Jump to content


Photo
- - - - -

ลาวอีสาน

ไท ลาว อีสาน

  • Please log in to reply
51 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 04:16

ประเด็นแรกที่ผมเป็นคนเริ่มมา ผมขอจบลงแค่นี้นะครับ เพราะผมมีปัญญาแค่นี้
และผมว่าทฤษฎีไหนๆก็มีช่องโหว่ ไม่สามารถอธิบายได้ทุกอย่าง คงต้องเอามารวมๆกัน
และต้องขออภัยด้วยที่ทำให้คุณ overtherainbow ไม่สบายใจ
เพื่อความสบายใจ ผมขอบอกแล้วกันครับว่าผมเอียงมาทางสลิ่ม แต่ไม่ใช่สลิ่มแท้ เป็นสลิ่มฟิวชั่นครับ
ผมไม่ได้เป็นคนในแวดวงของเรื่องที่ชวนคุยกันนะครับ ผมเป็นมือสมัครเล่นแต่ใจรัก
ส่วนในแวดวงผมเองนี่ เขาจัดผมเป็นสลิ่มสายเสื้อเหลือง ทั้งๆที่ผมก็เพียรบอกว่าไม่ใช่ แต่ก็ไม่เป็นผล
แต่เอาเป็นว่าในแวดวงของผมไม่ค่อยมีใครมีความรู้เรื่องที่ผมสนใจ เลยต้องขอมาสนทนาหาความรู้ที่นี่
ซึ่งก็ทำให้รู้ว่า ผมยังรู้น้อยจริงๆ เพราะข้อมูลผมผิดตรึมเลย
และเมื่อทำให้คุณเริ่มสบายใจแล้ว ผมก็จะเริ่มประเด็นใหม่ ที่จะทำให้คุณสงสัยผมหนักขึ้นไปอีก

คือเรื่องประวัติศาสตร์ภาคอีสาน แต่อันนี้ผมคงไม่ออกความเห็น เพราะไม่มีความรู้ แต่มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง
ประเด็นนี้ผมขอฟังอย่างเดียวนะครับ

ขอเริ่มเล่าที่มาของเรื่องให้ฟังก่อนนะครับ
เมื่อกลางปีที่แล้ว ผมไปถ่ายสารคดีเกี่ยวกับปกาเกอญอที่ดอยอินทนนท์ เป็นงานเลี้ยงผีหลังเข้าพรรษา
ซึ่งพิธีกรรมนี้จะมีการเรียกบรรพบุรุษมารับของเซ่นไหว้ เสร็จแล้วก็เป็นการผูกข้อมือ
คือผู้ใหญ่ผูกให้เด็ก เหมือนบรรพบุรุษมาร่วมอวยพรลูกหลาน

ประเด็นของผมเกิดขึ้นเมื่อผมตามคนทำพิธีซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ไปที่บ้านหลังหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นมีไกด์คนไทยพาลูกทัวร์มา trekking หมู่บ้านชาวเขา ผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกันกับไกด์ ซึ่งเป็นคนขอนแก่น
และต่อมาหลังจากคุยกันแล้ว ผมก็สรุปได้ว่าแกเป็นแดงไม่เอาเจ้า โดยที่แกไม่ต้องเอ่ยประเด็นการเมืองเลย

เท้าความเสร็จแล้ว เข้าเรื่องเลยนะครับ
แกบอกว่าแกพาฝรั่งไปสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีป้ายสุดแดนสยามอยู่ แกบอกฝรั่งว่าอันนี้ไม่จริง ที่นี่ไม่ใช่สยาม
แต่เป็นล้านนาเป็นเมืองขึ้นของสยาม ป้ายเหนือสุดแดนสยามต้องไปปักแถวพิษณุโลกหรือสุโขทัย
ส่วนคนล้านนาจริงๆแล้วก็คือคนลาว เป็นลาวเทิง คือลาวเหนือแบบเดียวกับลาวหลวงพระบาง
การผูกข้อมือของกระเหรี่ยงก็เป็นเหมือนกับการผูกข้อมือของลาว-อีสาน
และถ้าขีดเส้นเขตของคนลาวแล้ว เส้นนี้จะลากครอบคลุมประเทศลาว ล้านนา และภาคอีสานทั้งหมด
แกถามผมว่าผมเป็นคนจังหวัดอะไร ผมตอบว่าเป็นคนโคราช แกก็สวนมาเลยว่า โคราชก็ลาว
อันนี้ผมเลยต้องสวนแกกลับไปว่า โคราชเป็นเมืองหน้าด่านอยุธยานะ
และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมตามหางานบุญผะเหวดในอีสาน ผมถามคนแถวบ้าน เขาตอบว่าไงรู้ไหมครับ
เขาบอกว่าโคราชไม่มีหรอกผะเหวด ต้องไปแถวลาวนู่น เขาหมายถึงตั้งแต่ขอนแก่นขึ้นไป
และในความเป็นจริงโคราชก็มีแต่งานบุญเทศน์มหาชาติ ซึ่งจัดช่วงปลายปีไปจนถึงต้นปี แบบเดียวกับในกรุงเทพ
ซึ่งเป็นคนละเวลากับฮีตสิบสอง คองสิบสี่

พอคุยเรื่องอาณาเขตชนชาติลาว แกเลยเริ่มได้ใจ คุยกันต่อเรื่องในยุคก่อนประวัติศาสตร์
โดยแกลำดับตั้งแต่ยุคหินมายุคบ้านเชียง ท้าวฮุ่ง แล้วก็ล้านช้าง โดยแสดงให้เห็นว่าเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
แล้วสรุปว่าชนชาติลาวมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเป็นเอกเทศจากไท ซึ่งแกหมายถึงสยาม
ทีนี้ผมก็เลยแย้งแกไปเรื่องทฤษฎีของผมว่า ผมว่าไทลาวน่าจะอพยพลงมาจากตอนบนมากกว่านะ
มันมีช่องว่างระหว่างบ้านเชียงกับล้านช้างมากเกินไป อันนี้เป็นเพราะผมไม่เชื่อเรื่องท้าวฮุ่งนะครับ
ผมมองว่าหลังจากบ้านเชียงแล้ว อาณาจักรที่เกิดขึ้นตามมาและมีบริเวณใกล้กับบ้านเชียง
คือจามปาในเวียดนามกลาง กับเจนละในเขมร ซึ่งน่าจะเป็นเหตุเป็นผลกันมากกว่า
อ้อแกยังระบุด้วยความมั่นใจด้วยว่า มอญอพยพมาจากอินเดีย ถิ่นนี้เป็นของลาวกับเขมร ไทก็เกิดมาทีหลัง
บทสรุปของแกคืออีสานไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสยาม แกใช้คำว่าไม่ขึ้นกับสยาม ซึ่งเข้าใจได้ว่าตั้งใจหมายถึงอะไร
แต่ทฤษฎีของผมก็ทำให้แกเขวพอสมควร เพราะผมบอกว่าบรีเวณนี้ไม่เคยมีศิลาจารึกภาษาไทลาวก่อนหน้าสุโขทัย
ก่อนหน้านี้มีแต่มอญ-แขมร์ พอดีว่ามีเวลาคุยเท่านั้น แกต้องพาลูกทัวร์กลับ ผมต้องไปถ่ายต่อ
ก่อนจากกันแกยังสำทับว่า ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องความเชื่อไม่ควรเอามาถกเถียงกัน
อันนี้ผมสวนกลับเลยครับว่าประวัติศาสตร์นั่นแหละเกิดจากการถกเถียงกัน

หลังจากกลับลงมา ผมได้ไปเดินตามร้านหนังสือ เจอหนังสือชื่อประมาณว่า ประวัติศาสตร์อีสาน ฉบับชาวบ้าน ประมาณนี้
เป็นหนังสือใหม่ แต่ก็ตีพิมพ์หลายครั้งแล้ว เนื้อหาข้างในเป็นแบบเดียวกับที่แกเล่าเลย ผมเลยไม่อยากเสียเงินซื้อ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ก็มีคำถามเยอะแล้วนะครับ แต่ยังเหลืออีกหลายคำถามที่ผมขอสรุปเพิ่ม
1. ไท-ลาว เป็นชนชาติเดียวกันหรือเปล่าครับ หรือเป็นเหมือนมอญ-แขมร์ คือมีกำเนิดแยกจากกัน
2. เราจะนับการกระจายตัวของกลุ่มไท-ลาว ว่าเป็นการกระจายของชนชาติหรือของกลุ่มวัฒนธรรมภาษา
อย่างหลังอาจหมายถึงว่าผู้ปกครองเป็นคนบังคับประชาชนให้รับวัฒนธรรมนี้ แบบตอนที่มลายูรับอิสลาม
3. เอาไงกับอีสานดีครับ เพราะผมเข้าใจว่าหลังบ้านเชียง เขตอีสานมีประชากรค่อนข้างเบาบางมากเมื่อเทียบกับที่อื่น
4. เคลียร์เรื่องท้าวฮุ่งกับล้านช้างให้ฟังหน่อยครับ
5. ล้านนาเป็นลาว หรือไท หรือไทใหญ่ หรือต้องแยกต่างหาก
6. มอญอพยพมาจากอินเดีย? อันนี้เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเป็นตุเป็นตะเลยครับ
7. สยามครอบคลุมแค่ไหนครับ หรือเราจะเริ่มนับจากรัชกาลที่ 4 ที่ประกาศตัวเป็นกษัตริย์สยาม
แล้วเมืองขึ้นเราจะนับเป็นสยามไหมครับ

อย่างที่บอก ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ หรือพูดใหม่ได้ว่า ผมไม่ค่อยเชื่อความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาศัยตำนานเป็นหลัก
งานนี้ผมขอฟังความเห็นท่านอื่นๆนะครับ และผมขอตัวไปเคลียร์งานสักพัก อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาตอบ

Edited by aunaun, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 04:33.


#2 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 04:45

คนต้องระบุสมัยด้วยกระมังครับ ไม่งั้นมั่วกันตายเลยเรื่องนี้ เพราะมันมีการถ่ายเททั้งประชากรและวัฒนธรรมธรรม ภาษา

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#3 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 04:56

ตามความคิดผม
1. ไท (ที่มาจากทางใต้ของจีน) กับลาว เดิมทีจะถือว่าเป้นชนชาติเดียวกันก็ได้ แต่มาได้มีการตั้งเมือง เกิดแว่นแคว้นนครรัฐ จึงได้เริ่มมีการแบ่งว่านี่ไท นี่ลาว
2. ถ้าเอาทางชีววิทยาแยกกันไม่ค่อยออกหรอกครับ เพราะมีการถ่ายเทประชากรกัน จึงมักนับตำแหน่งเมือง ภาษา และวัฒนธรรมมากกว่า

อย่างเช่น


Posted Image
Posted Image
Posted Image

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#4 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:07

Posted Image

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#5 ทัชชี่

ทัชชี่

    ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,784 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:09

1. ไท-ลาว เป็นชนชาติเดียวกันหรือเปล่าครับ หรือเป็นเหมือนมอญ-แขมร์ คือมีกำเนิดแยกจากกัน
+ มันตอบยากครับในเรื่องชนชาติ แต่ในเรื่องภาษาจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันคือ ไท-กะได ในอดีตตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานีนั้น ลาวเป็นหัวเมืองประเทศราชของอยุธยามาตลอดนะครับ (คล้ายๆ เป็นอาณานิคม) ส่วนล้านนานั้นกำเนิดมาก่อนยุคสุโขทัย ไม่ใช่ลาวครับ (คำว่าลาวที่ใช้เรียกคนล้านนา เกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์นี่เอง) เป็นชนชาติหนึ่งมีความเป็นเอกราช มาก่อนยุคสุโขทัย จนกระทั่งยุอยุธยาได้เสื่อมลง จนตกเป็นประเทศราชของอยุธยาบ้าง ของพม่าบ้าง จนกระทั่งมาถึงสมัยสงคราม 9 ทัพ ในรัชกาลที่ 1 แห่งรัตนโกสินทร์ พม่าได้ยึดเมืองเชียงแสนเอาไว้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังพล ร.1 จึงมีพระราชบัญชาให้ หัวเมืองพิษณุโลก กับเชียงใหม่และทัพหลวงจากกรุงเทพ ไปช่วยกันตีเมืองเชียงแสนคืนกลับมาได้ และโปรดให้ทำลายเมืองเชียงแสนทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้พม่าแอบมาใช้ซ่องสุมคนอีก ส่วนชาวเมืองเชียงแสนนั้นให้อพยพไปอยู่ ณ เวียงจันทร์ ราชบุรี และสระบุรี

2. เราจะนับการกระจายตัวของกลุ่มไท-ลาว ว่าเป็นการกระจายของชนชาติหรือของกลุ่มวัฒนธรรมภาษา
อย่างหลังอาจหมายถึงว่าผู้ปกครองเป็นคนบังคับประชาชนให้รับวัฒนธรรมนี้ แบบตอนที่มลายูรับอิสลาม
+ เป็นธรรมดาของผู้มีอำนาจเหนือดินแดนย่อมบังคับให้รับวัฒนธรรมของตนเองครับ เพื่อที่จะได้สื่อสารกันรู้เรื่อง และควบคุมได้

3. เอาไงกับอีสานดีครับ เพราะผมเข้าใจว่าหลังบ้านเชียง เขตอีสานมีประชากรค่อนข้างเบาบางมากเมื่อเทียบกับที่อื่น
+ ตามประวัติศาสตร์แล้ว ภาคอีสานของไทยถือว่าเป็นชนชาติลาวในกลุ่มลาวใต้ครับ

4. เคลียร์เรื่องท้าวฮุ่งกับล้านช้างให้ฟังหน่อยครับ
+ ไม่มีข้อมูลครับ

5. ล้านนาเป็นลาว หรือไท หรือไทใหญ่ หรือต้องแยกต่างหาก
+ ล้านนา เป็นชนชาติในกลุ่มตัวเองครับ ไม่ใช่ลาว ไม่ใช่ไทใหญ่

6. มอญอพยพมาจากอินเดีย? อันนี้เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเป็นตุเป็นตะเลยครับ
+ ลักษณะการจัดวรรคอักษรในมอญ พม่า อินเดีย ล้านนา เขมร ล้วนแต่จัดแบบอินเดียทั้งสิ้นครับ ส่วนจะอพยพมาจากไหนนั้น ไม่มีข้อมูลเชิงลึกพอสืบได้ครับ

7. สยามครอบคลุมแค่ไหนครับ หรือเราจะเริ่มนับจากรัชกาลที่ 4 ที่ประกาศตัวเป็นกษัตริย์สยามแล้วเมืองขึ้นเราจะนับเป็นสยามไหมครับ
+ คำว่าสยามมีมาแต่สมัยอยุธยาแล้วครับ

ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ


#6 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:12

แกบอกว่าแกพาฝรั่งไปสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีป้ายสุดแดนสยามอยู่ แกบอกฝรั่งว่าอันนี้ไม่จริง ที่นี่ไม่ใช่สยาม
แต่เป็นล้านนาเป็นเมืองขึ้นของสยาม ป้ายเหนือสุดแดนสยามต้องไปปักแถวพิษณุโลกหรือสุโขทัย

อันนี้เป็นทั้งถูกและผิดครับ เดิมที่แถบนี้ไม่ได้มีการลากเส้นแบ่งอาณาเขตครับ ถ้าเป็นสมัยอยุธยาก็อยู่ประมาณพิษณุโลก สมัยพระบรมไตรโลกนาถ ล้านนาก็ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของสยาม แถมพระเจ้าติโลกราชยังสามารถรุกรานจนพระบรมไตรโลกนาถต้องไปอยู่หัวเมืองเหนือเพื่อรับมือ และหากนับระยะเวลาที่เป็นเมืองขึ้น ล้านนาขึ้นกับทางพม่ามากกว่าสยาม แต่พอมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ล้านนาถูกผนวกรวมเข้ากับสยามครับ มีเส้นแบ่งอาณาเขตตามสนธิสัญญาที่สยามกับอังกฤษตกลงกันไว้

Edited by Solidus, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:13.

