ขอความรู้จากคุณ TFEX
#51
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:38
ทักษิณต้องการให้ ปุระชัย ช่วยในเรื่องของที่ดิน แต่ปุระชัยขัดใจ อาจจะไม่เห็นด้วย
หรือ ไม่ทำตามคำสั่ง ขัดขวาง และเห็นว่าสิ่งที่ ทักษิณให้ทำนั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยแยกทางกัน
เหมือนหลาย ๆ ท่านที่เคยร่วมงานด้วย แต่เมื่อเห็นว่า พฤติกรรมของทักษิณเริ่มจะ
ส่อแวว ว่าไม่ปกติ และไม่ถูกต้อง ต่างก็แยกย้าย ลาออกจากตำแหน่ง ลาออกจากการ
เป็นสมาชิก
สุดท้าย สิ่งที่ปุระชัยได้รับ คือ โดนย้าย....
ประมาณนี้มั้ง...
แต่จะจริงเท็จประการใด...คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้..
#52
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:40
เราบอกแล้วว่าถ้าตีความผิดก็แย้งมา
โอเค ถือว่าเราตีความข้อความคุณไม่ถูกก็ได้
#53
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:40
แต่การสื่อสารของคุณมันไม่ชัดเจน ตอบแบบแทงกั๊ก ตอบเหมือนไม่ตอบ เหมือนไม้หลักปักขี้เลนค่ะ
เจ๊มั่นใจว่าคนอื่นได้อ่านคำตอบของคุณอย่างดีแล้ว แต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณสื่อออกมา
ในฐานะที่คุณพยายามเข้ามาเปลี่ยนแปลงบอร์ดนี้ ก็ตอบอะไรที่มันดูชัดเจน น่าเชื่อถือ และตรงประเด็นหน่อยสิคะ
#54
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:41
ขออภัยจริงๆครับ ถ้าข้อความของผมสื่อออกไปเช่นนั้น ขออภัย และขอถอนครับ ขออนุญาตเรียนว่าผมไม่มีและไม่เคยมีเจตนาว่าคุณหรือเพื่อนสมาชิกท่านใดเลยครับ อาจจะเป็นเพราะวันนี้เหนื่อยๆครับ ทั้งวันละครับ เลยตอบแบบห้วนๆสั้นๆ และอีกเหตุผลที่ต้องตอบสั้นๆและบอกให้ท่านตีความกันเองนั้น ผมเรียนตามตรงว่า ผมคงจะพูดอะไรมากไม่ได้หรอกครับ พูดได้เท่านี้ครับ ขออภัยอีกครั้งนะครับ
อีกนิดครับ อ่านแล้วอย่าผ่านเลยไปนะครับ ต้องตีความด้วย ตีให้ลึกเหมือนที่ท่านตีความผมลึกมากๆ
ถ้าเพื่อนสมาชิกอ่านแต่ละข้ออย่างตั้งใจก็จะได้คำตอบที่ครบครัน โดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยาวครับ และต้องขออภัยหากคำตอบของผมไม่มันส์พอที่จะเรียกแขกได้มากเท่าที่ควร
โอเคครับ คำตอบคุณโคตรต้องใช้ความพยายามระดับเทพตีความเลยนะ
ไม่ได้ตอบสาระอะไรออกมาแล้วยังมาขี้โอ่ บอกคนอื่นโง่ไม่อ่านให้ดีอีกนะ ego เยอะไปหน่อยนะครับ
คือพฤติกรรมของคุณทำเหมือนคนรู้เยอะซะเหลือเกิน แต่ตอบอะไรออกมาแต่ละทีโคตร shallow เลยครับพูดตรงๆ
ตอนแรกก็พยายามจะเข้าใจคุณ เอาใจช่วย แต่มาด่ากลับหาว่าผมไม่อ่านให้ดี และอยากฟังแต่คำตอบเอามันส์ คุณเขาใจผิดแลัวหล่ะ
ผมพยายามหาว่าคุณมีอะไรดีบ้างไม๊โดยอ่านจากคำตอบของคุณ แต่มันยังไม่เจออ่ะครับ
#55
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:42
ครับผมขออนุญาติ กระทกกาแฟรอด้วยคนค่ะ
ปล. คุณ TFEX อย่าลืมไปตอบคำถาม
ในกระทู้ "คนกลาง" ที่คุณนัดไว้ด้วยน่ะค่ะ
จะรออ่าน...
พอดีช่วงนี้ งานเยอะ นอนดึกอยู่แล้ว
#56
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:45
ไม่ใช่ครับ หากถูกปรับจากรมต.มหาดไทยเป็นรมต.ยุติธรรม เปรียบเหมือนถูกปรับลดครับ เพราะอำนาจหน้าที่มากน้อยต่างกัน แสดงว่าต้องมีอะไรไม่พอใจครับงั้นก็ต้องเป็นปุระชัย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ไม่ใช่ครับ ตรงกันข้ามกับที่ท่านว่าทั้งหมดครับ
ถ้าให้เราตีความหมายของคุณเฟค
3 ทำไมคนดีอย่างปุระชัย ถึงทำบาปกับคณะสงฆ์ได้ขนาดนั้นครับ
ไม่ทราบจริงๆครับ รู้แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานก็แยกทางจากทักษิณ แต่ก่อนจะแยกทาง ถูกปรับไปเป็นรมว.ยุติธรรมเพราะอะไรไม่รู้ครับ สงสัยให้ความร่วมมือในกรณีอัลไพน์มากเกินไป
ข้อ 3 คุณสงสัยว่าปุระชัยให้ความร่วมมือโกงที่ดินวัด
รบกวนเพื่อนๆ สมาชิก ตรวจทาน การตีความของกุ้งนิดว่า เข้าใจคลาดเคลื่อนตรงไหน จากคำตอบของคุณ TFEX
หมายถึงปุระชัยร่วมมือ รู้เห็นเป็นใจไปแล้ว
แต่ไปขัดใจเรื่องผลประโชน์ไม่ลงตัว
เลยถูกย้ายไปเป็นรมว.ยุติธรรม
ใช่มั้ยเนี่ย
ผลประโยชน์เลยลงตัว
มีของแถมให้ไปเป็น รมว.ยุติธรรม
#57
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:46
ผมขออนุญาตไม่ถกกับท่านในเรื่องนี้ครับ เพราะผมเห็นด้วยกับท่านไ้อ้เปื่อยเอ้ย ... อยากรู้เรื่องทักษิณโกงไปกี่แสนล้านจริงๆ
ก็ถามมาได้เลย คนแถวนี้พร้อมที่จะให้ข้อมูลเพียบ
ถ้าต้องการยึดถือคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้วถึงจะกล่าวหาได้
งั้นเรามาถกกันเรื่องที่ดินรัชดากันดีกว่ามะ ... กล้าเป่า
ผมไม่กล้านะ แต่เดี๋ยวมีผู้รู้มานำเหนอแทนแน่ๆ ... กล้าเป่า กล้าเป่า
#58
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:47
ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ในปล.เป็นแค่ตัวอย่างครับผม เพื่อให้เห็นถึงข้อจำกัดของคนเราทุกคนครับปล.(เฉพ่าะสำหรับข้อ3) สมมติว่าวันนี้เรารู้ว่ามีบางคนมีแผนการชั่วต่อสถาบัน เราจะสามารถเอาปืนไปยิงเค้าเลยได้มั้ยครับ? เรื่องบางเรื่องมันเกินกำลัง
ที่ไม่อ้างถึงเพราะอ่านแล้วมันผิดข้อ สถาบันต้องข้อ 2 นี่
ปุระชัยเกี่ยวไรกับสถาบัน ? อุตส่าห์มองข้าม ให้แล้วนะ
หรือว่าคุณซ่อนนัยยะอะไรไว้
#59
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:48
ถูกต้องครับถ้าให้ตีความ ข้อ 3
ทักษิณต้องการให้ ปุระชัย ช่วยในเรื่องของที่ดิน แต่ปุระชัยขัดใจ อาจจะไม่เห็นด้วย
หรือ ไม่ทำตามคำสั่ง ขัดขวาง และเห็นว่าสิ่งที่ ทักษิณให้ทำนั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยแยกทางกัน
เหมือนหลาย ๆ ท่านที่เคยร่วมงานด้วย แต่เมื่อเห็นว่า พฤติกรรมของทักษิณเริ่มจะ
ส่อแวว ว่าไม่ปกติ และไม่ถูกต้อง ต่างก็แยกย้าย ลาออกจากตำแหน่ง ลาออกจากการ
เป็นสมาชิก
สุดท้าย สิ่งที่ปุระชัยได้รับ คือ โดนย้าย....
ประมาณนี้มั้ง...
แต่จะจริงเท็จประการใด...คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้..
#60
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:49
ขอบคุณครับ ต้องขอโทษด้วยครับ ผมตอบได้เพียงเท่านี้ครับ มากกว่านี้มันเกินตัวผมครับคุณไล่ให้คนอื่นไปอ่านคำตอบของตัวเอง บอกว่าตอบไปแล้ว
แต่การสื่อสารของคุณมันไม่ชัดเจน ตอบแบบแทงกั๊ก ตอบเหมือนไม่ตอบ เหมือนไม้หลักปักขี้เลนค่ะ
เจ๊มั่นใจว่าคนอื่นได้อ่านคำตอบของคุณอย่างดีแล้ว แต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณสื่อออกมา
ในฐานะที่คุณพยายามเข้ามาเปลี่ยนแปลงบอร์ดนี้ ก็ตอบอะไรที่มันดูชัดเจน น่าเชื่อถือ และตรงประเด็นหน่อยสิคะ
#61
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:50
ไม่ใช่เด็กๆนะ หนทางนายในสายการเมืองเราว่าดับว่ะ
#62
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:52
ผมขออนุญาตไม่ถกกับท่านในเรื่องนี้ครับ เพราะผมเห็นด้วยกับท่าน
ไ้อ้เปื่อยเอ้ย ... อยากรู้เรื่องทักษิณโกงไปกี่แสนล้านจริงๆ
ก็ถามมาได้เลย คนแถวนี้พร้อมที่จะให้ข้อมูลเพียบ
ถ้าต้องการยึดถือคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้วถึงจะกล่าวหาได้
งั้นเรามาถกกันเรื่องที่ดินรัชดากันดีกว่ามะ ... กล้าเป่า
ผมไม่กล้านะ แต่เดี๋ยวมีผู้รู้มานำเหนอแทนแน่ๆ ... กล้าเป่า กล้าเป่า
ผมเห็นว่าผัวเซนต์ เมียซื้อ ไม่มีความผิด คุณเห็นด้วยกับผมอย่างนี้ใช่มั้ย
[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]
ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]
[/color]
#64
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:01
ถูกต้องครับ
ถ้าให้ตีความ ข้อ 3
ทักษิณต้องการให้ ปุระชัย ช่วยในเรื่องของที่ดิน แต่ปุระชัยขัดใจ อาจจะไม่เห็นด้วย
หรือ ไม่ทำตามคำสั่ง ขัดขวาง และเห็นว่าสิ่งที่ ทักษิณให้ทำนั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยแยกทางกัน
เหมือนหลาย ๆ ท่านที่เคยร่วมงานด้วย แต่เมื่อเห็นว่า พฤติกรรมของทักษิณเริ่มจะ
ส่อแวว ว่าไม่ปกติ และไม่ถูกต้อง ต่างก็แยกย้าย ลาออกจากตำแหน่ง ลาออกจากการ
เป็นสมาชิก
สุดท้าย สิ่งที่ปุระชัยได้รับ คือ โดนย้าย....
ประมาณนี้มั้ง...
แต่จะจริงเท็จประการใด...คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้..
ขอบคุณ..แต่ ก็แค่ตีความจากคำตอบของคุณเท่านั้น
ข้อเท็จจริง..เป็นอย่างไร..คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้
แต่จากเอกสารที่มีอยู่ในมือตอนนี้...
