
(ยิ่งอธิบายแล้วยิ่งงงรึเปล่า)
มีความสามารถในการกลับคำพูดได้อย่างหน้าไม่อายเลยนะครับ
อย่างพระธุดงค์ไม่เคยร่ำเรียนพระไตรปิฎก แต่พอภาวนาดูใจไปก็ค้นพบธรรมะ สามารถโต้ธรรมะกับพวกมหาเปรียญได้ รู้จักคำบาลีต่างๆ
รู้จัก "ละอายต่อบาป" บ้างไหมครับ
1. พระธุดงค์ที่อ้าง ได้เรียนรู้พระธรรมจากไหน
2. รู้ได้ยังไงว่าเข้าใจได้ถูกต้อง
3. รู้ได้ยังไงว่าผู้เรียนปริยัติ ไม่ได้ปฎิบัติ
#159
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 08:41
#160
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:35
ถึงคุณ eAT
พระปัจเจกพุทธเจ้า จะเกิดช่วงพุทธันดร คือไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีศาสนาพุทธ แต่ก็ปฏิบัติภาวนาไปเองจนตรัสรู้
ต่างกับพระสงฆ์ที่เกิดมาในศาสนาพุทธ นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือศีลข้อวัตรปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเรียกว่าสาวก
พระธุดงค์ ก็นุ่งห่มผ้าเหลือง ถือข้อวัตรปฏิบัติและศีลตามพระพุทธเจ้า เพียงแต่ไม่ได้ศึกษาหรืออ่านท่องพระไตรปิฎกแบบปริยัติ
แต่การอ่านพระไตรปิฎกจนจบ ท่องได้หมดทุกหน้าก็ใช่ว่าคนนั้นบรรลุ การจะบรรลุได้เกิดจากปฏิบัติภาวนา
พระพุทธเจ้าแค่เป็นคนชี้ทาง แต่คนที่จะตรัสรู้ได้ต้องดำเนินไปเอง พระพุทธเจ้าถึงได้บอกว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ก็คือถ้าปฏิบัติภาวนา ขัดเกลากิเลส ก็จะค้นพบธรรมแบบที่พระพุทธเจ้าท่านรู้ท่านพบ เป็นธรรมอันเดียวกัน
ถ้าจะเปรียบเทียบกับการตีปิงปอง มีผู้ค้นพบ สร้างกฎกติกาการเล่น แนะนำอุปกรณ์ต่างๆมีอะไร เวลาตีจะต้องโยนยังไง ระดับความสูงประมาณไหน ไม้ควรเอียงประมาณกี่องศา การจับไม่มีกี่แบบ แต่คนที่ท่องได้หมดก็ใช่จะตีปิงปองเก่ง แต่กับอีกคนที่รู้กติกา รู้แค่ว่าเวลาเสิร์ฟต้องโยนลูก แล้วก็ฝึกซ้อมจนรู้น้ำหนัก รู้องศาของไม้ที่ตนเองตีตามที่ถนัด ฝึกบ่อยจนชำนาญก็จะเล่นเก่ง
ส่วนพระปัจเจกก็เปรียบเหมือนคนที่คิดกีฬาปิงปองขึ้นมาเอง และฝึกเล่นจนเก่ง แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเล่นปิงปองเก่ง จับไม้ยังไงแบบไหนก็บอกไม่ได้ ต้องหันกี่องศาก็ไม่รู้ ก็เลยสอนคนอื่นให้เล่นไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นค้นพบธรรมก็เปรียบได้กับรู้ว่าเราถนัดจับไม้ยังไง ต้องโยนแรงแค่ไหน
(เรื่องที่บอกว่าปฏิบัติไปก็เห็นธรรมะพูดออกมาเป็นบาลีได้ และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าธรรมข้อนั้นหมายถึงอะไร อันนี้เอามาจากหนังสือประวัติพระ ไม่ได้คิดเอง ยกตัวอย่างเรื่องศีล พระพุทธเจ้าเขียนบัญญัติศีลไว้ แต่คนไม่รู้มาอ่านก็ตีความกันไปตามกิเลส เลี่ยงบาลีเหมือนการเลี่ยงกฎหมาย แต่พระปฏิบัติท่านขัดเกลากิเลส ภาวนาดูจิตตนเอง จนเห็นว่าศีลข้อนั้นต้องทำยังไงถึงจะกรองกิเลสตัวนั้นออกไป ไม่ใช่ถือไปพอกพูนกิเลสไปไม่รู้ตัว)
(ยิ่งอธิบายแล้วยิ่งงงรึเปล่า)
มีความสามารถในการกลับคำพูดได้อย่างหน้าไม่อายเลยนะครับ
