ผลวิจัยซีัดปาหี่เรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาลมาร์ค "ไม่ฟรีจริง-คุณภาพไม่ดีขึ้น ขัด รธน."
#51
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:22
#52
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:37
เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเค้า สอบถาม ผู้ปกครองอย่างไรเลยได้ขอสรุปแบบนั้น ดูนี่ได้นะครับ
http://www.google.co...ADMuSGkdrBM9MTw
เผื่อจะดีขึ้น...
เค้าไม่ได้ขี้จุ๊มานะครับ ที่สำคัญทำแล้วก็เอาผลมาใช้ไม่ใช่ทำแล้ว พอผลออกมาไม่ดี ได้อาย ก็ลืมๆไป เหมือนบางพรรคทำ ...
จะฟรีหรือไม่มันก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาดีขึ้นมากมายหรอกครับ ในความเห็นของผมในฐานะที่อยู่วงการศึกษาเอง โครงการนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเรียนฟรีนั้นไม่ได้ฟรีทั้งหมดจริงๆ ทั้งรัฐหรือเอกชน เพราะว่าตอนหาเสียงเค้าไม่ได้ระบุว่าฟรีเนี่ยหมายถึงฟรีทั้งหมดหรือเปล่า เพราะฉะนั้นนโยบายนี้มีความผิดพลาดที่ตัวคนสื่อสารเอง แต่ปัญหาจริงๆ อยู่ที่หลักสูตรแกนกลางมันเป็นปัญหามากๆตั้งแต่ปี 2544 มาแล้ว เท่าที่จำได้รัฐมนตรีศึกษารัฐบาลยุคนั้นได้นำเอาหลักสูตรของต่างประเทศที่ตัวเองได้ไปสัมผัสมา เอามาใช้ในไทยโดยไม่ได้ศึกษาบริบทว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร แม้แต่เรื่องของภาษาไทยที่สอนให้นักเรียนจำเป็นคำๆ ตั้งแต่ป. 1 ก็มีคำยากๆ ทำให้เด็กไม่มีพื้นฐานและประสบการณ์ทางด้านภาษา ทำให้ขาดการคิดวิเคราะห์ ซึ่งรัฐมนตรีมองข้ามจุดนี้ไปอย่างมาก เพราะคิดว่าตัวเองจบจากนอกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ คนที่รู้เรื่องจริงๆก็ไม่ได้รับเลือกเป็นคนดูแล ก็เหมือนกับสส.นะแหละ ไม่ว่าพรรคไหน ถ้ามีความจริงใจในการดูแลประชาชนจริงๆ ก็ต้องเลือกคนที่ทำประโยชน์มากกว่าเลือกคนที่หาผลประโยชน์ให้พรรคตัวเอง เหมือนที่จังหวัดผมเป็นนั่นแหละ คนดีๆ ไม่ได้รับเลือก คนที่เลือกก็ไม่ดี เพราะใช้เงินซื้อคะแนนมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าท้วงเพราะกลัวอิทธิพล
- V.Junior for Vendetta likes this
"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"
#54
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:52
#55
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:58
#56
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:12
16 ก.พ.55 นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมอภิปรายในผลการวิจัยเรื่อง “นโยบายเรียนดีเรียนฟรี 15 อย่างมีคุณภาพ” ที่ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้นาวาตรีหญิง ดร.กิตติยา เอ็ฟฟานส นักวิชาการอิสระ เป็นผู้ดำเนินการวิจัย โดยระบุว่า การวิจัยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งพบว่านโยบายดังกล่าว “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ” โดยกระทรวงศึกษาได้ใช้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของรร.ขนาดกลางมาจ่ายให้กับรร.ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ปกครองมีความเข้าใจว่าเรียนฟรี หมายถึงฟรีทุกรายการ ในขณะที่รัฐบาลนิยามการเรียนฟรีเพียง 5 รายการ คือชุดเครื่องแบบนักเรียน หนังสือเรียนแปดกลุ่มสาระ อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน และเงินค่าเล่าเรียน ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายแฝงอื่นที่รร.เรียกเก็บเพิ่ม เช่นค่าแอร์ ค่าเรียนเสริมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งฝ่ายครูและผู้ปกครองเห็นว่านโยบายนี้ไม่ทำให้เด็กเรียนดีขึ้น และไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองจริงเพราะยังต้องจ่ายเพิ่มตามรายการที่รร.ขอรับการสนับสนุนอีก
นายศรีราชา กล่าวอีกว่า ส่วนผลการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือสทศ.พบว่า คะแนนวิชาหลักของนักเรียนทั้งสามช่วงชั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างเป็นระบบ อีกทั้งคะแนนของนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้นและทุกวิชามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่ง และจากการประเมินรอบสองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือสมศ. ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผู้เรียนในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง คะแนนจากโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พีไอโอสเอ)พบว่า ช่วง 3 ปีก่อนประกาศนโยบายเรียนฟรี 15 ปี คะแนนของทั้ง 3 วิชามีแนวโน้มลดลง และเริ่มกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในการทดสอบครั้งสุดท้าย ขณะที่ผลการจัดอันดับด้านการศึกษาจากสถาบันไอเอ็มดี พบว่าคุณภาพผู้เรียนไม่ดีขึ้น มีแนวโน้มลดต่ำลงหลังจากที่ใช้นโยบายนี้ มีเพียงผลการประเมินจากกระทรวงศึกษาธิการของไทยเท่านั้นที่ชี้ว่าผู้เรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น 7 ใน 8 กลุ่มสาระวิชา งบประมาณที่ช่วยเรื่องอุปกรณ์การเรียนเครื่องแบบและหนังสือเรียนไม่ได้ทำให้เรียนดีขึ้น
http://www.komchadlu...2%E0%B8%9E.html
อ้าว แมลงสาบทั้งหลายฟังไว้นะครับ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปทำวิจัยแล้วสรุปได้ว่า “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ”
ผมก็เคยบอกอยู่แล้วว่ามันเรียนฟรีไม่จริง ตอนนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินบอกเอง ผู้ที่ทำการวิจัยเอง ที่สำคัญคือผู้ปกครองเอง ยังบอกเลยว่า เรียนฟรีไม่จริง แต่ แมลงสาบก็ยังนั่งยันนอนยันให้ได้ว่าเรียนฟรีจริง หนูม้ากไม่เคยขี้จุ๊ให้ได้ ... อย่างฮา ..
ขนาดนโยบายที่หวังเชิดหน้าชูตากะเค้าได้บ้างว่า จะประชานิยม ยังมีสามารถทำได้แค่นี้ .... นับประสาอะไรกับ ชั่งไข่ขาย .... กะเอาเงิน สองพันไปแจกแต่พวกมีประกันสังคม เหอๆๆ
อ้าว ถ้ายังจะยันว่าเรียนฟรีจริง แมลงก็เชื่อแบบแมลงต่อไป เพราะต่อข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ใครจะมาทำวิจัยสรุปว่าอะไร สุดหล่อก็ทำอะไรดีไปหมดในสาบตาของพวกแมลง อยู่เช่นเคย ...