มีแนวโน้มว่า..จะต่างไปจากสิ่งที่คุณได้ให้คำตอบไว้
#65
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:09
ไม่ใช่ครับ ผมเห็นว่าผิด
ผมขออนุญาตไม่ถกกับท่านในเรื่องนี้ครับ เพราะผมเห็นด้วยกับท่าน
ไ้อ้เปื่อยเอ้ย ... อยากรู้เรื่องทักษิณโกงไปกี่แสนล้านจริงๆ
ก็ถามมาได้เลย คนแถวนี้พร้อมที่จะให้ข้อมูลเพียบ
ถ้าต้องการยึดถือคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้วถึงจะกล่าวหาได้
งั้นเรามาถกกันเรื่องที่ดินรัชดากันดีกว่ามะ ... กล้าเป่า
ผมไม่กล้านะ แต่เดี๋ยวมีผู้รู้มานำเหนอแทนแน่ๆ ... กล้าเป่า กล้าเป่า
ผมเห็นว่าผัวเซนต์ เมียซื้อ ไม่มีความผิด คุณเห็นด้วยกับผมอย่างนี้ใช่มั้ย
#66
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:11
เป็นไปได้ครับ อะไรไม่รู้เห็นด้วยตา ด้วยสัมผัสตนเอง
ถูกต้องครับ
ถ้าให้ตีความ ข้อ 3
ทักษิณต้องการให้ ปุระชัย ช่วยในเรื่องของที่ดิน แต่ปุระชัยขัดใจ อาจจะไม่เห็นด้วย
หรือ ไม่ทำตามคำสั่ง ขัดขวาง และเห็นว่าสิ่งที่ ทักษิณให้ทำนั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยแยกทางกัน
เหมือนหลาย ๆ ท่านที่เคยร่วมงานด้วย แต่เมื่อเห็นว่า พฤติกรรมของทักษิณเริ่มจะ
ส่อแวว ว่าไม่ปกติ และไม่ถูกต้อง ต่างก็แยกย้าย ลาออกจากตำแหน่ง ลาออกจากการ
เป็นสมาชิก
สุดท้าย สิ่งที่ปุระชัยได้รับ คือ โดนย้าย....
ประมาณนี้มั้ง...
แต่จะจริงเท็จประการใด...คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้..
ขอบคุณ..แต่ ก็แค่ตีความจากคำตอบของคุณเท่านั้น
ข้อเท็จจริง..เป็นอย่างไร..คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้
แต่จากเอกสารที่มีอยู่ในมือตอนนี้...
มีแนวโน้มว่า..จะต่างไปจากสิ่งที่คุณได้ให้คำตอบไว้
#67
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:11
ไม่ใช่ครับ ผมเห็นว่าผิด
ผมขออนุญาตไม่ถกกับท่านในเรื่องนี้ครับ เพราะผมเห็นด้วยกับท่าน
ไ้อ้เปื่อยเอ้ย ... อยากรู้เรื่องทักษิณโกงไปกี่แสนล้านจริงๆ
ก็ถามมาได้เลย คนแถวนี้พร้อมที่จะให้ข้อมูลเพียบ
ถ้าต้องการยึดถือคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้วถึงจะกล่าวหาได้
งั้นเรามาถกกันเรื่องที่ดินรัชดากันดีกว่ามะ ... กล้าเป่า
ผมไม่กล้านะ แต่เดี๋ยวมีผู้รู้มานำเหนอแทนแน่ๆ ... กล้าเป่า กล้าเป่า
ผมเห็นว่าผัวเซนต์ เมียซื้อ ไม่มีความผิด คุณเห็นด้วยกับผมอย่างนี้ใช่มั้ย
ผิดยังไง ผมไม่เข้าใจ ก็ซื้อขายกันธรรมดา ผัวมีหน้าที่ก็เซนต์ไป เมียมีตังค์ก็ซื้อไป
แค่เนี้ย .... แล้วมานจาผิดด้ายยางงายยยยย
Edited by Moon, 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:12.
[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]
ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]
[/color]
#68
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:13
ต่อนิดนะครับ เมือกี๊ยังเขียนไม่จบครับเป็นไปได้ครับ อะไรไม่รู้เห็นด้วยตา ด้วยสัมผัสตนเอง
ถูกต้องครับ
ถ้าให้ตีความ ข้อ 3
ทักษิณต้องการให้ ปุระชัย ช่วยในเรื่องของที่ดิน แต่ปุระชัยขัดใจ อาจจะไม่เห็นด้วย
หรือ ไม่ทำตามคำสั่ง ขัดขวาง และเห็นว่าสิ่งที่ ทักษิณให้ทำนั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยแยกทางกัน
เหมือนหลาย ๆ ท่านที่เคยร่วมงานด้วย แต่เมื่อเห็นว่า พฤติกรรมของทักษิณเริ่มจะ
ส่อแวว ว่าไม่ปกติ และไม่ถูกต้อง ต่างก็แยกย้าย ลาออกจากตำแหน่ง ลาออกจากการ
เป็นสมาชิก
สุดท้าย สิ่งที่ปุระชัยได้รับ คือ โดนย้าย....
ประมาณนี้มั้ง...
แต่จะจริงเท็จประการใด...คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้..
ขอบคุณ..แต่ ก็แค่ตีความจากคำตอบของคุณเท่านั้น
ข้อเท็จจริง..เป็นอย่างไร..คุณปุระชัย และ ทักษิณ เท่านั้นที่รู้
แต่จากเอกสารที่มีอยู่ในมือตอนนี้...
มีแนวโน้มว่า..จะต่างไปจากสิ่งที่คุณได้ให้คำตอบไว้
ดังนั้นแต่ละท่านที่ไม่ใช่ผู้กระทำหรืออยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็มีเพียงแค่ความเชื่อ และความเชื่อมั่นเท่านั้นครับ
และโดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นในอาจารย์ปุระชัย ว่าท่านเป็นคนดี ถึงแม้จะมีโอกาสรู้จักท่านเพียงไม่นานครับ
#69
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:21
ไม้บรรทัดยี่ห้อ "ปุระชัย" จาก "อัลไพน์" ถึง "สสส."
คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย นงนุช สิงหเดชะ มติชนรายวัน วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9657
วันที่ 18 สิงหาคมนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดขึ้นมาอีก ก็คงจะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ หรือ สสส.เป็นครั้งแรกนับจากว่างเว้นมา 4 เดือน ภายหลังจากเกิดความขัดแย้งในแนวทางการบริหารงานระหว่างคณะกรรมการ สสส.กับ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธาน สสส.
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส. ซึ่งเป็นบุคคลอาวุโส เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมที่ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็น "คนดี" คนหนึ่งของสังคม ต้องถ่อสังขารไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 9 สิงหาคม เพื่อทำความเข้าใจ เพื่อให้งาน สสส.เดินหน้าต่อไปได้
เป็นการถ่อสังขารไปภายหลังจากที่ สสส. ร้าวหนักภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติปลด น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ออกจากรองประธาน สสส. เมื่อ 27 กรกฎาคม ตามข้อเสนอของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในข้อหา "บกพร่อง" กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วรถยนต์ในราคาแพง และกรณีกล่าวหาว่าโอนเงินของ สสส.ไปเข้ามูลนิธิรามาธิบดี แทนคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี เป็นวงเงิน 265 ล้านบาท
หลังการพบปะพูดคุยเสร็จ แทนที่ ร.ต.อ.ปุระชัย จะร่วมแถลงข่าวกับนายไพบูลย์ เพื่อขจัดบรรยากาศอึมครึม ก็ส่งเพียงนายนพดล อินนา เลขานุการ มาแถลงแทน ทั้งที่โดยวัยวุฒิ คุณวุฒิ เกียรติคุณนั้น นายไพบูลย์ไม่ได้ด้อยไปกว่า ร.ต.อ.ปุระชัย และนายไพบูลย์นั้นได้แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะเต็มที่แล้ว ที่อุตส่าห์ไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็เพราะเห็นแก่งานส่วนรวมเป็นตัวตั้ง
ก่อน หน้าที่จะนำมาสู่การปลดหมอประกิตนั้น ทางฝ่ายคณะกรรมการ สสส. โดยนายไพบูลย์ ได้พยายามจะขอนัดพบ ร.ต.อ.ปุระชัย เพื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานและเจตนารมณ์ของ สสส. เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่ ร.ต.อ.ปุระชัยเป็นห่วงเรื่องการโอนเงินไปไว้มูลนิธินั้นไม่ใช่มุ่งหวัง ทุจริตแต่เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ทางคณะกรรมการได้พยายามอธิบายว่าตามระเบียบแล้ว สสส.สามารถทำได้ แต่ก็ปรากฏว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พบ ร.ต.อ.ปุระชัย
ดูเหมือนว่าอยู่ที่ไหน ร.ต.อ.ปุระชัยก็ทะเลาะกับคนดี เมื่อมาอยู่กระทรวงยุติธรรม "สไตล์" การทำงานของ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ทำให้หมอพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนดีคนหนึ่งของสังคมเสียน้ำตามาแล้ว
การพยายามทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะประธาน สสส. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาตินั้น เป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากจะเป็น "ไม้บรรทัด" แล้ว ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ควรเป็นไม้บรรทัดที่มีความตรงอย่างสม่ำเสมอในทุกกรณี หากทำได้เช่นนี้มาโดยตลอด สังคมก็คงไม่สงสัยในยี่ห้อ"คนดี" ของ ร.ต.อ.ปุระชัย แต่ชวนให้อดสงสัย "มาตรฐานความตรง" ของไม้บรรทัดยี่ห้อนี้ไม่ได้ เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนั้นเรื่องดำเนินอยู่นาน ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ มีมติเป็นเอกฉันท์ 55 ต่อ 3 เสียง เมื่อต้นปี 2545 ว่าที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินธรณีสงฆ์จะต้องคืนให้กับวัด
แต่เมื่อผลการวินิจฉัยออกมา ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ทำตามคำวินิจฉัยนั้น มิไยที่เลขาธิการกฤษฎีกาจะทำหนังสือท้วงติงมาอีกรอบว่าต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย แต่ท้ายที่สุดกระทรวงมหาดไทย ยกเอา พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครองมาหักล้างคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา อ้างว่าไม่จำเป็นต้องทำตามกฤษฎีกา
สรุป แล้วที่ดินยายเนื่อมที่บริจาคให้วัด ก็ยังคงตกเป็นของสนามกอล์ฟอัลไพน์ ร.ต.อ.ปุระชัยอ้างว่าเรื่องนี้เป็นข้อขัดแย้งเรื่องมุมมองทางกฎหมายและการตี ความ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแตกต่างจากกรณีของ สสส.ตรงไหน ที่ทาง ร.ต.อ.ปุระชัย และ สสส.ต่างก็อ้างข้อกฎหมายมาโต้แย้งกัน โดย สสส.ตีความว่าการโอนเงินเข้ามูลนิธิรามาธิบดีฯ สามารถทำได้ แต่ ร.ต.อ.ปุระชัยบอกว่าทำไม่ได้
ผลการสอบข้อเท็จจริง ออกมาเพียงว่า น.พ.ประกิต "บกพร่อง แต่ไม่ได้ทุจริต" แต่ก็ปรากฏว่า น.พ.ประกิตถูกเล่นแรง ถึงขนาดถูกปลดออก
นอกจากนี้ในกรณีค่าโง่ทางด่วน 6,200 ล้านบาท ที่ ร.ต.อ.ปุระชัยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการสอบข้อเท็จจริง ก็ปรากฏว่าจบลงด้วยการที่ ร.ต.อ.ปุระชัยยอม "จับมือรอมชอม" กับนายสุขวิช รังสิตพล ในคดีที่นายสุขวิชฟ้องว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท
นาย สุขวิชยื่นฟ้องโดยระบุว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาทกรณีให้สัมภาษณ์ว่าพรรคไทยรักไทยไม่ควรรับนายสุขวิ ชเข้าพรรคไทยรักไทยเพราะเกี่ยวข้องกับค่าโง่ทางด่วน(ตามผลการสอบสวนของคณะ กรรมการของมหาดไทย ระบุว่านายสุขวิชในฐานะอดีตผู้ว่าการ กทพ.มีความผิด)
ใน ที่สุดในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 ซึ่งเป็นวันขึ้นศาล ร.ต.อ.ปุระชัย ยินยอมตามคำเรียกร้องของนายสุขวิช ด้วยการเขียนคำแถลงว่า "ข้าพเจ้า ร.ต.อ.ปุระชัยไม่เคยกล่าวหาว่านายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วนแต่ อย่างใด" เพื่อแลกกับการที่นายสุขวิชยอมถอนฟ้อง
การรอมชอมนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่พรรคความหวังใหม่มีมติยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ตามความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายสุขวิชนั้นสังกัดพรรคความหวังใหม่และสนิทกับ พล.อ.ชวลิต ยงใยยุทธ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ซึ่งในช่วงแรก ร.ต.อ.ปุระชัยได้ออกมาคัดค้านที่จะให้นายสุขวิชเข้าไทยรักไทย เนื่องจากนายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วน
ในสิ้นปี 2545 นักข่าวทำเนียบรัฐบาล ได้ตั้งฉายาให้ ร.ต.อ.ปุระชัยว่า "ไม้บรรทัดงอ" อันเนื่องมาจากผลงานกรณีอัลไพน์และค่าโง่ทางด่วน!!