อย่างพระธุดงค์ไม่เคยร่ำเรียนพระไตรปิฎก แต่พอภาวนาดูใจไปก็ค้นพบธรรมะ สามารถโต้ธรรมะกับพวกมหาเปรียญได้ รู้จักคำบาลีต่างๆ
รู้จัก "ละอายต่อบาป" บ้างไหมครับ
1. พระธุดงค์ที่อ้าง ได้เรียนรู้พระธรรมจากไหน
2. รู้ได้ยังไงว่าเข้าใจได้ถูกต้อง
3. รู้ได้ยังไงว่าผู้เรียนปริยัติ ไม่ได้ปฎิบัติ
เท่าที่ผมได้ยินมา พระปฎิบัติดังๆ ก็เคยเรียนปริยัติทั้งนั้นนะครับ อย่างหลวงปู่ดูลย์ หลวงตามหาบัว หรืออาจารย์มั่น ผมก็ได้ยินว่าเคยเรียนอภิธรรมกันมาบ้างไม่มากก็น้อยทั้งนั้นนะครับ เพียงแต่พระสายปฏิบัติ เวลาสอนมักจะใช้คำพูดธรรมดาๆ แล้วเล่าถึงประสบการณ์การปฎิบัติมากกว่า
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#161
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 10:09
เท่าที่ผมได้ยินมา พระปฎิบัติดังๆ ก็เคยเรียนปริยัติทั้งนั้นนะครับ อย่างหลวงปู่ดูลย์ หลวงตามหาบัว หรืออาจารย์มั่น ผมก็ได้ยินว่าเคยเรียนอภิธรรมกันมาบ้างไม่มากก็น้อยทั้งนั้นนะครับ เพียงแต่พระสายปฏิบัติ เวลาสอนมักจะใช้คำพูดธรรมดาๆ แล้วเล่าถึงประสบการณ์การปฎิบัติมากกว่า
ถ้าบวชเป็นพระ ไม่ใช่เพื่อเอาผ้าเหลืองบังหน้า หรือบวชให้พ่อแม่ ตามประเพณี ก็ต้องเรียนทั้งนั้นละครับ
เวลาบวชจะมีคู่มือให้ครับ แล้วก็มักจะไปเรียนธรรมกับพระอาจารย์ต่างๆ มีชื่อบ้างไม่มีชื่อบ้าง ปัญหามันจะอยู่
ตรงนี้นะครับ ฟังอาจารย์สอนกันตามกันมาเป็นรุ่นๆ มันก็มีคำอธิบายที่ผิดเพี้ยนไป อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจ
ตีความผิด หรือหลับใน เหมือนเรื่อง "เณรส่องบาตร" นั่นแหล่ะครับ คราวนี้ถ้าไม่คอยหมั่นตรวจสอบกับต้นฉบับ
"พระไตรปิฎก" มันจะเพี้ยนไปเรื่อยๆ จนเกิดการเป็นความเชื่อใหม่ๆ ขึ้นมา
เช่น
- นิพพานไม่ใช่อนัตตา
- รัปทานอาหารหลังเที่ยงคืนได้
- อวดอ้างสิ้นกิเลศได้ไม่ผิด "พระวินัย"
- พระอรหันต์เผากระดูกจะได้พระธาตุ
- ฯลฯ
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับสายปฏิบัติมากกว่าสายปริยัติ แต่ก็ใช่ว่าสายปริยัติจะไม่เกิด
พอมีปัญหา ก็มักจะคิดแก้พระไตรปิฎกบ้าง เผามันเสียบ้าง แต่งเติมบ้าง
#162
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 10:46
- ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย likes this
#163
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 11:36
แต่ขอยืนยันเจตนาคือ ต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ได้มีเจตนาจะมาโกหกหลอกลวง สร้างความแตกแยก หรือมาทำลายพระพุทธศาสนา
ผมไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าให้เลิกศึกษาพระไตรปิฎก ไม่ได้ตั้งใจจะมาบอกว่าพระไม่ต้องเรียนปริยัติ
อยากให้มองกันที่เจตนา มากกว่าแค่จะมาจับผิดคำพูด ภาษาเป็นเพียงสื่อกลาง พูดผิดแต่เจตนาดีก็มี ถ้าผิดก็แนะนำกันไป
ผมยกตัวอย่างใหม่นะ