ว่าแล้วก็ อย่าลืมกิจประจำวัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ
นับ 1.. 2.... 3... จงกราบพ่อม้าก พร้อมกันนะบัดนี้..... ชาบู ชาบู
Hentai มีความเห็นยังไงกับโครงการ "30 บาทรักษาทุกโรคคะ" ควรจะฟ้องรัฐบาลทักษิณด้วยหรือไม่
Hentai มีความเห็นว่า โครงการนี้ไม่ฟรีจริง ควรจะยกเลิกมันไปจริงไม๊คะ แต่ตอนี้น้ำมันขึ้น ค่าสินค้า ค่าอาหารขึ้น คนรากหญ้าก็จะแย่อยู่แล้ว ยกเลิกเรียนฟรีด้วยเลยดีไม๊คะ เพราะโครงการไม่ดี ไม่ฟรีจริง เอาให้กระอักตายกันไปข้างนึงเลยค่ะ
ส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่ามันเป็นการช่วยลดรายจ่ายให้กับครอบครัว ถ้าผู้ปกครองอยากได้เรียนฟรีทุกอย่างแบบอเมริกาและยุโรป พร้อมจะจ่ายภาษีแบบเค้าไม๊ล่ะคะ (รร รัฐที่อเมริกา ถึงจะไม่ต้องเสียค่าเทอมและค่ารถประจำทาง แต่ค่าสมุด ดินสอ ค่าอาหาร ค่าชุดว่ายน้ำ ก็ต้องออกเอง ไม่ฟรีนะคะ)
เห็นความเห็นเสื้อแดงหลายๆคนแล้ว อยากจะให้ยกเลิกไปจริงๆเลยค่ะโครงการแบบนี้ อยากให้ปูบริหาร 8 ปีด้วยค่ะ จะได้รู้เลยว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเป็นไง
- V.Junior for Vendetta and orogaros like this
#57
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:14
#58
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:39
16 ก.พ.55 นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมอภิปรายในผลการวิจัยเรื่อง “นโยบายเรียนดีเรียนฟรี 15 อย่างมีคุณภาพ” ที่ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้นาวาตรีหญิง ดร.กิตติยา เอ็ฟฟานส นักวิชาการอิสระ เป็นผู้ดำเนินการวิจัย โดยระบุว่า การวิจัยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งพบว่านโยบายดังกล่าว “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ” โดยกระทรวงศึกษาได้ใช้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของรร.ขนาดกลางมาจ่ายให้กับรร.ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ปกครองมีความเข้าใจว่าเรียนฟรี หมายถึงฟรีทุกรายการ ในขณะที่รัฐบาลนิยามการเรียนฟรีเพียง 5 รายการ คือชุดเครื่องแบบนักเรียน หนังสือเรียนแปดกลุ่มสาระ อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน และเงินค่าเล่าเรียน ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายแฝงอื่นที่รร.เรียกเก็บเพิ่ม เช่นค่าแอร์ ค่าเรียนเสริมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งฝ่ายครูและผู้ปกครองเห็นว่านโยบายนี้ไม่ทำให้เด็กเรียนดีขึ้น และไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองจริงเพราะยังต้องจ่ายเพิ่มตามรายการที่รร.ขอรับการสนับสนุนอีก
นายศรีราชา กล่าวอีกว่า ส่วนผลการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือสทศ.พบว่า คะแนนวิชาหลักของนักเรียนทั้งสามช่วงชั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างเป็นระบบ อีกทั้งคะแนนของนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้นและทุกวิชามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่ง และจากการประเมินรอบสองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือสมศ. ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผู้เรียนในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง คะแนนจากโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พีไอโอสเอ)พบว่า ช่วง 3 ปีก่อนประกาศนโยบายเรียนฟรี 15 ปี คะแนนของทั้ง 3 วิชามีแนวโน้มลดลง และเริ่มกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในการทดสอบครั้งสุดท้าย ขณะที่ผลการจัดอันดับด้านการศึกษาจากสถาบันไอเอ็มดี พบว่าคุณภาพผู้เรียนไม่ดีขึ้น มีแนวโน้มลดต่ำลงหลังจากที่ใช้นโยบายนี้ มีเพียงผลการประเมินจากกระทรวงศึกษาธิการของไทยเท่านั้นที่ชี้ว่าผู้เรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น 7 ใน 8 กลุ่มสาระวิชา งบประมาณที่ช่วยเรื่องอุปกรณ์การเรียนเครื่องแบบและหนังสือเรียนไม่ได้ทำให้เรียนดีขึ้น
http://www.komchadlu...2%E0%B8%9E.html
อ้าว แมลงสาบทั้งหลายฟังไว้นะครับ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปทำวิจัยแล้วสรุปได้ว่า “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ”
ผมก็เคยบอกอยู่แล้วว่ามันเรียนฟรีไม่จริง ตอนนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินบอกเอง ผู้ที่ทำการวิจัยเอง ที่สำคัญคือผู้ปกครองเอง ยังบอกเลยว่า เรียนฟรีไม่จริง แต่ แมลงสาบก็ยังนั่งยันนอนยันให้ได้ว่าเรียนฟรีจริง หนูม้ากไม่เคยขี้จุ๊ให้ได้ ... อย่างฮา ..
ขนาดนโยบายที่หวังเชิดหน้าชูตากะเค้าได้บ้างว่า จะประชานิยม ยังมีสามารถทำได้แค่นี้ .... นับประสาอะไรกับ ชั่งไข่ขาย .... กะเอาเงิน สองพันไปแจกแต่พวกมีประกันสังคม เหอๆๆ
อ้าว ถ้ายังจะยันว่าเรียนฟรีจริง แมลงก็เชื่อแบบแมลงต่อไป เพราะต่อข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ใครจะมาทำวิจัยสรุปว่าอะไร สุดหล่อก็ทำอะไรดีไปหมดในสาบตาของพวกแมลง อยู่เช่นเคย ...
ว่าแล้วก็ อย่าลืมกิจประจำวัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ
นับ 1.. 2.... 3... จงกราบพ่อม้าก พร้อมกันนะบัดนี้..... ชาบู ชาบู
ประโยคเดียวกัน ข่าวเดียวกัน เน้นคนละที่ ความรู้สึกเปลี่ยนไหม
ปล.คนที่อ่านโพสผมค้องเทียบกับที่นายการ์ตูนเน้นสีครับ จะรู้ว่าเเค่เน้นสีต่างกันก็เปลียนบริบทของข่าวได้
Edited by samepong, 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:42.
#59
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:57
น่าสน
16 ก.พ.55 นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมอภิปรายในผลการวิจัยเรื่อง “นโยบายเรียนดีเรียนฟรี 15 อย่างมีคุณภาพ” ที่ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้นาวาตรีหญิง ดร.กิตติยา เอ็ฟฟานส นักวิชาการอิสระ เป็นผู้ดำเนินการวิจัย โดยระบุว่า การวิจัยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งพบว่านโยบายดังกล่าว “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ” โดยกระทรวงศึกษาได้ใช้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของรร.ขนาดกลางมาจ่ายให้กับรร.ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ปกครองมีความเข้าใจว่าเรียนฟรี หมายถึงฟรีทุกรายการ ในขณะที่รัฐบาลนิยามการเรียนฟรีเพียง 5 รายการ คือชุดเครื่องแบบนักเรียน หนังสือเรียนแปดกลุ่มสาระ อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน และเงินค่าเล่าเรียน ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายแฝงอื่นที่รร.เรียกเก็บเพิ่ม เช่นค่าแอร์ ค่าเรียนเสริมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งฝ่ายครูและผู้ปกครองเห็นว่านโยบายนี้ไม่ทำให้เด็กเรียนดีขึ้น และไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองจริงเพราะยังต้องจ่ายเพิ่มตามรายการที่รร.ขอรับการสนับสนุนอีก
นายศรีราชา กล่าวอีกว่า ส่วนผลการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือสทศ.พบว่า คะแนนวิชาหลักของนักเรียนทั้งสามช่วงชั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างเป็นระบบ อีกทั้งคะแนนของนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้นและทุกวิชามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่ง และจากการประเมินรอบสองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือสมศ. ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผู้เรียนในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง คะแนนจากโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พีไอโอสเอ)พบว่า ช่วง 3 ปีก่อนประกาศนโยบายเรียนฟรี 15 ปี คะแนนของทั้ง 3 วิชามีแนวโน้มลดลง และเริ่มกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในการทดสอบครั้งสุดท้าย ขณะที่ผลการจัดอันดับด้านการศึกษาจากสถาบันไอเอ็มดี พบว่าคุณภาพผู้เรียนไม่ดีขึ้น มีแนวโน้มลดต่ำลงหลังจากที่ใช้นโยบายนี้ มีเพียงผลการประเมินจากกระทรวงศึกษาธิการของไทยเท่านั้นที่ชี้ว่าผู้เรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น 7 ใน 8 กลุ่มสาระวิชา งบประมาณที่ช่วยเรื่องอุปกรณ์การเรียนเครื่องแบบและหนังสือเรียนไม่ได้ทำให้เรียนดีขึ้น
http://www.komchadlu...2%E0%B8%9E.html
อ้าว แมลงสาบทั้งหลายฟังไว้นะครับ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปทำวิจัยแล้วสรุปได้ว่า “ไม่ฟรีจริง เรียนไม่ดี และด้อยคุณภาพ”
ผมก็เคยบอกอยู่แล้วว่ามันเรียนฟรีไม่จริง ตอนนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินบอกเอง ผู้ที่ทำการวิจัยเอง ที่สำคัญคือผู้ปกครองเอง ยังบอกเลยว่า เรียนฟรีไม่จริง แต่ แมลงสาบก็ยังนั่งยันนอนยันให้ได้ว่าเรียนฟรีจริง หนูม้ากไม่เคยขี้จุ๊ให้ได้ ... อย่างฮา ..
ขนาดนโยบายที่หวังเชิดหน้าชูตากะเค้าได้บ้างว่า จะประชานิยม ยังมีสามารถทำได้แค่นี้ .... นับประสาอะไรกับ ชั่งไข่ขาย .... กะเอาเงิน สองพันไปแจกแต่พวกมีประกันสังคม เหอๆๆ
อ้าว ถ้ายังจะยันว่าเรียนฟรีจริง แมลงก็เชื่อแบบแมลงต่อไป เพราะต่อข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ใครจะมาทำวิจัยสรุปว่าอะไร สุดหล่อก็ทำอะไรดีไปหมดในสาบตาของพวกแมลง อยู่เช่นเคย ...