หน้า 6
- overtherainbow, ตะนิ่นตาญี, bird and 6 others like this
#70
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:29
"กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย กูสุดอายถ้าเสียทีไพรีครอง"
#71
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:37
ส่วนตัวผมมองว่าหนังสือพิมพ์ อ่านแล้วต้องหารเยอะๆ กรณีนี้อาจจะจริงตามข่าว หรือไม่จริงก็ได้ ปลายปากกาคนเขียนจะเขียนให้เป็นจำเลยหรือเป็นพระเอกก็ได้นานๆ ตัดแปะซักที
ไม้บรรทัดยี่ห้อ "ปุระชัย" จาก "อัลไพน์" ถึง "สสส."
คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย นงนุช สิงหเดชะ มติชนรายวัน วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9657
วันที่ 18 สิงหาคมนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดขึ้นมาอีก ก็คงจะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ หรือ สสส.เป็นครั้งแรกนับจากว่างเว้นมา 4 เดือน ภายหลังจากเกิดความขัดแย้งในแนวทางการบริหารงานระหว่างคณะกรรมการ สสส.กับ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธาน สสส.
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส. ซึ่งเป็นบุคคลอาวุโส เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมที่ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็น "คนดี" คนหนึ่งของสังคม ต้องถ่อสังขารไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 9 สิงหาคม เพื่อทำความเข้าใจ เพื่อให้งาน สสส.เดินหน้าต่อไปได้
เป็นการถ่อสังขารไปภายหลังจากที่ สสส. ร้าวหนักภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติปลด น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ออกจากรองประธาน สสส. เมื่อ 27 กรกฎาคม ตามข้อเสนอของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในข้อหา "บกพร่อง" กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วรถยนต์ในราคาแพง และกรณีกล่าวหาว่าโอนเงินของ สสส.ไปเข้ามูลนิธิรามาธิบดี แทนคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี เป็นวงเงิน 265 ล้านบาท
หลังการพบปะพูดคุยเสร็จ แทนที่ ร.ต.อ.ปุระชัย จะร่วมแถลงข่าวกับนายไพบูลย์ เพื่อขจัดบรรยากาศอึมครึม ก็ส่งเพียงนายนพดล อินนา เลขานุการ มาแถลงแทน ทั้งที่โดยวัยวุฒิ คุณวุฒิ เกียรติคุณนั้น นายไพบูลย์ไม่ได้ด้อยไปกว่า ร.ต.อ.ปุระชัย และนายไพบูลย์นั้นได้แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะเต็มที่แล้ว ที่อุตส่าห์ไปพบ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็เพราะเห็นแก่งานส่วนรวมเป็นตัวตั้ง
ก่อน หน้าที่จะนำมาสู่การปลดหมอประกิตนั้น ทางฝ่ายคณะกรรมการ สสส. โดยนายไพบูลย์ ได้พยายามจะขอนัดพบ ร.ต.อ.ปุระชัย เพื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานและเจตนารมณ์ของ สสส. เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่ ร.ต.อ.ปุระชัยเป็นห่วงเรื่องการโอนเงินไปไว้มูลนิธินั้นไม่ใช่มุ่งหวัง ทุจริตแต่เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ทางคณะกรรมการได้พยายามอธิบายว่าตามระเบียบแล้ว สสส.สามารถทำได้ แต่ก็ปรากฏว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พบ ร.ต.อ.ปุระชัย
ดูเหมือนว่าอยู่ที่ไหน ร.ต.อ.ปุระชัยก็ทะเลาะกับคนดี เมื่อมาอยู่กระทรวงยุติธรรม "สไตล์" การทำงานของ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ทำให้หมอพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนดีคนหนึ่งของสังคมเสียน้ำตามาแล้ว
การพยายามทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะประธาน สสส. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาตินั้น เป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากจะเป็น "ไม้บรรทัด" แล้ว ร.ต.อ.ปุระชัย ก็ควรเป็นไม้บรรทัดที่มีความตรงอย่างสม่ำเสมอในทุกกรณี หากทำได้เช่นนี้มาโดยตลอด สังคมก็คงไม่สงสัยในยี่ห้อ"คนดี" ของ ร.ต.อ.ปุระชัย แต่ชวนให้อดสงสัย "มาตรฐานความตรง" ของไม้บรรทัดยี่ห้อนี้ไม่ได้ เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนั้นเรื่องดำเนินอยู่นาน ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ มีมติเป็นเอกฉันท์ 55 ต่อ 3 เสียง เมื่อต้นปี 2545 ว่าที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินธรณีสงฆ์จะต้องคืนให้กับวัด
แต่เมื่อผลการวินิจฉัยออกมา ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ทำตามคำวินิจฉัยนั้น มิไยที่เลขาธิการกฤษฎีกาจะทำหนังสือท้วงติงมาอีกรอบว่าต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย แต่ท้ายที่สุดกระทรวงมหาดไทย ยกเอา พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครองมาหักล้างคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา อ้างว่าไม่จำเป็นต้องทำตามกฤษฎีกา
สรุป แล้วที่ดินยายเนื่อมที่บริจาคให้วัด ก็ยังคงตกเป็นของสนามกอล์ฟอัลไพน์ ร.ต.อ.ปุระชัยอ้างว่าเรื่องนี้เป็นข้อขัดแย้งเรื่องมุมมองทางกฎหมายและการตี ความ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแตกต่างจากกรณีของ สสส.ตรงไหน ที่ทาง ร.ต.อ.ปุระชัย และ สสส.ต่างก็อ้างข้อกฎหมายมาโต้แย้งกัน โดย สสส.ตีความว่าการโอนเงินเข้ามูลนิธิรามาธิบดีฯ สามารถทำได้ แต่ ร.ต.อ.ปุระชัยบอกว่าทำไม่ได้
ผลการสอบข้อเท็จจริง ออกมาเพียงว่า น.พ.ประกิต "บกพร่อง แต่ไม่ได้ทุจริต" แต่ก็ปรากฏว่า น.พ.ประกิตถูกเล่นแรง ถึงขนาดถูกปลดออก
นอกจากนี้ในกรณีค่าโง่ทางด่วน 6,200 ล้านบาท ที่ ร.ต.อ.ปุระชัยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการสอบข้อเท็จจริง ก็ปรากฏว่าจบลงด้วยการที่ ร.ต.อ.ปุระชัยยอม "จับมือรอมชอม" กับนายสุขวิช รังสิตพล ในคดีที่นายสุขวิชฟ้องว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท
นาย สุขวิชยื่นฟ้องโดยระบุว่า ร.ต.อ.ปุระชัยหมิ่นประมาทกรณีให้สัมภาษณ์ว่าพรรคไทยรักไทยไม่ควรรับนายสุขวิ ชเข้าพรรคไทยรักไทยเพราะเกี่ยวข้องกับค่าโง่ทางด่วน(ตามผลการสอบสวนของคณะ กรรมการของมหาดไทย ระบุว่านายสุขวิชในฐานะอดีตผู้ว่าการ กทพ.มีความผิด)
ใน ที่สุดในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 ซึ่งเป็นวันขึ้นศาล ร.ต.อ.ปุระชัย ยินยอมตามคำเรียกร้องของนายสุขวิช ด้วยการเขียนคำแถลงว่า "ข้าพเจ้า ร.ต.อ.ปุระชัยไม่เคยกล่าวหาว่านายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วนแต่ อย่างใด" เพื่อแลกกับการที่นายสุขวิชยอมถอนฟ้อง
การรอมชอมนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่พรรคความหวังใหม่มีมติยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ตามความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายสุขวิชนั้นสังกัดพรรคความหวังใหม่และสนิทกับ พล.อ.ชวลิต ยงใยยุทธ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ซึ่งในช่วงแรก ร.ต.อ.ปุระชัยได้ออกมาคัดค้านที่จะให้นายสุขวิชเข้าไทยรักไทย เนื่องจากนายสุขวิชเกี่ยวพันกับคดีค่าโง่ทางด่วน
ในสิ้นปี 2545 นักข่าวทำเนียบรัฐบาล ได้ตั้งฉายาให้ ร.ต.อ.ปุระชัยว่า "ไม้บรรทัดงอ" อันเนื่องมาจากผลงานกรณีอัลไพน์และค่าโง่ทางด่วน!!
หน้า 6
อยากให้ท่านดูตัวอย่างหนังสือสักฉบับที่ผมเคยยื่นร้องเรียนที่สภาการหนังสือพิมพ์ และได้ไปยื่นที่โต๊ะข่าวการเมืองเกือบทุกฉบับ รวมถึงโทรทัศน์ครบทุกช่องที่เป็นฟรีทีวี
ตามนี้เลยนะครับ (มันออกจะเป็นเชิงบทความมากกว่าที่จะเป็นหนังสือร้องเรียน แต่ผมก็นำฉบับนี้หละครับไปยื่น)
สื่อมวลชน : ผู้กำหนดทิศทางประเทศไทย ?
“เลือกนายกแทนประชาชน, พฤติกรรมการนำเสนอข่าวการเมือง...”