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#7 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:23

ล้านนากับล้านช้างนี่สมัยก่อนเจ้านครมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกัน แต่่ถ้าเรียกแยกก็ไทยวนกับไทล้านช้าง คนล้านนาไม่เรียกตนเองว่าลาว ส่วนล้านช้างเรียกว่าลาว (ที่ไม่ใช่ สปป ลาว Posted Image Posted Image Posted Image) แต่สยามลุ่มน้ำเจ้าพระยาเรียกว่าลาวทั้งคู่
ส่วนโคราชนี่ถือว่าเป็นสยามด้วยความสำคัญทางการเมือง เป็นหัวเมืองที่ติดกับล้านช้างและเขมร เลยมีคนจากสยามลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปอยู่กันมากหน่อย วัฒนธรรมเลยใกล้ชิดกับทางสยามมากกว่าทางล้านช้าง

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#8 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:33

อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

Edited by aunaun, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:34.


#9 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:39

ผมว่าถ้าเราตอบประเด็นนี้โดยเริ่มที่อยุธยา มันจะไม่เก่าพอที่จะตอบคำถามข้างบนได้หรือเปล่าครับ
เพราะตอนอยุธยาทุกอย่างมันเริ่มนิ่งแล้ว เริ่มระบุอะไรหลายๆอย่างที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

#10 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:44

อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารีเริ่มเรียกกันตอนไหนล่ะ สมัย ร.3 เรียกรึยัง หรือเพิ่งมาเรียกตอนสมัย ร.8
อ่อถ้าใช้คำว่า ท้าว เป็นตัวตัดสินไทยลาวนี่ แล้วถลางเป็นลาวไปด้วยรึ (ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร)

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#11 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:46

ผมว่าถ้าเราตอบประเด็นนี้โดยเริ่มที่อยุธยา มันจะไม่เก่าพอที่จะตอบคำถามข้างบนได้หรือเปล่าครับ
เพราะตอนอยุธยาทุกอย่างมันเริ่มนิ่งแล้ว เริ่มระบุอะไรหลายๆอย่างที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ก็จะพูดถึงสยามไม่ใช่หรือครับ ที่มาของสยามคือเสียนจำนนต่อหลอหูนี่จะย้อนไปได้ถึงสมัยไหนล่ะครับ

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#12 mee-sua-man

mee-sua-man

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,218 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:46

พวกคลั่งเชื้้้อชาติ รัฐ ก็คือ รัฐ แยกกันลำบากในปัจจุบันยกเว้นมีการรังแกหรือฆ่าาล้างเผ่าพันธุ์แบบ บอสเนีย, ยูโกฯ

#13 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:53

7. สยามครอบคลุมแค่ไหนครับ หรือเราจะเริ่มนับจากรัชกาลที่ 4 ที่ประกาศตัวเป็นกษัตริย์สยามแล้วเมืองขึ้นเราจะนับเป็นสยามไหมครับ

ถ้าเป็นพวกประเทศราชอันนี้ไม่นับครับ ยังแบ่งเขาแบ่งเราอยู่เลย

Edited by Solidus, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:56.

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#14 great

great

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 236 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:54

สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่บ้าง แต่ไม่ลึกซึ้ง ขอแสดงความคิดเห็น กรณี สยาม-ลาว-ไทย

ขอยกกรณีสยาม แต่กรณีลาว กับไทย ขอแสดงความคิดเห็นดังนี้

ทางฝั่งลาวที่เวียงจันทน์ ก็เพิ่งฉลอง 450 ปี แห่งการตั้งเมืองเวียงจันทน์ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช อพยพผู้คนลงมาจากเมืองหลวงพระบาง

ฝั่งไทยหากนับกรุงสุโขทัยเมื่อเริ่มตั้งราชธานี อายุก็ประมาณ 800 ปี ผู้คนก็คงอพยพมาจากที่อื่นจำนวนมากเช่นกัน

คำเรียก ลาว ไทย มีผุ้รู้เสนอความคิดเห็นไว้น่าฟัง เพราะหากพิจารณาก็คงเหมือนกับกระทู้ข้างบน และคงบัญญัติศัพท์ในการเรียกกลุ่มตัวเองภายหลังที่รวบรวมผู้คนได้เป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้ว

หากเราเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านต่างๆทางอิสาณ เราจะพบการใช้สรรพนามที่น่าสนใจมาก เช่นกรณีญาติหรือเพื่อนบ้านไปเยี่ยมเยือนกัน จะมีคำถามแรก
- ไท บ้านนี่ อยู่ บ่ (คนหลังคาเรือนนี้อยู่หรือไม่) หากมีคนตอบว่าไม่อยู่ คำถามถัดมา
- ลาว ไปไส (เขาไปไหน)

ข้อสังเกตก็คือ สรรพนามที่ใช้ เป็นการใช้เรียกหรือเอ่ยถึงคนอื่นซึ่งเป็นบุคคลที่สาม

เป็นไปได้ว่าพอใช้บ่อยๆ ก็ติดเอาไปเป็นคำเรียกว่า นั่นไท นี่ ลาว

แต่กรณีการแบ่งแยกว่านั่นไท นี่ลาว คงแบ่งที่เศรษฐานะมากกว่า (สันนิษฐานเอาเอง)

เพราะคนที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่า

อยู่ริมทะเลมีความเจริญในการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศมากกว่า

แต่ภาษาพูด และวัฒนธรรมท้องถิ่น แตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ

ข้อสำคัญ คือ ภาษาที่สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องแปล นี่ซิเป็นเรื่องสำคัญ

ไม่ต้องถามก็คงตอบได้ว่า ปู่ ย่า ตา ทวด มาจากที่เดียวกันแน่ๆ

กระบือแดง คลั่งหน้าเหลี่ยม จนเสียสติ


#15 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:01

3. เอาไงกับอีสานดีครับ เพราะผมเข้าใจว่าหลังบ้านเชียง เขตอีสานมีประชากรค่อนข้างเบาบางมากเมื่อเทียบกับที่อื่น

เมื่องเก่า ๆ ก็มีเยอะนี่ครับ เพียงแต่เป้นแค่ระดับนครรัฐ ตไม่ได้รวมตัวถึงขนาดอาณาจักร

5. ล้านนาเป็นลาว หรือไท หรือไทใหญ่ หรือต้องแยกต่างหาก

ส่วนใหญ่เป็นไทยวนและไม่เรียกตนเองว่าลาว

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#16 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:17

อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมเคยคุยกับคนลาวแท้ๆ ในอเมริกา มันบอกว่า ท้าวสุรนารี เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาของคนไทย แถมด่าท้าวสุรนารี แบบหยาบๆ คายๆ

#17 G-GEAR53

G-GEAR53

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,263 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:47

แดงพันธ์แท้อย่างผม..รู้จักแต่ท้าวแชร์...สงสัยแกเป็นคนลาวแน่ๆเลย... :ph34r: :ph34r: ..

Edited by Gear2528, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:43.

...ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด ...ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว ...ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่ ...ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับ"" ดินสุดท้าย ของเผ่าพันธุ์

#18 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:55

Posted Image


ถ้าเขาบอกเขตแดนไทยตอนเหนืออยู่สุโขทัย งั้นทำไมอักษรของประเทศลาวถึงได้ใช้ ตัวอักษรของพ่อขุนรามล่ะครับ?

คำว่าคนลาว - ไท - ไทใหญ่ ผมว่าน่าจะเรียกกันหลังๆมานี้นะ และอีกอย่างบ้านผมอยู่ยโสธร เขายังไม่เรียกตัวเองว่าคนลาวเลย?
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#19 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:56


อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมเคยคุยกับคนลาวแท้ๆ ในอเมริกา มันบอกว่า ท้าวสุรนารี เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาของคนไทย แถมด่าท้าวสุรนารี แบบหยาบๆ คายๆ


ยังมีกระดูกท่านเป็นหลักฐานอยู่เลย มาบอกว่าท่านไม่มีตัวตนได้ไง :huh:
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#20 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:02

ส่วนลาวเทิง เท่าที่คนมามีดังนี้

ลาวเทิง หมายถึงคนบนที่สูง บางทีเรียกลาวสูง เพราะตั้งบ้านเรือนอยู่บนที่ เนิน, ที่สูง, เชิงเขา, ฯลฯ
คำว่า เทิง แปลว่า บน, เหนือ, สูง (ใน จ. เชียงราย มี อ. เทิง ตั้งอยู่บนที่สูง คล้ายที่ราบสูงที่แตกต่างจากที่ราบลุ่ม เห็นได้ชัดเมื่อนั่งรถยนต์เข้าเขต อ. เทิง จะเอียงลาดขึ้นที่สูง)

ลาวเทิง, ลาวสูง เป็นชื่อผูกขึ้นใหม่เพื่อใช้งานการเมืองรัฐชาติสมัยใหม่ แทนคำรวมเดิมว่า“ข่า” หรือ“ข้า” หมายถึง ขี้ข้า

ข่า, ข้า ลาวเทิง, ลาวสูง พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร เช่นเดียวกับลัวะ, ละว้า, กำมุ(ขมุ)
ลาวเทิงตระกูลข่าทั้งหลาย ล้วนเป็นชาติพันธุ์ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของสุวรรณภูมิมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว นับเป็นบรรพชนคนสุวรรณภูมิ รวมถึงคนไทยทุกวันนี้ด้วย
ถ้าอยากรู้ว่าบรรพชนคนไทยและคนสุวรรณภูมิมีวิถีชีวิตอย่างไร ให้ดูร่องรอยทางสังคมวัฒนธรรมที่เหลืออยู่กับลาวเทิง ซึ่งอาจารย์ติ๊กศึกษาสำรวจด้วยพลังศรัทธาแล้วพิมพ์เผยแพร่ในเล่มนี้อย่างมีค่ายิ่ง นับเป็นงานบุกเบิกทางวิชาการด้านนี้ที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ ควรภาคภูมิใจ เพราะถ้าไม่มีพลังศรัทธาย่อมไม่มีวันทำได้
แค่ได้ดูลายเส้นสุขุมละเอียดอ่อนของ ติ๊ก แสนบุญ พิมพ์ประกอบในเล่ม ก็นับเป็นบุญกุศลคุ้มค่ามหาศาลแล้ว

เรือนไทย ที่สถาปนิก กับ“สถาปนึก” ชอบอธิบายว่ามีเสาสูงเพื่อหนีน้ำเวลาหน้าน้ำ ขอให้ดูเรือนลาวเทิงบนที่สูง ล้วนมีเสาสูงทั้งนั้น ทั้งๆน้ำไม่เคยท่วม

เรือนเสาสูงมีขึ้นเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์และโรคภัยไข้เจ็บเหน็บเหนื่อย ขณะเดียวกันก็ใช้งานใต้ถุนในชีวิตประจำวัน เช่น ตีหม้อ(ปั้นหม้อ), ทอผ้า, เลี้ยงลูกหลาน, ฯลฯ

เรือนลาวเทิงมีโครงสร้างอย่างเดียวกับเรือนลายเส้นบนหน้ากลองทอง(มโหระทึก) ราว 3,000 ปีมาแล้ว นับเป็นลักษณะเรือนเก่าแก่สุดเป็นต้นแบบของเรือนอุษาคเนย์ เช่น เรือนไทย, เรือนเขมร, เรือนมอญ, เรือนลาว, เรือนชวา, เรือนมลายู, ฯลฯ

นักโบราณคดีจะเข้าใจวิถีสังคมวัฒนธรรมของคนยุคสุวรรณภูมิ(ก่อนประวัติศาสตร์) ได้ดี ถ้าทำความเข้าใจวิถีลาวเทิง ดังมีตัวอย่างอยู่ในงานศึกษาและสำรวจเล่มนี้ของอาจารย์ติ๊ก แสนบุญ

http://www.sujitwong...B8%8A%E0%B8%99/



คุณว่ามันตลกมั๊ย ที่เอาผู้ที่พูดภาษามอญ-เขมร มาเป็นตัวแทนคนล้านนา ที่พูดภาษาตระกูลไท

Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:04.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#21 kaidum

kaidum

    ขาดขา

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,125 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:05

"ประเด็นของผมเกิดขึ้นเมื่อผมตามคนทำพิธีซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ไปที่บ้านหลังหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นมีไกด์คนไทยพาลูกทัวร์มา trekking หมู่บ้านชาวเขา ผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกันกับไกด์ ซึ่งเป็นคนขอนแก่น
และต่อมาหลังจากคุยกันแล้ว ผมก็สรุปได้ว่าแกเป็นแดงไม่เอาเจ้า โดยที่แกไม่ต้องเอ่ยประเด็นการเมืองเลย"


สงสัยว่าไกด์แกจะรับเฉพาะเงินกีบนะครับนั่น
ประชาธิปไตยของผม ไม่ได้เกิดจากอารมณ์และการอุปถัมป์ โดยใคร

#22 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:05

ส่วนภาษาลาวมี 6 สำเนียง
http://th.wikipedia....%B8%B2%E0%B8%A7


ไม่เห็นมีตรงไหนนับลาวเทิง (ซึ่งชื่อลาวแต่ไม่ใช้คนลาว)

ยิ่งล้านนา ยิ่งไม่เกี่ยวกันเลย

Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:28.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#23 promotion

promotion

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,761 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:33

กระทู้อุดมความรู้

#24 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:16



อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมเคยคุยกับคนลาวแท้ๆ ในอเมริกา มันบอกว่า ท้าวสุรนารี เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาของคนไทย แถมด่าท้าวสุรนารี แบบหยาบๆ คายๆ


ยังมีกระดูกท่านเป็นหลักฐานอยู่เลย มาบอกว่าท่านไม่มีตัวตนได้ไง :huh:

หนังของ พิศาล ยังโดนแบนเลย ฑูตลาว ออกมาให้ข่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำเป็นหนัง เพราะเหมือนดูถูกชาวลาว

#25 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:26




อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมเคยคุยกับคนลาวแท้ๆ ในอเมริกา มันบอกว่า ท้าวสุรนารี เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาของคนไทย แถมด่าท้าวสุรนารี แบบหยาบๆ คายๆ


ยังมีกระดูกท่านเป็นหลักฐานอยู่เลย มาบอกว่าท่านไม่มีตัวตนได้ไง :huh:

หนังของ พิศาล ยังโดนแบนเลย ฑูตลาว ออกมาให้ข่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำเป็นหนัง เพราะเหมือนดูถูกชาวลาว