ว่าแล้วก็ อย่าลืมกิจประจำวัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ
นับ 1.. 2.... 3... จงกราบพ่อม้าก พร้อมกันนะบัดนี้..... ชาบู ชาบู
Hentai มีความเห็นยังไงกับโครงการ "30 บาทรักษาทุกโรคคะ" ควรจะฟ้องรัฐบาลทักษิณด้วยหรือไม่
Hentai มีความเห็นว่า โครงการนี้ไม่ฟรีจริง ควรจะยกเลิกมันไปจริงไม๊คะ แต่ตอนี้น้ำมันขึ้น ค่าสินค้า ค่าอาหารขึ้น คนรากหญ้าก็จะแย่อยู่แล้ว ยกเลิกเรียนฟรีด้วยเลยดีไม๊คะ เพราะโครงการไม่ดี ไม่ฟรีจริง เอาให้กระอักตายกันไปข้างนึงเลยค่ะ
ส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่ามันเป็นการช่วยลดรายจ่ายให้กับครอบครัว ถ้าผู้ปกครองอยากได้เรียนฟรีทุกอย่างแบบอเมริกาและยุโรป พร้อมจะจ่ายภาษีแบบเค้าไม๊ล่ะคะ (รร รัฐที่อเมริกา ถึงจะไม่ต้องเสียค่าเทอมและค่ารถประจำทาง แต่ค่าสมุด ดินสอ ค่าอาหาร ค่าชุดว่ายน้ำ ก็ต้องออกเอง ไม่ฟรีนะคะ)
เห็นความเห็นเสื้อแดงหลายๆคนแล้ว อยากจะให้ยกเลิกไปจริงๆเลยค่ะโครงการแบบนี้ อยากให้ปูบริหาร 8 ปีด้วยค่ะ จะได้รู้เลยว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเป็นไง
รบกวนถามแดงทั้งหลาย คุณ เฮนไต เมื่อคุณคิดว่าเรียนฟรี 15 ปี
มันไม่ดี หรือ ดีไม่พอ
และควรทำให้ดีขึ้น
หรือ
ยกเลิกไปเลยแบบที่เพื่อไทยเสนอ
#60
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:49
#61
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:24
#62
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:40
ตรงที่แสดงความเห็นกลับบอกว่าการศึกษาควรปล่อยให้เป็นไปตาม
กลไกตลาด มันหมายถึงอะไรครับ ตามกลไกตลาดคือเก็บเงินหรือไง
ถ้าให้เก็บเงิน ต้องไปแก้รัฐะรรมนูญไหม เก็บเงินแล้วคุณภาพจะดีขึ้นไหม
#63
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:13
เช่นโรงเรียนเตรียมอุดม แน่นอนว่าผู้ปกครองอยากให้ลูกเข้าเรียนได้
แม้หลายโรงเรียนจะขอยกเลิกการจับฉลากไปแล้ว แต่ก็ยังต้องให้การศึกษาฟรี
ตามนโยบายรัฐบาลหรือรัฐธรรมนูญ ก็ตามมันมีส่วนทำให้คุณภาพการศึกษาของ
โรงเรียนระดับสูงพวกนี้ไม่ไปไหน ติดหล่ม ควรปล่อยไปตามกลไกตลาดคือ
โรงเรียนไหนนักเรียนอยากเข้ามากให้เก็บเงินได้มากกว่าปกติ
นอกจากจะสอบเข้ายากแล้วยังต้องเสียค่าเรียนแพงด้วยถึงจะมีคุณภาพ
งานวิจัยนี้จะเรียนฟรี 9 ปี 12 ปี 15 ปี ก็ค้านหมดครับ
ไม่ต้องพูดถึงโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนดังๆ อย่างมหิดลวิทยาลัยนุสรณ์
ผมยังงง ตกลงรัฐธรรมนูญผิด ใช่ไหม
Edited by phoosana, 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:14.
#64
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:46
ต้องจ่ายแพง เหมือนฟังดนตรีมีรสนิยมสูง ต้องจ่ายแพง ใช่ไหมครับ
#65
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 22:15
ก็รัฐธรรมนูญมันรองรับแค่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนี่ครับลองเปลี่ยนสถานศึกษา เป็นสถานประกอบการค้าชนิดหนึ่งจะเข้าใจ อิอิ
เช่นโรงเรียนเตรียมอุดม แน่นอนว่าผู้ปกครองอยากให้ลูกเข้าเรียนได้
แม้หลายโรงเรียนจะขอยกเลิกการจับฉลากไปแล้ว แต่ก็ยังต้องให้การศึกษาฟรี
ตามนโยบายรัฐบาลหรือรัฐธรรมนูญ ก็ตามมันมีส่วนทำให้คุณภาพการศึกษาของ
โรงเรียนระดับสูงพวกนี้ไม่ไปไหน ติดหล่ม ควรปล่อยไปตามกลไกตลาดคือ
โรงเรียนไหนนักเรียนอยากเข้ามากให้เก็บเงินได้มากกว่าปกติ
นอกจากจะสอบเข้ายากแล้วยังต้องเสียค่าเรียนแพงด้วยถึงจะมีคุณภาพ
งานวิจัยนี้จะเรียนฟรี 9 ปี 12 ปี 15 ปี ก็ค้านหมดครับ
ไม่ต้องพูดถึงโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนดังๆ อย่างมหิดลวิทยาลัยนุสรณ์
ผมยังงง ตกลงรัฐธรรมนูญผิด ใช่ไหม
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#66
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 22:34
ผมสงสัยตรงที่บอกว่าเรียนฟรี 15 ปี ไม่ฟรีจริง ขัดรัฐธรรมนูญ แต่
ตรงที่แสดงความเห็นกลับบอกว่าการศึกษาควรปล่อยให้เป็นไปตาม
กลไกตลาด มันหมายถึงอะไรครับ ตามกลไกตลาดคือเก็บเงินหรือไง
ถ้าให้เก็บเงิน ต้องไปแก้รัฐะรรมนูญไหม เก็บเงินแล้วคุณภาพจะดีขึ้นไหม
ผมถึงบอกไงว่า ทีมงานวิจัย ควรไปสมัครพรรคเผาไทย หรือ ไม่ก็ไปเลี้ยงควาย..
นโยบายเรียนฟรี แม้นจะไม่ได้ฟรีทั้งหมด...แต่เป็นการให้เพิ่มจากเดิม
ก่อนหน้าทำนโยบาย มันคงผิดรัฐธรรมนูญกันมาเป็นชาติแล้ว..ไม่รู้มันจะมาเขียนไว้ในบทวิจัยเรื่อง นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ทำไม
- phoosana likes this
#67
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 22:41
^
ตามนั้นแหละครับ แต่โปกยกมาจะโจมตี ปชป โดยเฉพาะ
#68
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 02:46
คุณครูดีก็ไม่อาจทำให้ลูกศิษย์เป็นคนดีเสมอไป อย่างเช่นคนบางคน
การศึกษาดีก็ไม่ทำให้คนมีการศึกษาเป็นคนฉลาดเสมอไป อย่างเช่นคนบางคน
ร่ำรวยล้นฟ้าก็ไม่ทำให้ความโลภน้อยลงเสมอไป อย่างเช่นคนบางคน
สันดานดีนั่นแหละที่ทำให้เป็นคนดีเสมอไป อย่างเช่นหลายๆคน
เป็นคนดี เป็นคนฉลาด เป็นคนมีคุณภาพ มันอยู่ที่สันดานคน ไม่ใช่อยู่ที่เรียนฟรีหรือไม่ฟรี เก็ทรึยังโปก?