นี่ไม่ใช่บทความแต่เป็นข้อเรียกร้องและข้อสังเกตุของกระผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับพรรคที่ผมสังกัดอยู่ และไม่เกี่ยวกับการที่ผมลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยสาเหตุที่กระผมต้องทำเอกสารฉบับนี้ขึ้นมาเนื่องจากบทบาทของสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ในการนำเสนอข่าวการเมืองนั้นทำให้กระผมหนักใจมาก สรุปประเด็นหลักๆดังนี้
1. นำเสนอข่าวในลักษณะเชียร์พรรคการเมืองบางพรรคอย่างเกินสมควร
2. นำเสนอข่าวโจมตีพรรคการเมืองบางพรรคอย่างเกินสมควร
3. ไม่นำเสนอข่าวของพรรคทางเลือกอื่นๆตามสมควร
4. นำเสนอข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งไปในทำนองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
5. นำเสนอข่าวการเมืองโดยใช้วิธีการเดียวกับข่าวบันเทิงหรือละคร
6. ไม่รณรงค์และไม่เอื้อพื้นที่สื่อให้กับกกต.สำหรับเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง
7. ยอมตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองบางพรรคที่มีแผนการหลอกลวงประชาชน
***โปรดอ่านคำอธิบายอย่างละเอียดในทุกหัวข้อ*** ดังนี้
1. นำเสนอข่าวในลักษณะเชียร์พรรคการเมืองบางพรรคอย่างเกินสมควร
จริงอยู่ว่าเจ้าของสื่อมีอำนาจจะเผยแพร่ข่าวอย่างไรก็ได้เพราะเป็นธุรกิจของเอกชนซะส่วนใหญ่ แต่ด้วยจริยธรรมในวิชาชีพ แม้ท่านสื่อมวลชนทั้งหลายจะมีคอนเนคชั่น หรืออาจจะมีความชื่นชอบในพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใดๆเป็นพิเศษก็ตาม กระผมคิดว่าท่านก็ไม่สมควรแม้แต่นิดเดียว ที่จะเชียร์พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งผ่านทางการนำเสนอการของท่าน เพราะการเชียร์ของท่านนั้นมีผลทำให้ประชาชนคล้อยตาม ซึ่งถือว่าเป็นการชักจูง ชักนำประชาชน ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ
ยิ่งไปกว่านั้นพรรคการเมืองบางพรรคที่สื่อเชียร์นั้น สื่อเองก็ได้เคยเสนอข่าวในหลายๆครั้งว่ามีการระดมทุนสำหรับการซื้อเสียงไว้เป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งแสดงว่าสื่อก็รู้ว่าพรรคการเมืองนั้นๆไม่ดี เพราะไม่มีคนดีที่ไหนเขาซื้อเสียงกัน เรื่องนี้คงไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาวว่าการซื้อเสียงนำมาซึ่งอะไร กระผมจึงสงสัยว่าท่านเชียร์คนประเภทนี้ไปได้อย่างไรกัน
ตั้งแต่วันรับสมัครเลือกตั้งเป็นต้นมา หนังสือพิมพ์บางฉบับตีพิมพ์ภาพการหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคในหน้า 1 อย่างต่อเนื่องทุกวัน ทั้งๆที่มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งกว่า 40 พรรค แต่กลับนำเสนอข่าวของพรรคนั้นอยู่พรรคเดียว ซึ่งเด็กป.5ยังสามารถรับรู้ได้ว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเชียร์พรรคไหน
การนำเสนอข่าวในลักษณะนี้กระผมเห็นว่าเป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ทั้งคนกรุงเทพและโดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ให้เค้ารับรู้รับทราบและจดจำแต่ภาพและเรื่องราวของพรรคการเมืองที่ท่านต้องการสนับสนุนเท่านั้น
2. นำเสนอข่าวโจมตีพรรคการเมืองบางพรรคอย่างเกินสมควร
ข้อนี้เกี่ยวเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ กล่าวสั้นๆคือเมื่อสื่อเชียร์พรรคหนึ่ง ก็จะโจมตี
อีกพรรคหนึ่งอย่างออกหน้าออกตา หรือในบางกรณีสื่ออาจจะไม่ชอบ หรือมีปัญหาส่วนตัวกับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้นๆอยู่
ข่าวโจมตีนั้นก็มีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่เมื่อออกข่าวไปแล้วประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเชื่อในข้อมูลสื่อนำเสนอ กระผมคิดว่าเป็นการกระทำตัวในลักษณะเหมือนมาเฟียร์ หรือนักการเมืองบางประเภท ที่มีอำนาจในมือแล้วใช้ในทางที่ผิด ส่งผลให้ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้ามีปัญหากับสื่อ เพราะกลัวจะถูกเล่นงาน
ท่านไม่ชอบใครนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ท่านผิดที่พยายามชักนำให้ประชาชนไม่ชอบตามท่านไปด้วย อำนาจในมือของสื่อมวลชนนั้นมีมากยิ่งกว่าอำนาจของปลายกระบอกปืนเสียอีก ท่านจะเขียนให้ใครเป็นคนดี คนนั้นก็ดี ท่านจะเขียนให้ใครเป็นคนเลว คนนั้นก็เลว
ท่านเขียนเชียร์ใคร คนนั้นได้เป็นนายก ท่านเขียนด่าใครคนนั้นแพ้เลือกตั้ง แต่อย่าชื่นชมกับอำนาจในมือท่านจนลืมสำนึกของความเป็นประชาชนไทย จะทำอะไรโปรดมองถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อะไรดีอะไรไม่ดีท่านรู้อยู่ รู้ดีกว่ากระผม รู้ดีกว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชน
3. ไม่นำเสนอข่าวของพรรคทางเลือกอื่นๆตามสมควร
กระผมเห็นว่าสื่อมวลชนกำลังบีบให้ประชาชนมีทางเลือกอยู่เพียง 2 พรรค (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ทั้งๆที่มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งกว่า 40 พรรค และต้องขอเรียนยืนยันว่าหัวข้อนี้กระผมไม่ได้ประสงค์ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือพรรคการเมืองที่กระผมสังกัดอยู่แต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้เกิดความยุติธรรมแก่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงความยุติธรรมในการที่ประชาชนจะได้รับรู้ข่าวสารของพรรคการเมืองอื่นๆบ้าง
โดยส่วนตัวผมคิดว่าประเทศวิกฤตเพราะนักการเมืองของเรานั้นส่วนใหญ่โกงกิน จะมีเพียงส่วนน้อยนิดที่จะเป็นคนดีจริงๆ ดังนั้นวิธีที่ทุกๆฝ่ายกำลังเสนอเพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในชาตินั้นล้วนไม่ตรงจุด
มันต้องแก้ที่ตัวนักการเมือง คือต้องเลิกโกง เลิกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ซึ่งผมก็มั่นใจว่าเลิกไม่ได้แน่ๆ แต่ละท่านเสพย์ติดอำนาจเงิน บารมี กันจนโงหัวไม่ขึ้น พอไม่ได้ดั่งใจก็สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม อย่างที่เห็นๆกันอยู่
เมื่อนักการเมืองเดิมๆเลิกโกงไม่ได้ วิธีแก้ก็คือต้องเปลี่ยนคนใหม่เข้ามาทำงานในสภาแทน คนใหม่ในที่นี้ไม่รวมถึงพวกนอมินี
มีคนมากมาย มีพรรคมากมายซึ่งจริงๆเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี คนและพรรคเหล่านี้ต้องการเวทีให้พวกเขาได้พิสูจน์ตัวเอง และเวทีที่ว่านั้นก็คือพื้นที่บนสื่อนั่นเอง แต่ปรากฎว่าโอกาสที่จะได้ขึ้นเวทีนั้นแทบไม่มีเลย เพราะสื่อไม่ให้ความสนใจ อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่คนรวย แต่เป็นเพียงประชาชนธรรมดาๆ
ประชาชนธรรมดาๆเหล่านั้น หลายท่านปรากฏชื่อเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กต่างๆ เป็นบุคคลที่น่ายกย่องเลื่อมใสกว่าพวกนักการเมืองที่สื่อช่วยกันลงข่าวเพิ่มความเด่นดังให้แก่พวกเขาแทบทุกวัน บุคคลที่น่ายกย่องที่ผมกำลังพูดถึงนี้ยกตัวอย่างเช่น ครูดีเด่น เกษตรกรดีเด่น ปราชญ์ชาวบ้านดีเด่น เป็นต้น
สื่อเคยหยิบยกเรื่องราวของคนเหล่านี้มาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บ้างไหม หรือเคยเชิญเขาไปสัมภาษณ์หรือแสดงวิสัยทัศน์ในรายการโทรทัศน์บ้างไหม หรือมัวแต่ออกข่าวให้แต่พวกขี้โกง พวกนายทุน และทายาทนักการเมืองทั้งหลาย เสมือนเป็นการส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้ยึดครองการปกครองประเทศต่อไป
พรรคเล็กๆ คนตัวเล็กๆ ไม่มีทุนรอนในการหาเสียงมากมาย แม้กกต.จะอนุญาตให้ใช้ได้ไม่เกินเขตละ 1.5 ล้าน แต่ส่วนใหญ่ก็มีกันเพียงไม่กี่หมื่นบาท หรือเต็มที่ก็หลักแสน คงจะมีกำลังติดป้ายหาเสียงและทำโบรชัวร์ได้เพียงเล็กน้อย แถมสื่อก็ยังไม่มีพื้นที่ให้เขาอีก แล้วเมื่อไหร่ประชาชนจะได้เห็นและรู้จักคนดีๆอีกมากมายที่อาจจะเป็นความหวังและเป็นทางรอดของประเทศชาติได้
4. นำเสนอข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งไปในทำนองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
หลายครั้งที่ผมอ่านเจอบทวิเคราะห์เรื่องการใช้เงินซื้อเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ
โดยเนื้อหามีการระบุถึงเขต จังหวัดที่มีการซื้อเสียง วิธีการ และจำนวนเงินที่เจ้าของพรรคหรือนายทุนของพรรคเตรียมไว้สำหรับการซื้อเสียงในภาพรวมของทั้งประเทศเช่น 8 หลัก 9 หลัก 10 หลัก และมีการระบุจำนวนเงินต่อเขตอย่างชัดเจน เช่น 30 ล้าน 50 ล้าน
จริงๆแล้วการนำเสนอข่าวในลักษณะนี้มีข้อดีคือทำให้คนรู้ว่าพรรคการเมืองนั้นๆซื้อเสียง แต่ควรชี้ชัดให้เห็นในบทวิเคราะห์ของท่านด้วยว่าการซื้อเสียงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี และคนที่เตรียมเงินที่ซื้อเสียงนั้นก็เป็นคนที่ไม่ดีด้วย เพราะหากท่านไม่ชี้ชัดแต่กลับเผยแพร่เนื้อหาการซื้อเสียงออกมาลอยๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา มันจะกลายเป็นการสร้างความรับรู้ซึ่งทำให้เกิดความเคยชินของประชาชนว่าการซื้อเสียงเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนยอมรับในอีกทางหนึ่งด้วยว่าการซื้อเสียงไม่ได้ผิดอะไร ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยที่คล้อยตาม และยินดีที่จะรับเงินจากพรรคการเมืองอยู่แล้วด้วย
ท่านในฐานะสื่อนั้นสามารถแก้ไขความคิดผิดๆและค่านิยมความเห็นแก่ตัวของประชาชนบางส่วนที่ขายเสียงอยู่เสมอ โปรดช่วยกันประนามการซื้อขายเสียงในทุกๆครั้งที่ท่านตีพิมพ์เรื่องดังกล่าวนี้ ผมเชื่อว่าจะช่วยสะกิดจิตสำนึกของคนได้ไม่มากก็น้อย
5. นำเสนอข่าวการเมืองโดยใช้วิธีการเดียวกับข่าวบันเทิงหรือละคร
โดยส่วนตัวกระผมคิดว่าข่าวการเมืองนั้นควรมีลักษณะการนำเสนอที่แตกต่างออกไปจากข่าวบันเทิง กล่าวคือไม่ได้มีเป้าประสงค์เพื่อความบันเทิงหรือความสนุกสนาน แต่เพื่อความถูกต้องแท้จริงของเนื้อหาสาระ โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของชาติที่จะได้รับจากการนำเสนอข่าวนั้นเป็นสำคัญ
แต่ปรากฏว่าประเด็นที่สื่อให้ความสนใจและถ่ายทอดออกมาในหลายๆครั้งกลับดูเหมือนว่าแค่ต้องการให้ขายข่าวได้เท่านั้น คือเน้นความสนุกตื่นเต้นเร้าใจ น่าติดตาม โดยมิได้คำนึงถึงข้อเท็จจริง และมักตีไข่ใส่ความขยายเรื่องราวจาก 0 ไป 10 จาก 10 ไป 100
ขออนุญาตยกตัวอย่างของตัวกระผมเองสักนิดหนึ่ง คือช่วงที่ผมและคณะตั้งพรรคธรรมาธิปัตย์ สื่อก็หยิบยกมาเป็นประเด็นว่าเป็นพรรคสำรองของประชาธิปัตย์กรณีถูกยุบพรรค โดยเอาผมไปโยงกับคุณจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีมูลหรือเศษมูลเลยแม้แต่น้อย
ไม่เคยมีสื่อมวลชนติดต่อผมเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเลยซักคน แต่กลับไปลงข่าวกันตามใจชอบ ผลที่ตามมาคือพรรคธรรมาธิปัตย์กลายเป็นพรรคที่เปรียบเสมือนสูญเสียคุณค่าของพรรคการเมือง เพราะมีสภาพเพียงแค่เป็นพรรคอะไหล่ และยิ่งไปกว่านั้น มีพิธีกรรายการทีวีท่านหนึ่ง ได้พูดในรายการว่าพรรคนี้เปรียบเหมือนส้วม เมื่อใครปวดก็มาใช้บริการได้เลย
นี่ดีนะครับที่กระผมเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์มาหลายปีแล้ว พระเจ้าสอนให้ผมอภัย และอดทน ไม่อย่างนั้นผมคงจะเดินทางไปด่าถึงที่ หลายสถานีและหลายสำนักพิมพ์
คนทำพรรคกว่าจะตั้งพรรคได้จนมีสมาชิกกว่า 5,000 พันคน ใช้เวลาเป็นปี รู้มั้ยว่ามันเหนื่อยแค่ไหน แต่สื่อวิเคราะห์กันแค่วันเดียว พรรคที่ผมและคณะตั้งมาก็หมดคุณค่าในสายตาของประชาชน ผมและคณะเสียใจกับความตั้งใจและอุดมการณ์มากๆเลยในตอนนั้น
ต่อมาพรรคธรรมาธิปัตย์มีการเปลี่ยนชื่อเป็นประชาสันติ โดยในตอนนั้นมีกระแสข่าวว่าท่านปุระชัยจะมาร่วมกับพรรคด้วย สื่อก็วิเคราะห์กันไปอีกว่าเบื้องหลังของพรรค คือ อำมาตย์บ้าง ทักษิณบ้าง ทหารบ้าง
ท่านดูสิครับพรรคการเมืองเดียวสื่อวิเคราะห์ว่าเป็นนอมินีได้ตั้งกี่กลุ่มกัน เหมือนคนเสียสติวิเคราะห์ เพราะมีจินตนาการมากว่าคนปกติทั่วไป น่าจะไปเขียนบทละครมากกว่า แล้วประเด็นที่เคยวิเคราะห์ว่าผมเป็นญาติกับคุณจุติแล้วตั้งพรรคไว้สำรองประชาธิปัตย์น่ะ เอาไปไว้ตรงไหนแล้ว?