ด้วยเหตุฉะนี้ ประเทศลาวจึงรับความจริงไม่ได้

พุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไปถึงทุ่งสำริด ท่านผู้หญิงโมรวบรวมกำลังหญิงชายเข้าต่อสู้อย่างตะลุมบอน กองทหารเวียงจันทน์แตกพินาศ เจ้าอนุวงศ์ถอยทัพกลับ ในที่สุด กองทัพไทยยกตามไปปราบจับตัวเจ้าอนุวงศ์ ท่านผู้หญิงผู้กล้าหาญได้นามว่าเป็นวีรสตรี กอบกู้อิสรภาพนครราชสีมาไว้ด้วยความสามารถ มีคุณต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านผู้หญิงโม เป็น ท้าวสุรนารี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา (ทองคำ) ผู้เป็นสวามีท้าวสุรนารี เป็น เจ้าพระยามหิศราธิบดี ปรากฏในพงศาวดารมาจนทุกวันนี้
ท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ เดือน 5 ปีชวด จัตวาศก จ.ศ. 1214 (พ.ศ. 2395) อายุ 81 ปี เจ้าพระยามหิศราธิบดีผู้เป็นสวามี ได้ฌาปนกิจศพและสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ วัดศาลาลอย ซึ่งท้าวสุรนารีได้สร้างไว้ ต่อมาเจดีย์ชำรุดลง พลตรีเจ้าพระยาสิงหเสนี (สอาด สิงหเสนี) เมื่อเป็นพระยาประสิทธิศัลการ ข้าหลวงเทศาภิบาล ผู้สำเร็จราชการเมืองนครราชสีมา องคมนตรี และรัฐมนตรี ได้บริจาคทรัพย์สร้างกู่ขนาดเล็ก บรรจุพระอัฐิท้าวสุรนารีขี้นใหม่ที่วัดกลาง (วัดพระนารายณ์มหาราช) สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2442
ต่อมากู่นั้นได้ทรุดโทรมลงมาอีก ทั้งยังอยู่ในที่แคบไม่สมเกียรติ พระยากำธรพายัพทิศ (ดิส อินทรโสฬส) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายพันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 5 พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนชาวนครราชสีมา ได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีด้วยทองแดง นำอัฐิของท่านมาบรรจุไว้ใต้ฐานรอง สร้างเสร็จประดิษฐานไว้ ณ ประตูชุมพลนี้ เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2477
ครั้นพ.ศ. 2530 ฐานอนุสาวรีย์ชำรุด ข้าราชการและประชาชนชาวนครราชสีมา มี นายสวัสดิวงศ์ ปฏิทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ได้ร่วมใจกันสร้างฐานอนุสาวรีย์ บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี ขึ้นใหม่ ณ ที่เดิม เพื่อให้เป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง และเชิดชูเกียรติท้าวสุรนารี วีรสตรีไทยตลอดกาลนาน สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530
วีรกรรมของคุณหญิงโมนั้นเป็นที่คนไทยรุ่นหลังทราบดีว่า ท่านได้เป็นหัวหน้ารวบรวมครอบครัวชายหญิงชาวนครราชสีมา (ที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย) เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสำริด แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๖๙ ที่ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด วีรกรรมอันห้าวหาญของคุณหญิงโม เมื่อทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็น ท้าวสุรนารี และได้รับ พระราชทานเครื่องยศ ดังนี้ถาดทองคำใส่เครื่องเชี่ยนหมาก ๑ ใบ จอกหมากทองคำ ๑ คู่ ตลับทองคำ ๓ ใบเถา เต้าปูนทองคำ ๑ ใบ คนโทและขันน้ำทองคำอย่างละ ๑ ใบ อนุสาวรีย์ของท่านประดิษฐานอยู่ที่หน้าประตูชุมพล ตั้งแต่วันที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ และได้บูรณะใหม่ให้งามสง่ายิ่งขึ้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๐ เหตุการณ์ที่สมควรจะบันทึกไว้ในปี

http://www.panyathai...php/ท้าวสุรนารี


"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#26 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:37

สรุปว่าลาวกับ ลาวเทิง มันคนละพวกคนนะครับ พอดีไปเจอสรุปอณาจักรลาว ลองอ่านดู


นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าลาวตั้งถิ่นฐานมานานหลายร้อยปี ก่อนสุโขทัย โดยปรากฎชื่อแคว้นแรกๆ ในประวัติศาสตร์คือ

แคว้นศรีโคตบูรณ์ซึ่งเป็นบริเวณครอบคลุมภาคอีสานเหนือของไทยในปัจจุบันจดลงมาถึงอุบลราชธานี กว้างไปถึงเวียงจันน์แต่ต่อมาก็เสื่อมอำนาจลงในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ส่วนอีกแคว้นหนึ่งคือแคว้นศรีสัตนาคนหุต มีศูนย์กลางคือเมืองหลวงพระบางในปัจจุบันนั่นเอง เชื่อว่าแคว้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรขอม แต่สุดท้าย 2 แคว้นนี้ก็กลืนเป็นหนึ่งเดียวกันและกลายเป็นแคว้นล้านช้างในที่สุดโดยมีศูนย์กลางคือหลวงพระบาง

ต่อมาในช่วงที่พม่าแผ่อิทธิพลมาทางด้านตะวันออกมากขึ้นจึงได้มีการย้ายราชธานีจากหลวงพระบางมาอยู่ที่นครเวียงจันทน์ มีการปกครองสืบต่อกันมาโดยกษัตริย์หลายๆ พระองค์จนในที่สุดเกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองจนทำให้

อาณาจักรล้านช้างแตกเป็น 3 อาณาจักร คือ

1. อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ คือดินแดนลาวภาคกลางปัจจุบัน

2. อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง คือดินแดนลาวภาคเหนือในปัจจุบัน

3. อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ คือดินแดนลาวใต้ปัจจุบัน ตั้งแต่นครพนมลงไปจนถึงเขมร

สุดท้ายจึงเสียเอกราชให้กับอาณาจักรสยามในช่วงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ฝ่ายสยามจึงกวาดต้อนทรัพย์สิน ผู้คน ขุนนาง เชื้อพระวงศ์ลงมายังกรุงธนบุรี (สยามตีจำปาศักดิ์ และเวียงจันทน์ได้ แต่สำหรับหลวงพระบางซึ่งถือว่าเป็นศัตรูกับเวียงจันทน์ ณ ขณะนั้น ยอมตกเป็นประเทศราชของสยามแต่โดยดี)



จะเห็นว่าขอนแก่นได้ไเกี่ยวอะไรกับอาณาจักรลาวเลย :lol:

Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:41.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#27 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:42

ส่วนสาเหตุที่พระเจ้าตากไปตีลาวก็เพราะเขามาตีเราก่อนนะครับ

เดิมเมืองเวียงจันทร์เป็นเอกราช เรียกว่าอาณาจักรล้านช้างบ้าง กรุงศรีสัตนาคนหุตบ้าง ครั้นกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเคยเป็นข้าศึกกับกรุงศรีอยุธยาบ้าง เคยยอมเป็นประเทศราชขึ้นกรุงศรีอยุธยาบ้าง และเป็นสัมพันธมิตรหรือเป็นแต่ไมตรีกันบ้าง ตามเหตุการณ์ที่มีมาในเรื่องพงศาวดาร จนกระทั่งสมัยกรุงธนบุรี ครั้งนั้นพระเจ้าสิริบุญสารครองกรุงศรีสัตนคนหุตอยู่เป็นเอกราช ได้มาเจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงธนบุรี (เรื่องราวมีแจ้งอยู่ในหนังสือพระราชวิจารณ์โดยพิสดาร) แต่ต่อมาพระเจ้าสิริบุญสารไม่รักษาพระราชไมตรี ได้ส่งกองทัพบุกรุกลงมาถึงตำบลดอนมดแดง (คือเมืองอุบลราชธานี บัดนี้) จับพระวอซึ่งสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรีฆ่าเสีย พระเจ้ากรุงธนบุรีขัดเคืองให้กองทัพยกขึ้นไปตีกรุงศรีสัตนาคนหุต เมื่อปีจอ พ.ศ. ๒๓๒๑ ครั้งนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาสุรสีห์ ตีได้เมืองเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นราธานีและเมืองขึ้นของกรุงศรีสัตนาคนหุต พระเจ้าสิริบุญสารหนีไปอาศัยแดนญวน จึงจับได้แต่บุตรของพระเจ้าสิริบุญสารหลายคน


เขาหาเรื่องเราก่อน เรื่องมันก็พันกันไป พันกันมา จนมาสุดที่เจ้าอนุวงศ์


เมื่อเสร็จการปราบปรามแล้ว สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ) ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกตกับพระบาง แลพาตัวพวกบุตรพระเจ้าสิริสารลงมากรุงธนบุรี ตั้งแต่นั้นมากรุงศรีสัตนาคนหุตก็ตกเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของไทย แต่ในสมัยกรุงธนบุรี เป็นแต่ให้ขุนนางอยู่รักษาเมืองเวียงจันทน์และหัวเมืองอื่นๆ เป็นอิสระแก่กันเหมือนอย่างหัวเมืองขึ้นชั้นนอก มาถึงรัชกาลที่ 1 พระเจ้าสิริบุญสารรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ชุบเลี้ยงบรรดาบุตรซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยดี และคิดได้ว่าตัวเองก็แก่ชราแล้ว จึงกลับเข้ามายังเวียงจันทน์หมายจะขอสวามิภักดิ์ แต่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ไม่ทรงวางพระราชหฤทัย จึงทรงตั้งเจ้านันทเสน บุตรคนโตของพระเจ้าสิริบุญสาร ขึ้นไปครองเมืองเวียงจันทน์เป็นประเทศราช พระราชทานพระบางอันเป็นพระพุทธรูปสำหรับเมืองคืนให้เป็นเกียรติยศด้วย

ส่วนพระเจ้าสิริบุญสารนั้น ก็พระราชทานให้อยู่ในเมืองเวียงจันทน์กับบุตรต่อมาจนถึงพิราลัย แต่เจ้านันทเสนครองบ้านเมืองไม่เรียบร้อย โปรดฯ ให้กลับลงมากรุงเทพฯ ทรงตั้งเจ้าอินทวงศ์ บุตรของพระเจ้าสิริบุญสาร รองจากเจ้านันทเสนลงมา (ซึ่งเป็นเจ้าตาของเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี) ขึ้นไปครองเมืองเวียงจันทน์แทน โปรดฯ ให้เจ้าอนุวงศ์ (ที่เรียกกันเป็นสามัญว่า “เจ้าอนุ”) บุตรของพระเจ้าสิริบุญสารอีกองค์หนึ่ง เป็นตำแหน่งเจ้าอุปราช เจ้าอนุวงศ์เป็นคนมีความสามารถ เคยได้คุมกองทัพเมืองเวียงจันทน์ไปช่วยรบพม่าทางเมืองเชียงแสน มีบำเหน็จความชอบถึง 2 คราว ครั้นเจ้าเมืองเวียงจันทน์อินทวงศ์ถึงพิราลัย จึงทรงตั้งเจ้าอุปราชอนุวงศ์ให้ครองเมืองเวียงจันทน์ต่อมา

สมัยรัชกาลที่ 2 เจ้าอนุวงศ์แสดงความสวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ จึงเป็นผู้ซึ่งสนิทชิดชอบพระอัธยาศัย ทั้งสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และมาทำความชอบครั้งพวกกบฏข่าตีเมืองนครจำปาศักดิ์ได้ เมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2362 เจ้าอนุวงศ์รับอาสาให้กองทัพเมืองเวียงจันทน์ ลงไปช่วยปราบปรามพวกกบฏข่าได้ราบคาบ ครั้งนั้นเกิดปัญหาเรื่องการที่จะรักษาอาณาเขตเมืองนครจำปาศักดิ์ต่อไปอย่างไรดี ด้วยพวกเจ้านายเมืองนครจำปาศักดิ์อ่อนแอ ไม่มีตัวผู้ที่จะสามารถรักษาบ้านเมือง เจ้าอนุวงศ์อยากจะใคร่ให้บุตรของตนเป็นเจ้าเมืองนครจำปาศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงช่วยอุดหนุนเจ้าราชบุตรโย้ (หรือโย่) บุตรของเจ้าอนุวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ยกกองทัพลงไปปราบปรามพวกกบฏข่าครั้งนั้น ได้เป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ สำเร็จดังปรารถนาของเจ้าอนุวงศ์ การที่เจ้าราชบุตรโย้ได้เป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ เป็นเหตุให้เจ้าอนุวงศ์มีกำลังและอำนาจมากขึ้นเพราะสามารถจะบังคับบัญชาว่ากล่าวบ้านเมืองทางชายพระราชอาณาเขต ตั้งแต่ด้านเหนือลงมาตลอดด้านตะวันออกจนต่อแดนกัมพูชา เจ้าอนุวงศ์มีใจกำเริบขึ้น

เหตุที่เกิดกบฏเวียงจันทน์
ถึงปีวอก พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต เจ้าอนุวงศ์ลงมาถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อปีระกา พ.ศ. 2368 ประจวบเวลานั้นอังกฤษให้เฮนรีเบอร์นี่เป็นราชทูตเข้ามาทำหนังสือสัญญา ฝ่ายไทยในชั้นแรกไม่อยากทำสัญญา ต้องปรึกษาโต้ตอบกันอยู่ช้านาน เจ้าอนุวงศ์ลงมาอยู่ในกรุงเทพฯ ครั้งนั้นเชื่อตัวเองว่าสนิทชิดชอบกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเพ็ดทูลอย่างไรคงทรงยินยอม จึงทูลขอแบ่งพวกครัวชาวเวียงจันทน์ที่กวาดต้อนลงมาเมื่อกองทัพไทยขึ้นไปตีกรุงศรีสัตนาคนหุตครั้งกรุงธนบุรี จะเอากลับขึ้นไปบ้านเมือง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่าพวกครัวก็ได้มาตั้งเป็นหลักแหล่งอยู่หัวเมืองชั้นในแล้ว ถ้าพระราชทานไปแม้แต่พวกใดพวกหนึ่ง พวกอื่นก็จะพากันกำเริบ จึงไม่พระราชทานตามประสงค์

เจ้าอนุวงศ์รู้สึกอัปยศ เมื่อกลับขึ้นไปเมืองเวียงจันทน์ก็ตั้งต้นคิดการกบฏ ด้วยเห็นว่าญวนขยายอำนาจเข้ามาทางกัมพูชาตั้งแต่รัชกาลที่ 2 ไทยก็ต้องเอาใจดีต่อญวน เพราะไทยเกรงจะเกิดทั้งศึกพม่าและศึกญวน ทางเมืองลาวถึงจะตั้งตัวเป็นอิสระ ไหนไทยจะกล้าขึ้นไปปราบปรามอย่างแต่ก่อน เจ้าอนุวงศ์จึงไปฝักใฝ่กับญวนหมายจะเอาเป็นกำลังช่วยต่อสู้ไทย

พอถึงปีจอ พ.ศ. 2369 มีข่าวเล่าลือขึ้นไปถึงเมืองเวียงจันทน์ ว่าไทยเกิดวิวาทกับอังกฤษ อังกฤษจะยกทัพเรือมาตีกรุงเทพฯ เจ้าอนุวงศ์เห็นโอกาสจึงก่อการกบฏ สั่งให้เจ้านครจำปาศักดิ์ (โย้) ยกกองทัพเมืองนครจำปาศักดิ์เข้ามายึดหัวเมือง (มณฑลอุบล) ทางตะวันออกทาง 1 ให้เจ้าอุปราชติสสะ ผู้เป็นน้องคุมกองทัพลงมายึดหัวเมือง (มณฑลร้อยเอ็ด) ทางตะวันออกเฉียงเหนือทาง 1 ส่วนเจ้าอนุวงศ์เองเกณฑ์กองทัพเมืองเวียงจันทน์ให้เจ้าราชวงศ์เง่าผู้เป็นบุตรคนหนึ่งเป็นกองหน้า ตัวเจ้าอนุวงศ์กับเจ้าโป๋ บุตรคนโตซึ่งเป็นตำแหน่งเจ้าสุทธิสาร เป็นทัพหลวงยกลงมาเมืองนครราชสีมา