สมมติว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าก็คือช้างที่อยู่ในป่า ไม่เคยมีคนเห็นช้างมาก่อน ท่านก็มาเล่าสู่กันฟังว่าช้างมีงา มีงวง มีขา .. ขนาดใหญ่ประมาณ.. กินอะไร ชอบอยู่เป็นฝูง เลี้ยงลูกด้วยนม.....ผู้ที่ฟังตามพระพุทธเจ้าก็จะพอมองเห็นภาพลางๆตามความเข้าใจของตนและอธิบายเล่าต่อตามคำพระพุทธเจ้าได้ แต่กับอีกคน พระพุทธเจ้าบอกว่ามีช้างในป่า มีงวงมีงา (ไม่ได้รู้ว่าอายุช้างเท่าไหร่ สืบพันธุ์ยังไง เลี้ยงลูกยังไง)ก็เดินเข้าป่าไปดูช้างพอเห็นแล้วก็รู้ว่าช้างเป็นอย่างนี้นี่เอง
พระพุทธเจ้าท่านค้นพบธรรมะก็จากการภาวนา ไม่ใช่อ่านพระไตรปิฎกถึงตรัสรู้ พระที่ปฏิบัติภาวนาตามแบบอย่างพระพุทธเจ้าก็ย่อมพบธรรมะนั้นเช่นกัน
แต่ก็คงไม่มีพระที่เป็นคนธรรมดาไม่เคยรู้จักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลย ห่มผ้าเหลือง แล้วภาวนาจนตรัสรู้ได้ ดังนั้นก็ต้องมีความรู้ระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็เดินสะเปะสะปะ และบรรลุไม่ได้เพราะไม่ใช่พระพุทธเจ้า
พระธุดงค์ก็ต้องศึกษาธรรมะจากอุปัชฌาย์ ต้องศึกษานวโกวาท ต้องเข้าใจพระวินัยและข้อวัตรปฏิบัติ สวดมนต์ สวดปาฏิโมกข์ หรือศึกษาจากครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนหรือเป็นตัวอย่างให้ดู แต่การจะบรรลุไม่ได้ต้องมาอ่านพระไตรปิฎกให้จบก่อน ต้องมาท่องธรรมะให้ขึ้นใจทั้งหมด หรือต้องได้มหาเปรียญก่อนจึงจะบรรลุ
ผมไม่ได้บอกว่าการเรียนปริยัติเป็นสิ่งไม่ดี เหมือนการเรียนภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ ถ้าทฤษฎีน้อยก็อาจจะปฏิบัติได้ยาก แต่การจะชำนิชำนาญก็ขึ้นกับปฏิบัติอยู่บ่อย อย่างหลวงตาบัวท่านจบเปรียญธรรมแต่ท่านก็หยุดและหันมาปฏิบัติอย่างจริงจังก็พบธรรมในที่สุด ซึ่งท่านก็จะได้เปรียบในแง่มีความรู้ด้านปริยัติและปฏิบัติ แต่พระที่ไม่จบเปรียญบรรลุได้มั้ยก็ต้องบอกว่าได้ และธรรมนั้นก็เป็นอันเดียวกัน
- อย่างบางคนเข้าฌาณ อยู่ดีๆก็รู้คาถาบทหนึ่งเป็นภาษาบาลีขึ้นมาก็มี
สุดท้ายเรื่องพระป่าพระบ้าน - ผมว่าพระป่าก็มีทั้งดีและไม่ดี พระบ้านก็มีทั้งดีและไม่ดี ไม่เควรนำมาเปรียบเทียบ ว่าประเภทไหนดีกว่า แต่พระที่ดีก็คือพระที่ปฏิบัติตามพระวินัย รู้จักบำเพ็ญภาวนา ก็ย่อมนำไปสู่การบรรลุธรรม
Edited by ไร้สีไร้กลิ่น, 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 11:40.
#165
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 13:17
///มีนะครับพระัปัจเจกพุทธเจ้าไงครับ พระพุทธเจ้ายังยกย่องอยู่เลยว่านอกจากตถาคตแล้ว พระปัจเจกประเสริฐสุด
พระัปัจเจกจะมีขึ้นในช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธเจ้า
#166
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 13:30
มีคำทำนายใหม่เป็นอภิมหาคำทำนายอมตะนิรันดร์กาลจากเด็กชายปลาหิมะราดซ๊อสอิตาลีกับ xo
คำทำนายมีว่าจะเกิดหายนะใหญ่หลวงประชากรล้มตายเป็นอันมาก ถูกจับไปทำเป็นอาหารไม่เว้นแต่ละวัน
ปลาหิมะจะถูกนำไปทำเป็นสารพัดเมนูอาหารเป็นที่นิยมของหมู่มนุษยชาติ
อร่อย
งั้นปลาสลิด, ปลาเก๋า, ปลาจาระเม็ด, ปลากระพง, ปลากราย, ปลา.... ก็ทำนายได้แบบนี้เหมือนกันหมด หิวอะ......
