ดู MV..ชุดนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าสู่เนื้อหา...นโยบายสุดโต่ง ของทักษิณ ยิ่งลักษณ์
กรุณาดูให้จบน่ะค่ะ...ช่วงท้ายของ MV มีอะไรดี ๆ ให้ชม
Edited by bird, 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 21:53.
ตอบ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 21:51
ดู MV..ชุดนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าสู่เนื้อหา...นโยบายสุดโต่ง ของทักษิณ ยิ่งลักษณ์
กรุณาดูให้จบน่ะค่ะ...ช่วงท้ายของ MV มีอะไรดี ๆ ให้ชม
Edited by bird, 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 21:53.
ตอบ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 22:01
กรุณาดูให้จบน่ะค่ะ...ช่วงท้ายของ MV มีอะไรดี ๆ ให้ชม
ตอนจบที่พูดบนเวทีนี่
เข้าข่ายชักจูงคะแนนเสียงด้วยการให้ผลประโยชน์
น่าจะมีการหาเสียงแบบนี้หลายครั้งอีกด้วย
ผู้เกี่ยวข้องก็รับไปดำเนินกาม เอ้ย ดำเนินการต่อละกัล
ตอบ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 22:15
ที่มา ตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว โดย ม.ร.ว. ปรีดียาธร เทวกุล
ตอบ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 22:58
เลื่อนกำหนดการจ่ายไปเรื่อยๆ ไม่จ่ายตรงตามกำหนด ก็ถือว่าโกงแล้ว พิธีกรยังแถอีกว่า รออีกไม่กี่วัน เลื่อนการจ่ายมา 7 ครั้ง 6 เดือนแล้ว ที่ชาวนาเค้าไม่ได้ตังค์ และที่ไม่จ่ายไม่ใช่เพราะไม่มี แต่เพราะโกงเิงินชาติ จนไม่เหลือมาให้ชาวนาต่างหาก
ตอบ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 23:26
ที่นี้มาดู...คลิปเต็มช่วงท้าย...
ตอบ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 01:34
ที่มันไม่ขาย เพราะมันหมกเม็ดข้าวเน่านี่เอง
ตอบ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 01:58
นโยบายรับจำนำข้าว เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงยุคการปฏิวัติเขียว เนื่องจากปริมาณผลผลิตข้าว
ล้นตลาด ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเดือดร้อน
รัฐบาลในขณะนั้น ออกมาตราเพื่อแทรกแซงราคาข้าว โดยเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือก
ดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้วัตถุประสงค์ เพื่อให้ชาวนาชะลอการขายข้าวในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวและ
เพื่อเป็นการลดปริมาณข้าวในตลาด และเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในประเทศไม่ให้
ตกต่ำ
โครงการรับจำนำข้าวเกิดขึ้นครั้งปีในปีการผลิต 2527 / 2528 โดยองค์การคลังสินค้า โดยการ
เช่าคลังสินค้าเอกชนที่จังหวัดอยุธยา เพื่อเก็บรักษาข้าวเปลือกที่ชาวนานำมาเข้าโครงการและ
ออกใบประทวนให้ชาวนา ใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงิน กับ ธกส แต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะ
ชาวนาต้องขนข้าวจากที่อื่นมาที่ อยุธยา
ในปีการผลิต 2529 / 2530 รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนวิธีการโดยให้ ธกส รับจำนำข้าวเปลือกที่
ชาวนาเก็บไว้ในยุ้งฉางได้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งรัฐบาลต่อ ๆ มาได้ถือปฏิบัติมาโดย
ตลอด จนกระทั้ง ปีการผลิต 2542 / 2543 รัฐบาลมีมติ ให้ อคส เช่าคลังสินค้าเอกชน เพื่อ
รับจำนำข้าวจากชาวนา ส่งผลให้โครงการนโยบายจำนำข้าวเป็นที่ชื่นชอบของชาวนา
นโยบายหลักในการรับจำนำข้าว " รัฐบาลจะรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนาในจำนวนจำกัด
ในปริมาณไม่มาก และกำหนดราคารับจำนำใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาตลาดในช่วงนั้น ๆ
และชาวนาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสินเชื่อไม่เกิน 80% ของมูลค่าที่รับจำนำ หรือในบาง
ปีการผลิตอาจสูงถึง 90-95% ของราคาที่รับจำนำ
ในปีการผลิต 2544 / 2545 รัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณ กำหนดราคารับจำนำสูงกว่า
ราคาตลาดและยังเพิ่มปริมาณการรับจำนำ อีกทั้งยังให้โรงสีเอกชนเข้ามาเป็นกลไกสำคัญ
ในกระบวนการรับจำนำ นอกเหนือจาก ธกส และยังกำหนดให้มีการรับจำนำใบประทวนฯ
โดยให้ชาวนานำข้าวเปลือกไปจำนำกับโรงสี โดยมี อตก และ อคส เป็นผู้ออกใบประทวน
จากนั้นให้ชาวนานำใบประทวนมาขึ้นเงินกับ ธกส ตามราคารับจำนำที่ประกาศไว้
ในปีการผลิต 2546 / 2547 และ 2547 / 2548 รัฐบาลทักษิณได้กำหนดปริมาณการรับ
จำนำข้าวสูงถึง 9 ล้านตัน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ โดยกำหนด
ราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาด
ข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มจากตันละ 3,000 บาท เป็นตันละ 10,000 บาท (เพิ่มขึ้น 40%)
ข้าวเปลือกหอมจังหวัด เพิ่มจากตันละ 2,000 บาท เป็นตันละ 8,000 บาท (เพิ่มขึ้น 35%)
ส่งผลให้มีชาวนาเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
ปีการผลิต 2546 / 2547 สูงถึง 2.7 ล้านตัน
ปีการผลิต 2547 / 2548 เพิ่มขึ้นเป็น 9.4 ล้านตัน
ปีการผลิต 2548 / 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 9.5 ล้านตัน
เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนปรากฎว่ามีข้าวหลุดจำนำตกเป็นของรัฐในปีการผลิต 2548 /2549
มากกว่า 3 ล้านตัน ( ยอดจำนำตามใบประทวนประมาณ 4.06 ล้านตัน ไถ่ถอนคืน 4.01
แสนตัน ) ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 29.904.04 ล้านบาท
ภายหลังเหตุการณ์ 19 กย. รัฐบาลชั่วคราว โดย พลเอกสุรยุทธ์ ได้ปรับลดราคารับจำนำ
ลงมาให้ใกล้เคียงราคาตลาด อีกทั้งยังลดปริมาณลงเหลือเพียง 8 ล้านตัน
ปี 2551 ในรัฐบาลสมัคร สถานการณ์วิกฤตอาหารและพลังงาน ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาด
ต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นเป็นตันละ 15,000 บาท เกษตรกรจึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับราคา
รับจำนำข้าวให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับราคาตลาด รัฐบาลมีมติให้รับจำนำข้าวเปลือกความชื่น
ไม่เกิน 15% จากเดิมตันละ 7,100 บาทเป็นตันละ 14,000 บาท (เพิ่มขึ้น 97%)
ต่อมาในรัฐบาลสมชาย ราคาข้าวในตลาดรับซื่อเอกชนลดลงต่ำกว่าเกวียนละ 10,000 บาท
แต่รัฐบาลยังคงรับจำนำในราคาเดิมซึ่งสูงกว่าราคาตลาด ตามคำเรียกร้องของชาวนา ที่เป็น
ฐานเสียง
โครงการจำนำถูกยกเลิกไป ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ประกาศใช้นโยบายประกันรายได้ แทนการ
รับจำนำ
เมื่อพรรคเพื่อไทย ได้กลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้งภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ นโยบายรับ
จำนำข้าว ซึ่งเป็น 1 ในนโยบายหาเสียง ได้ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้ง โดยกำหนดราคารับจำนำ
ข้าวเปลือกทุกเมล็ด ในราคาตันละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาด...
ท้ายที่สุด...นโยบายประชานิยมก็นำมาซึ่ง ความเลวร้าย..ทำลายวงจรข้าว ทำลายความ
ภาคภูมิใจในฐานะ ผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก ทำร้ายชาวนาผู้ปลูกข้าว อย่างที่ไม่เคย
ปรากฎในประวัติศาสตร์ชาติไทย..
ตอบ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 02:01
ที่มันไม่ขาย เพราะมันหมกเม็ดข้าวเน่านี่เอง
แบบนี้ถ้าใครรู้ข้อมูลวงในนี่จะไม่ประมูลเลย
โกดังไหนสยามอินดิก้าไม่แตะ นี่สงสัยยัดไส้ล้วนๆครับ
มิน่าเปิดประมูลถึงไม่ค่อยมีผู้ส่งออกร่วมประมูล เขาคงเสียวๆ
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"