การที่เจ้าอนุวงศ์ยกกองทัพลงมาครั้งนั้น ได้ลวงเจ้าเมืองกรมการรายทางว่ามีศุภอักษรขึ้นไปจากกรุงเทพฯ ว่าอังกฤษจะยกกองทัพเรือเข้ามาตีกรุงเทพฯ โปรดฯ ให้เจ้าอนุวงศ์เกณฑ์กองทัพเมืองเวียงจันทน์ยกลงมาช่วยต่อสู้ข้าศึก เจ้าเมืองกรมการรายทางไม่รู้เท่าทัน เห็นเจ้าอนุวงศ์เป็นคนโปรดปรานมาแต่ก่อน ก็ยอมให้กองทัพเวียงจันทน์ยกผ่านเมืองมา แลจ่ายเสบียงอาหารให้จนถึงเมืองนครราชสีมา เผอิญเวลานั้นพระยานครราชสีมากับพระยาปลัดออกไปจัดราชการอยู่เมืองขุขันธ์ มีแต่กรมการรักษาเมือง เจ้าอนุวงศ์ก็เข้ายึดเมืองนครราชสีมาแล้วให้เจ้าราชวงศ์ (เง่า) ยกกองทัพหน้าลงมากวาดต้อนผู้คนที่เมืองสระบุรี

ฝ่ายกรุงเทพฯ ได้ทราบว่าเจ้าอนุวงศ์เป็นกบฏต่อเมื่อเจ้าอนุวงศ์ได้เมืองนครราชสีมาแล้ว ก็รีบเร่งกะเกณฑ์ทัพทันทีและขณะที่กำลังเกณฑ์กองทัพนั้น ได้ข่าวลงมาอีกว่าข้าศึกเข้าถึงเมืองสระบุรี ระยะทางเดินทัพอีก 3 วันจะถึงกรุงเทพฯ ไม่ทราบแน่ว่าข้าศึกมีกำลังมากน้อยเท่าใด ก็ต้องตระเตรียมป้องกันพระนคร ให้ตั้งค่ายวางรี้พลตั้งแต่ทุ่งสามเสนรายตลอดมาจนทุ่งหัวลำโพง พอเกณฑ์กองทัพพร้อมทัพ 1 ก็โปรดฯ ให้กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์รีบยกขึ้นไปเมืองสระบุรี เมื่อ ณ วันเสาร์ เดือน 4 แรม 6 ค่ำ ปีจอ พ.ศ. ๒๓๖๙ แต่เจ้าราชวงศ์ (เง่า) หารออยู่ต่อสู้ไม่ พอรู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไปถึงท่าเรือพระพุทธบาท ก็รีบถอยหนีกลับไปเมืองนครราชสีมา กรมพระราชวังบวรฯ จึงเสด็จไปตั้งรักษาเมืองสระบุรี รอกำลังที่จะยกเป็นกองทัพใหญ่ขึ้นไปตีเมืองเวียงจันทน์อยู่ ณ ที่นั่น ฝ่ายเข้าอนุวงศ์เมื่อตั้งอยู่ ณ เมืองนครราชสีมา ถูกกวาดต้อนไปด้วย คุณหญิงโมมีสติปัญญาสามารถคิดกลอุบายวิงวอนผ่อนผันให้ควบคุมไป ช้าๆ รอพวกครัวที่ถูกกวาดต้อนไปทันกันที่ทุ่งสัมฤทธิ์ พอเห็นว่ามีกำลังมากกว่าพวกที่ควบคุม ก็ช่วยกันทั้งชายหญิงเข้าแย่งศัสตราวุธของข้าศึก ต่อสู้ฆ่าฟันพวกชาวเวียงจันทน์ที่ควบคุมล้มตายแตกพ่ายไป แล้วพวกครัวก็ช่วยกันตั้งค่ายมั่นอยู่ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ราษฎรชาวเมืองที่เที่ยวซุ่มซ่อนพรัดพรายอยู่นั้น ครั้นรู้ว่าชาวเมืองนครราชสีมารวบรวมกันได้ ก็รีบพากันมาเข้ากับพวกครัวที่ทุ่งสัมฤทธิ์อีกเป็นอันมาก พระยาปลัดสามีคุณหญิงโมก็ตามไปทัน ณ ที่นั่น

ครั้นเจ้าอนุวงศ์ให้กองทัพยกออกไปปราบ พระยาปลัดและคุณหญิงโมก็ให้พวกครัวช่วยกันตีแตกกลับมาอีก เจ้าอนุวงศ์ปราบปรามพวกครัวชาวนครราชสีมาไม่ได้สมคิด พอได้ข่าวว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไปก็รีบเลิกทัพกลับไปเมืองเวียงจันทน์ ให้เจ้าราชวงศ์ไปยึดเมืองหล่ม (อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์) และให้เจ้าสุทธิสารไปยึดเมืองภูเขียวตั้งรักษาด่านทางทั้งปวงเตรียมต่อสู้กองทัพกรุงเทพฯ ที่จะยกขึ้นไป

การที่พวกครัวชาวเมืองนครราชสีมาต่อสู้ชนะข้าศึกครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบำเหน็จตั้งคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารีแต่พระยาปลัดนั้นเมื่อถึงรัชกาลที่ 4 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นเจ้าพระยามหิศราธิบดี ที่ปรึกษาราชการเมืองนครราชสีมา
หมายเหตุ
จาก “ใบบอกเมืองนครราชสีมา” เป็นหนังสือของพระยาปลัดเมืองนครราชสีมาและพระยายกกระบัตรที่เป็นหัวหน้าครัวเมืองโคราชที่ค่ายทุ่งสัมฤทธิ์ ได้ทำหนังสือขอกำลังจากกรุงเทพฯ เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และใบบอกนี้เขียนในเหตุการณ์หาได้กล่าวถึงชื่อและวีรกรรมของคุณหญิงโมแต่อย่างใด

กองทัพที่ไปปราบกบฏเวียงจันทน์
การปราบกบฏเวียงจันทน์ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้จัดกองทัพที่จะยกขึ้นไปเป็นทัพใหญ่ 2 ทัพ ทัพน้อยทัพ 1 กองทัพใหญ่ที่ 1 ให้ตรงไปตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงของข้าศึก โปรดฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ เป็นจอมทัพ ไปตั้งประชุมพลที่เมืองสระบุรี จัดกองทัพให้พระยาจ่าแสนยากร พระยากลาโหมราชเสนา พระยาพิชัยบุรินทรา พระยาณรงควิชัย คุมพลเป็นกองหน้าที่ 1 ให้กรมหมื่นนเรศรโยธี กรมหมื่นเสนีบริรักษ์ คุมพลเป็นกองหน้าที่ 2 กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จเป็นกองทัพหลวงพร้อมด้วยกรมหมื่นรามอิศเรศรเป็นยกกระบัตร กรมหมื่นเทพพลภักดิ์เป็นเกียกกาย กรมหมื่นธิเบศบวรเป็นจเรทัพ กรมหมื่นนรานุชิตเป็นปีกซ้าย กรมหมื่นสวัดิวิชัยเป็นปีกขวา ให้พระนเรนทราชา บุตรพระเจ้ากรุงธนบุรี คุมพลเป็นกองหลัง ให้เจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรีย) คุมพลมอญเป็นกองอิสระสมทบในกองทัพที่ 1 ด้วย เมื่อจัดกระบวนพร้อมแล้ว ก็ยกออกจากเมืองสระบุรีขึ้นไปทางดงพระยาไฟ แต่กองมอญนั้นให้เดินทางดงพระยากลางไปสมทบทัพกันที่เมืองนครราชสีมา

กองทัพใหญ่ที่ 2 นั้น จะให้ไปปราบพวกกบฏทางหัวเมือง (มณฑลอุบลและร้อยเอ็ด) ฝ่ายตะวันออกขึ้นไปประจบกับกองทัพใหญ่ที่ 1 ที่เมืองเวียงจันทน์ โปรดฯ ให้กรมหมื่นสุรินทรักษ์เป็นจอมทัพตั้งประชุมพลที่เมืองปราจีนบุรี จัดกระบวนทัพให้พระยาราชสุภาวดี (สิงห์) คุมพลเป็นกองหน้าที่ 1 ให้เจ้าพระยาพระคลัง (ซึ่งต่อมาเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ในรัชกาลที่ 4) คุมพลเป็นกองหน้าที่ 2 กรมหมื่นสุรินทรรักษ์เสด็จเป็นกองหลวง กรมหมื่นพิพิธภูเบนทรเป็นปีกซ้าย กรมหมื่นพิทักษ์เทเวศรเป็นปีกขวา มีกองเขมรเป็นกองอิสระ ให้พระยาราชนิกูล พระยารามกำแหง พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง พระยาจันทรบุรี คุมไปตีเมืองนครจำปาศักดิ์อีกกอง 1

กองทัพน้อยนั้น จะให้ไปตีเมืองหล่ม แลหัวเมืองขึ้นของเวียงจันทน์ทางตะวันตกไปบรรจบกับกองทัพใหญ่ที่1 ที่เมืองเวียงจันทน์ โปรดฯ ให้เจ้าพระยาอภัยภูธร ที่สมุหนายกเป็นแม่ทัพ ตั้งประชุมพลที่ท่าเรือพระพุทธบาทแห่ง 1พระยาเพชรพิชัย พระยาไกรโกษา ไปตั้งประชุมพลที่เมืองพิษณุโลกอีกแห่ง 1 ยกไปบรรจบกันที่เมืองหล่ม

กระบวนทัพที่จัดดังกล่าวนี้ กองทัพใหญ่ที่ 2 ต้องเปลี่ยนแปลง มิได้ยกไปตามที่วางแผนไว้ชั้นเดิม เหตุด้วยเจ้าพระยานครศรีธรรมราชบอกเข้ามายังกรุงเทพฯ ว่า อังกฤษจะให้เฮนรี่เบอร์นี่เข้ามาเปลี่ยนหนังสือสัญญาที่ได้ทำไว้ แลอังกฤษเตรียมกองทัพเรือที่เกาะหมากจะยกไปไหนหาทราบไม่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงวางพระราชหฤทัย เกรงว่าจะเกิดเป็นอริกับอังกฤษขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกกองทัพใหญ่ที่ 2 กลับมารักษาเมืองสมุทรปราการ แต่ให้พระยาราชสุภาวดี (สิงห์) คุมพลเป็นกองอิสระยกขึ้นไปเมืองนครราชสีมา ผ่านเทือกเขาบรรทัด จากเมืองปราจีนบุรีทางช่องเรือแตกไปสมทบกับกองทัพที่ 1 แลทรงมอบให้กรมพระราชวังบวรฯ ทรงบัญชาการศึกทุกทาง

ในขณะเดียวกันก็โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดกองทัพยกไปทางเมืองปราจีนบุรี เดินทางช่องเรือแตกอีก4 ทัพ ทัพพระยาราชสุภาวดีที่ 1 ทัพเจ้าพระยาพระคลังที่ 2 กรมหมื่นพิพิธภูเบนทร์ที่ 3 กรมหมื่นพิทักษเทเวศรที่ 4กรมหมื่นสุรินทรรักษ์นั้น ไปทางคลองสำโรงขึ้นที่เมืองปราจีนบุรี ยกไปตั้งที่เมืองประจันตคามพร้อมกัน จึงให้ทัพพระยาราชสุภาวดี (สิงห์) ยกล่วงหน้าไปก่อน แล้วทัพเจ้าพระยาพระคลังยกไปเป็นที่ 2 ทัพกรมหมื่นพิพิธภูเบนทร์เป็นที่ 3 ยกไปเป็นลำดับกัน

พระยาราชสุภาวดีเดินทัพไปถึงเมืองสุวรรณภูมิพบกองทัพเจ้าโถงนัดดาเจ้าอนุวงศ์ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองพิมาย ก็ยกเข้าตีถึงตะลุมบอล ทัพเจ้าโถงต้านทานไม่ไหวจึงแตกกระจัดกระจายไปสิ้น เมื่อได้ชัยชนะแล้ว ก็เคลื่อนกองทัพไปตั้งอยู่ ณ เมืองขอนแก่น

แล้วมีหนังสือไปถึงเจ้าอุปราชว่า เมื่อเจ้าอุปราชลงไปกรุงเทพพระมหานครพูดไว้แต่ก่อนว่า เจ้าอนุวงศ์จะเป็นกบฏนั้นสมจริง ครั้งนี้เรายกกองทัพขึ้นมาสมคะเนแล้ว ให้เจ้าอุปราชยกไปตีเมืองเวียงจันทน์เสียให้ได้ ทัพหลวงจะได้ขึ้นมาโดยสะดวก เราจะได้ยกหนุนเจ้าอุปราชไป ครั้นเจ้าอุปราชได้อ่านหนังสือดูแล้ว จึงส่งหนังสือฉบับนั้นไปให้เจ้าอนุวงศ์ที่ตำบลช่องสาร เจ้าอนุวงศ์ทราบความเป็นไปของกองทัพไทยแล้วก็ให้หวาดหวั่น สงสัยนายทัพนายกองของตัวเองว่าจะมีไส้ศึกอยู่ที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ จึงทำให้เล็ดลอดไปยังฝ่ายไทยได้

การที่พระยาราชสุภาวดีมีหนังสือไปถึงเจ้าอุปราชนั้น จะเป็นกลอุบายให้เจ้าอนุวงศ์สงสัยเจ้าอุปราชหรือจะพูดกันไว้เป็นความลับจริงก็ไม่แจ้ง ถ้าพูดกันจริงแล้วทำไมจึงเอาหนังสือไปให้เจ้าอนุวงศ์เล่าเหตุผลเพราะว่าเจ้าอุปราชเห็นความจะปิดไม่มิด ด้วยบุตรเจ้าอนุวงศ์เป็นบุตรเขยอุปราชอยู่ที่นั่น จึงเอาหนังสือออกตีแผ่เสียให้เห็นว่า เป็นหนังสือไทยใช้อุบายให้แตกร้าวกัน

พระยาราชสุภาวดีตีค่ายเวียงคุกเมืองยโสธรแตก
ฝ่ายพระยาราชสุภาวดี ตั้งแต่ส่งหนังสือลับไปถึงเจ้าอุปราชแล้ว คอยฟังข่าวก็ไม่เห็นเจ้าอุปราชตอบมา จึงให้คนไปสืบได้ความว่าเจ้าอุปราชยกไปตั้งอยู่ที่หนองหานแล้ว พระยาราชสุภาวดีก็ยกไปตีค่ายเวียงคุกที่เมืองยโสธร อุปฮาด ราชวงศ์ เมืองยโสธรสู้รบแข็งแรง แต่ในที่สุดก็แตกหนีไป ครั้นพระยาราชสุภาวดีตีค่ายเวียงคุกได้แล้ว จึงหยุดพักพลอยู่ ณ เมืองยโสธร เพื่อสะสมกำลังสำหรับยกไปปราบนครจำปาศักดิ์ต่อไป