เอาคำทำนายของปาท่องโก๋ด้วยมั้ยล่ะ มันจะเกิดมาทุกเช้าทั่วทุกหัวระแหง เพราะคนขยายพันธุ์ขายทุกวัน
- ssa likes this
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#167
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:03
พระนี่ผมหมายถึงพระสงฆ์ที่เป็นสาวกครับแต่ก็คงไม่มีพระที่เป็นคนธรรมดาไม่เคยรู้จักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลย ห่มผ้าเหลือง แล้วภาวนาจนตรัสรู้ได้ ดังนั้นก็ต้องมีความรู้ระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็เดินสะเปะสะปะ และบรรลุไม่ได้เพราะไม่ใช่พระพุทธเจ้า
///มีนะครับพระัปัจเจกพุทธเจ้าไงครับ พระพุทธเจ้ายังยกย่องอยู่เลยว่านอกจากตถาคตแล้ว พระปัจเจกประเสริฐสุด
พระัปัจเจกจะมีขึ้นในช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธเจ้า
#168
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:08
เยอะเลย เดี๋ยวมีปลาปิรันย่า, ปาทังก้า, ปาปริก้า อิอิ
มีคำทำนายใหม่เป็นอภิมหาคำทำนายอมตะนิรันดร์กาลจากเด็กชายปลาหิมะราดซ๊อสอิตาลีกับ xo
คำทำนายมีว่าจะเกิดหายนะใหญ่หลวงประชากรล้มตายเป็นอันมาก ถูกจับไปทำเป็นอาหารไม่เว้นแต่ละวัน
ปลาหิมะจะถูกนำไปทำเป็นสารพัดเมนูอาหารเป็นที่นิยมของหมู่มนุษยชาติ
อร่อย
งั้นปลาสลิด, ปลาเก๋า, ปลาจาระเม็ด, ปลากระพง, ปลากราย, ปลา.... ก็ทำนายได้แบบนี้เหมือนกันหมด หิวอะ......
เอาคำทำนายของปาท่องโก๋ด้วยมั้ยล่ะ มันจะเกิดมาทุกเช้าทั่วทุกหัวระแหง เพราะคนขยายพันธุ์ขายทุกวัน
#169
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:23
ผมว่า ไม่ต้องลงข่าวหรือให้ความสำคัญ มาก ก็ได้ครับ อยู่ที่ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม สงสารลุงแกอ่าครับ
ถูกครับ มันอยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคล ถ้าเราไม่เชื่อ ปล่อยผ่านๆมันไป มันก็ไม่มีผล
อีกอย่าง คำว่าทำนาย หรือว่าพยากรณ์ มันหมายถึงการคาดเดา จะจริงก็ได้ไม่จริงก็ได้
จะมีแต่พวกงมงายเท่านั้นที่จะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง 100% เอาข้าวของไปให้บ้างอะไรบ้าง คนแบบนี้เค้าเรียกโง่งมงาย
ผมว่าคนที่ควรปะณามคือพวกสื่อมากกว่า ที่เล่าข่าวเป็นตุเป็นตะ กลายเป็นข่าวครึกโครม
จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆที่เรื่องราวมันก็แค่การบอกเล่าในหมู่บ้านแค่นั้นเอง
เห็นหลายคนด่าว่าแกเลว แกชั่วบ้าง เหมือนกับว่าแกไปฆ่าคนตาย ไปทำร้ายคนอื่น ซะอย่างนั้น
ผมว่าแกน่าสงสารนะครับ กลายเป็นคนชั่วทั้งๆ ที่เจตนาดี (ผมขอเหมาเอาเองว่าเจตนาดีละกัน)
Edited by Freethink, 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:26.