#69
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 03:25
ปล ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจกับการเปรียบเทียบแบบโง้ๆก็ ไปหลังบ้านเปิดบ่อ....แล้วไปชุดตัวซะจะได้เข้าใจอะไรง่ายๆ
แต่เรื่องเรียนนั้น เรียนดีมีคุณภาพ ต่อให้เป็นสุดยอดรัฐบาลอัฉริยิที่ใหนก็ทำไม่ได้ ให้ตายอย่างกับไม่เคยเรียน รร รัฐบาลมา เรียนนะมันฟรีคุณภาพจะดีไม่ดีอยู่ที่คนสอน แล้วเรื่องกิจกรรมโรงเรียนนี้ถ้าบ้างครั้งเช่น อ ท่านหนึ่งอยากให้นักเรียนไปงานวิทยาศาสตร์ ที่ ม หนึ่งซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้มีการจัดแล้วตกลง อ ท่านนั้นก็จะมาเรียกถามนักเรียนในห้องว่า ใครอยากจะไปงานนี้มังแล้วก็จะบอกว่าในงานเราจะได้ไปเรียนรู้อะไรบ้างใครสนใจก็ลงชื่อจ่ายเงินกับอ ท่านนั้น นี้มันเป็นการตกลงระหว่างนักเรียนกับ อาจารย์ แล้วพอ นักเรียนอย่างเราๆไปขอตัง ผู้ปกครองก้จะบอกไปว่า พ่อ ขอ ตัง ไป ทัศนะศึกษากับโรงเรียน ซึ่งในเหตุนี้อาจจะทำให้ผู้ปกครองเข้าใจผิดนั้นเอง นี้ยกตัวอย่างกรณีเดียวนะครับ หรือจะเอาอีก
สมัยผมเรียน ม ปลาย โรงเรียนรัฐสมัยนั้นท่านทักษินเป็นนายก มีโครงการให้เด็ก ม ปลายเข้าร่วมเสนอโครงงาน ด้าน IT ระดับประเทศจัดโดยรัฐบาล กับ มหาลัยชั่นนำของประเทศ โดยให้เราเสนอโคร้งการที่เราจะสร้างไปถ้าผ่านทางรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนงบประมาณ โครงการละ 5000 - _ - ห้าพันแล้วมันจะทำอะไรได้ ซื่ออุปกรณ์มากก็หมดแล้วเงิน 5000 แถมยังไม่ครบด้วย ซึ่งสิ่งที่ผมเสนอไปคือ รถเสถียนภาพ (เป็นรถของเล่นนะครับดัดแปลงการใช้งานจาก รถบังคับตราเพรช) การที่จะสร้างต้องใช้เงินมากกว่า 5000 แน่นอน แล้วทำไงบางทีมก็ไปขอตังพ่อแม่ แล้วก็บอกว่าทำงานโครงการโรงเรียน แต่ทีมผมขอ Ads กับผู้ใจดีแถวบ้านนะครับ
สรุปเค้าบอกเรียนฟรี คุณภาพดีมันไม่มีจริงหรอก จะอะไรกันนักหนา
ความรู้เป็นสิ่่งสำคัญ แต่ยิงกว่านั้นคือความดี
#70
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 04:29
เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเค้า สอบถาม ผู้ปกครองอย่างไรเลยได้ขอสรุปแบบนั้น ดูนี่ได้นะครับ
http://www.google.co...ADMuSGkdrBM9MTw
เผื่อจะดีขึ้น...
เค้าไม่ได้ขี้จุ๊มานะครับ ที่สำคัญทำแล้วก็เอาผลมาใช้ไม่ใช่ทำแล้ว พอผลออกมาไม่ดี ได้อาย ก็ลืมๆไป เหมือนบางพรรคทำ ...
จากคำถามในแบบสอบถาม ผมบอกได้เลยครับว่ามันไม่ใช่งานวิจัย ข้อมูลแค่นี้มันแค่โพลเท่านั้นแหละ ให้โปกทำก็ได้
1. บุตรท่านเรียนอยู่ชั้นใดบ้าง
2. สังกัดของโรงเรียนที่บุตรของท่านแต่ละคนเรียนอยู่
3. ท่านเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรเท่าใด (เฉลี่ยต่อคนต่อปี)
4. โรงเรียนให้บริการทางการศึกษาฟรีแก่บุตรของท่านในรายการใดบ้าง
5. สิ่งที่ได้รับฟรีในข้อ 4 มีคุณภาพดีเพียงใด
6. โรงเรียนมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง
7. นโยบายนี้ช่วยลดภาระของท่านได้เพียงใด
8. นโยบายลดค่าใช้จ่ายคิดเป็นเท่าใดหากเทียบกับรายได้รวมทั้งปีของครอบครัวท่าน
9. ท่านคิดว่าโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนดีมากน้อยเพียงใด
10. บุตรของท่านได้ไปกวดวิชาเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
11. ท่านทราบรายละเอียดนโยบายนี้จากที่ใด และอย่างไร
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
12. ท่านเข้าใจสิทธิของผู้ปกครองและนักเรียนตามนโยบายนี้เพียงใด
13. ท่านพึงพอใจต่อการดำเนินนโยบายนี้เพียงใด
14. โปรดให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลหรือต่อโรงเรียน
คำถามทั้งหมด มันนำไปสู่ข้อสรุปได้แค่เรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องเดียว แต่แบบสอบถามนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่า คุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คำถามที่พอจะเกี่ยวข้องก็แค่ข้อ 9. ข้อเดียว แล้วเอาจากไหนมาสรุปเป็นตุเป็นตะ อย่างที่นายศรีราชาสรุปมา แถมสรุปมาแบบผิดๆ มีที่ไหนบอกว่าเรียนฟรีไม่จริงเลยขัดรัฐธรรมนูญ แต่ดันบอกให้ปล่อยไปตามกลไกตลาด ถ้ามันไม่ฟรีจริง ก็ต้องทำให้ฟรีสิ ถึงจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษามีเป็นร้อย ถ้าคุณจะศึกษาตัวแปรนโยบายเรียนฟรีแค่อย่างเดียว คุณต้องเอาค่าทางสถิติที่อ้างได้ว่ามันมี correlation กันจริงๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ มาแสดง ไม่ใช่เอาแบบสอบถามมาอ้างเป็นงานวิจัย มันทุเรศ
#71
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 04:55
ก็คนมันอยากรู้เปล่าว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรเรื่องการเรียนบางหรือเปล่านิครับ แล้วทำแบบสอบถาม ก็เป็ฯส่วนหนึ่งของการวิจัยนิครับ หรือทำวิจัยในเรื่องใดต้องถามแค่ตัวเราเอง
เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเค้า สอบถาม ผู้ปกครองอย่างไรเลยได้ขอสรุปแบบนั้น ดูนี่ได้นะครับ
http://www.google.co...ADMuSGkdrBM9MTw
เผื่อจะดีขึ้น...
เค้าไม่ได้ขี้จุ๊มานะครับ ที่สำคัญทำแล้วก็เอาผลมาใช้ไม่ใช่ทำแล้ว พอผลออกมาไม่ดี ได้อาย ก็ลืมๆไป เหมือนบางพรรคทำ ...
จากคำถามในแบบสอบถาม ผมบอกได้เลยครับว่ามันไม่ใช่งานวิจัย ข้อมูลแค่นี้มันแค่โพลเท่านั้นแหละ ให้โปกทำก็ได้1. บุตรท่านเรียนอยู่ชั้นใดบ้าง
2. สังกัดของโรงเรียนที่บุตรของท่านแต่ละคนเรียนอยู่
3. ท่านเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรเท่าใด (เฉลี่ยต่อคนต่อปี)
4. โรงเรียนให้บริการทางการศึกษาฟรีแก่บุตรของท่านในรายการใดบ้าง
5. สิ่งที่ได้รับฟรีในข้อ 4 มีคุณภาพดีเพียงใด
6. โรงเรียนมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง
7. นโยบายนี้ช่วยลดภาระของท่านได้เพียงใด
8. นโยบายลดค่าใช้จ่ายคิดเป็นเท่าใดหากเทียบกับรายได้รวมทั้งปีของครอบครัวท่าน
9. ท่านคิดว่าโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนดีมากน้อยเพียงใด
10. บุตรของท่านได้ไปกวดวิชาเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
11. ท่านทราบรายละเอียดนโยบายนี้จากที่ใด และอย่างไร
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
12. ท่านเข้าใจสิทธิของผู้ปกครองและนักเรียนตามนโยบายนี้เพียงใด
13. ท่านพึงพอใจต่อการดำเนินนโยบายนี้เพียงใด
14. โปรดให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลหรือต่อโรงเรียน
คำถามทั้งหมด มันนำไปสู่ข้อสรุปได้แค่เรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องเดียว แต่แบบสอบถามนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่า คุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คำถามที่พอจะเกี่ยวข้องก็แค่ข้อ 9. ข้อเดียว แล้วเอาจากไหนมาสรุปเป็นตุเป็นตะ อย่างที่นายศรีราชาสรุปมา แถมสรุปมาแบบผิดๆ มีที่ไหนบอกว่าเรียนฟรีไม่จริงเลยขัดรัฐธรรมนูญ แต่ดันบอกให้ปล่อยไปตามกลไกตลาด ถ้ามันไม่ฟรีจริง ก็ต้องทำให้ฟรีสิ ถึงจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษามีเป็นร้อย ถ้าคุณจะศึกษาตัวแปรนโยบายเรียนฟรีแค่อย่างเดียว คุณต้องเอาค่าทางสถิติที่อ้างได้ว่ามันมี correlation กันจริงๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ มาแสดง ไม่ใช่เอาแบบสอบถามมาอ้างเป็นงานวิจัย มันทุเรศ
#72
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 05:10
ก็คนมันอยากรู้เปล่าว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรเรื่องการเรียนบางหรือเปล่านิครับ แล้วทำแบบสอบถาม ก็เป็ฯส่วนหนึ่งของการวิจัยนิครับ หรือทำวิจัยในเรื่องใดต้องถามแค่ตัวเราเอง
เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเค้า สอบถาม ผู้ปกครองอย่างไรเลยได้ขอสรุปแบบนั้น ดูนี่ได้นะครับ
http://www.google.co...ADMuSGkdrBM9MTw
เผื่อจะดีขึ้น...