ฝ่ายเจ้าราชบุตร (โย้) ซึ่งเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ ตั้งค่ายอยู่เมืองศรีสะเกษ ได้ทราบข่าวว่า พระยาราชสุภาวดีจะยกทัพตัดตรงไปนครจำปาศักดิ์ ก็รีบยกมาตั้งรับอยู่ที่เมืองอุบลราชธานีและให้เจ้าปานกับเจ้าสุวรรณ อนุชาทั้งสอง ยกทัพมาตั้งรับทัพพระยาราชสุภาวดีอยู่ที่แดนเมืองยโสธร พระยาราชสุภาวดีก็เคลื่อนกองทัพออกตีทัพเจ้าปานกับเจ้าสุวรรณแตก แล้วตามไปตีทัพเจ้าราชบุตร (โย้) ณ เมืองอุบลราชธานี ไทยชาวเมืองอุบลราชธานีที่ถูกเกณฑ์เข้ากองทัพเจ้าราชบุตร (โย้) เมื่อทราบว่ากองทัพพระยาราชสุภาวดียกไปถึง ก็พร้อมกันก่อการกำเริบฆ่าฟันพวกเจ้าราชบุตร (โย้) ล้มตายเป็นอลหม่านขึ้นในค่ายกองทัพพระยาราชสุภาวดีก็ตีโอบเข้ามา เจ้าราชบุตร (โย้) เห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ ก็พาพรรคพวกหนีไปนครจำปาศักดิ์

พระยาราชสุภาวดีรีบยกทัพตามติดไปไม่ลดละ ฝ่ายครัวเมืองต่างๆ ที่เจ้าราชบุตร (โย้) กวาดไปรวมไว้ในนครจำปาศักดิ์ ทราบข่าวว่ากองทัพเจ้าราชบุตร (โย้) เสียที จึงพร้อมกันก่อการกำเริบเอาไฟเผาบ้านเรือนในนครจำปาศักดิ์เสียหายเป็นอันมาก เจ้าราชบุตร (โย้) เห็นดังนั้นจะเข้าเมืองมิได้ ก็รีบหนีข้ามฟากแม่น้ำโขงไปทางตะวันออก พระยาราชสุภาวดีก็ยกกองทัพเข้าตั้งมั่นในนครจำปาศักดิ์ และให้กองตระเวนออกสืบจับพวกเจ้าราชบุตร (โย้) ได้ตัวเจ้าราชบุตร (โย้) เจ้าปาน เจ้าสุวรรณมาจำไว้ แล้วเดินทัพมาตั้งอยู่เมืองนครพนม พอทราบข่าวว่าทัพหลวงกรมพระราชวังบวรฯ จะเสด็จกลับกรุงเทพฯ จึงรีบเดินทางมาให้ทันทัพหลวง เพื่อเข้าเฝ้ากรมพระราชวังบวร ไปไม่ทันได้ตอบจดหมายสัตตะคุณเตียนยินแม่ทัพหน้าญวนขององกิงเลือก ซึ่งมีหนังสือมาถึงพระสุริยภักดีฉบับหนึ่ง มีใจความว่า“เมืองเวียงจันทน์กับกรุงเทพมหานครเป็นเมืองไมตรีสนิท เปรียบเหมือนริมฝีปากกับฟัน เหตุใดจึงยกกองทัพขึ้นมาทำลายรื้อเมืองเวียงจันทน์เสีย ไพร่บ้านพลเมืองแตกตื่นไป และเมืองเวียงจันทน์ก็เป็นเมืองแดนกรุงเวียดนาม บัดนี้แม่ทัพใหญ่ใช้ให้ข้าพเจ้าคุมกองทัพบกมา 20,000 เศษ มาตั้งอยู่เมืองตามดอง จึงมีหนังสือมาแจ้งให้ท่านยกกองทัพกลับไปอยู่แดนของท่าน และท่านกวาดเอาครอบครัวในแดนญวนไปไว้เท่าใด ขอให้ส่งคืนมาแดนญวน ทางไมตรีจะได้ยืนยาวสืบไป ถ้าท่านไม่ฟังข้าพเจ้าก็จะไม่ละ ถ้าองกิงเลือกแม่ทัพใหญ่ยกลงมาถึงแล้วก็จะไม่ฟังกัน แต่หญ้าต้นหนึ่งก็ไม่ให้เหลือไว้ บอกมาทั้งนี้เป็นความสัตย์จริงให้ทำตามคำข้าพเจ้า”

ฝ่ายพระยาเชียงสาซึ่งแตกกับพระยาเพชรพิชัยเข้าหาพระยาราชสุภาวดี ก็พาพระยาเชียงสาลงมาเฝ้าที่ค่ายหลวง กราบทูลว่าจับตัวเจ้าราชบุตร (โย้) ใส่กรงมาถวาย โปรดให้พระยาเชียวสาอยู่ทำราชการด้วยพระยาราชสุภาวดี ส่วนเจ้าราชบุตร (โย้) เจ้าปาน เจ้าสุวรรณส่งตัวมากรุง และสั่งให้พระยาราชสุภาวดีอยู่กวาดต้อนครอบครัว จัดการหัวเมืองลาวจำปาศักดิ์ เขมรป่าดงให้เรียบร้อยเสียก่อน และโปรดให้พระยาเพชรพิชัย พระยาสมบัติธิบาล แยกไปจัดเมืองหล่มและเมืองเลย แล้วให้กลับขึ้นไปกรุงเทพฯ ในฤดูฝน

ครั้นกรมพระราชวังบวรเสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ ก็กราบทูลความดีความชอบของพระยาราชสุภาวดี ที่เข้มแข็งในการสงคราม สามารถปราบปรามพวกกบฏให้พ่ายแพ้ลงได้โดยเร็ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯ ให้มีตราเลื่อนบรรดาศักดิ์พระยาราชสุภาวดี เป็นเจ้าพระยาราชสุภาวดีว่าที่สมุหนายก ใน พ.ศ. 2370 เวลานั้นมีอายุย่างขึ้นปีที่ 51
ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดีว่าที่สมุหนายก เมื่อจัดการบ้านเมืองเรียบร้อย และกวาดต้อนครอบครัวได้มากแล้ว แบ่งไว้ให้อยู่เป็นพลเมืองเวียงจันทน์พอสมควร ให้เพี้ยเมืองเวียงจันทน์อยู่รักษาเมืองเวียงจันทน์ต่อไป เหลือนั้นกวาดต้อนส่งมา ณ กรุงเทพมหานคร เจ้าพระยาราชสุภาวดีสืบหาพระบางได้แล้วก็พาตัวอุปราชลงมา ณ กรุงเทพมหานครเมื่อเดือน 3 ปีกุน ศักราช 1189 (พ.ศ. 2370) แล้วเข้าเฝ้า จึงมีพระราชโองการดำรัสว่า ตัวอ้ายอนุก็ยังจังไม่ได้จะกลับมาตั้งบ้านเมืองอีกเมื่อใดก็ยังไม่แจ้ง เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฏมา 2 ครั้งแล้ว ไม่ควรจะเอาไว้เป็นบ้านเมืองให้อยู่สืบต่อไป ให้กลับไปทำลายล้างเสียให้สิ้น อย่าให้ตั้งติดอยู่ได้ แต่อุปราชนั้นให้ไปอยู่บ้านอนุบางยี่ขัน (บ้านพักเจ้าอนุวงศ์เมื่อทรงพระเยาว์) เจ้าพระยาราชสุภาวดีนั้น ทรงขัดเคืองที่ไม่ทำลายล้างเมืองเวียงจันทน์เสียให้สิ้น มาคิดตั้งเป็นบ้านเมืองไว้ ยังหาโปรดฯ ตั้งเป็นที่พระยาจักรีไม่ ให้แต่ว่าที่อยู่ก่อนและพระบางนั้นโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีไปทำพระวิหารไว้ที่วัดจักรวรรดิ
รุ่งขึ้นปีชวด พ.ศ. 2371 โปรดฯ ให้เจ้าพระยาราชสุภาวดี ว่าที่สมุหนายก ยกทัพไปนครเวียงจันทน์อีก เมื่อไปถึงหนองบัวลุ่มภู เจ้าพระยาราชสุภาวดีส่งให้พระยาราชรองเมือง พระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ เมืองนครราชสีมา หลวงสุเรนทรวิชิต เป็นกองหน้า คุมทหาร 500 คน ยกล่วงหน้าไปถึงพรานพร้าวก่อน ครั้นกองหน้าไปถึงพรานพร้าว (อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย) ได้ทราบข่าวว่าท้าวเพี้ยกรมการที่อยู่รักษานครเวียงจันทน์ มีกิริยาอาการผิดปกติอยู่บ้าง พระยาราชรองเมืองไม่ไว้ใจแก่เหตุการณ์ จึงจัดให้พระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิต แบ่งกำลัง 300 คน ยกข้ามไปตั้งฟังราชการที่นครเวียงจันทน์ พระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ และหลวงสุเรนทรวิชิต ก็ยกไปตั้งอยู่กลาง (ในเมืองเวียงจันทน์)
ครั้น ณ เดือน 8 แรม 1 ค่ำ เจ้าราชวงศ์มีหนังสือมาถึงเมืองจันทน์เมืองซ้ายว่า เจ้าเวียดนามใช้ญวนพาเจ้าอนุวงศ์และเจ้าราชวงศ์มาส่ง ณ เมืองเวียงจันทน์ มาถึงท่าข้ามช้างแล้วยังทางอีก 4 คืน จะมาถึงเมืองเวียงจันทน์ กรมการเมืองเวียงจันทน์ ทั้งสองจึงให้คนถือจดหมายส่งตามลำดับชั้น จนถึงพระยาราชสุภาวดีๆ ก็รีบยกกองทัพขึ้นไปแต่ ณ เดือน 8 แรม 5 ค่ำ เวลาเช้า ในเดือน 8 แรม 6 ค่ำนั้น เจ้าอนุวงศ์ก็ยกมาถึงเมืองเวียงจันทน์ คนมาด้วยเจ้าอนุวงศ์เป็นลาวประมาณ 1,000 คนเศษ ญวนประมาณ 80 คนเศษ ตั้งอยู่ ณ เมืองเวียงจันทน์ล่ามญวน 2 คน จึงมาหาพระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิต ว่าเวลาพรุ่งนี้ญวนจะพาเจ้าอนุวงศ์มาพูดจาโดยดี เพราะวันนี้เย็นมากแล้ว
ครั้นเวลาเช้า ญวนก็พาเจ้าอนุวงศ์มาหาพระยาพิชัยสงคราม ณ ศาลาลูกขุน “ว่าเจ้าอนุวงศ์ทำความผิดหนีไปหาญวน ญวนเหมือนมารดา กรุงเทพมหานครเหมือนบิดาๆ โกรธบุตรแล้วมารดาต้องพามาขอโทษ ท่านแม่ทัพมาถึงแล้ว เจ้าอนุวงศ์จะมาหาแม่ทัพให้พาลงไป ณ กรุงเทพฯ แล้วพระเจ้ากรุงเวียดนามได้มีพระราชสาส์นไปขอโทษเจ้าอนุวงศ์ทางเรือ เจ้าอนุวงศ์เคยขึ้นแก่กรุงไทยอย่างไรญวนก็ไม่ขัดข้อง ญวนต้องเอาธุระด้วยเมืองเวียงจันทน์เคยไปจิ้มก้อง 3 ปีครั้ง 1” ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์ก็พูดจากับพระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิต เป็นปกติ และเอาข้าวสาร หมากพลู หม้อทองเหลือง มาให้นายไพร่กันทั่วแล้ว เจ้าอนุวงศ์ก็กลับไปอยู่วัดพระแก้ว พระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิต เชื่อถือถ้อยคำเจ้าอนุวงศ์ประมาทหามีข้อสงสัยไม่ ปล่อยคนไปเที่ยวหากินเสีย หาอยู่พรักพร้อมกันไม่

เจ้าอนุวงศ์และเจ้าราชวงศ์ยกพลเข้าล้อมกองทัพไทย
ในวันเดือน 8 แรม 7 ค่ำ เวลาบ่ายประมาณ 3 โมง เจ้าพระยาราชสุภาวดียกขึ้นไปถึงค่ายพรานพร้าว พอเวลาบ่าย 4 โมง เจ้าอนุวงศ์และเจ้าราชวงศ์ก็ยกพลเข้าล้อมพระยาพิชัยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิตไม่ทันรู้ตัวก็ถูกลาวยิง ขุนหมื่นนายไพร่ในกองทัพต่างตกใจวิ่งหนีจะลงเรือ ลาวก็เก็บเรือถอยไปเสียหมด จึงพากันโดดลงน้ำว่ายข้ามฟากมา ลาวก็เอาเรือมาไล่ แทงฟันตายเสียมาก เหลืออยู่แต่หมื่นรักษานาเวศกับไพร่ประมาณ 40-50 คน ว่ายน้ำเกาะขอนไม้ข้ามมาได้
ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดีอยู่ที่ค่ายพานพร้าว และเห็นเกิดฆ่าฟันกันขึ้นที่หาดทรายหน้าเมือง ก็รู้ว่าทัพไทยเป็นอันตรายแล้ว จะยกข้ามไปคนก็ยังน้อยตัวลง เรือก็ไม่พอ พอเวลาค่ำหมื่นรักษานาเวศมาถึงแจ้งความให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีฟังทุกประการ พวกลาวชาวเมืองนครราชสีมาทราบข่าวก็พากันหลบหนีไปเป็นอันมาก
เจ้าพระยาราชสุภาวดี จึงปรึกษาด้วยนายกองว่าจะลงไปสู้รบที่เมืองนครราชสีมาก็ไกลนัก จะตั้งอยู่ที่พรานพร้าวก็ไม่ได้คนน้อยตัว พระยาเชียงสาจึงว่าเมืองยโสธรข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ ผู้คนก็มั่งคั่ง ให้ยกไปตั้งอยู่ที่นั่นเห็นจะสู้รบได้ จึงรับอาสานำทางลัดป่ามาเมืองยโสธรในเวลากลางคืนวันนั้น ฝ่ายญวนเห็นเจ้าอนุวงศ์ทำวุ่นวายขึ้นฆ่าพวกไทยเสียไม่บอกกล่าวให้รู้ ผิดต่อรับสั่งพระเจ้าเวียดนาม พวกญวนก็พากันทิ้งเจ้าอนุวงศ์เสีย กลับไปเมืองล่าน้ำดังเก่า
ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์ทราบว่าเจ้าพระยาราชสุภาวดียกไปตั้งอยู่ค่ายพรานพร้าว ก็จัดให้เจ้าราชวงศ์รีบยกกองทัพข้ามฟากมาล้อมจับเจ้าพระยาราชสุภาวดี และให้คนข้ามไปรื้อพระเจดีย์ปราบเวียงที่เมืองพานพร้าวเสีย เชิญพระเสริมและพระพุทธรูปที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลบรรจุไว้ มาประดิษฐานไว้ที่เวียงจันทน์ดังเก่า
ครั้นเจ้าราชวงศ์ยกมาและทราบว่า เจ้าพระยาราชสุภาวดียกไปเมืองยโสธรเสียแล้ว เจ้าราชวงศ์ก็เร่งกองทัพออกตามไปโดยเร็ว
วันรุ่งขึ้นเจ้าพระยาราชสุภาวดีได้ทราบข่าวว่า เจ้าราชวงศ์ยกทัพตามมา จึงรีบจัดทัพไปต่อสู้ กองทัพทั้งสอบปะทะกันที่ตำบลบกหวาน ต่างสู้รบกันถึงตะลุมบอน ขณะนั้นเจ้าพระยาราชสุภาวดีแลเห็นเจ้าราชวงศ์ขับม้าต้อนพลตะลุมบอนอยู่ จึงกระชากหอกคู่มือเร่งม้ากระโจนเข้าสังหารเจ้าราชวงศ์ บังเอิญม้าของพระเจ้าราชสุภาวดีเหยียบคันนาแพลงล้มลงทับขาเจ้าพระยาราชสุภาวดี เจ้าราชวงศ์เหลือบเห็นก็ต้อนขับม้าสะอึกเข้าไป ยกหอกหมายแทงตรงกลางตัวเจ้าพระยาราชสุภาวดี ปลายหอกแทงเฉี่ยวข้าง เสียดผิวท้องถูกผ้าสมรดทะลุ หอกได้ปักตรึงอยู่กับดิน เจ้าราชวงศ์จะดึงหอกขึ้นแทงซ้ำ แต่เจ้าพระยาราชสุภาวดีจับคันหอกยึดไว้ แล้วพยายามชักมีดหมอประจำตัวจะแทงสวนขึ้นไป เจ้าราชวงศ์ดึงหอกไม่ได้สมประสงค์ จึงชักดาบที่คอม้าออก เงื้อจะจ้วงฟันเจ้าพระยาราชสุภาวดี ฝ่ายหลวงพิพิธ (ม่วง) น้องชายเจ้าพระยาราชสุภาวดีเห็นดังนั้น จึงกระโจนเข้ารับดาบเจ้าราชวงศ์ แต่เสียทีเจ้าราชวงศ์ฟันขาดใจตายทันที ขณะที่เจ้าราชวงศ์กำลังจ้วงแทงหลวงพิพิธอยู่นั้น เจ้าพระยาราชสุภาวดีชักมีดหมอออกทัน และได้ทีก็แทงสวนขึ้นไป ถูกโคนขาเจ้าราชวงศ์เป็นแผลลึก เจ้าราชวงศ์ก็ผงะหงายตกลงจากหลังม้าเลือดสาดแดงฉาน พวกทหารรีบช่วยกันประคองเจ้าราชวงศ์หามหนีไปโดยเร็ว
ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดี จัดการบาดแผลที่ท้องเรียบร้อยแล้ว ก็เร่งทหารให้ติดตามกองทัพเจ้าราชวงศ์ จนถึงฝั่งแม่น้ำโขงก็ไม่ทัน จึงพาทหารเดินทางไปตั้งพักอยู่ที่พานพร้าว ฝ่ายเจ้าราชวงศ์แตกหนีลงเรือไปถึงเมืองเวียงจันทน์ แจ้งความแก่เจ้าอนุวงศ์ว่า ได้รบพุ่งกับกองทัพเจ้าพระยาราชสุภาวดีครั้งนี้ นายทัพนายกองเจ้าพระยาราชสุภาวดีสู้รับแข็งแรงนัก ตัวเจ้าราชวงศ์กับไพร่พลได้เข้าสู้รับกับกองเจ้าพระยาราชสุภาวดีจนถึงตะลุมบอน พวกกองทัพเจ้าพระยาราชสุภาวดีไม่ย่อท้อถอยหนีแต่สักคนหนึ่ง กองทัพฝ่ายเราล้มตายลงมาก คนก็หนีไปเกือบหมด ตัวเองก็ถูกอาวุธเจ็บช้ำมาก เห็นเหลือกำลังจะสู้รบ ครั้งนี้เราจะเกณฑ์ผู้คนไปสู้รบเห็นจะไม่ได้ ด้วยอำนาจเราก็น้อยลง ควรหนีไปพึ่งญวนอย่างเดิม