#170
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:45
#172
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:01
สรุป ตรุษจีน หรือ สงกรานต์ อ่ะ บอกหน่อยดิ วันปีใหม่ชาติไหน กรูจะได้ยกของลงจากชั้น 2
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อาจจะเป็น"ชาติหน้า" ก็ได้ครับ
- kop16 and ท่าษายติณหัก like this
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#173
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:18
โดยเฉพาะรายการไอ้สรพิษกับไอ้ตี๋วันเสาร์อาทิตย์
ชอบประโคมข่าวประเภทความเชื่อให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เช่น 2012 ต้นกล้วยประหลาดหรือว่าหลักกิโลเมตรอะไรแบบเนี้ย
ถ้าเสนอพอเป็นพิธีจะไม่ว่าแต่ดันชอบเอามาทำเป็นสกู๊ปเสนอซะใหญ่โต ข่าวอื่นมีเยอะแยะ SUAK ไม่เสนอ
จะมาอ้างว่าให้ใช้วิจารณญาณมันไม่ได้หรอก ถ้าคนดูมีวิจารณญาณหรือมีหัวคิดทุกคนประเทศไทยสงบไปนานแล้ว
กลัวจริงๆว่าในอนาคตเมืองไทยจะมีนายกเป็นหมอดูหรือหมอผี
#174
ตอบ 2 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:48
สรุป ตรุษจีน หรือ สงกรานต์ อ่ะ บอกหน่อยดิ วันปีใหม่ชาติไหน กรูจะได้ยกของลงจากชั้น 2
หรือว่าปีใหม่ คือปีงบประมาณ 2556
อะไรก็ดริฟท์ได้ ตกเขาเจ็บสาหัสก็พยายามจะดริฟท์
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#175
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:54
จากกรณีที่นายสงคราม มนัสสา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก ให้ดำเนินคดีต่อนายทองใบ คำสี อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234/1 ม.1 บ้านตามูน ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี บิดาของเด็กชายปลาบู่ ให้ข้อหาหลอกลวงเล่าความเท็จทำให้ประชาชนชาวเมืองตากตื่นตกใจ ได้รับความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมตามที่เป็นข่าวอยู่นั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดจันทบุรีรายงานว่า นายทองใบได้รับหมายเรียกดังกล่าวแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นำหมายเรียกมาให้ ซึ่งนายทองใบได้ลงลายมือชื่อรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน ก่อนเปิดเผยว่ารู้สึกเฉยๆ ไม่ได้วิตกกังวลต่อเรื่องนี้ เพราะตนเองอายุมากแล้วไม่กลัวอะไร ในส่วนที่จังหวัดตากมีการจัดงานเคานต์ดาวน์บนสันเขื่อนเป็นส่วนที่จังหวัด ตากทำกันขึ้นเอง
ส่วนคำทำนายที่เด็กชายปลาบู่ได้ทำนายไว้ว่าเขื่อนภูมิพลจังหวัดตากจะ แตกนั้นไม่มีใครเชื่อ แต่ว่าเด็กชายปลาบู่ไม่ได้พูดว่าวันที่ 31 ธันวาคม 2554 จะแตก เด็กชายปลาบู่พูดเพียงว่ายามสองคืนปีใหม่ แผ่นดินไหว คนไทยเมา ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่ฝรั่ง แต่ยังมีปีใหม่ไทย จีน ลาว แขกและเขมรอีก และยังมีปีใหม่ของปี 2555 อีก ซึ่งก็ยังมั่นใจว่าคำทำนายของลูกชายที่จากไปจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะเดือนไหนไม่รู้ ส่วนยามสอง ยามสาม และยามสี่ที่คนโบราณพูดกันนั้นก็เป็นเวลาประมาณ 22.00-24.00 น.
อย่างไรก็ตาม วันที่ 31 ธันวาคม 2554 พิจารณาดูดีๆ ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่ปี 2555 มันเป็นปี 2554 ถ้าเป็นยามสามจะลงตัว ทั้งนี้เด็กชายปลาบู่ทำนายยามสอง ก็เป็นปี 2554 แต่ทั้งนี้ยังมีปีใหม่จีน คือ ตรุษจีน และสงกรานต์อีก หากเหตุการณ์ที่ลูกชายทำนายไว้ไม่เกิดขึ้น ตนพร้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ในส่วนของหมายเรียกก็เซ็นรับทราบไปแล้ว และพร้อมที่จะไปพบพนักงานสอบสวนที่จังหวัดตาก แต่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางไปอย่างไร
จาก ผู้จัดการ
#176
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 01:43
ว่านี่คืออาชีพ ดูไปตามวิถีที่ตัวเองเอามาดูหมอ ดูหมอ หมอดู ถูกมั่ง มั่วมั่ง
แล้วแต่คนจะเชื่อ เป็นเรื่องปกติๆ ธรรมดาๆ
แต่ตาแก่นี่มันไม่ใช่หมอดูโดยทั่วไปนี่สิ เสือ-กอวดอ้างว่าลูกตัวชาติก่อนเป็น....รัชกาลต่างๆ
ผมถึงได้ด่ามันสะดวกปาก ตาแก่สารเลว เลวเกินปกติชน
จะอวดอ้างว่าลูกมันชาติก่อนเคยเป็นโดเรมอน ชินจัง กันดั้ม ไมเคิล แจ็คสันก็อ้างไป
หนอย..