ตัวอย่างของตัวกระผมเองสะท้อนให้เห็นว่าสื่อแค่ต้องการขายข่าว สื่อรู้ว่าประเด็นไหนเมื่อจุดแล้วมันจะติด กลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ แต่ไม่เคยรับรู้หรือแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนกระทำเลยสักนิด ผมอายแทนครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้และผมคิดว่าสำคัญมาก คือ สื่อไม่มีที่ยืนให้สุภาพชน สุจริตชน และคนอ่อนน้อมถ่อมตน สื่อมักไม่ค่อยให้ความสนใจกับนักการเมืองที่เป็นกลุ่มดังกล่าว แต่จะชอบพวกที่พูดจาแรงๆ เล่นละคร/สร้างเรื่อง และพวกคุยใหญ่คุยโต เพราะสื่อรู้ว่าชาวบ้านชอบดู แต่อย่างที่ผมเรียนไปตั้งแต่ต้นว่าข่าวการเมืองไม่ควรนำเสนอแบบข่าวบันเทิง
อันนี้ผมไม่ได้พาดพิงถึงนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด เพราะผมก็เข้าใจและเคารพสิทธ์ของทุกท่านที่ต่างก็มีแผนและวิธีการชิงพื้นที่สื่อของตนเอง เพียงแต่อยากจะขอยกตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ เช่น กรณีปาไข่ใส่เวทีผู้สมัคร, กรณีนำสุนัข/ตัวเงินตัวทอง มาใช้ประกอบการหาเสียง เป็นต้น ซึ่งทั้งสองตัวอย่างนี้ได้ลงหนังสือพิมพ์หน้า 1 และได้ออกข่าวโทรทัศน์มากมาย บ้างเป็นเรื่องจริง บ้างก็ไม่จริง แต่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองอื่นๆที่ไปหาเสียงโดยไม่มีความพิเศษอะไร หรือหาเสียงอย่างตรงไปตรงมาก็จะไม่ได้รับความสนใจเลยสักนิด
ไม่ใช่เรื่องผิดที่สื่อต้องการขายข่าว แต่อยากให้มองผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วยว่าข่าวที่คุณนำเสนอนั้น ชาติ/ประชาชนได้อะไร หรือคนกลุ่มใดได้ประโยชน์ แล้วสื่อเคยคิดถึงคนกลุ่มอื่นๆที่มีเจตนาดีซึ่งเค้าอยากทำการเมืองเพื่อประเทศชาติบ้างไหม แล้วที่สำคัญคือสื่อเคยนึกบ้างไหมว่ากำลังสร้างค่านิยมอย่างไรให้กับประชาชน คนจะติดความสนุกสนานแทนที่เนื้อหาสาระ ความจริง ความถูกต้องยุติธรรม เหมือนคนติดละคร ดูเอามันเอาสนุก ส่วนเนื้อหาจะแย่แค่ไหนก็ช่างมัน
ตอนนี้วันๆนึงพรรคการเมืองทั้งหลายก็มัวแต่นั่งคิดมุขกันว่าวันนี้จะหาเสียงยังไงดีให้เป็นข่าว อีกหน่อยประเทศไทยก็คงจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้เพราะพอดูข่าวการเมืองก็มีแต่เรื่องไร้สาระทางหน้าหนังสือพิมพ์และหน้าจอโทรทัศน์ (ละคร/เกมส์โชว์มีเยอะพอแล้ว)
สรุปคือสื่อน่าจะให้พื้นที่กับพรรคการเมืองและนักการเมืองอย่างเสมอภาคกัน ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลการหาเสียงที่หลากหลาย ให้ประชาชนได้เรียนรู้ที่จะดูอะไรที่เป็นจริงเป็นจังบ้างถึงแม้จะไม่สนุกก็ตาม ท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าหากว่าสื่อเลิกให้ความสนใจกับพวกนักการเมืองที่ชอบสร้างข่าว วันนึงเค้าก็จะเลิกสร้างข่าวไร้สาระไปเอง แต่จะหันมาหาเสียงอย่างมีสาระ แต่ถ้าหากสื่อยังให้พื้นที่ต่อไป เค้าก็จะมัวแต่นั่งคิดมุขสร้างข่าวไร้สาระไปวันๆ แล้วประเทศชาติก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
6. ไม่รณรงค์และไม่เอื้อพื้นที่สื่อให้กับกกต.สำหรับเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง
การทุจริตเลือกตั้งในที่นี้ขอเน้นเรื่องการซื้อเสียงเพียงอย่างเดียวพอ เพราะเป็นวิธี่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และส่งผลเสียต่อประเทศชาติมากที่สุด
ทางเดียวที่ชาติจะรอดคือต้องที่ผู้นำหรือผู้แทนของชาติที่ดี แต่ประเทศเรามีแต่คนไม่ดีเต็มสภาไปหมด คนเหล่านี้ทุกคนรู้ว่าล้วนแต่เข้าสภามาได้เพราะซื้อเสียงแทบทั้งสิ้น
ส่วนตัวผมคิดว่ากฎหมายกลไกการป้องกันของรัฐทำอะไรคนพวกนี้แทบไม่ได้เลย และวิธีการเดียวที่ดีที่สุดคือ ประชาชนคนไทยต้องช่วยกัน กล่าวคือ ต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยินดีและชื่นชอบที่จะขายเสียงของตน แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่รังเกียจพฤติกรรมเหล่านี้ คนขายเสียงและคนไม่ขายเสียงนั้นอยู่ร่วมกัน ในหมู่บ้านเดียวกัน ชุมชนเดียวกัน ซอยเดียวกัน ฉะนั้นก็เป็นการง่ายที่คนที่ไม่ขายเสียงจะเห็นและรับรู้พฤติกรรมของนักการเมืองที่ส่งคนเข้ามาซื้อเสียงในบริเวณที่ตนอาศัยอยู่
ที่ผ่านๆมาคนเห็นและไม่ชอบ แต่ก็ไม่ทำอะไร หรือทำอะไรไม่ได้ เพราะ 1. ไม่รู้จะแจ้งกับใคร 2. กลัวว่าจะได้รับอันตรายหากแจ้งเบาะแสไป ดังนั้นผมคิดว่าสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์จะช่วยได้มาก
ผมเสนอว่าสื่อควรเอื้อพื้นที่ให้กับกกต.อย่างฟรีๆทุกวันตลอดช่วงนี้จนถึงวันเลือกตั้ง โดยวิธีการคือ ให้พื้นที่เป็นกรอบ ซึ่งภายในกรอบระบุข้อความที่มีผลกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนให้ไม่ขายเสียง ให้ช่วยกันสอดส่องการซื้อเสียง และให้ทราบถึงหมายเลขติดต่อของกกต.เพื่อจะได้แจ้งเบาะแสการซื้อเสียง ตัวอย่างดังนี้
“ ขายเสียงคือขายชาติ ”
พบเห็นเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งโทร........
“ ซื้อเสียง = ถอนทุน ”
พบเห็นเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งโทร........
“อย่าปล่อยให้คนชั่วเข้าสภา”
พบเห็นเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งโทร........
ที่ผมต้องเสนอให้สื่อเอื้อพื้นที่ให้กับกกต.แบบฟรีๆนั้น เพราะผมเคยถามเจ้าหน้าที่กกต. เค้าบอกว่า ถ้าจะลงหนังสือพิมพ์ ก็จะต้องเสียเงิน ผมคิดว่ากกต.คงไม่มีเงินไม่มีงบมากมายที่จะสามารถลงหนังสือพิมพ์ได้ทุกๆวัน และอีกอย่างหนึ่ง
หนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ มีพื้นที่มากมาย แค่แบ่งที่เล็กๆของท่านนิดหน่อยก็จะช่วยชาติให้ดีขึ้นได้ ได้คุณประโยชน์มหาศาล (แบ่งเอาพื้นที่ๆลงข่าวปาไข่, ที่ลงข่าวไพร่กับชนชั้นสูงถกเถียงกันในเฟซบุ๊ก หรือที่ลงข่าวเรื่องตัวเงินตัวทอง มาก็ได้)
สำหรับสื่อโทรทัศน์ก็เช่นกัน เวลาออกอากาศมีวันละ 24 ชั่วโมง ขอซักแค่ไม่กี่วินาที พูดประชาสัมพันธ์ให้กกต.เค้าหน่อย พูดกระตุ้นเตือนสติประชาชนหน่อย (แบ่งเวลาที่ออกอากาศข่าวหมีแพนด้า, ข่าวซุบซิบดารา, หรือละครน้ำเน่าทั้งหลาย มานิดเดียวก็พอแล้ว)
7. ยอมตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองบางพรรคที่มีแผนการหลอกลวงประชาชน
ขณะนี้พรรคการเมืองใหญ่บางพรรคได้ใช้เครื่องมืออย่างหนึ่งผ่านสื่อในการหลวกลวงประชาชนเพื่อให้บรรลุผลการชนะการเลือกตั้ง
เครื่องมือที่ว่านั้นก็คือโพลนั่นเอง กล่าวคือ นับแต่ประกาศยุบสภา มีพรรคการเมืองบางพรรค(คงไม่ต้องเอ่ยนามว่ามีพรรคใดบ้าง) นำผลโพลออกมาอ้างว่าพรรคของตนมีกระแสความนิยมเท่านั้นเท่านี้ จะได้ส.ส.เท่านั้นเท่านี้
ซึ่งผลโพลเหล่านั้นไม่สามารถยืนยันได้แม้แต่น้อยเลยว่าถูกต้องตรงความเป็นจริงหรือไม่อย่างไร แต่สื่อกลับเอามาลงข่าวกันทุกวันจนประชาชนคล้อยตาม ประหนี่งว่าคะแนนเลือกตั้งนั้นออกมาแล้ว
สื่อทราบดีว่าเมื่อนำเสนอซ้ำๆกันว่าพรรคนั้นมาแรงที่นี่ พรรคนี้มาแรงที่นั่น ประชาชนก็จะเชื่อท่าน ผมอยากถามสื่อว่า ท่านทำอย่างนี้ทำไม? โปรดอย่าตอบผมว่าในฐานะสื่อต้องนำเสนอทุกเรื่องที่เป็นประเด็นและประชาชนสามารถคิดได้เอง เพราะท่านรู้อยู่แล้วอย่าประชาชนจำนวนมากก็ไม่สามารถทราบได้ว่าอะไรจริงไม่จริง อะไรดีไม่ดี
ถ้าผลโพลที่เอามาลงข่าวกันนั้นเป็นความจริงผมจะไม่ว่าสักคำ แต่เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว เหมือนผลโพลหลอกเด็กเสียมากกว่า ตัวอย่างเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ก่อน ข่าวลงว่ามีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งมีโพลคะแนนนิยมเหนืออีกพรรคหนึ่งถล่มทลาย ต่อจากนั้นมาเพียง 1 สัปดาห์ ข่าวกลับออกมาว่าโพลพลิก เหลือเชื่อ จากคะแนนโพลชนะกันอย่างถล่มทลาย แล้วเพียงแค่สัปดาห์เดียวโพลจะพลิกได้ยังไง
ผมถามกับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหลายท่าน แต่ละท่านก็มีอายุอานามและประสบการณ์มากพอสมควร เค้าตอบผมว่าสื่อบางสำนัก(รวมถึงสำนักโพลบางสำนัก) รับเงินหรือถูกสั่งจากพรรคการเมืองมา ผมฟังดูแล้วก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด ผมจึงอยากถามท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงนักข่าวภาคสนาม ท่านได้เป็นอย่างที่คนเค้าว่ากันหรือไม่
สื่อสำนักใด,สื่อมวลชนท่านใดอ่านข้อความของผมแล้ว และมิได้เป็นเช่นนั้น ก็โปรดสบายใจได้ แต่ใครที่เป็นอย่างนั้น ได้โปรดละอายแก่ใจ และเลิกทำพฤติกรรมเช่นนี้เสีย หยุดชี้นำประชาชนด้วยการนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นกลางของท่านเสียเถิด หากท่านรักประเทศชาติจริง หรือหากท่านไม่รักประเทศชาติ แต่ท่านมีลูกมีหลานและท่านก็รักเขา เพราะถ้าท่านยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นข้ารับใช้พวกนักการเมืองชั่วที่คอยติดสินบน ชี้นำ ชักนำพวกท่านให้หลอกลวงประชาชน วันนึงพอคนชั่วพวกนั้นเถลิงอำนาจ ประเทศชาติจะต้องฉิบหายกันหมดสิ้น ไม่มีที่ที่สงบสุขให้ลูกหลานของท่านอยู่ด้วยเช่นกัน
สำนักสื่อที่มีคอนเนคชั่นส่วนตัวกับพรรคการเมืองต่างๆด้วยเช่นกัน โปรดอย่าใช้ความชื่นชมชื่นชอบ หรือความสนิทสนมส่วนตัวของท่านมาใช้ในการออกข่าวเชียร์พรรคการเมืองใดๆ เพราะการเมืองนั้นเป็นเรื่องของประเทศชาติ จึงมีความสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวของท่าน โปรดพึงระลึกอยู่เสมอก่อนที่จะตีพิมพ์หรือแพร่ภาพข่าวใดๆออกไปว่าประเทศชาติจะสงบสุขหรือวอดวายก็ด้วยน้ำมือของพวกท่าน
ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าสื่อมีอำนาจมากกว่าผู้ที่ถือปืนเสียอีก แต่อย่ามัวเมาในอำนาจที่ท่านมีอยู่ อย่าใช้อำนาจเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว แต่ต้องระลึกถึงประเทศชาติก่อน มิเช่นนั้นแล้วกระผมขอเสนอให้สื่อที่ไม่สามารถทำตัวให้ดีได้เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นดีกว่า เช่น เปิดร้านขายของ เพราะถ้าท่านขายของแล้วอยากจะโกงลูกค้า ท่านก็จะสามารถโกงลูกค้าได้แค่ทีละราย แต่ถ้าท่านเป็นสื่อท่านสามารถโกงคนได้ทั้งประเทศในการนำเสนอข่าวแค่ครั้งเดียว
สุดท้ายนี้ผมต้องขอโทษด้วยที่อาจมีถ้อยคำที่รุนแรง ไม่สุภาพ ในข้อความที่ผมเขียนนี้บ้าง ยอมรับว่ามีอารมณ์ร่วมในการเขียนพอสมควร แต่อารมณ์ของกระผมนั้นมาจากความห่วงใยประเทศชาติ มาจากความเกลียดชังความไม่ยุติธรรม ท่านสื่อมวลชนทั้งหลายโปรดอภัยให้ผมด้วย
ผมเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกคนใหญ่คนโต ไม่ใช่คนรวย มีหนี้มีสินบ้างตามสมควร และผมไม่โกงใครกิน วันนี้ผมเขียนต่อว่าสื่อซะมากมาย อาจหมดอนาคตทางการเมืองได้ แต่หากผมต้องหมดอนาคตแล้วทำให้ประเทศชาติมีอนาคต ผมก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง.
#72
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:39
#73
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:48
มันสามารถตรวจสอบได้หมดว่าจริงหรือไม่จริง ไม่ใช่การเขียนข่าว
โดยการใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป .... กลับไปอ่านดูดีๆ ก่อนดีกว่ามั้ย
ไอ้เปื่อย
- phoebus likes this
[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]
ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]
[/color]
#74
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:51
ขออนุญาตนะครับ ถ้าอย่างนั้นกรณีมติชนลำดับเหตุการณ์สลายการชุมนุม ก็จริงด้วยหรือเปล่าครับ ผมยังคิดว่าไม่จริงเลยเฮ้ย ... ที่มติชนเขียนในวันนั้น นั่นคือลำดับเหตุการณ์เลยนะนั่นน่ะ
มันสามารถตรวจสอบได้หมดว่าจริงหรือไม่จริง ไม่ใช่การเขียนข่าว
โดยการใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป .... กลับไปอ่านดูดีๆ ก่อนดีกว่ามั้ย
ไอ้เปื่อย
#75
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:00
#76
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:03
ขออนุญาตนะครับ ถ้าอย่างนั้นกรณีมติชนลำดับเหตุการณ์สลายการชุมนุม ก็จริงด้วยหรือเปล่าครับ ผมยังคิดว่าไม่จริงเลย
เฮ้ย ... ที่มติชนเขียนในวันนั้น นั่นคือลำดับเหตุการณ์เลยนะนั่นน่ะ
มันสามารถตรวจสอบได้หมดว่าจริงหรือไม่จริง ไม่ใช่การเขียนข่าว
โดยการใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป .... กลับไปอ่านดูดีๆ ก่อนดีกว่ามั้ย
ไอ้เปื่อย
การลำดับเหตุการณ์สลายฯ ของมติชน ผมไม่ได้อ่าน คุณคิดว่าไม่จริงก็เรื่องของคุณ ซึ่งผมก็ไม่สามารถทราบได้
ว่าทำไมคุณถึงคิดเช่นนั้น แต่ถ้าจะให้เดา คุณน่าจะได้เสพสื่ออื่นๆ มาก่อนแล้ว คุณจึงไม่เชื่อ
แต่กรณีนี้ คุณควรที่จะตรวจสอบก่อน ว่าจริงหรือไม่ ไม่ใช่มาย้อนแย้งอย่างนี้
ผมสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง ผมจึงได้ตั้งกระทู้ถามคุณไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคุณก็ตอบไม่ได้
ง่ายนิดเดียว พรุ่งนี้โทรถามหัวหน้าพรรคของคุณนั่นแหละ ว่าข่าวชิ้นนี้ถูกต้องหรือไม่ ผิดตรงไหน แล้วเอามาถกกัน
[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]
ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]
[/color]
#77
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:04
แล้วกรณีลำดับเหตุการณ์สลายการชุมนุมมาเกี่ยวอะไรกับกรณีคุณปุระชัยหรือครับ?ขออนุญาตนะครับ ถ้าอย่างนั้นกรณีมติชนลำดับเหตุการณ์สลายการชุมนุม ก็จริงด้วยหรือเปล่าครับ ผมยังคิดว่าไม่จริงเลย
เฮ้ย ... ที่มติชนเขียนในวันนั้น นั่นคือลำดับเหตุการณ์เลยนะนั่นน่ะ
มันสามารถตรวจสอบได้หมดว่าจริงหรือไม่จริง ไม่ใช่การเขียนข่าว
โดยการใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป .... กลับไปอ่านดูดีๆ ก่อนดีกว่ามั้ย
ไอ้เปื่อย
ถ้ากรณีสลายการชุมนุมฯ มติชนลำดับผิด แล้วกรณีคุณปุระชัยมติชนก็จะลำดับผิดด้วย?
ตรรกะประเภทใดกันครับ?
ตกลงที่คุณ amplepoor ยกมาด้านบน คุณ TFEX ไม่มี(ข้อมูล/ความเห็น)แย้งข้อเท็จจริงที่ปรากฏในบทความใช่ไหมครับ?
ปล. ผมให้ความสำคัญกับการ "คิด กล่าว ทำ" ที่ปรากฏ... ว่าสิ่งนั้นเป็นจริงหรือเท็จ... มากกว่าไปยึดติดว่า "บุคคล(ที่คิด กล่าว ทำ)นั้นเป็นใคร" น่ะครับ...
- phoebus likes this
#78
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:13
พรรคการเมือง มีสิทธิ์ที่จะซื้อพื้นที่เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในช่วงเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะเป็นสื่อแขนงใด และ ต้องนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าเช่าพื้นที่
โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน การเช่าเวลาโฆษณาของสถานีโทรทัศน์
ดาวเทียม การเช่าเวลาเผยแพร่สปอตทางวิทยุ ฯลฯ
มาแสดงในงบเลือกตั้งด้วย (รายละเอียดปลีกย่อยอีกพอสมควร)
พร้อมทั้งต้องมีหลักฐานการรับ-จ่ายเงินอย่างถูกต้องตามที่ กกต กำหนด
ดังนั้น การเสนอข่าวของสื่อในช่วงเลือกตั้ง สามารถทำได้ภายใต้กฎหมาย
เลือกตั้งที่ กกต กำหนดขึ้น...
ส่วนอื่น ๆ ขอเวลาอ่านก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่...
ปล. กกต มีหน้าที่จัดสรรเวลา ให้แต่ละพรรคได้มีโอกาสเสนอนโยบาย
ต่อสาธารณ อย่างเท่าเทียมกัน ถ้าจำไม่ผิด จะไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนที่นอกเหนือ
ไปจากที่ กกต จัดสรรให้ ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
Edited by bird, 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:17.
#79
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:32
You can't fix stupid - Ron White
You can have your own opinion, but not your own facts - Daniel Patrick Moynihan
"A society is judged by how it treats its animals and elderly"
#80
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:42
หนังสือด้านบนอาจไม่เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้ ต้องขออภัยด้วยครับ แต่มันเกี่ยวกับเรื่องความน่าเชื่อถือของสื่อ เนื่องจากท่านample เอาบทความจากมติชนมาแสดงไว้ ซึ่งจริงๆแล้วท่านก็น่าจะทราบว่ามติชนเป็นอย่างไร เมื่อปี47 อยู่ข้างใคร ตอนนี้อยู่ข้างใคร
คุณยกจดหมายคุณมาหักล้างสิ่งที่ผมโพสต์ไม่ได้ เพราะของคุณ คุณกล่าวหาหนังสือพิมพ์ เหมือนที่คุณกล่าวหาว่าชาวสรท. เอาขี้ตัวเองมาป้ายคนอื่น
ที่คุณต้องทำคือ หักล้างสิ่งที่เขาเขียน อย่างน้อยเขามีสมาคมวิชาชีพเป็นหลัก แต่คุณไม่มี
คุณต้องหักล้างข้อความนี้ครับ
เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ
ในครั้งนั้นเรื่องดำเนินอยู่นาน ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ
ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ มีมติเป็นเอกฉันท์ 55 ต่อ 3 เสียง เมื่อต้นปี 2545 ว่า
ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินธรณีสงฆ์จะต้องคืนให้กับวัด
แต่เมื่อผลการวินิจฉัยออกมา ร.ต.อ.ปุระชัย ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ทำตามคำวินิจฉัยนั้น มิไยที่เลขาธิการกฤษฎีกาจะทำหนังสือท้วงติงมาอีกรอบว่าต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัย
แต่ท้ายที่สุดกระทรวงมหาดไทย ยกเอา พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครองมาหักล้างคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา อ้างว่าไม่จำเป็นต้องทำตามกฤษฎีกา
Edited by amplepoor, 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:42.
- กากจริงไรจริง and อิสระในกรอบ like this
#81
ตอบ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:44
สรุปไม่ได้ครับ
ไม่ทราบจริง ๆ ไม่ทราบครับ สงสัยครับ …
ตอบไปแล้วครับ
อ่านต่อกระทู้นี้แล้วจะรู้เองครับ
ต้องตีความลึก ๆ ครับ (ไม่เห็นจะมีอะไรให้ตีความเลย O_o;)
ขออนุญาตไม่ตอบนะครับ ขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นนะครับ …
ขออภัยครับ ขอน้อมรับครับ
ขอบคุณครับ
ขอโทษครับ
ขอตัวก่อนนะครับ
เป็นไปได้ครับ
จะเดินทางสายนักการเมือง ดาษดาษ .
มาถูกทางแล้วล่ะครับ
พูดลอย ๆ ครับ
- phoebus and ลืมล็อกอินเก่า like this
#82
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:14
เรื่องจะจบแบบนี้หรือไม่ ?
ประวัติศาสตร์ไทย ด็อกเตอร์ฆ่าเมียไม่ติดคุก!!
กระหึมก้องไปทั่วฟ้าเมืองไทยอีกคำรบ จนกลายเป็นโจทย์วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนาๆ สำหรับคดีสามีลงมือฆาตกรรมภรรยาของตนเอง
เมื่อผู้ตกเป็นจำเลยชื่อ ดร.พิพัฒน์ ลือประสิทธิ์กุลฆ่าภรรยาของตัวเองนางวรรณี ลือประสิทธิกุลจนเสียชีวิต
ตามไปอ่านต่อกันได้ ที่กระทู้นี้ความเห็นท้ายๆ http://forum.seritha...=32890&start=30
กระทู้เดียวกันความเห็นท้ายๆ
เมื่อไม้บรรทัดงอ เข้าไปจุ้นใน สสส. ผลลัพท์คือองค์กรเขาแทบแตก
แม้แต่คนดี ๆ อย่าง อาจารย์หมอประกิต ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งเมือง มีคนรักทั้งประเทศ ยังต้องโดนกำจัดออกไป จากฝีมือของ 'ไอ้ไม้บรรทัดงอ'
------------------------------------------------------------------
เมื่อคนดีไม่มีเสื่อม จะเขมือบ สสส.
‘สุขวิช’กว่าจะหลุดคดีค่าโง่ทางด่วน
โชคดีที่ยังไม่ตาย
ความแค้นเคือง ที่สุขวิช ขวางไม่ยอมให้พรรคความหวังใหม่ยุบไปรวมกับพรรคไทยรักไทย มันเป็นความแค้นที่รุนแรงมาก ทำให้ทุกครั้งที่มีการจัดคนเป็นรัฐมนตรี พวกในไทยรักไทยจะยกกรณีค่าโง่ทางด่วนมากีดกันไม่ให้สุขวิช ได้เป็นรัฐมนตรีทุกครั้งไป และไม่เคยได้เป็นรัฐมนตรีอีกเลย
8 ปีที่ต้องต่อสู้อย่างทรหด
8 ปีกว่าที่ ป.ป.ช.จะตอบสังคมไทยว่า ไม่ชี้มูลความผิด “สุขวิช รังสิตพล”
ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ขณะนี้ท่านอยู่ที่ไหน
ตามมาอ่านได้ที่นี่ (ไม่้ต้องห่วงไม่ใช่มติชน) http://www.ryt9.com/s/bmnd/677320
ฝากของPookLook ด้วยขำๆ 'ปุรชัย' เริ่มออกลายแขวะ 'ชูวิทย์' โค้งสุดท้าย
http://forum.seritha...php?f=2&t=37939
#83
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:28
#84
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:42
พอดีนอนไม่หลับครับ เลยมาเปิดอ่านอีกที เห็นท่านพูดเรื่องอาจารย์ปุแล้ว ทำให้ผมนึกถึงกระทู้ที่ผมตั้งเมื่อตอนกลางวันว่า ใครได้อะไรจากการเมือง ผมยิ่งเห็นภาพคำว่ามีแต่เสียกับเสียชัดเจนยิ่งขึ้นครับ ชักเริ่มไม่อยากยุ่งจริงๆแล้วคราวนี้ ขอบคุณจริงๆที่ทำให้รู้สึกอย่างนี้ โลกไม่สวยอย่างที่ท่านว่ากันจริงๆครับ
55555555++ อย่าท้าก๋อย
#85
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:43
และอาจมีคนแสร้งเป็นคนอ่อนแอ
#86
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 02:11
แต่คุณ TFEX ก็ทำให้ผมผิดหวังเพราะคุณไม่ได้แสดงคคห. ของคุณออกมาเลย
ในกระทู้ก่อนๆ เห็นคุณมีแสดงทัศนะความถูก-ผิดไว้บ้างแล้ว แต่พอเพื่อนๆ พี่ๆ สมาชิก
ในกระทู้นี้มาตั้งโจทย์ให้คุณกลับเลี่ยงไม่ตอบด้วยคำว่า "ยังไม่ได้ข้อสรุป-สงสัย-ไม่ทราบ"
หรือไม่ก็ต้องให้เพื่อนๆ พี่ๆ สมาชิกตอบนำก่อนแล้วถามว่า "ใช่" หรือ "ไม่"
แล้วคุณค่อยเลือก 1 ใน 2 ช้อยส์อีกทีซึ่งคุณก็ไม่ได้ขยายความคำตอบของคุณเลย
ถ้าคุณเล่นการเมืองต่อผมคิดว่าผมพอจะรู้แนวคุณแล้วล่ะว่าคุณจะเป็นนักการเมืองประเภทไหน
#87
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 02:55
จะได้เรียนมอดให้ล็อกกาทู้ เพราะคงชัดเจนถึงจุดยืนของท่านผู้นี้แล้ว
แต่ไม่ได้ต้องการขับไล่ใสส่งนะครับ
เพียงแต่เมื่อเราทราบตัวตนของสมาชิกที่น่าสงสัยแล้ว
เราจะได้วางตัวถูก
- Moon, มารุจัง, overtherainbow and 6 others like this
#88
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 06:02
#90
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:08
เพราะผมไม่มีใจเป็นกลาง พอ รึเปล่า อ่านแล้วงง
ส่วนที่มีคน วกไปหา ปุระชัย ตลอด ไม่ต้องห่วงหรอกครับ
คุณอยู่ที่ไหน เขาก็จะไปถามคุณที่นั่นแหละพ่อคนกลางที่แสนดี
แล้วที่คุณ บอกว่า คดีที่ดินรัชดา ที่ศาลตัดสินแล้ว ทักกี้ ผิดจริง
ยังงี้ คุณยังเห็นด้วยกับการปรองดองโดยการยกเลิกความผิดทั้งหมด ทิ้งไปอีกเหรอ
ขออีกครั้งนะครับ ครั้งนี้มันไม่ใช่การปรองดอง มันคือการนิรโทษกรรมครับ
แล้วถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกโทษที่ศาลตัดสินไปแล้ว
คุณมีการไปประชุมพรรคคุณ กับ ปุระชัยมั่งไหมครับ แล้วพรรคคุณมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้
อยากรู้จริงๆนะครับความรู้สึกของนักการเมืองตัวเป็นๆ
Edited by butadad, 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:08.
#91
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:12
เห็นด้วยกับการปรองดอง แต่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกความผิดและนิรโทษกรรมครับผมอ่านที่คุณ TFEX ตอบแล้วไม่รู้เรื่อง นี่เพราะอะไรเนี่ย
เพราะผมไม่มีใจเป็นกลาง พอ รึเปล่า อ่านแล้วงง
ส่วนที่มีคน วกไปหา ปุระชัย ตลอด ไม่ต้องห่วงหรอกครับ
คุณอยู่ที่ไหน เขาก็จะไปถามคุณที่นั่นแหละพ่อคนกลางที่แสนดี
แล้วที่คุณ บอกว่า คดีที่ดินรัชดา ที่ศาลตัดสินแล้ว ทักกี้ ผิดจริง
ยังงี้ คุณยังเห็นด้วยกับการปรองดองโดยการยกเลิกความผิดทั้งหมด ทิ้งไปอีกเหรอ
ขออีกครั้งนะครับ ครั้งนี้มันไม่ใช่การปรองดอง มันคือการนิรโทษกรรมครับ
แล้วถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกโทษที่ศาลตัดสินไปแล้ว
คุณมีการไปประชุมพรรคคุณ กับ ปุระชัยมั่งไหมครับ แล้วพรรคคุณมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้
อยากรู้จริงๆนะครับความรู้สึกของนักการเมืองตัวเป็นๆ
เรื่องประชุมพรรค เรียนตามตรงว่าระยะหลังนี้ผมไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยงานพรรคเลยครับ เท่าที่ทราบ
ตอนนี้พรรคกำลังหาสมาชิกให้ครบ5พันตามข้อกำหนดของกกต.ก่อน
ถ้าได้เข้าพรรคเมื่อไร รับปากว่าจะถามแนวทางในเรื่องนี้จากพรรคให้ท่านครับ (หรือถ้าได้คุยโทรศัพท์ก็อาจจะถามก่อนเลยครับ)
ขอบคุณครับ
#92
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:15
พรรครักษ์สันติอนุมัติให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมืองสะสมไว้ในคลังความรู้ มาลงสมัครสส. เป็นตัวทนประชาชนในสภาได้อย่างไร?
มันน่าตกใจกับระบบคัดกรองคุณภาพคนของพรรคนี้อย่างมากนะครับ!!
คุณทีเฟคครับ คุณคือตัวแทน คือหน้าตา คือ representative ของพรรค
คุณจะบอกว่าตอบเมนท์ในฐานะส่วนบุคคลไม่ได้ครับ เพราะคุณเล่นเปิดเผยไพรไฟล์ตัวเองชัดเจน
รบกวนว่า...จะตอบอะไร ก็ช่วยกู้หน้าพรรคนิดนึงครับ อย่าให้คนดูหมิ่นเอาได้ ว่าคุณภาพคนของพรรคมีแค่นี้เองหรือ?
#93
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:29
อย่างน้อยที่สุด แต่อาจจะเป็นข้อดีที่สุด พรรคที่ผมสังกัดก็ไม่มีนโยบายให้ผู้สมัครซื้อเสียง และเข้าไปถอนทุนจากงบประมาณประเทศชาติครับอ่านคำตอบจากคุณทีเฟคแล้ว.... ผมก็นึกได้อย่างหนึ่ง
พรรครักษ์สันติอนุมัติให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมืองสะสมไว้ในคลังความรู้ มาลงสมัครสส. เป็นตัวทนประชาชนในสภาได้อย่างไร?