เจ้าอนุวงศ์หนีจากเมืองเวียงจันทน์
ครั้น ณ วันเดือน 11 ขึ้น 11 ค่ำ เวลาเกือบรุ่ง เจ้าอนุวงศ์ เจ้าราชวงศ์และเจ้าสุทธิสารก็พาครอบครัวอพยพหนีจากเวียงจันทน์ไป
ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดี ครั้นยกพลมาตั้งอยู่เมืองพรานพร้าวแล้ว ก็สั่งให้นายทัพนายกองคุมไพร่ 600 คน ข้ามไปเมืองเวียงจันทน์ พอเจ้าอนุวงศ์ยกหนีไปได้วันหนึ่งแล้ว นายทัพนายกองก็รีบติดตามไป พบแต่เจ้าสุทธิสารและครอบครัวที่บ้านไผ่ (บริเวณเทศบาลเมืองหนองคาย) นายทัพนายกองจับตัวได้เมื่อเดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ให้หลวงทรงวิชัยกับไพร่ 15 คน คุมตัวเจ้าสุทธิสารกับญาติพี่น้องลงมาส่งเจ้าพระยาราชสุภาวดีที่พรานพร้าว นายทัพนายกองก็ติดตามเจ้าอนุวงศ์ต่อไป เจ้าพระยาราชสุภาวดีให้ถามเจ้าสุทธิสารให้การว่า เมื่อเจ้าอนุวงศ์หนีไปนั้นพวกตนหารู้ไม่ ครั้นรุ่งเช้าขึ้นได้ตามเจ้าอนุวงศ์ไปหาช้างที่บ้านดอนไม่พบ คนเลี้ยงช้างบอกว่าเจ้าอนุวงศ์เอาไปเสียแต่เวลาเช้าแล้ว เจ้าสุทธิสารกับญาติพี่น้องก็ต้องเดินไป พออ้ายฉิมขี่ช้างมาบอกว่าเจ้าอนุวงศ์ให้เอาช้างมารับ เพราะไพร่พลหนีไปเสียเหลืออยู่แต่เจ้าราชวงศ์กับครอบครัว ไพร่ 3 คน ช้าง 5 เชือก ม้า 5 ตัว เจ้าอนุวงศ์จะไปทางท่าข้ามช้าง และจะไปอาศัยอยู่เมืองพวนก่อน เจ้าพระยาราชสุภาวดีแจ้งดังนั้น ก็เกณฑ์คนเพิ่มเติมให้ไปสมทบกับนายทัพนายกองที่ตามเจ้าอนุวงศ์ไป แล้วให้พระพิพิธเดชะกับไพร่พลคุมตัวเจ้าสุทธิสาร กับญาติพี่น้องลงมาส่งยังกรุงเทพมหานคร แล้วเจ้าพระยาราชสุภาวดีก็ยกทัพข้ามไปตั้งอยู่เมืองเวียงจันทน์ และให้รื้อทำลายบ้านเมืองเสียให้สิ้น ยกเว้นไว้แต่วัดวาอาราม
ฝ่ายท้าวเพี้ยเมืองเวียงจันทน์ ก็พากันเข้าหาเจ้าพระยาราชสุภาวดี เจ้าพระยาราชสุภาวดีจึงจัดให้คนไปติดตามกวาดต้อนครัวเมืองเวียงจันทน์ ข้ามารวบรวมไว้ ณ ฟากพานพร้าว กำหนดจะกวาดต้อนครัวส่งลงมา ณ กรุงเทพมหานคร ณ เดือน 12 ให้สิ้น เพื่อมิให้ตั้งบ้านเมืองหนาแน่นเหมือนแต่ก่อน

แม่ทัพไทยลวงฆ่าพวกญวน
ฝ่ายเจ้ากรุงเวียดนามทรงทราบว่าเจ้าอนุวงศ์ทำการวุ่นวายแก่กองทัพไทย ไม่สวามิภักดิ์ตามที่รับสั่งไว้ เกิดรบพุ่งกันขึ้นอีก จึงมีหนังสือถึงแม่ทัพไทยฉบับหนึ่ง ถึงเจ้าอนุวงศ์ฉบับหนึ่ง ให้เจ้าเมืองล่าน้ำจัดขุนนางและกรมการกับไพร่ มาส่งให้ถึงเจ้าอนุวงศ์และกองทัพไทย เจ้าเมืองล่าน้ำจึงจัดให้กายโดยทุงเลดินยุต เวียนหูล่ามกับไพร่ญวนลาว 50 คน มาลงเรือที่เมืองมหาชัยกองแก้ว ครั้นมาถึงเมืองนครพนมแจ้งว่า เจ้าอนุวงศ์ได้หนีไปอยู่เมืองพวน จึงมีหนังสือให้แม่ทัพไทยทราบ ฝ่ายพระยาวิชัยสงคราม หลวงนรา ซึ่งตั้งทัพอยู่เมืองนครพนม จึงบอกหนังสือมาถึงเจ้าพระยาราชสุภาวดีแม่ทัพใหญ่ๆ ก็ให้มีหนังสือตอบไปว่า พระยาพิชัยสงคราม หลวงสุเรนทรวิชิต กับไพร่ 200 –300 คนเศษ ประมาทอยู่ก็เพราะเชื่อญวน จึงได้ตาย ครั้งนี้มันก็มาล่อลวงทำอย่างนั้นอีก จะเอามันไว้ทำไมให้กำจัดมันเสียให้สิ้น นายทัพทั้ง 2 แจ้งหนังสือแก่แม่ทัพใหญ่แล้วก็ให้ไปล่อลวงญวนและไพร่ขึ้นไปว่าจะเลี้ยงโต๊ะ ญวนสำคัญว่าจริงก็ให้ไพร่เฝ้าเรือแต่ 2 คน นอกนั้นก็พากันขึ้นไปสิ้น ครั้นไปถึงค่ายพร้อมกันแล้ว นายทัพทั้ง 2 จึงให้สัญญาน พวกไทยก็กรูกันเข้าฆ่าพวกญวนตาย เหลืออยู่แต่เลดินยุตกับไพร่ลาว 2 คน ถูกอาวุธบาดเจ็บจึงได้นำตัวส่งไปให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีแม่ทัพใหญ่
ครั้นเดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ (ธันวาคม) เจ้าน้อยเมืองพวนให้เพี้ยเมืองกลาง เพี้ยห่อไช มาแจ้งความแก่เจ้าพระยาราชสุภาวดีที่เมืองเวียงจันทน์ว่า เจ้าน้อยเมืองพวนแต่งกองทัพออกอาละวาดตระเวนด่านทางทุกตำบล ถ้าเจ้าอนุวงศ์จะหนีขึ้นไปจะจับส่งให้มิให้หนีไปได้ ขออย่าให้กองทัพกรุงเทพฯ เข้าไปในเขตแดนเมืองพวนเลย ไพร่บ้านพลเมืองจะสะดุ้งสะเทือนไป

จับเจ้าอนุวงศ์ได้
ครั้น ณ เดือน 12 ข้างแรม เพี้ยนามโคตร เพี้ยอุทุมมาหาเจ้าพระยาราชสุภาวดีแจ้งว่า เจ้าน้อยเมืองพวนให้ออกเที่ยวลาดตระเวน พบเจ้าอนุวงศ์กับครอบครัวที่แม่น้ำไฮ เชิงเขาไก่ ให้คนล้อมไว้ 50 คนแล้ว ขอให้แต่งคนขึ้นไปจับเอาโดยเร็ว เจ้าพระยาราชสุภาวดีจึงให้พระอินทรเดชะ คุมไพร่ 300 คน ไปจับเข้าอนุวงศ์ไปถึงหาดเดือย พบพระลับและนายหนานขัติยะเมืองน่าน ท้าวมหาพรหมเมืองหลวงพระบางจับเจ้าอนุวงศ์กับครอบครัวไว้ได้พร้อมกับนายทัพนายกองจึงคุมตัวเจ้าอนุวงศ์กับครอบครัวลงมาส่งเจ้าพระยาราชสุภาวดี ณ เมืองเวียงจันทน์ เจ้าพระยาราชสุภาวดีให้ซักถามเจ้าอนุวงศ์กับพี่สาวเจ้าอนุวงศ์ ได้ความว่าเจ้าราชวงศ์ถูกหอกถูกปืนบาดเจ็บสาหัส ได้หนีไปทางเรือว่าจะไปเมืองมหาชัยกองแก้ว เจ้าพระยาราชสุภาวดีก็ให้คนติดตามเจ้าราชวงศ์ทั้งทางบกทางเรือหลายทางแต่ไม่พบ
เจ้าพระยาราชสุภาวดีจึงให้พระอนุรักษโยธา พระโยธาสงคราม หลวงเทเพนทร์ พระนครศรีบริรักษ์เจ้าเมืองขอนแก่น ราชวงศ์เมืองชนบท กับไพร่ 300 คน คุมตัวเจ้าอนุวงศ์กับครอบครัวลงมาส่งกรุงเทพฯ

หมายเหตุ
“เมื่อปราบปรามกบฏเจ้าอนุวงศ์สำเร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความชอบ สถาปนาคุณหญิงโมเป็น ท้าวสุรนารี พร้อมด้วยเครื่องยศทองคำ ประกอบด้วย ถาดทองคำใส่เชี่ยนหมาก จอกหมากทองคำ 1 คู่ ตลับทองคำ 3 ใบ เต้าปูนทองคำ คนโทน้ำทองคำ และขันน้ำทองคำ ส่วนพระยาปลัด(ทองคำ) สามีคุณหญิงโมนั้น เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยามหิศราธิบดี ตำแหน่งที่ปรึกษาเมืองนครราชสีมา”
ท้าวสุรนารีถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. 2407 (ในจารึกฐานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี บันทึกว่า “เดือน 5 ปีชวด พ.ศ.2395) เจ้าพระยามหิศราธิบดีพร้อมด้วยญาติพี่น้องได้ก่อเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ที่วัดศาลาลอย ต่อมาพลตรีพระยาสิงหเสนี (สะอาด สิงหเสนี) ข้าหลวงใหญ่มณฑลนครราชสีมา (พ.ศ. 2436 – 2444) ได้สร้างกู่สี่เหลี่ยมคูหารูปเป็นยอดเจดีย์บรรจุอัฐิท้าวสุรนารีที่มุมวัดพระนารายณ์มหาราช จนถึงปี พ.ศ. 2477 พระกำธรพายัพทิศ (ดิศ อินทโสฬส) ข้าหลวงประจำจังหวัดนครราชสีมา และพันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทองคำ รักสงบ) ผู้บังคับการมณฑลทหารที่ 5 ได้พร้อมใจกันทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนสร้างอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิท้าวสุรนารีขึ้นที่ประตูชุมพล แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2477 ทางราชการได้จัดฉลองทุกปีในเดือนมีนาคมตั้งแต่นั้นมา


ผู้เรียบเรียง : เติม วิภาคย์พจนกิจ, ไพฑูรย์ มีกุศล


Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:44.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#28 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:50

ไทยเราผิดมั๊ยละครับ พระเจ้าสิริบุญสาร ยกทัพมาตีอุบลราชธานี ไทยเราก็ต้องสู้สิ สู้แล้วชนะจะให้ทำไง?