#177
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:21
เห็น สรยวย พูดบ่อยมากครับว่าแต่ว่าเรื่องนี้มันมีความเป็นมาจากสื่อไหนเหรอ ถึงได้กระแสแรงขนาดนี้
#178
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:23
ผมว่าสื่อนี่แหละตัวดี
โดยเฉพาะรายการไอ้สรพิษกับไอ้ตี๋วันเสาร์อาทิตย์
ชอบประโคมข่าวประเภทความเชื่อให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เช่น 2012 ต้นกล้วยประหลาดหรือว่าหลักกิโลเมตรอะไรแบบเนี้ย
ถ้าเสนอพอเป็นพิธีจะไม่ว่าแต่ดันชอบเอามาทำเป็นสกู๊ปเสนอซะใหญ่โต ข่าวอื่นมีเยอะแยะ SUAK ไม่เสนอ
จะมาอ้างว่าให้ใช้วิจารณญาณมันไม่ได้หรอก ถ้าคนดูมีวิจารณญาณหรือมีหัวคิดทุกคนประเทศไทยสงบไปนานแล้ว
กลัวจริงๆว่าในอนาคตเมืองไทยจะมีนายกเป็นหมอดูหรือหมอผี
จริง ครับ สรยวยตัวดี ครับ
#179
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:28
#180
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:33
ผมขอโทษถ้าทำให้เกิดการเข้าใจผิด ถ้าใช้คำพูดไม่เหมาะสม หรือพูดอะไรผิดไปก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้
แต่ขอยืนยันเจตนาคือ ต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ได้มีเจตนาจะมาโกหกหลอกลวง สร้างความแตกแยก หรือมาทำลายพระพุทธศาสนา
ผมไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าให้เลิกศึกษาพระไตรปิฎก ไม่ได้ตั้งใจจะมาบอกว่าพระไม่ต้องเรียนปริยัติ
อยากให้มองกันที่เจตนา มากกว่าแค่จะมาจับผิดคำพูด ภาษาเป็นเพียงสื่อกลาง พูดผิดแต่เจตนาดีก็มี ถ้าผิดก็แนะนำกันไป
ผมยกตัวอย่างใหม่นะ
สมมติว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าก็คือช้างที่อยู่ในป่า ไม่เคยมีคนเห็นช้างมาก่อน ท่านก็มาเล่าสู่กันฟังว่าช้างมีงา มีงวง มีขา .. ขนาดใหญ่ประมาณ.. กินอะไร ชอบอยู่เป็นฝูง เลี้ยงลูกด้วยนม.....ผู้ที่ฟังตามพระพุทธเจ้าก็จะพอมองเห็นภาพลางๆตามความเข้าใจของตนและอธิบายเล่าต่อตามคำพระพุทธเจ้าได้ แต่กับอีกคน พระพุทธเจ้าบอกว่ามีช้างในป่า มีงวงมีงา (ไม่ได้รู้ว่าอายุช้างเท่าไหร่ สืบพันธุ์ยังไง เลี้ยงลูกยังไง)ก็เดินเข้าป่าไปดูช้างพอเห็นแล้วก็รู้ว่าช้างเป็นอย่างนี้นี่เอง
พระพุทธเจ้าท่านค้นพบธรรมะก็จากการภาวนา ไม่ใช่อ่านพระไตรปิฎกถึงตรัสรู้ พระที่ปฏิบัติภาวนาตามแบบอย่างพระพุทธเจ้าก็ย่อมพบธรรมะนั้นเช่นกัน
แต่ก็คงไม่มีพระที่เป็นคนธรรมดาไม่เคยรู้จักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลย ห่มผ้าเหลือง แล้วภาวนาจนตรัสรู้ได้ ดังนั้นก็ต้องมีความรู้ระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็เดินสะเปะสะปะ และบรรลุไม่ได้เพราะไม่ใช่พระพุทธเจ้า
พระธุดงค์ก็ต้องศึกษาธรรมะจากอุปัชฌาย์ ต้องศึกษานวโกวาท ต้องเข้าใจพระวินัยและข้อวัตรปฏิบัติ สวดมนต์ สวดปาฏิโมกข์ หรือศึกษาจากครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนหรือเป็นตัวอย่างให้ดู แต่การจะบรรลุไม่ได้ต้องมาอ่านพระไตรปิฎกให้จบก่อน ต้องมาท่องธรรมะให้ขึ้นใจทั้งหมด หรือต้องได้มหาเปรียญก่อนจึงจะบรรลุ
ผมไม่ได้บอกว่าการเรียนปริยัติเป็นสิ่งไม่ดี เหมือนการเรียนภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ ถ้าทฤษฎีน้อยก็อาจจะปฏิบัติได้ยาก แต่การจะชำนิชำนาญก็ขึ้นกับปฏิบัติอยู่บ่อย อย่างหลวงตาบัวท่านจบเปรียญธรรมแต่ท่านก็หยุดและหันมาปฏิบัติอย่างจริงจังก็พบธรรมในที่สุด ซึ่งท่านก็จะได้เปรียบในแง่มีความรู้ด้านปริยัติและปฏิบัติ แต่พระที่ไม่จบเปรียญบรรลุได้มั้ยก็ต้องบอกว่าได้ และธรรมนั้นก็เป็นอันเดียวกัน
- อย่างบางคนเข้าฌาณ อยู่ดีๆก็รู้คาถาบทหนึ่งเป็นภาษาบาลีขึ้นมาก็มี
สุดท้ายเรื่องพระป่าพระบ้าน - ผมว่าพระป่าก็มีทั้งดีและไม่ดี พระบ้านก็มีทั้งดีและไม่ดี ไม่เควรนำมาเปรียบเทียบ ว่าประเภทไหนดีกว่า แต่พระที่ดีก็คือพระที่ปฏิบัติตามพระวินัย รู้จักบำเพ็ญภาวนา ก็ย่อมนำไปสู่การบรรลุธรรม
ผมเข้าใจ คุณไร้สีไร้กลิ่น และอันที่จริง คุณก็ไม่ต้องขอโทษใคร เพราะคุณไม่ได้ทำผิดอะไร
เว้นแต่บางคนที่อัตตาตัวเองยังเขื่องอยู่ ก็ปล่อยๆไปเถิด
#181
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 10:15
- DarkSwan likes this
#182
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 10:29
เหตุที่สื่อเสี้ยมชอบเล่นเรื่องนี้ อาจเพราะต้องการแก้ไขเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมา
เพื่อแก้ตัว 2 เหตุผลหลัก
1. น้ำท่วมไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีของรัฐบาลปูแดง แต่เป็นไปตามคำทำนายของใครสักคน
2. ปูแดง ไม่ใช่นารีกาลกิณี ที่กำลังพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า นายก เป็นหญิงทำให้บ้านเมืองพบภัยพิบัติ (เรื่องนี้แม้แต่แม่บ้านเสื้อแดงประจำออฟฟิศผมยังพูดเลย)
ฉะนั้นไม่ใช่ความผิดของนายกฉลาดน้อยที่รับมือไม่ไหว
อีกอย่าง อาจต้องการกลบข่าว บริหารห่วย เรียกให้คนไปสนใจเรื่องอื่น
รู้ๆ อยู่ว่า คนไทยเราบ้าหวย บ้าไสยศาสตร์
บวกกับความกลัวเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมาอย่างฝังหัว
ทำให้ลืมๆ ไปเลยว่า ข้าวของราคาแพงเพราะถูกกระชากขึ้นสุดตัว NGV กำลังลอยตัว คนตกงานเพราะโรงงานปิดอย่างน้อย 6 เดือน 300 บาทกลายเป็นฝันร้ายของ SMEs และคนงานที่อาจโดนปลด
กับเรื่องสำคัญ คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ พาสัมภเวสีกลับบ้านนั่นเอง
ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
#184
ตอบ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 - 17:07
เห็น สรยวย พูดบ่อยมากครับ
ว่าแต่ว่าเรื่องนี้มันมีความเป็นมาจากสื่อไหนเหรอ ถึงได้กระแสแรงขนาดนี้
ออ ขอบคุณครับ ผมเองก็ไม่ตามข่าวนี้จริงๆ เพราะแค่อ่านว่า ปลาบู่ เป็นพระศรีอริยเมตไตรยกลับชาติมาเกิด
ผมก็ไม่ได้อ่านต่ออีกเลย เพราะเห็นว่ามันเหมือนเรื่องโกหก เรื่องไร้สาระมากๆ แต่ถ้าคำพูดเหล่านี้มีหลักฐานเชิงวิชาการ
มาประกอบด้วยมันยังพอน่าฟัง แต่เพราะมีกระทู้ก่อนหน้ากระทู้นี้ที่อธิบายเรื่องชั้นดิน ทราย ไปแล้ว มันเลยทำให้
คำพูดของ ปลาบู่ เนี่ยไร้น้ำหนักไปเลย แต่ถ้าจะฟ้องพ่อปลาบู่จริงๆ ละก็ควรเล่นงานสื่อด้วย
- tumzzz likes this
#185
ตอบ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 - 19:04
หมอดูทั่วไปไม่ค่อยมีคนไปสนใจฟ้องร้องอะไร เพราะเข้าใจโดยพื้นฐานอยู่แล้ว
ว่านี่คืออาชีพ ดูไปตามวิถีที่ตัวเองเอามาดูหมอ ดูหมอ หมอดู ถูกมั่ง มั่วมั่ง
แล้วแต่คนจะเชื่อ เป็นเรื่องปกติๆ ธรรมดาๆ
แต่ตาแก่นี่มันไม่ใช่หมอดูโดยทั่วไปนี่สิ เสือ-กอวดอ้างว่าลูกตัวชาติก่อนเป็น....รัชกาลต่างๆ
ผมถึงได้ด่ามันสะดวกปาก ตาแก่สารเลว เลวเกินปกติชน
จะอวดอ้างว่าลูกมันชาติก่อนเคยเป็นโดเรมอน ชินจัง กันดั้ม ไมเคิล แจ็คสันก็อ้างไป
หนอย..
