สงสัยเกี่ยวกับ อ.ที่แก้กม. มาตรา 112
#1
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 15:19
1. การสอนแบบนี้ไม่เป็นการปลูกฝังความคิดให้กับเยาวชนต่อไปเหรอครับ
2. ผมเห็นคนเกลียด วรเจตน์ เยอะ แล้วในมหาวิทยาลัยของเค้าหละคับ ปฎิกริยาของคนอื่นๆที่มีต่อเค้าเป็นอย่างไร
3. สังเกตุเห็นว่าคนที่มีการศึกษา หรือ พวก Social network มักจะแสดงพลังต่อต้านเเบบเงียบๆ ไม่ค่อยเเสดงออกในที่สาธารณะ แล้วอย่างนี้มันจะกลายเป็นว่าปล่อยให้พวกเลวๆ คงอยู่เหรอครับ
รบกวนถามเท่านี้ก่อน อ้อ ปล นะครับ กระทู้นี้ขอห้าม เหนตาย ตะกวดเปลี่ยนสี หรือ พวกเสื้อแดง เข้ามาตอบนะครับ กระทู้แรกของผมไม่อยากมีเสนียดติด แค่เขียนชื่อพวกนี้ ขี้กลากก็จะขึ้นนิ้วผมแหละ
ขอบคุณครับ
#2
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 15:25
ต้องทำตัวhereๆไม่เหมือนใครอย่างนี้แหละ ทีเดียวเกิด
#3
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 15:36
ใช่ครับอยากถามความเห็นพี่ๆนะครับ อ่านมานานแล้ว เพิ่งสมัครเข้ามา คืออยากทราบว่าพวก อ. ที่มีแนวความคิดจะเเก้ มาตรา 112 คนพวกนี้ยังเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย ใช่มั้ยครับ
แน่นอนครับ ผมเพิ่งอ่านข้อมูลในบล็อกโอเค บอกว่าเอกสารการแก้รัฐธรรมนูญของกลุ่มเนรคุณราดที่แจกนักข่าว เป็นเอกสารชุดเดียวกับที่สอนนักศึกษามาก่อนหน้านั้นด้วยครับ1. การสอนแบบนี้ไม่เป็นการปลูกฝังความคิดให้กับเยาวชนต่อไปเหรอครับ
อันนี้ รอผู้อยู่ในเหตุการณ์มาตอบครับ2. ผมเห็นคนเกลียด วรเจตน์ เยอะ แล้วในมหาวิทยาลัยของเค้าหละคับ ปฎิกริยาของคนอื่นๆที่มีต่อเค้าเป็นอย่างไร
การออกมาให้สัมภาษณ์ของอจ.บวรศักดิ์ ท่านประยุทธ์ การเขียนตอบโต้ของอจ.มีชัย คุณกนก การแสดงพลังในเว็บฟอรั่มอย่างสรท. โอเคเนชั่น และการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองของปชป. ฯลฯ เหล่านี้คือการแสดงออกแล้วครับ3. สังเกตุเห็นว่าคนที่มีการศึกษา หรือ พวก Social network มักจะแสดงพลังต่อต้านเเบบเงียบๆ ไม่ค่อยเเสดงออกในที่สาธารณะ แล้วอย่างนี้มันจะกลายเป็นว่าปล่อยให้พวกเลวๆ คงอยู่เหรอครับ
ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ
ผมเชื่อว่า "พลัง" ไม่จำเป็นต้องใช้ผ่านการชุมนุม ไม่ต้องใช้ผ่านความรุนแรง เรามีหนทางหลากหลายมากที่จะแสดงพลัง บนวิถีทางที่ทุกคนสะดวกที่สุด เต็มใจที่สุดครับ
การออกมา "รวมตัวกันบ่อยๆ" เสียอีก จะขาด impact-ขาดอิทธิพลประทับ เรียกว่า "ไม่ขลัง"