ปล่อยไปให้มันกลับมาแว้งกันเราอีกหรือ? เห็นนักประวัติศาสตร์ไทยบางคนพยายามยกย้อง อนุวงศ์ว่าพยายามปลดแอกเป็นอสิระภาพจากไทย

โดยลืมไปดูว่า ประวัติศาสตร์ความเป็นมามันขัดแย้งเริ่มมาจากอะไร ใครเริ่มก่อน (ยังไม่นับเรื่องที่มันพันไปถึงพวกญวณ)
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#29 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:21

อณาจักรล้านช้างเป็นอณาจักรของชาวลาวดูแผนที่ ปีพ.ศ.1943
Posted Image

ลองอ่านประวัติอาณาจักรล้านช้างในวิกี
http://th.wikipedia....าณาจักรล้านช้าง

อณาจักรลาวโดนพม่าโจมตีมาโดยตลอด ไม่ใช้อยุธยานะครับ

จนสุดท้ายมาแตกกันเองเป็น 3 อณาจักรตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์

แล้วที่มาตกเป็นเมืองประเทศราชของไทยก็เพราะ ดันยกทัพมาตีเราก่อนแท้ๆ :angry:
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#30 อาวุโสโอเค

อาวุโสโอเค

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,790 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:42

ประวัติศาสตร์เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งมีคุณค่าไม่ว่าแง่บวกหรือลบ

ในเรื่องวัฒนธรรมประเพณีหรือจารีตต่าง ๆ ผมว่ายังมีกระจัดกระจาย

แต่เรื่องชาติพันธ์ผมว่าผสมปนเปกัน คนเหนือคนใต้ คนลาวคนไทย

คนเขมรฯลฯ มีการแต่งงานและสืบลูกสืบหลานกัน กลับหาชาติพันธ์แท้ ๆ ยากนัก

ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นผมว่าเป็นสิ่งที่ควรรักษา ผมกลับเห็นว่าควรเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองไทยในการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ประเด็นที่จะยกอ้างว่าเราโดนรังแก เพราะคนที่กล่าวอ้าง

คงไม่ใช่ชาติพันธ์แท้ ๆ นอกจากหวังเพียงผลเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการกล่าวอ้าง
การเมืองไม่ใช่เพื่อกลุ่มใด แต่เพื่อทุกคนในประเทศ

#31 เทพเปโตร

เทพเปโตร

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 118 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:00

ทุกวันนี้ ผมหละกลัว ความเป็นโคราชของผมจะหายไป เพราะคนที่หมู่บ้านผมไปแต่งงานกับคนถิ่นอื่นทั้งนั้น ทั้งใต้ กลาง เหนือ เฮ้อ แล้วอนาคตจะมีเอกลักษณ์มั้ยเนี่ย แม้แต่ผมก็เหมือนกัน ผมรักความเป็นโคราช และมีํศักดิ์ศรีที่จะปกป้องในหลวง และขอบอกว่า คนโคราชส่วนใหญ่ ไม่ใช่แดงครับ

#32 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:43

Posted Image


ถ้าเขาบอกเขตแดนไทยตอนเหนืออยู่สุโขทัย งั้นทำไมอักษรของประเทศลาวถึงได้ใช้ ตัวอักษรของพ่อขุนรามล่ะครับ?

คำว่าคนลาว - ไท - ไทใหญ่ ผมว่าน่าจะเรียกกันหลังๆมานี้นะ และอีกอย่างบ้านผมอยู่ยโสธร เขายังไม่เรียกตัวเองว่าคนลาวเลย?


เรื่องตัวอักษรนี่ก็น่าสนใจนะครับ
ถ้าเราบอกว่าพ่อขุนรามเป็นคนประดิษฐ์อักษรไท หรืออย่างน้อยก็ประดิษฐ์ในช่วงต้นสุโทัย
จนมาเกิดศิลาจารึกในยุคนั้น ทีนี้ใครเป็นคนประดิษฐ์อักษรลาวครับ
เพราะเหมือนไม่เคยเห็นหลักฐานหรือตำนานเรื่องนี้

Edited by aunaun, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:48.


#33 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:47

"ประเด็นของผมเกิดขึ้นเมื่อผมตามคนทำพิธีซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ไปที่บ้านหลังหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นมีไกด์คนไทยพาลูกทัวร์มา trekking หมู่บ้านชาวเขา ผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกันกับไกด์ ซึ่งเป็นคนขอนแก่น
และต่อมาหลังจากคุยกันแล้ว ผมก็สรุปได้ว่าแกเป็นแดงไม่เอาเจ้า โดยที่แกไม่ต้องเอ่ยประเด็นการเมืองเลย"


สงสัยว่าไกด์แกจะรับเฉพาะเงินกีบนะครับนั่น


ไกด์แกบอกว่าแกเป็นคน "ไทย" (เน้นเสียง) ในประเทศ "ไทย" ไม่ใช่คน "สยาม" หรือ "ไท"

#34 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:52


ผมว่าถ้าเราตอบประเด็นนี้โดยเริ่มที่อยุธยา มันจะไม่เก่าพอที่จะตอบคำถามข้างบนได้หรือเปล่าครับ
เพราะตอนอยุธยาทุกอย่างมันเริ่มนิ่งแล้ว เริ่มระบุอะไรหลายๆอย่างที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ก็จะพูดถึงสยามไม่ใช่หรือครับ ที่มาของสยามคือเสียนจำนนต่อหลอหูนี่จะย้อนไปได้ถึงสมัยไหนล่ะครับ


ผมเข้าใจว่าคนที่ผมเล่าถึง รวมไปถึงคนที่เขียนหนังสือ แกเอาสยามไปรวมกับชนชาติไทไปแล้วครับ
เพราะฉนั้นแกจึงลากย้อนไปถึงบ้านเชียง แล้วสรุปว่าอารยธรรมบ้านเชียงนั้นเติบโตไปเป็นล้านช้าง ไม่ใช่สยาม

#35 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:55



ผมว่าถ้าเราตอบประเด็นนี้โดยเริ่มที่อยุธยา มันจะไม่เก่าพอที่จะตอบคำถามข้างบนได้หรือเปล่าครับ
เพราะตอนอยุธยาทุกอย่างมันเริ่มนิ่งแล้ว เริ่มระบุอะไรหลายๆอย่างที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ก็จะพูดถึงสยามไม่ใช่หรือครับ ที่มาของสยามคือเสียนจำนนต่อหลอหูนี่จะย้อนไปได้ถึงสมัยไหนล่ะครับ


ผมเข้าใจว่าคนที่ผมเล่าถึง รวมไปถึงคนที่เขียนหนังสือ แกเอาสยามไปรวมกับชนชาติไทไปแล้วครับ
เพราะฉนั้นแกจึงลากย้อนไปถึงบ้านเชียง แล้วสรุปว่าอารยธรรมบ้านเชียงนั้นเติบโตไปเป็นล้านช้าง ไม่ใช่สยาม

บ้านเชียงนี่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นชนชาติไทครับ
ขุนบรมมาจากน่านเจ้า เจ้าฟ้างุ้มที่สถาปนาอาณาจักรล้านช้างก็สืบเชื้อสายมาจากขุนบรม ขัดแย้งกับเรื่องที่อ้างว่าบ้านเชียงเติบโตไปเป็นล้านช้าง
ถ้าเอาเรื่องชนชาตินี่ลาวถือเป็นชนชาติไทเหมือนกัน

Edited by Solidus, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:55.

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#36 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:04


Posted Image


ถ้าเขาบอกเขตแดนไทยตอนเหนืออยู่สุโขทัย งั้นทำไมอักษรของประเทศลาวถึงได้ใช้ ตัวอักษรของพ่อขุนรามล่ะครับ?

คำว่าคนลาว - ไท - ไทใหญ่ ผมว่าน่าจะเรียกกันหลังๆมานี้นะ และอีกอย่างบ้านผมอยู่ยโสธร เขายังไม่เรียกตัวเองว่าคนลาวเลย?


เรื่องตัวอักษรนี่ก็น่าสนใจนะครับ
ถ้าเราบอกว่าพ่อขุนรามเป็นคนประดิษฐ์อักษรไท หรืออย่างน้อยก็ประดิษฐ์ในช่วงต้นสุโทัย
จนมาเกิดศิลาจารึกในยุคนั้น ทีนี้ใครเป็นคนประดิษฐ์อักษรลาวครับ
เพราะเหมือนไม่เคยเห็นหลักฐานหรือตำนานเรื่องนี้

สมัยก่อนยังไม่มีการแบ่งนี่ไทยนี่ลาว ถ้าทางล้านนา ล้านช้างจะรับตัวอักษรพ่อขุนรามไปใช้ก็ไม่มีปัญหาครับ เมื่อก่อนใช้อักษรมอญ หรือขอมกัน เมื่อมีการปลดแอกจากวัฒนธรรมมอญ-ขอม จึงหันมาใช้อักษรพ่อขุน
ถ้าตัวอักษรที่ใช้กันก่อนอักษรพ่อขุนก็มีอักษรธรรม

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#37 คนไทย916

คนไทย916

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,396 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:22

ผู้รอบรู้ ฝั่งแดง ไม่มีเข้ามาใ้ห้ความรู้บ้าง หรือ รู้จักแต่ขี้ ทักษิณอย่าง เดียว
ความรู้อื่นๆ หัดเอามาโชว์มั่ง

เราตระกูลชินจัง ขอยก ฐานะ เสื้อแดง จาก ไพร่ เป็น ควายแดง ณ.บัดนี้  

    ถึงแม้ พ่อแม่ เองจะให้ฐานะความเป็น คน มาแต่กำเนิดก็ตาม 


#38 คนสับปะหลี้

คนสับปะหลี้

    สูงสุดแดนสยาม

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,262 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:24

เข้ามาเก็บความรู้ครับ

"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"


#39 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:47



Posted Image


ถ้าเขาบอกเขตแดนไทยตอนเหนืออยู่สุโขทัย งั้นทำไมอักษรของประเทศลาวถึงได้ใช้ ตัวอักษรของพ่อขุนรามล่ะครับ?

คำว่าคนลาว - ไท - ไทใหญ่ ผมว่าน่าจะเรียกกันหลังๆมานี้นะ และอีกอย่างบ้านผมอยู่ยโสธร เขายังไม่เรียกตัวเองว่าคนลาวเลย?


เรื่องตัวอักษรนี่ก็น่าสนใจนะครับ
ถ้าเราบอกว่าพ่อขุนรามเป็นคนประดิษฐ์อักษรไท หรืออย่างน้อยก็ประดิษฐ์ในช่วงต้นสุโทัย
จนมาเกิดศิลาจารึกในยุคนั้น ทีนี้ใครเป็นคนประดิษฐ์อักษรลาวครับ
เพราะเหมือนไม่เคยเห็นหลักฐานหรือตำนานเรื่องนี้


สมัยก่อนยังไม่มีการแบ่งนี่ไทยนี่ลาว ถ้าทางล้านนา ล้านช้างจะรับตัวอักษรพ่อขุนรามไปใช้ก็ไม่มีปัญหาครับ เมื่อก่อนใช้อักษรมอญ หรือขอมกัน เมื่อมีการปลดแอกจากวัฒนธรรมมอญ-ขอม จึงหันมาใช้อักษรพ่อขุน
ถ้าตัวอักษรที่ใช้กันก่อนอักษรพ่อขุนก็มีอักษรธรรม


มี 2 ข้อสันนิษฐาน

วิวัฒนาการของอักษรลาวนั้นมีผู้ที่ให้ความเห็นแตกต่างกันไป ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดซ์ เคยให้ความเห็นว่าอักษรลาวนั้น น่าจะมีที่มีจากอักษรไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เกิดขึ้นที่เมืองสุโขทัย แล้วแพร่หลายไปยังเมืองที่ติดต่อกันในดินแดนล้านนาและล้านช้าง แต่ภายหลังตัวอักษรไทยในดินแดนล้านช้างได้เปลี่ยนเป็นตัวลาว

นักวิชาการลาวเชื่อว่าคนลาวที่อยู่ในดินแดนล้านช้างมีอักษณเป็นของตนเองมานาน อักษรลาวคล้ายกับตัวอักษรไทยเพราะวิวัฒนาการมาจากอักษรเทวนาครี อันเป็นอักษรของพวกอินเดียทางเหนือ มหาสิลา วีระวงส์ เห็นว่าชาติลาวมีตัวหนังสือของตัวเองมาหลายร้อยปี หรืออาจจะเป็นพันปีก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหงของไทย โดยอักษรลาวเป็นอักษรไทพวกหนึ่งที่เรียกว่า อักษรไทน้อย ซึ่งได้กลายเป็นหนังสือลาวในเวลาต่อมา


ผมเชื่อว่าอักษรลาวน่าจะมาจากสุโขทัยมากกว่า เพราะมีหลักฐานเป็นศิลาจารึก

ส่วนที่ลาวบอกว่าตนคิดอักษรขึ้นมาเองก่อนเป็นร้อย-พันปีก่อนพ่อขุนราม นั้นไม่มีหลักฐานหรือศิลาจารึกใดๆมายืนยัน และถ้าคิดขึ้นมาเองก็ไม่น่าจะเหมือนกับอักษรไทยโบราษขนาดนั้น


ส่วนคำว่า ลาว ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำเรียกเหมือนๆกับเรียก พวกสุโขทัย พวกอโยธยา แต่คนลาวคือคนเผาไทพวกหนึ่งแน่นอน

Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:48.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#40 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:10


อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารีเริ่มเรียกกันตอนไหนล่ะ สมัย ร.3 เรียกรึยัง หรือเพิ่งมาเรียกตอนสมัย ร.8
อ่อถ้าใช้คำว่า ท้าว เป็นตัวตัดสินไทยลาวนี่ แล้วถลางเป็นลาวไปด้วยรึ (ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร)


คำว่าท้าวนี่ ตกลงภาษาไทหรือลาวครับ
ถ้าเป็นไท ทำไมไม่เห็นมีตำแหน่งนี้สมัยอยุธยา
ถ้าเป็นลาว ทำไมไปโผล่ที่ถลาง

#41 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:24



อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารีเริ่มเรียกกันตอนไหนล่ะ สมัย ร.3 เรียกรึยัง หรือเพิ่งมาเรียกตอนสมัย ร.8
อ่อถ้าใช้คำว่า ท้าว เป็นตัวตัดสินไทยลาวนี่ แล้วถลางเป็นลาวไปด้วยรึ (ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร)


คำว่าท้าวนี่ ตกลงภาษาไทหรือลาวครับ
ถ้าเป็นไท ทำไมไม่เห็นมีตำแหน่งนี้สมัยอยุธยา
ถ้าเป็นลาว ทำไมไปโผล่ที่ถลาง


มีตำแหน่งท่านท้าวในสตรีฝ่ายในมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วครับ...