เค้าไม่ได้ขี้จุ๊มานะครับ ที่สำคัญทำแล้วก็เอาผลมาใช้ไม่ใช่ทำแล้ว พอผลออกมาไม่ดี ได้อาย ก็ลืมๆไป เหมือนบางพรรคทำ ...
จากคำถามในแบบสอบถาม ผมบอกได้เลยครับว่ามันไม่ใช่งานวิจัย ข้อมูลแค่นี้มันแค่โพลเท่านั้นแหละ ให้โปกทำก็ได้1. บุตรท่านเรียนอยู่ชั้นใดบ้าง
2. สังกัดของโรงเรียนที่บุตรของท่านแต่ละคนเรียนอยู่
3. ท่านเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรเท่าใด (เฉลี่ยต่อคนต่อปี)
4. โรงเรียนให้บริการทางการศึกษาฟรีแก่บุตรของท่านในรายการใดบ้าง
5. สิ่งที่ได้รับฟรีในข้อ 4 มีคุณภาพดีเพียงใด
6. โรงเรียนมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง
7. นโยบายนี้ช่วยลดภาระของท่านได้เพียงใด
8. นโยบายลดค่าใช้จ่ายคิดเป็นเท่าใดหากเทียบกับรายได้รวมทั้งปีของครอบครัวท่าน
9. ท่านคิดว่าโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนดีมากน้อยเพียงใด
10. บุตรของท่านได้ไปกวดวิชาเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
11. ท่านทราบรายละเอียดนโยบายนี้จากที่ใด และอย่างไร
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
12. ท่านเข้าใจสิทธิของผู้ปกครองและนักเรียนตามนโยบายนี้เพียงใด
13. ท่านพึงพอใจต่อการดำเนินนโยบายนี้เพียงใด
14. โปรดให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลหรือต่อโรงเรียน
คำถามทั้งหมด มันนำไปสู่ข้อสรุปได้แค่เรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องเดียว แต่แบบสอบถามนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่า คุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คำถามที่พอจะเกี่ยวข้องก็แค่ข้อ 9. ข้อเดียว แล้วเอาจากไหนมาสรุปเป็นตุเป็นตะ อย่างที่นายศรีราชาสรุปมา แถมสรุปมาแบบผิดๆ มีที่ไหนบอกว่าเรียนฟรีไม่จริงเลยขัดรัฐธรรมนูญ แต่ดันบอกให้ปล่อยไปตามกลไกตลาด ถ้ามันไม่ฟรีจริง ก็ต้องทำให้ฟรีสิ ถึงจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษามีเป็นร้อย ถ้าคุณจะศึกษาตัวแปรนโยบายเรียนฟรีแค่อย่างเดียว คุณต้องเอาค่าทางสถิติที่อ้างได้ว่ามันมี correlation กันจริงๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ มาแสดง ไม่ใช่เอาแบบสอบถามมาอ้างเป็นงานวิจัย มันทุเรศ
ถูกครับ แบบสอบถามเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย แต่แบบสอบถามนั้นต้องมีคุณภาพพอที่จะตอบโจทย์งานวิจัยได้ครับ
#73
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 05:14
ก็คนที่ทำงานวิจัยอาจมีอีกหลายแบบสอบถามเพื่อจะได้เก็บขอมูลหลายๆด้าน แต่คนที่จะเอามาเล่นข่าวในการเมืองมันก็ยกเอาแต่ผลที่เป็นประโยชน์ฝ่ายตน ก็แค่นั้นเองครับ อย่าไปว่าคนทำเลย
ก็คนมันอยากรู้เปล่าว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรเรื่องการเรียนบางหรือเปล่านิครับ แล้วทำแบบสอบถาม ก็เป็ฯส่วนหนึ่งของการวิจัยนิครับ หรือทำวิจัยในเรื่องใดต้องถามแค่ตัวเราเอง
เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเค้า สอบถาม ผู้ปกครองอย่างไรเลยได้ขอสรุปแบบนั้น ดูนี่ได้นะครับ
http://www.google.co...ADMuSGkdrBM9MTw
เผื่อจะดีขึ้น...
เค้าไม่ได้ขี้จุ๊มานะครับ ที่สำคัญทำแล้วก็เอาผลมาใช้ไม่ใช่ทำแล้ว พอผลออกมาไม่ดี ได้อาย ก็ลืมๆไป เหมือนบางพรรคทำ ...
จากคำถามในแบบสอบถาม ผมบอกได้เลยครับว่ามันไม่ใช่งานวิจัย ข้อมูลแค่นี้มันแค่โพลเท่านั้นแหละ ให้โปกทำก็ได้1. บุตรท่านเรียนอยู่ชั้นใดบ้าง
2. สังกัดของโรงเรียนที่บุตรของท่านแต่ละคนเรียนอยู่
3. ท่านเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรเท่าใด (เฉลี่ยต่อคนต่อปี)
4. โรงเรียนให้บริการทางการศึกษาฟรีแก่บุตรของท่านในรายการใดบ้าง
5. สิ่งที่ได้รับฟรีในข้อ 4 มีคุณภาพดีเพียงใด
6. โรงเรียนมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง
7. นโยบายนี้ช่วยลดภาระของท่านได้เพียงใด
8. นโยบายลดค่าใช้จ่ายคิดเป็นเท่าใดหากเทียบกับรายได้รวมทั้งปีของครอบครัวท่าน
9. ท่านคิดว่าโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนดีมากน้อยเพียงใด
10. บุตรของท่านได้ไปกวดวิชาเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
11. ท่านทราบรายละเอียดนโยบายนี้จากที่ใด และอย่างไร
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
12. ท่านเข้าใจสิทธิของผู้ปกครองและนักเรียนตามนโยบายนี้เพียงใด
13. ท่านพึงพอใจต่อการดำเนินนโยบายนี้เพียงใด
14. โปรดให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลหรือต่อโรงเรียน
คำถามทั้งหมด มันนำไปสู่ข้อสรุปได้แค่เรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องเดียว แต่แบบสอบถามนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่า คุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไร ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คำถามที่พอจะเกี่ยวข้องก็แค่ข้อ 9. ข้อเดียว แล้วเอาจากไหนมาสรุปเป็นตุเป็นตะ อย่างที่นายศรีราชาสรุปมา แถมสรุปมาแบบผิดๆ มีที่ไหนบอกว่าเรียนฟรีไม่จริงเลยขัดรัฐธรรมนูญ แต่ดันบอกให้ปล่อยไปตามกลไกตลาด ถ้ามันไม่ฟรีจริง ก็ต้องทำให้ฟรีสิ ถึงจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษามีเป็นร้อย ถ้าคุณจะศึกษาตัวแปรนโยบายเรียนฟรีแค่อย่างเดียว คุณต้องเอาค่าทางสถิติที่อ้างได้ว่ามันมี correlation กันจริงๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ มาแสดง ไม่ใช่เอาแบบสอบถามมาอ้างเป็นงานวิจัย มันทุเรศ
ถูกครับ แบบสอบถามเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย แต่แบบสอบถามนั้นต้องมีคุณภาพพอที่จะตอบโจทย์งานวิจัยได้ครับ
#74
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 05:31
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#75
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 06:13
ขอค้านครับท่าน เด็กตั้งใจเรียน ไม่เรียนไม่ได้อยู่กับฟรีไม่ฟรี อยู่กับที่ตัวนักเรียนเอง ให้ตาย ถ้างันพวกที่เรียนเอกชนก็ตั้งใจกันสิครับแต่ทำไม เอ็นทีไรโรงเรียนรัฐติดมากกว่าเอกชน หรือการเรียนเป็นเรื่องของพวกมีตัง แล้วพวกไม่มีตังละท่านจะให้เค้าไปเรียนใหน หรือไม่ต้องเรียนกันเลยทีเดียว เพราะการศึกษาคือเรื่องของคนมีเงินเท่านั้นว่ากันตามตรงนะผมอยากให้รัฐบาลเลิกอุดหนุนการเรียนฟรีไปซะเลยดีกว่า
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
อาจจะมองไม่เห็นนะ ยกตัวอย่างเด็กบ้านนอก บางคนนะกำแพงบ้านเค้าไม่ได้ทำด้วยไม้ ไม่ได้ทำด้วยปูน หรือกระเบื้องแต่ เค้าทำด้วยแผ่นสังกะสี ประตูห้องน้ำยังใช้เสื่อเป็นประตู ท่านเคยดูมัยครับ แต่ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจเรียนมีอยู่ สองประเภท 1 อัฉริยะ เก่ง 2 บ้านกรูรวย แต่คนไม่มีตังจริงๆเค้าตั้งใจเรียนมากนะครับ เนื่องจากสภาพบ้านหลังนั้นที่ยกตัวอย่างให้ดูเป็นบ้านเพื่อนผมเอง เคยไปสมัยตั้งแต่ ม3 เค้าไม่ได้เรียนพิเศษ ไม่ได้ไปกวดวิชา ทำงานช่วยพ่อแม่ ไถ่นา รับจ้างทุกอย่างจนถึง ม3 เขาสอบโครงการช้างเผือกได้ และได้สอบเข้าเป็น นตท ที่ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะสอบได้ ปัจจุบัน คนๆนั้นก็ยังเป็นคนดีที่ไปรับใช้ชาติ อยู่ชายแดนอย่างสมเกียรติลูกผู้ชาย ดีกว่าบางคนมีตังเรียนโรงเรียนดีๆ ไปต่อนอก จบนอก กลับมาเอาเปรียบคนจน นี้ละที่ใครเค้าว่า ความเก่งฝึกกันได้ ความดีนี้สิฝึกกันไม่ได้
Edited by Gujaha Hahahaha, 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 06:15.
#76
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 07:04
ขอค้านครับท่าน เด็กตั้งใจเรียน ไม่เรียนไม่ได้อยู่กับฟรีไม่ฟรี อยู่กับที่ตัวนักเรียนเอง ให้ตาย ถ้างันพวกที่เรียนเอกชนก็ตั้งใจกันสิครับแต่ทำไม เอ็นทีไรโรงเรียนรัฐติดมากกว่าเอกชน หรือการเรียนเป็นเรื่องของพวกมีตัง แล้วพวกไม่มีตังละท่านจะให้เค้าไปเรียนใหน หรือไม่ต้องเรียนกันเลยทีเดียว เพราะการศึกษาคือเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น
ว่ากันตามตรงนะผมอยากให้รัฐบาลเลิกอุดหนุนการเรียนฟรีไปซะเลยดีกว่า
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
อาจจะมองไม่เห็นนะ ยกตัวอย่างเด็กบ้านนอก บางคนนะกำแพงบ้านเค้าไม่ได้ทำด้วยไม้ ไม่ได้ทำด้วยปูน หรือกระเบื้องแต่ เค้าทำด้วยแผ่นสังกะสี ประตูห้องน้ำยังใช้เสื่อเป็นประตู ท่านเคยดูมัยครับ แต่ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจเรียนมีอยู่ สองประเภท 1 อัฉริยะ เก่ง 2 บ้านกรูรวย แต่คนไม่มีตังจริงๆเค้าตั้งใจเรียนมากนะครับ เนื่องจากสภาพบ้านหลังนั้นที่ยกตัวอย่างให้ดูเป็นบ้านเพื่อนผมเอง เคยไปสมัยตั้งแต่ ม3 เค้าไม่ได้เรียนพิเศษ ไม่ได้ไปกวดวิชา ทำงานช่วยพ่อแม่ ไถ่นา รับจ้างทุกอย่างจนถึง ม3 เขาสอบโครงการช้างเผือกได้ และได้สอบเข้าเป็น นตท ที่ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะสอบได้ ปัจจุบัน คนๆนั้นก็ยังเป็นคนดีที่ไปรับใช้ชาติ อยู่ชายแดนอย่างสมเกียรติลูกผู้ชาย ดีกว่าบางคนมีตังเรียนโรงเรียนดีๆ ไปต่อนอก จบนอก กลับมาเอาเปรียบคนจน นี้ละที่ใครเค้าว่า ความเก่งฝึกกันได้ ความดีนี้สิฝึกกันไม่ได้
ผมว่าคุณอ่านความเห็นของไม่แตกนะ ผมบอกว่า "เพื่อให้เด็กพึงตระหนักถึงค่าเล่าเรียน"
แต่ความเห็นของผมก็ไม่ได้ตัดทิ้งผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่มีรายได้น้อย "ให้ขอทุนรัฐบาลและขอค่าลดหย่อน"
และที่ผมยกตัวอย่างนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเรียนดีไม่ดี ผมบอกว่าให้เด็กต้องพึงระลึกเสมอว่า
การเรียนต้องตั้งใจเรียนเพราะมันไม่ใช่"ของฟรี" คนรุ่นก่อนเวลาไม่ตั้งเรียนจะโดนว่า
"เรียนไปทำไมเปลืองค่าเทอม ถ้าไม่ตั้งใจเรียน" คล้ายๆ "เลี้ยงเสียข้าวสุก"
ดูเหมือนว่าคุณจะยึดติดกับคำว่า "ฐานะและชนชั้น" มากเลยนะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#77
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 11:56
ก็โทษทีแล้วกัน
ขอค้านครับท่าน เด็กตั้งใจเรียน ไม่เรียนไม่ได้อยู่กับฟรีไม่ฟรี อยู่กับที่ตัวนักเรียนเอง ให้ตาย ถ้างันพวกที่เรียนเอกชนก็ตั้งใจกันสิครับแต่ทำไม เอ็นทีไรโรงเรียนรัฐติดมากกว่าเอกชน หรือการเรียนเป็นเรื่องของพวกมีตัง แล้วพวกไม่มีตังละท่านจะให้เค้าไปเรียนใหน หรือไม่ต้องเรียนกันเลยทีเดียว เพราะการศึกษาคือเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น
ว่ากันตามตรงนะผมอยากให้รัฐบาลเลิกอุดหนุนการเรียนฟรีไปซะเลยดีกว่า
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
อาจจะมองไม่เห็นนะ ยกตัวอย่างเด็กบ้านนอก บางคนนะกำแพงบ้านเค้าไม่ได้ทำด้วยไม้ ไม่ได้ทำด้วยปูน หรือกระเบื้องแต่ เค้าทำด้วยแผ่นสังกะสี ประตูห้องน้ำยังใช้เสื่อเป็นประตู ท่านเคยดูมัยครับ แต่ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจเรียนมีอยู่ สองประเภท 1 อัฉริยะ เก่ง 2 บ้านกรูรวย แต่คนไม่มีตังจริงๆเค้าตั้งใจเรียนมากนะครับ เนื่องจากสภาพบ้านหลังนั้นที่ยกตัวอย่างให้ดูเป็นบ้านเพื่อนผมเอง เคยไปสมัยตั้งแต่ ม3 เค้าไม่ได้เรียนพิเศษ ไม่ได้ไปกวดวิชา ทำงานช่วยพ่อแม่ ไถ่นา รับจ้างทุกอย่างจนถึง ม3 เขาสอบโครงการช้างเผือกได้ และได้สอบเข้าเป็น นตท ที่ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะสอบได้ ปัจจุบัน คนๆนั้นก็ยังเป็นคนดีที่ไปรับใช้ชาติ อยู่ชายแดนอย่างสมเกียรติลูกผู้ชาย ดีกว่าบางคนมีตังเรียนโรงเรียนดีๆ ไปต่อนอก จบนอก กลับมาเอาเปรียบคนจน นี้ละที่ใครเค้าว่า ความเก่งฝึกกันได้ ความดีนี้สิฝึกกันไม่ได้
ผมว่าคุณอ่านความเห็นของไม่แตกนะ ผมบอกว่า "เพื่อให้เด็กพึงตระหนักถึงค่าเล่าเรียน"
แต่ความเห็นของผมก็ไม่ได้ตัดทิ้งผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่มีรายได้น้อย "ให้ขอทุนรัฐบาลและขอค่าลดหย่อน"
และที่ผมยกตัวอย่างนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเรียนดีไม่ดี ผมบอกว่าให้เด็กต้องพึงระลึกเสมอว่า
การเรียนต้องตั้งใจเรียนเพราะมันไม่ใช่"ของฟรี" คนรุ่นก่อนเวลาไม่ตั้งเรียนจะโดนว่า
"เรียนไปทำไมเปลืองค่าเทอม ถ้าไม่ตั้งใจเรียน" คล้ายๆ "เลี้ยงเสียข้าวสุก"
ดูเหมือนว่าคุณจะยึดติดกับคำว่า "ฐานะและชนชั้น" มากเลยนะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?
#78
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:29
การศึกษาควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ไม่รู้คิดได้ไง เพราะ
รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้เรียนฟรี 12 ปี นี่มันเป็นประโยชน์ของประชาชน ส่วน
ปชป จะบอกให้ 15 ปีเลย มันก็เรื่องของ ปชป แต่ให้ฟรี ต่ำกว่า 12 ปีไม่ได้เพราะ
เป็นการริดรอนสิทธิของประชาชน แล้วทำไมผู้ตรวจการรัฐสภาถึงมีความเห็นว่า
ควรให้เป็นไปตามกลไกตลาด ผมคิดว่าเรียนฟรีกับคุณภาพการศึกษามันเกี่ยวกัน
น้อยมาก ถ้าเอาประเด็นเรียนฟรีมาเป็นปัจจัยหลักของคุณภาพการศึกษาแล้วผมว่า
คิดผิด แต่ที่มันแย่มาก ๆ ก็คือ มันจะไปตัดโอกาสการศึกษาของคนอีกมากมายที่เขา
ไม่ได้มีเงินมีทองเหมือนผู้ตรวจการรัฐสภา
ส่วนผลการวิจัยนี่ก็ตลก บอกมีฟรีจริง 5 รายการ แต่ครูและผู้ปกครองมีความเห็นเหมือนกัน
ว่าไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่าย เจตนาก็คงจะบอกว่ามันมีค่าใช้จ่ายอื่นอีกนั่นแหละ แต่ถามว่าแล้ว
ถ้าไม่มีไอ้ฟรี 5 รายการนี่มันยิ่งไม่หนักไปกว่านี้อีกหรือ ฟรี 5 รายการนี่ไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายหรือ
การทำวิจัยแบบนี้มันเหมือนมีอะไรแฝงอยู่พิกล เหมือนที่ท่านสมาชิกบางท่านมีความเห็นแหละครับ
แบบนี้คุณภาพการศึกษามันควรโทษใครดีครับ ผมว่า ครูนั่นแหละตัวดี
#79
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:54
ขอค้านครับท่าน เด็กตั้งใจเรียน ไม่เรียนไม่ได้อยู่กับฟรีไม่ฟรี อยู่กับที่ตัวนักเรียนเอง ให้ตาย ถ้างันพวกที่เรียนเอกชนก็ตั้งใจกันสิครับแต่ทำไม เอ็นทีไรโรงเรียนรัฐติดมากกว่าเอกชน หรือการเรียนเป็นเรื่องของพวกมีตัง แล้วพวกไม่มีตังละท่านจะให้เค้าไปเรียนใหน หรือไม่ต้องเรียนกันเลยทีเดียว เพราะการศึกษาคือเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น
ว่ากันตามตรงนะผมอยากให้รัฐบาลเลิกอุดหนุนการเรียนฟรีไปซะเลยดีกว่า
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
อาจจะมองไม่เห็นนะ ยกตัวอย่างเด็กบ้านนอก บางคนนะกำแพงบ้านเค้าไม่ได้ทำด้วยไม้ ไม่ได้ทำด้วยปูน หรือกระเบื้องแต่ เค้าทำด้วยแผ่นสังกะสี ประตูห้องน้ำยังใช้เสื่อเป็นประตู ท่านเคยดูมัยครับ แต่ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจเรียนมีอยู่ สองประเภท 1 อัฉริยะ เก่ง 2 บ้านกรูรวย แต่คนไม่มีตังจริงๆเค้าตั้งใจเรียนมากนะครับ เนื่องจากสภาพบ้านหลังนั้นที่ยกตัวอย่างให้ดูเป็นบ้านเพื่อนผมเอง เคยไปสมัยตั้งแต่ ม3 เค้าไม่ได้เรียนพิเศษ ไม่ได้ไปกวดวิชา ทำงานช่วยพ่อแม่ ไถ่นา รับจ้างทุกอย่างจนถึง ม3 เขาสอบโครงการช้างเผือกได้ และได้สอบเข้าเป็น นตท ที่ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะสอบได้ ปัจจุบัน คนๆนั้นก็ยังเป็นคนดีที่ไปรับใช้ชาติ อยู่ชายแดนอย่างสมเกียรติลูกผู้ชาย ดีกว่าบางคนมีตังเรียนโรงเรียนดีๆ ไปต่อนอก จบนอก กลับมาเอาเปรียบคนจน นี้ละที่ใครเค้าว่า ความเก่งฝึกกันได้ ความดีนี้สิฝึกกันไม่ได้
ผมว่าคุณอ่านความเห็นของไม่แตกนะ ผมบอกว่า "เพื่อให้เด็กพึงตระหนักถึงค่าเล่าเรียน"
แต่ความเห็นของผมก็ไม่ได้ตัดทิ้งผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่มีรายได้น้อย "ให้ขอทุนรัฐบาลและขอค่าลดหย่อน"
และที่ผมยกตัวอย่างนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเรียนดีไม่ดี ผมบอกว่าให้เด็กต้องพึงระลึกเสมอว่า
การเรียนต้องตั้งใจเรียนเพราะมันไม่ใช่"ของฟรี" คนรุ่นก่อนเวลาไม่ตั้งเรียนจะโดนว่า
"เรียนไปทำไมเปลืองค่าเทอม ถ้าไม่ตั้งใจเรียน" คล้ายๆ "เลี้ยงเสียข้าวสุก"
ดูเหมือนว่าคุณจะยึดติดกับคำว่า "ฐานะและชนชั้น" มากเลยนะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?
บอกตรงๆ ว่าถ้าให้ทำเรื่องขอลดหย่อนน่ะ เด็กบางคนไม่ทั่วถึงแน่ๆ เอาแค่ "ทุนเรียนดีแต่ยากจน"
สมัยผมเรียน ม.ต้น ม.ปลาย ที่ผมเห็น มีแต่เรียนก็ไม่ได้ดีกว่าผม แต่อยากจนกันทั้งนั้น พวกที่รับเงินไปส่วนใหญ่ก็ฐานะดี
ถ้าจะทำให้คนมีการศึกษาก็ควรทำให้เท่าเทียมแบบของ ปชป เลยดีที่สุด ส่วนการศึกษาจะมีคุณภาพจะดีหรือไม่
อยู่ที่เด็กและบุคคลากรที่มาสอนมากกว่านะครับ เพียงแต่นโยบายนี้เพิ่งเริ่มและก็ยุบแบบนี้มันขาดการพัฒนาตั้งหากล่ะ
ข้อปลีกย่อยต่างๆ คนก็ยังไม่เข้าใจ เพียงแต่ถ้ามีคนที่ดีมาสานต่อและลดช่องว่างของข้อปลีกย่อยได้ มันจะเป็นผลประโยชน์มากกว่า
การแจกทุนเป็นรายบุคคลแน่นอนครับ
#80
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:52
ขอค้านครับท่าน เด็กตั้งใจเรียน ไม่เรียนไม่ได้อยู่กับฟรีไม่ฟรี อยู่กับที่ตัวนักเรียนเอง ให้ตาย ถ้างันพวกที่เรียนเอกชนก็ตั้งใจกันสิครับแต่ทำไม เอ็นทีไรโรงเรียนรัฐติดมากกว่าเอกชน หรือการเรียนเป็นเรื่องของพวกมีตัง แล้วพวกไม่มีตังละท่านจะให้เค้าไปเรียนใหน หรือไม่ต้องเรียนกันเลยทีเดียว เพราะการศึกษาคือเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น
ว่ากันตามตรงนะผมอยากให้รัฐบาลเลิกอุดหนุนการเรียนฟรีไปซะเลยดีกว่า
กลับมาเสียค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าอาหาร เลยดีกว่าเพราะเรียนฟรีอาจจะด้อยคุณภาพจริงๆ
ครูเองก็ลำบากมากในการอธิบายกับผู้ปกครองใหนจะต้องจัดสรรเงินให้มันพอกับกิจกรรมต่างๆอีก
และทำไมผมถึงว่ามันด้อยคุณภาพล่ะ เพราะอะไรที่ได้มาฟรีๆพลเมืองมักจะไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับมาเก็บและเก็บให้หนักกว่าเดิม ผู้ที่ไม่มีเงิน "ต้องทำเรื่องขอใช้ทุนรัฐบาลและการลดหย่อน"
อาจจะทำให้เกิดสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ของฟรี ต้องเรียนให้คุ้มค่าเทอม หากสังเกตกันดีๆ
เด็กโรงเรียนเอกชนจะตั้งใจเรียนเอามากๆเพราะเสียดายค่าเทอมผิดกับการเรียนฟรีที่รัฐอุดหนุน
อาจจะมองไม่เห็นนะ ยกตัวอย่างเด็กบ้านนอก บางคนนะกำแพงบ้านเค้าไม่ได้ทำด้วยไม้ ไม่ได้ทำด้วยปูน หรือกระเบื้องแต่ เค้าทำด้วยแผ่นสังกะสี ประตูห้องน้ำยังใช้เสื่อเป็นประตู ท่านเคยดูมัยครับ แต่ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจเรียนมีอยู่ สองประเภท 1 อัฉริยะ เก่ง 2 บ้านกรูรวย แต่คนไม่มีตังจริงๆเค้าตั้งใจเรียนมากนะครับ เนื่องจากสภาพบ้านหลังนั้นที่ยกตัวอย่างให้ดูเป็นบ้านเพื่อนผมเอง เคยไปสมัยตั้งแต่ ม3 เค้าไม่ได้เรียนพิเศษ ไม่ได้ไปกวดวิชา ทำงานช่วยพ่อแม่ ไถ่นา รับจ้างทุกอย่างจนถึง ม3 เขาสอบโครงการช้างเผือกได้ และได้สอบเข้าเป็น นตท ที่ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะสอบได้ ปัจจุบัน คนๆนั้นก็ยังเป็นคนดีที่ไปรับใช้ชาติ อยู่ชายแดนอย่างสมเกียรติลูกผู้ชาย ดีกว่าบางคนมีตังเรียนโรงเรียนดีๆ ไปต่อนอก จบนอก กลับมาเอาเปรียบคนจน นี้ละที่ใครเค้าว่า ความเก่งฝึกกันได้ ความดีนี้สิฝึกกันไม่ได้
ผมว่าคุณอ่านความเห็นของไม่แตกนะ ผมบอกว่า "เพื่อให้เด็กพึงตระหนักถึงค่าเล่าเรียน"
แต่ความเห็นของผมก็ไม่ได้ตัดทิ้งผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่มีรายได้น้อย "ให้ขอทุนรัฐบาลและขอค่าลดหย่อน"
และที่ผมยกตัวอย่างนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเรียนดีไม่ดี ผมบอกว่าให้เด็กต้องพึงระลึกเสมอว่า
การเรียนต้องตั้งใจเรียนเพราะมันไม่ใช่"ของฟรี" คนรุ่นก่อนเวลาไม่ตั้งเรียนจะโดนว่า
"เรียนไปทำไมเปลืองค่าเทอม ถ้าไม่ตั้งใจเรียน" คล้ายๆ "เลี้ยงเสียข้าวสุก"
ดูเหมือนว่าคุณจะยึดติดกับคำว่า "ฐานะและชนชั้น" มากเลยนะเป็นอะไรมากหรือเปล่า?
บอกตรงๆ ว่าถ้าให้ทำเรื่องขอลดหย่อนน่ะ เด็กบางคนไม่ทั่วถึงแน่ๆ เอาแค่ "ทุนเรียนดีแต่ยากจน"
สมัยผมเรียน ม.ต้น ม.ปลาย ที่ผมเห็น มีแต่เรียนก็ไม่ได้ดีกว่าผม แต่อยากจนกันทั้งนั้น พวกที่รับเงินไปส่วนใหญ่ก็ฐานะดี
ถ้าจะทำให้คนมีการศึกษาก็ควรทำให้เท่าเทียมแบบของ ปชป เลยดีที่สุด ส่วนการศึกษาจะมีคุณภาพจะดีหรือไม่
อยู่ที่เด็กและบุคคลากรที่มาสอนมากกว่านะครับ เพียงแต่นโยบายนี้เพิ่งเริ่มและก็ยุบแบบนี้มันขาดการพัฒนาตั้งหากล่ะ
ข้อปลีกย่อยต่างๆ คนก็ยังไม่เข้าใจ เพียงแต่ถ้ามีคนที่ดีมาสานต่อและลดช่องว่างของข้อปลีกย่อยได้ มันจะเป็นผลประโยชน์มากกว่า
การแจกทุนเป็นรายบุคคลแน่นอนครับ
ทุนไม่จำเป็นต้องแจกเสมอไปนี่ครับ กยศ. ก็มีแต่ต้องลดเพดานเพื่อคนยากจนจริงๆ
ทุกนโยบายมันจะสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต้องอาศัยผู้ปฏิบัติที่ดี ถ้าปลูกฝังสำนึกลงไปหน่อย
มันก็จะดีเอง
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#81
ตอบ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:58
ความคิดเห็นผมนะ ยกเลิกไปซะก็ดี เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้การศึกษาไม่ดีขึ้นก็เนื่องมาจากการได้มาแบบฟรีๆ เครื่องแบบฟรีมันก็แต่งมาเฉพาะสัปดาห์แรกของวันเปิดเทอม สุดท้ายก็ลืมรองเท้าไว้ที่โรงเรียนบ้าง ทิ้งถุงเท้าบ้าง ต่อมาก็ใส่รองเท้าแตะมาโรงเรียน สมุดหนังสือฟรี มันก็ไม่ใส่ใจรักษา ทิ้งไว้ในโต๊ะเรียนนั่นแหละ อาหารกลางวันฟรีมันก็กินทิ้งๆขว้างๆ ส่วนใหญ่มันจะซื้อขนมกิน นมฟรีมันก็เอาไปบีบเล่น บางคนก็เอากลับไปเลี้ยงหมาที่บ้าน แม้แต่อินเทอเน็ตมันก็ไม่สนใจค้นคว้าหาความรู้ส่วนใหญ่ก็เข้าไปเล่นเกม และเล่น FB พาไปทัศนศึกษามันก็ไม่สนใจหาความรู้ใส่ตัวเอง รอเวลาขึ้นรถแล้วก็แหกปากร้องเพลงเต้นกันบนรถทัวร์ตลอดทาง
เอาเป็นว่าไม่ต้องฟรี แต่จัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ไล่มาตั้งแต่หลักสูตร สื่อการเรียนการสอน ครูและบุคลากรทางการศึกษา การติดตามตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ เสร็จแล้วให้ผู้ปกครองเลือกเอาตามความสามารถของเขาเองว่าจะมีปัญญาส่งเสียได้ในระดับใด รวยมากก็ส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆดังๆ รวยน้อยหน่อยก็ลดเกรดลงมาเรียนโรงเรียนคุณภาพกลางๆ ไม่มีเงินก็เรียนกับพ่อแม่แล้วไปสอบเทียบความรู้เอาเอง หรือไม่ก็เรียน กศน. วิทยาลัยการอาชีพไปเลย อีกอย่างถ้าพ่อแม่เสียเงินเองก็จะช่วยกระตุ้น บังคับ กำชับเรื่องการเรียนของลูกตัวเองไปด้วยเพราะพ่อแม่กลัวไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป แล้วการศึกษาของเด็กก็จะดีขึ้น
เพราะเรียนฟรีนี่แหละ เด็กไทยจึง โง่เอา โง่เอา จนจะเป็นแดงทั้งแผ่นดินแล้ว นี่ยังจะมาแจกกระดานอัจฉริยะให้อีก ขนาดถุงเท้ามันยังรักษาไม่ได้เลย อีกหน่อยครูก็จะปวดหัวกับแท็บเล็ตเสีย แท๊บเล็ตหาย หลุดมือ
แจกกระดานชนวน ดีกว่าว่ะ ประหยัดเงิน ไม่ก่อหนี้
#82
ตอบ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 00:04
มันเป็นเรื่องของการจัดการ
โอกาสของคนที่หลากหลายในฐานะทางเศรษฐกิจ ผู้ที่มีฐานะดีย่อมมีโอกาส
มากกว่าผู้ที่มีฐานะไม่ดี ในแทบทุกเรื่องอยู่แล้ว การให้โอกาสแก่ผู้ที่มีฐานะไม่ดี
ได้มีโอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องที่รัฐควรต้องทำ เพราะการศึกษามันเป็นช่องทาง
ที่จะสร้างโอกาสให้เขาในด้านอื่น ๆ อีกต่อไป
ส่วนในเรื่องคุณภาพนี่ รัฐก็ต้องจัดการแหละครับ มันอยู่ที่ว่าจะจัดการอย่างไรให้มันมี
คุณภาพตามที่ต้องการ
การนำสองเรื่องนี้มาผูกโยงกัน นอกจากจะเป็นการตัดโอกาสผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ
ไม่ดีแล้ว มันยังดูเหมือนรัฐจะไม่รับผิดชอบในการจัดการเรื่องคุณภาพของการศึกษา
อีกต่างหาก
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