มันน่าตกใจกับระบบคัดกรองคุณภาพคนของพรรคนี้อย่างมากนะครับ!!
คุณทีเฟคครับ คุณคือตัวแทน คือหน้าตา คือ representative ของพรรค
คุณจะบอกว่าตอบเมนท์ในฐานะส่วนบุคคลไม่ได้ครับ เพราะคุณเล่นเปิดเผยไพรไฟล์ตัวเองชัดเจน
รบกวนว่า...จะตอบอะไร ก็ช่วยกู้หน้าพรรคนิดนึงครับ อย่าให้คนดูหมิ่นเอาได้ ว่าคุณภาพคนของพรรคมีแค่นี้เองหรือ?
ส่วนเรื่องความรู้น้อยของผม ขอน้อมรับและจะปรับปรุงตัวเองครับ ขอบคุณในข้อติเตือนของท่านครับ
#94
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:31
อ่านคำตอบจากคุณทีเฟคแล้ว.... ผมก็นึกได้อย่างหนึ่ง
พรรครักษ์สันติอนุมัติให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมืองสะสมไว้ในคลังความรู้ มาลงสมัครสส. เป็นตัวทนประชาชนในสภาได้อย่างไร?
มันน่าตกใจกับระบบคัดกรองคุณภาพคนของพรรคนี้อย่างมากนะครับ!!
คุณทีเฟคครับ คุณคือตัวแทน คือหน้าตา คือ representative ของพรรค
คุณจะบอกว่าตอบเมนท์ในฐานะส่วนบุคคลไม่ได้ครับ เพราะคุณเล่นเปิดเผยไพรไฟล์ตัวเองชัดเจน
รบกวนว่า...จะตอบอะไร ก็ช่วยกู้หน้าพรรคนิดนึงครับ อย่าให้คนดูหมิ่นเอาได้ ว่าคุณภาพคนของพรรคมีแค่นี้เองหรือ?
ชัดเจนมาก
#95
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:46
ขอตามอ่านก่อนค่ะ
#96
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:58
OK ผมเชื่อว่าท่านเป็นกลางจริง แต่เป็นกลางกลวง แบบไม่มีจุดยืนใดๆทั้งสิ้น
มันเป็นคนกลางแบบว่า น่าหมันไส้มาก!
ในเวปนี้คุณไม่จำเป็นต้องแทงกั๊กครับ คิดอย่างไรก็พูดออกมาตามนั้น ไม่รู้ก็บอก ถามมาตรงๆ
ไม่เห็นด้วยตรงไหนก็แย้งมาเลย ไม่ต้องไปกลัวว่าจะโดนด่า(แต่ถ้าโดนด่าก็เป็นเรื่องปกติของบอร์ดการเมือง)
หากคุณรับไม่ได้ก็อย่าเล่นบอร์คการเมืองเลยครับ ทุกข์ใจเปล่าวๆ ไม่ต้องไปกลัวว่าคำตอบของตนเองจะไปกล่าวหานักการเมืองคนไหนผิดๆ
จนไม่กล้าตอบอะไร เพราะโลกแห่งการเมืองมันไม่สวยงาม การกล่าวหาและวิพากวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ธรรมดาอย่างที่สุด
หากคุณไม่รู้ว่าจะแสดงออกถึงตัวตนของคุณอย่างไร ลองอ่านบอร์ดเสรีไทยนี้ดูสักพัก แล้วใช้มาตราฐานของคุณตัดสินคนในนี้ดู
คุณน่าจะพอบอกได้ว่าใครเอียงฝ่ายไหน มากน้อยอย่างไร ใครกลางจริงๆ หรือไม่กลาง แล้วลองศึกษาการแสดงออกของคนคนนั้นดู
ผมว่าท่าน TFEX ยึดติดกับความเป็นกลางมากไป พยายามแสดงตนเองว่าคนเองเป็นกลาง กล๊าง กลาง พยายามจะอยู่ตรงกลาง
เป๊ะให้ใด้ จนเหมือนสูญเสียตัวตนและความคิดของตนเองไปหมด กลายเป็นคนโลเล ไม่แน่นอน ไม่มีจุดยืน และน่าหมันไส้มากๆ
สำหรับชาวเสรีไทย
- phoebus likes this
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม คือ ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
คุณธรรมที่พร้ำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา ส่วน ประชาธิปไตยน่ะรึ เอาเข้าจริงๆ สำคัญอันใด??
#97
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 10:03
อย่างน้อยที่สุด แต่อาจจะเป็นข้อดีที่สุด พรรคที่ผมสังกัดก็ไม่มีนโยบายให้ผู้สมัครซื้อเสียง และเข้าไปถอนทุนจากงบประมาณประเทศชาติครับ
อ่านคำตอบจากคุณทีเฟคแล้ว.... ผมก็นึกได้อย่างหนึ่ง
พรรครักษ์สันติอนุมัติให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมืองสะสมไว้ในคลังความรู้ มาลงสมัครสส. เป็นตัวทนประชาชนในสภาได้อย่างไร?
มันน่าตกใจกับระบบคัดกรองคุณภาพคนของพรรคนี้อย่างมากนะครับ!!
คุณทีเฟคครับ คุณคือตัวแทน คือหน้าตา คือ representative ของพรรค
คุณจะบอกว่าตอบเมนท์ในฐานะส่วนบุคคลไม่ได้ครับ เพราะคุณเล่นเปิดเผยไพรไฟล์ตัวเองชัดเจน
รบกวนว่า...จะตอบอะไร ก็ช่วยกู้หน้าพรรคนิดนึงครับ อย่าให้คนดูหมิ่นเอาได้ ว่าคุณภาพคนของพรรคมีแค่นี้เองหรือ?
ส่วนเรื่องความรู้น้อยของผม ขอน้อมรับและจะปรับปรุงตัวเองครับ ขอบคุณในข้อติเตือนของท่านครับ
ด้วยความเคารพนะครับ
ไม่มีพรรคการเมืองไหน มีนโยบายแบบนั้นนะครับ
มันคือเรื่องที่ต้องดูๆกันไป ไม่มีใครออกเป็นนโยบายหรอกครับ
คุณจะเอาเรื่องนี้มาประกาศเป็นข้อดีของคุณคงไม่ได้ครับ
#98
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 10:06
ขอบคุณมากครับที่แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เป็นประโยชน์ต่อผมมากครับ จะนำไปปรับปรุงครับกรูพอเข้าใจล่ะ ว่าทำไมนายคนนี้ถึงโดนจัดหนัก และสงสัยว่าเป็นแดง
OK ผมเชื่อว่าท่านเป็นกลางจริง แต่เป็นกลางกลวง แบบไม่มีจุดยืนใดๆทั้งสิ้น
มันเป็นคนกลางแบบว่า น่าหมันไส้มาก!
ในเวปนี้คุณไม่จำเป็นต้องแทงกั๊กครับ คิดอย่างไรก็พูดออกมาตามนั้น ไม่รู้ก็บอก ถามมาตรงๆ
ไม่เห็นด้วยตรงไหนก็แย้งมาเลย ไม่ต้องไปกลัวว่าจะโดนด่า(แต่ถ้าโดนด่าก็เป็นเรื่องปกติของบอร์ดการเมือง)
หากคุณรับไม่ได้ก็อย่าเล่นบอร์คการเมืองเลยครับ ทุกข์ใจเปล่าวๆ ไม่ต้องไปกลัวว่าคำตอบของตนเองจะไปกล่าวหานักการเมืองคนไหนผิดๆ
จนไม่กล้าตอบอะไร เพราะโลกแห่งการเมืองมันไม่สวยงาม การกล่าวหาและวิพากวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ธรรมดาอย่างที่สุด
หากคุณไม่รู้ว่าจะแสดงออกถึงตัวตนของคุณอย่างไร ลองอ่านบอร์ดเสรีไทยนี้ดูสักพัก แล้วใช้มาตราฐานของคุณตัดสินคนในนี้ดู
คุณน่าจะพอบอกได้ว่าใครเอียงฝ่ายไหน มากน้อยอย่างไร ใครกลางจริงๆ หรือไม่กลาง แล้วลองศึกษาการแสดงออกของคนคนนั้นดู
ผมว่าท่าน TFEX ยึดติดกับความเป็นกลางมากไป พยายามแสดงตนเองว่าคนเองเป็นกลาง กล๊าง กลาง พยายามจะอยู่ตรงกลาง
เป๊ะให้ใด้ จนเหมือนสูญเสียตัวตนและความคิดของตนเองไปหมด กลายเป็นคนโลเล ไม่แน่นอน ไม่มีจุดยืน และน่าหมันไส้มากๆ
สำหรับชาวเสรีไทย
#99
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 10:09
ขอบคุณครับ เห็นด้วยครับว่าไม่มีใครออกเป็นนโยบาย แต่ในทางปฏับัติหลายพรรคมีการสนับสนุนเงินแก่ผู้สมัครเกินกว่าที่กกตกำหนดไว้คือ1.5 ล้าน
อย่างน้อยที่สุด แต่อาจจะเป็นข้อดีที่สุด พรรคที่ผมสังกัดก็ไม่มีนโยบายให้ผู้สมัครซื้อเสียง และเข้าไปถอนทุนจากงบประมาณประเทศชาติครับ
อ่านคำตอบจากคุณทีเฟคแล้ว.... ผมก็นึกได้อย่างหนึ่ง
พรรครักษ์สันติอนุมัติให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมืองสะสมไว้ในคลังความรู้ มาลงสมัครสส. เป็นตัวทนประชาชนในสภาได้อย่างไร?
มันน่าตกใจกับระบบคัดกรองคุณภาพคนของพรรคนี้อย่างมากนะครับ!!
คุณทีเฟคครับ คุณคือตัวแทน คือหน้าตา คือ representative ของพรรค
คุณจะบอกว่าตอบเมนท์ในฐานะส่วนบุคคลไม่ได้ครับ เพราะคุณเล่นเปิดเผยไพรไฟล์ตัวเองชัดเจน
รบกวนว่า...จะตอบอะไร ก็ช่วยกู้หน้าพรรคนิดนึงครับ อย่าให้คนดูหมิ่นเอาได้ ว่าคุณภาพคนของพรรคมีแค่นี้เองหรือ?
ส่วนเรื่องความรู้น้อยของผม ขอน้อมรับและจะปรับปรุงตัวเองครับ ขอบคุณในข้อติเตือนของท่านครับ
ด้วยความเคารพนะครับ
ไม่มีพรรคการเมืองไหน มีนโยบายแบบนั้นนะครับ
มันคือเรื่องที่ต้องดูๆกันไป ไม่มีใครออกเป็นนโยบายหรอกครับ
คุณจะเอาเรื่องนี้มาประกาศเป็นข้อดีของคุณคงไม่ได้ครับ
#100
ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 10:26
ไม่รูว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์บ้างหรือเปล่านะครับ สมองผมมีเท่านี้จริงๆมาละครับ
2 ทักษิณมีแผนการต่อสถาบันอย่างไร พอทราบใหมครับ
ไม่ทราบจริงๆครับ แต่หากมีใครต้องการล้มสถาบัน ผมคนนึงจะไปร่วมชุมนุมต่อสู้ด้วย ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม
คุณ TFEX คำตอบสีแดงของคุณตามข้อ 2
คุณจะไปต่อต้าน หรือร่วมต่อสู้ ขอชัดๆ หน่อย
เราอ่านแล้วทำให้เข้าใจว่าคุณจะร่วมต่อสู้กับคนที่คิดล้มสถาบันนะ
จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม กรุณายืนยันคำตอบอีกครั้งค่ะ
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