ในสมัยโบราณสตรีมิได้ทำราชการบ้านเมืองอย่างในปัจจุบันนี้ มีแต่การปฏิบัติราชการถวายแต่องค์พระมหากษัตริย์ คือปฏิบัติหน้าที่ดูแลกิจการในเขตพระราชฐาน เช่นรับใช้ในกิจประจำวันของพระมหากษัตริย์พระมเหสีเทวีตลอดจนดูแลรักษาพระที่นั่งพระตำหนักอันเป็นที่ประทับในเขตพระราชฐานรวมทั้งการประกอบพระเครื่องต้น ( พระกระยาหาร ) ต่าง ๆ ตั้งแต่โบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา อาจแบ่งตำแหน่งข้าราชการฝ่ายในออกได้เป็น 4ระดับ มีบรรดาศักดิ์ ศักดินา และหน้าที่ต่างกัน ตามความสำคัญในหน้าที่ราชการ คือ

ระดับที่ 1 มีบรรดาศักดิ์เป็น " ท้าว " เรียกกันว่าในสมัยนั้นว่า " คุณท้าว " โดยมีราชทินนามต่อท้ายบรรดาศักดิ์ทุกตำแหน่ง เช่น ท้าววรจันทร เป็นหัวหน้าท้าวนางทั้งปวง บังคับบัญชาทั่วไปในราชสำนักฝ่ายใน ตลอดจนมีหน้าที่ตักเตือนว่ากล่าวพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน และพระสนมกำนัล ต่อมาในภายหลังได้มีการตั้งตำแหน่ง ท้าววรคณานันท์ เพิ่มเติม เป็นตำแหน่งท้าวนางสูงสุด ในข้าราชการสำนักฝ่ายใน ทำหน้าที่ดูแลปกครองข้าราชการสำนักฝ่ายใน ต่างพระเนตรพระกรรณ ขึ้นตรงต่อเสด็จอธิบดี ซึ่งในภายหลังการปรับโครงสร้างของข้าราชสำนักฝ่ายใน มีผลทำให้ ตำแหน่งท้าววรจันทร์ มีอำนาจบังคับบัญชาราชการรองลงมาจากท้าววรคณานันท์ โดยที่ตำแหน่งท้าววรจันทร์ลงจะมีตำแหน่งท้าวนางอีก 4 ตำแหน่ง ได้แก่

ท้าวสมศักดิ์ ว่าการพนักงานทั้งปวง เช่น ในแผนกจัดเครื่องพระสุธารส และพระศรี เครื่องนมัสการ ดูแลหอพระและปูชนียสถานในราชสำนักฝ่ายใน
ท้าวอินทรสุริยา ว่าการห้องเครื่องวิเสท
ท้าวศรีสัจจา ว่าการโขลนจ่า ที่ควบคุมประตูวัง และอารักขาทั่วไป
ท้าวทรงกันดาร เป็นผู้บัญชาพระคลังใน

ระดับที่ 2 มีศักดิ์รองจากคุณท้าวคือ " คุณเฒ่าแก่ " ไม่มีบรรดาศักดิ์และราชทินนามเฉพาะ คงเรียกคำหน้านามว่า " คุณเฒ่าแก่ " ต่อคำหน้าชื่อของตัวเอง โดยที่ " คุณเฒ่าแก่ " มีด้วยกัน 2 ประเภท
ประเภทแรก คือ เคยเป็นเจ้าจอมในรัชกาลก่อน ๆ เรียกว่า เจ้าจอมเถ้าแก่ มีหน้าที่ฝึกหัดข้าราชสำนักฝ่ายใน
ประเภทที่สอง คือ ที่มิได้เป็นเจ้าจอม เรียกว่า " คุณเฒ่าแก่ " มีหน้าที่ออกไปประสานกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับฝ่ายหน้า ( ข้าราชการที่เป็นผู้ชาย )
ระดับที่ 3 มีศักดิ์รองจาก " คุณเฒ่าแก่ " ลงไปคือ " จ่า " มีราชทินนามตามตำแหน่งด้วย
ระดับที่ 4 เป็นเสมียน-พนักงาน ( พนักงานผู้มีหน้าที่รักษาพระทวารประตูวัง และดูแลรักษาความเรียบร้อยในเขตพระราชฐานเรียกว่า " โขลน "
ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีการตรากฎหมายซึ่งเรียกว่า พระไอยการนาตำแหน่งพลเรือน กำหนดศักดินาผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายใน ซึ่งใช้ต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ว่าตำแหน่งใดควรมีศักดินาเท่าไร และมีราชทินนามว่าอย่างไร
ท้าววรจัน ศักดินา 1000 เป็นที่สมเด็จพระพี่เลี้ยง ( หมายถึงพระพี่เลี้ยงกษัตริย์หรือพระราชโอรส-ธิดาชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า )
ท้าวอินสุเรนทร์ -ท้าวศรีสุดาจัน-ท้าวอินทรเทวี-ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ 4 ตำแหน่งนี้เป็น พระสนมเอก ศักดินาคนละ 1000
ท้าวสมศักดิ์-ท้าวโสภา 2 ตำแหน่งนี้ทำหน้าที่ฉลองพระโอษฐ์เชิญพระราชโองการพระราชกระแส แจ้งต่อไปยังผู้รับพระบรมราชโองการ หรือผู้รับ ๆ สั่งนั้น ๆ
ท้าวศรีสัจจา มีหน้าที่บังคับบัญชาจ่าโขลนทวารบานไพชยนต์ ( ผู้รักษาประตูพระที่นั่งและพระราชวัง ) ศักดินา 1000
ท้าวอินสุริยา ว่าการวิเสทหลวง ศักดินา 1000
ท้าวทรงกันดาร มีหน้าที่บังคับบัญชาคลังเงิน-ทอง ผ้าแพรพรรณ เครื่องทองขาว เครื่องทองเหลือง ศักดินา 800
นางเฒ่าแก่ หรือ คุณเฒ่าแก่ มีหน้าที่บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติงานของโขลนทวารบานไพชยนต์ ในตำแหน่งรองท้าวศรีสัจจาถือศักดินา 600
จ่าก้อนแก้ว-จ่าก้อนทอง-จ่าราชภักดี-จ่าศรีพรม 4 ตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโขลน ดูแลรักษาพระทวารประตูวัง และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพระราชฐานชั้นใน ถือศักดินา 400
ท้าวเทพภักดี-ท้าวทองพยศ-ท้าวทองกีบม้า-ท้าวยอดมณเฑียร-ท้าวอินทกัลยา-ท้าวมังศรี ท้าวนางทั้ง 6 นี้มีหน้าที่ปฏิบัติการอยู่ในวิเสทหลวงถือศักดินา 400 ปฏิบัติงานขึ้นตรงในบังคับบัญชาท้าวอินสุริยา
พนักงานโขลน-นายประตู-เสมียน ถือศักดินา 80

ข้าราชการฝ่ายใน ในพระราชสำนักตามทำเนียบที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ ในปัจจุบันไม่มีแล้วคงมีแต่ตำแหน่งตามระบบราชการทั่วไป คือ ตำแหน่งหัวหน้าแผนก ประจำแผนก และพนักงาน ส่วนการบรรดาศักดิ์เป็นท้าวนางนั้นยกเป็นบรรดาศักดิ์ สำหรับพระราชทานสตรีที่มีความสำคัญเป็นพิเศษบางท่านเท่านั้น
อธิบายเพิ่มเติม
คุณพนักงาน
หมายถึง สตรีที่มีบิดามีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระยาขึ้นไปที่ได้รับทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีตำแหน่งเป็นพนักงานพิเศษ เรียกว่า " คุณพนักงาน " มีคำหน้านามว่า " คุณ " ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำหน้านามสตรีเพิ่มเติม พ.ศ. 2464
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 อธิบายไว้ว่า คนที่ถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายนั้น ค่อนข้างจะแคบและเห็นว่าเป็นในสมัยก่อนมากกว่า เพราะต่อมาจนถึงปัจจุบัน คนที่ถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายนั้นถ้าเป็นชายเรียกว่า มหาดเล็ก ถ้าเป็นผู้หญิงจึงจะเรียกว่า ข้าหลวง นอกจากผู้ที่ถวายตัวถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายแล้ว ในบางสมัยคำว่า ข้าหลวง ยังหมายถึง นามตำแหน่งในราชการฝ่ายปกครอง เช่น ข้าหลวงเทศาภิบาล

เจ้าจอมอยู่งาน
คือเจ้าจอมที่องค์พระมหากษัตริย์ทรงเลือกไว้สำหรับทรงใช้สอยใกล้ชิดพระองค์ในกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เช่น จัดพระภูษาและเครื่องสรง จัดเครื่องแต่งพระองค์และช่วยแต่งพระองค์ คือถ้าจะทรงพระภูษาโจง ก็ต้องทำหน้าที่เข้าม้วนชายผ้าที่เรียกว่า " โจงกระเบนหวาย " ถวายสายรัดพระองค์ ถวายพระองค์จิปาถะ นอกจากนั้นก็คอยรับพระราชกระแสที่จะสั่งถึงใครอย่างไร อันเป็นการในราชสำนัก มิใช่ราชการแผ่นดิน และคอยปรนนิบัติรับใช้ประการอื่น ๆ เช่น ถวายพระโอสถ ถวายอยู่งานพัด ถวายอยู่งานนวด ในโอกาศที่เสด็จออกงาน เจ้าจอมอยู่งานทำหน้าที่พระสนม พระกำนัล เชิญเครื่องและตั้งเครื่องพระศรี พระสุธารส ( ธรรมเนียมปรนนิบัติเจ้านายในวัง ไม่ว่าจะเป็นการถวายงานนวดหรือเวลาตบยุงที่กัด ท่านก็ต้องมีการหัดเรียนรู้ว่าควรจะทำอย่างไร เวลาที่ยุงกัดพระบาท ผู้ใหญ่จะสอนมหาดเล็กหรือข้าหลวงว่า เวลาจะตบยุงห้ามตีที่พระบาทท่านเป็นอันขาด ให้ใช้เฉพาะนิ้วชี้เท่านั้น คือ ทำนิ้วชี้นิ่งๆ กดลงที่ตัวยุงที่กัดเท้าท่านอยู่ เป็นการตบยุงอย่างละมุนละม่อม เวลาจะถวายงานทุบพระบาทก็จะไม่ทุบตุ้บตั้บอย่างคนธรรมดา แต่จะต้องมีเทคนิคพิเศษ กำมือหลวมๆ ให้เป็นรูทั้งสองมือแล้วทุบ ... )
http://www.oknation....t.php?id=289600


Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:28.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#42 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:25



อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารีเริ่มเรียกกันตอนไหนล่ะ สมัย ร.3 เรียกรึยัง หรือเพิ่งมาเรียกตอนสมัย ร.8
อ่อถ้าใช้คำว่า ท้าว เป็นตัวตัดสินไทยลาวนี่ แล้วถลางเป็นลาวไปด้วยรึ (ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร)


คำว่าท้าวนี่ ตกลงภาษาไทหรือลาวครับ
ถ้าเป็นไท ทำไมไม่เห็นมีตำแหน่งนี้สมัยอยุธยา
ถ้าเป็นลาว ทำไมไปโผล่ที่ถลาง

ท้าวศรีสุดาจันทร์ไม่ใช่สมัยอยุธยารึครับ

Edited by Solidus, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:26.

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556


#43 ความตาย ของผม

ความตาย ของผม

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,083 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:28

อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมว่าหน้าจะไม่ใช่นะ เพราะ

ท้าว เป็นคำนำหน้า แทนคำว่า นาย ในภาษาลาว

แต่คำว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์ อย่างนี้ เป็น ยศ นำหน้าชื่อ หน้าจะเป็นอันเดียวกันกับท้าวสุรนารี
ในที่สุด แมนตู ของยู ก็ตกรอบ UPA ทำไมมันเป็นงี้

#44 ความตาย ของผม

ความตาย ของผม

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,083 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:29

ข่อยนิลาว(อีสาน)แท้ๆเด้อ
ในที่สุด แมนตู ของยู ก็ตกรอบ UPA ทำไมมันเป็นงี้

#45 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:35

ความจริงเรื่องย่าโมผมโพสในความเห็นที่ 25 ข้างบนแล้ว ว่าท่านได้ตำแหน่งท่านท้าวพระราชทานมา คนที่อ้างกับ จขกท. ว่าเพราะย่าโมมีตำแหน่งท่านท้าว เลยเป็นลาวเป็นการพิสูจน์ชัดเจนว่า ข้อมูลของคนที่คุณคุยด้วยเป็นพวกแดงมั่วธรรมดา

วีรกรรมของคุณหญิงโมนั้นเป็นที่คนไทยรุ่นหลังทราบดีว่า เมื่อพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ คุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือ ได้รวบรวมครอบครัวชาย หญิงชาวนครราชสีมาที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสัมฤทธิ์แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด

เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเป็น ท้าวสุรนารี เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 เมื่อคุณหญิงโมมีอายุได้ 57 ปี พร้อมกับพระราชทานพระราชทานเครื่องยศ มีต่อนี้

-ถาดทองคำใส่เครื่องเชี่ยนหมาก 1 ใบ
-จอกหมากทองคำ 1 คู่
-ตลับทองคำ 3 ใบเถา
-เต้าปูนทองคำ 1 ใบ
-คนโท และขันน้ำทองคำอย่างละ 1 ใบ

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สมควรจะบันทึกไว้ในปี พ.ศ. 2524 คือเมื่อวันที่ 5 เมษายน เวลา 14.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ท่ามกลางพสกนิกร ที่เข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดีอย่างเนื่องแน่น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานบรมราโชวาทมีความตอนหนึ่งว่า



....ท้าวสุรนารี เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย
ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน
บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี
รู้จักหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการ
ความเรียบร้อย ความสงบ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและ ล่อแหลมมาก
แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง...


กรณีเจ้าอนุวงศ์ไทยเราเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำนะครับ ลาวจะประกาศเอกราชก็ประกาศไปสิ ทำไมต้องมาตีโคราชกวาดต้อนคนของเราด้วย


แล้วถ้าคนโคราชเป็นลาว เขาจะลุกขึ้นมาฆ่าทหารลาวทำไม นั่นก็เพราะเขาถือตัวว่าเป็นไทย และต่อสู้กับศัตรูที่เป็นพวกลาวมารุกราน...

Edited by ดราม่า, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:41.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#46 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:39

สรุปว่าแดงที่ จขกท. คุยด้วยเป็นแดงที่คลั่งแบบตลกดี คืออยากเป็นคนล้านช้างย้อนยุคมันไปไกลซะเกือบพันปี!!!

แถมยังคลั่งเชื้อชาติแบบผิดประวัติศาสตร์..... มั่วโครตๆเหมือนจินตนาการขึ้นมาเอง :lol:
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#47 zeedzaad

zeedzaad

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,963 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:41

สรุปว่าแดงที่ จขกท. คุยด้วยเป็นแดงที่คลั่งแบบตลกดี คืออยากเป็นคนล้านช้างย้อนยุคมันไปไกลซะเกือบพันปี!!!

แถมยังคลั่งเชื้อชาติแบบผิดประวัติศาสตร์..... มั่วโครตๆเหมือนจินตนาการขึ้นมาเอง :lol:


ถ้ามีข้อมูล เหตุผลเยอะๆ ก็ไม่ใช่แดง กาสรสิครับ

Edited by zeedzaad, 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:42.

“A fool's brain digests philosophy into folly, science into superstition, and art into pedantry. Hence University education. ”George Bernard Shaw

#48 คนไทย916

คนไทย916

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,396 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:55

ข่อยนิลาว(อีสาน)แท้ๆเด้อ

บ้านใด๋

เราตระกูลชินจัง ขอยก ฐานะ เสื้อแดง จาก ไพร่ เป็น ควายแดง ณ.บัดนี้  

    ถึงแม้ พ่อแม่ เองจะให้ฐานะความเป็น คน มาแต่กำเนิดก็ตาม 


#49 ความตาย ของผม

ความตาย ของผม

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,083 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:57


ข่อยนิลาว(อีสาน)แท้ๆเด้อ

บ้านใด๋


ถามม่องอยูสันติ บ้านเฮาอยูขอนแก่นเด้อ เจ้าละ
ในที่สุด แมนตู ของยู ก็ตกรอบ UPA ทำไมมันเป็นงี้

#50 aunaun

aunaun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 282 posts

ตอบ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 23:02


อ้อ เหตุผลที่แกระบุว่าโคราชเป็นลาว เพราะโคราชใช้คำว่า ท้าว เรียก ท้าวสุรนารี

ผมว่าหน้าจะไม่ใช่นะ เพราะ

ท้าว เป็นคำนำหน้า แทนคำว่า นาย ในภาษาลาว

แต่คำว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์ อย่างนี้ เป็น ยศ นำหน้าชื่อ หน้าจะเป็นอันเดียวกันกับท้าวสุรนารี


จริงด้วย พอดีผมนึกถึงแต่เรื่องท้าวฮุ่ง กับเจ้านายลาว
อย่างนี้แปลว่า ที่ลาวใช้ท้าวกับทั้งสองเพศ
แต่สยามใช้กับเพศหญิงเท่านั้น




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน