
ก.คมนาคม 24 ก.พ.-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉิน หมิง หลี่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน เข้าเยี่ยมคารวะนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นได้มีการหารือระหว่างคณะของรัฐมนตรีจีนกับผู้บริหารกระทรวงคมนาคม
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเข้าร่วมหารือคณะดังกล่าวด้วย เปิดเผยว่า การหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีนมีการพูดคุยถึงกรอบความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง หลังจากที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศมีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกันไว้ ซึ่งทางจีนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต้องการสร้างโครงข่ายระบบรางเพิ่ม เพื่อเชื่อมโยงกับไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเศรษฐกิจในภูมิภาคกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาจีนยอมรับว่ามีนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากเดินทางมาไทย แต่การเดินทางสามารถเลือกใช้ทางอากาศเป็นเส้นทางหลัก ทางจีนจึงสนใจพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อตั้งแต่คุนหมิง ตอนใต้ของจีนเชื่อมต่อประเทศลาว และสร้างเส้นทางมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจีนและไทยได้รับความสะดวกมากขึ้น
ทั้งนี้ หลังการเจรจาร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีไทยและจีน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นด้วยที่จะร่วมกันตั้งคณะทำงานทันที เพื่อสานต่อแนวทางในการปฏิบัติ ซึ่งจีนแสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งสำรวจ การออกแบบ การให้ข้อมูลด้านเทคนิค โดยหลังจากที่รัฐบาลไทยมีความชัดเจนแล้วว่าจะพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งจะสอดคล้องกับจีนที่ต้องการเชื่อมโยงเข้ามายังประเทศไทย ดังนั้น หลังจากนี้ไทยจะเริ่มผลักดันโครงการด้วยการสำรวจความเป็นไปได้ของโครงการทันที โดยจะสำรวจตามเส้นทางรถไฟในปัจจุบันว่าจะมีการใช้เขตทางก่อสร้างอย่างไร คาดว่าจะใช้ระยะเวลาสำรวจ 3-4 เดือน เนื่องจาก รฟท. ได้มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว หลังจากนั้นจะใช้ระยะเวลาในการออกแบบอีกประมาณ 6 เดือน ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงคมนาคมตั้งใจว่ารถไฟความเร็วสูงเส้นทางแรกจะตอกหมุดเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้
สำหรับเงินลงทุนที่จะใช้ในโครงการ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันได้พูดคุยกับนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)ได้ให้คำแนะนำว่าการลงทุนเพื่อก่อสร้างราง ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะสามารถใช้งบประมาณของตัวเองในการลงทุนก่อสร้างได้ ดังนั้น กระทรวงการคลังจะดูรายละเอียดว่ารูปแบบการหาเงินลงทุนจะเป็นการกู้เงินในประเทศด้วยการออกพันธบัตร หรือหากมีเงินกู้จากต่างประเทศที่ประเทศใดพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย ทางไทยก็พร้อมรับข้อเสนอ ขณะเดียวกันการตั้งคณะทำงานร่วมกับจีน ถือเป็นการทำงานร่วมกันกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการผูกมัดไทยว่าจะต้องซื้อเทคโนโลยีหรือให้จีนเป็นผู้ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : สำนักข่าวไทย