ถึงที่สุดแล้วจริงๆค่อยออกมาทีเดียวแล้วน็อคบอสเลย อย่างตอนพฤษภาทมิฬ ยังดีเสียกว่าชุมนุมรายวีค รายเดือน
#4
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 15:40
คนอื่นผมไม่รู้ครับ แต่สำหรับผมถ้าชนได้แบบเนียน ๆ ก็ชน ไม่ยกมือไหว้อีกแล้ว
ขอแถมครับ สำหรับไอ้สมสัด "สภาพ" มันในมหาลัย เหมือนคนจรจัดเดินหลงเข้ามาครับ หอบนู่นหอบนี่เต็มไปหมด ไม่รู้อะไร ไม่น่าแปลกใจทำไมเวลาตอบกระทู้มันถึงดูไม่ค่อยเต็มบาท
#6
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 15:50
บอกตรงๆ...พวกเค้ามีอีโก้สูงมาก...ชอบคิดว่าตัวเองเป็นพวกเรียนนอก จบนอก...เวลาสอนชอบพูดปลุกระดมแบบสอดไส้ทีเล่นทีจริง
ประชาธิปไตยแบบที่พวกอาจารย์พวกนั้นต้องการ หรือสอนน่ะ คือสังคมแบบยูโธเปีย ประมาณว่ามนุษย์ทุกคนเหมือนกัน สติปัญญา ความต้องการ
คือพูดง่ายๆแบบว่าชอบคิดอะไรเป็นโมเดล...แล้วอยากเหมือนฝรั่ง ซึ่งลืมบริบททางสังคมไป
บอกตรงๆ อาจารย์สอนมหาลัยฯ โดยเฉพาะสายสังคม บางคนความคิดน่ารังเกียจมาก...
#7
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 16:13
เรื่องก็คือ คึอบางคนมันเอาเเต่เรียนเฉพาะทางมาก เวลาเรียนรู้ความรู้อย่างอื่นมันน้อย บางคนอาจจะเรียกว่า ธาตุไฟเเตก เเต่เราเรียกบ้า ขาดทักษะในชีวิต คือมันไม่สมดุล เเล้วสร้างภัยให้กับสังคม โดยที่คิดว่าทำดี ต้องรอให้คนรุ่นๆกับมันมาเเฉ จะเห็นภาพ ว่าพวกนี้ผ่านชีวิตในวัยเด็กมายังไงบ้าง เพิ่ม
Edited by จีรนุช, 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 16:19.
รำคาญสลิ่มเที่ยมที่เข้ามาปล่อยสารพิษเรียกร้องความรุนเเรงเสดงออกถึงความคลั่งสงครามกลางเมืองยุเเยงสร้างภาพชั่วๆ
เอียนวะ เห็นคนเเถวนี้ไอคิวต่ำกว่า 90 หรือไง
#8
ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 16:20
โอย.....โดน!ทำใจเถอะ ธรรมศาตร์ไม่ได้ตรวจอาการโรคจิตของคนทำงานทุกปี เขาตรวจเเต่วันรับสมัคร
เรื่องก็คือ คึอบางคนมันเอาเเต่เรียนเฉพาะทางมาก เวลาเรียนรู้ความรู้อย่างอื่นมันน้อย บางคนอาจจะเรียกว่า ธาตุไฟเเตก เเต่เราเรียกบ้า ขาดทักษะในชีวิต คือมันไม่สมดุล เเล้วสร้างภัยให้กับสังคม โดยที่คิดว่าทำดี ต้องรอให้คนรุ่นๆกับมันมาเเฉ จะเห็นภาพ ว่าพวกนี้ผ่านชีวิตในวัยเด็กมายังไงบ้าง เพิ่ม
ขนาดเชื้อเอชไอวี ยังตรวจไม่พบช่วง 3 เดือนแรกเลยครับ
เชื้อบ้าก็เช่นกัน ต้องมีเวลาเพาะเชื้อ
ยิ่งอยู่รวมกันในหมู่คนมีเชื้อบ้าด้วยกัน เชื้อยิ่งแพร่กระจายเร็วกว่าอยู่ในสภาพที่ไม่มีเชื้อ อิอิ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