ล่าสุดถูกจับปรับ 500 บาท ข้อหาโกหก หลอกลวง
หมอดูต้องโดนด้วยครับ! จะอ้างว่าเป็นอาชีพ ไม่ได้! เพราะสามารถ ชี้ให้คนอื่นทำตามได้
#186
ตอบ 10 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:06
- เรื่องพ่อปลาบู่แล้วแต่ว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ถ้าถามผมผมก็ยังรู้สึกว่าลุงแกเจตนาบริสุทธ์ไม่ได้ต้องการหลอกลวง ก็เพราะความหวังดีของแกถึงได้ต้องมาคอยเตือน เหมือนบางคนถ้ารูว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ยอมเตือนนั่นคือการเห็นแก่ตัว เพียงแค่เป็นเคราะห์กรรมของแกมากกว่า (พวกหมอดู พวกโหร พวกนักข่าวที่ประโคม มีแต่ได้กับได้ไม่เห็นซวยแบบแก)
- ในรายการผมเห็นด้วยกับอาจารย์ที่เป็นนักธรณีวิทยาจากจุฬา ที่บอกว่าคำพูดของพ่อปลาบู่ก็คือการออกมาเตือนให้เตรียมพร้อม เพราะจังหวัดตากก็อยู่ใกล้รอยเลื่อนมีพลัง แม้เขื่อนไม่แตกแต่ถ้าน้ำเต็มเขื่อนถ้ามีการสั่นไหวก็อาจเกิดการกระฉอกของน้ำออกมานอกเขื่อน หรือทำให้ดินถล่มแล้วน้ำล้นออกมาได้ ที่สำคัญคือประเทศไทยไม่เคยให้ข้อมูลประชาชนว่าตรงไหนอยู่บนรอยเลื่อน ตรงไหนมีความเสี่ยงยังไง ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจได้ว่าจะอยู่หรือจะย้าย หรือควรจะก่อสร้างสถานที่ที่เสี่ยงเช่น ปั้มน้ำมัน ในบริเวณนั้นหรือไม่
- อาจารย์ยังยังยกตัวอย่างเรื่องสึนามิ ก่อนหน้าไม่มีใครตระหนักคิดว่าไม่มีทางเกิดในไทย แต่พอหลังเหตุการณ์จบทุกคนก็ไม่ได้ตระหนักถึงภัยอีก มองแค่ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากและไม่รู้จักระมัดระวังตัว หรือบางคนตระหนักแต่ก็ยินดีที่จะอยู๋ทำมาหากินด้วยความระมัดระวัง เรื่องเขื่อนก็เช่นกัน ชาวบ้านบริเวณเขื่อนเคยตระหนักถึงความเสี่ยงของตนบ้างหรือไม่
- คำว่าตื่นตระหนก ในความคิดผมน่าจะหมายถึง การไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เมื่อรับรูว่าจะมีภัยก็แตกตื่น แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมไว้ ต่อให้เกิดภัยจริงก็ย่อมไม่ตื่นตระหนก
ดังนั้น เชื่อไม่เชื่อก็อย่าประมาทเป็นพอ
Edited by ไร้สีไร้กลิ่น, 10 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:15.
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน













