Jump to content


paman

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2555 10:38
-----

#110468 เทคนิคทำอาหารประหยัดและอร่อย ในยุคข้าวยากหมากแพง

โดย ตะนิ่นตาญี on 20 มกราคม พ.ศ. 2555 - 18:47

ตะนิ่นตาญี เป็นคนชอบทาน ปูเค็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปูแสม หรือจะเป็นปูม้า ก็ชอบอยู่

สมัยนี้ ปูแสม แท้ๆ ไม่แน่ว่าจะเหลืออยู่สักมากน้อยแค่ไหน เพราะป่าโกงกาง ถูกถาง จนล้านเลี่ยนเตียนโล่งเสียมาก

แต่ก็ยังดี ที่มีคนนำเอา ปูม้า มาทำเค็ม ให้ทานพอให้อร่อยปากอยู่ได้

ครั้งก่อนนู้นตอนที่ยังหนุ่มอยู่นั้น ก็ เที่ยวซุก-เที่ยวซน ไปเที่ยวดู เขาจับปูแสม มาทำ ปูเค็ม

แต่ก็ใคร่ขอ นั่งยัน-นอนยัน และยืนยัน ว่า วิธีจะทาน ปูเค็ม ให้อร่อยปาก และสะดวกใจนั้น

ในขั้นต้นทีเดียว ขออย่าได้ซุกซนไปเที่ยวดูเขาจับปูมาทำ ปูเค็ม เป็นอันขาด

เพราะถ้าไปดูแล้วจะเห็นภาพติดตาที่ทำให้กิน ปูเค็ม ไม่ลงไปอีกนาน หรือตลอดชีวิตไปทีเดียว

ในตอนนั้นเขาจะเที่ยวไปจับปูเป็นๆมาใส่ปี๊บ หรือใส่ตุ่ม ทีละมากๆ แล้วเอาเกลือเทลงไป

เกลือยังไม่พอก็เทลงไปอีก เอาให้เป็นปูเค็ม ให้ได้ ฝ่ายปูเป็นๆที่อยู่ในตุ่ม หรือในไห

ถูกเกลือเข้าก็แสบตาเป็นกำลัง เพราะมันหลับตาไม่ได้ ด้วยเหตุที่ ตามันโปนออกมาอยู่ข้างนอก

แสบตาเข้ามันก็เอา ก้าม เช็ดตา พยายามปาดเกลือออกจากตาให้หมด และทำอย่างนั้น

จนกว่ามันจะตาย กลายเป็น ปูเค็ม ให้คนกิน ดูแล้วก็เหมือน ทศกัณฑ์ จอมอสุรา ก่อนตาย...

สิ้นรถสิ้นทศโยธา..........อสุราให้ประหวั่นพรั่นพรึง

ตะนิ่นตาญี

วันศุกร์ที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เวลา ๑๘.๔๘ นาฬิกา


หมายเหตุ ภาษาไทย นั้น หากผู้ที่อ่าน อ่านแล้วไม่คิด อ่านผ่านๆ สักแต่พอ อ่าน ให้ผ่านๆไป

บางครั้งก็อาจทำให้ ผู้เขียน เสียน้ำใจ จากการถูก ผู้อ่าน ต่อว่า...ก็ได้แต่ให้กำลังใจ คนเขียน

อ่านให้มาก-เขียนให้มาก ไม่ต้องกลัว-ไม่ต้องเสียน้ำใจ ตะนิ่นตาญี กล้ารับรอง ไม่รุ่ง ก็ร่วง :)



#234640 เขาว่าสนธิรับเงินทักษิณ (อีกแล้ว) !?

โดย ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ on 28 เมษายน พ.ศ. 2555 - 16:51

ผมจำได้แม่น เพราะดูถ่ายทอดสดอยู่...แล้วรู้สึกคันฝ่าเท้าขึ้นมาอย่างประหลาด
คือการถ่ายทอดสดการที่นายกอภิสิทธิ์เปิดโอกาสให้ปานเทพ เทพมนตรี และคณะ เข้ามาถกเรื่องเขาพระวิหารกับนายกและทีมงานดูแลเรื่องนี้
อย่างเปิดเผย โปร่งใส คนสามารถดูทีวีกันได้ทั่ว

ในการควบคุมตัวเองให้ดูเหมือน "ทรงภูมิ" ของปานเทพ
ท่าทีมันฟ้องชัดเจนว่าปานเทพอยากเป็นแบบคุณอภิสิทธิ์จนตัวสั่น

ปานเทพเป็นแค่ Abhisit Wanna-Be

และก็คงเป็นได้แค่เพียงนั้น


#232682 “นายกฯปู” คุย"ป๋าเปรม"ส่วนตัวครึ่งชั่วโมงสุดชื่นมื่น (หวังว่าแดงเสรีไ...

โดย Alone on 27 เมษายน พ.ศ. 2555 - 03:13

ป๋าท่านเป็นผู้ใหญ่ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ถ้าป้าปูแกขอเข้าพบตามระเบียบถูกต้องผมคิดว่าป๋าก็คงไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
คงไม่มีนัยสำคัญอะไรให้มาเล่นต่อได้ว่า "ป๋าให้เข้าพบเพราะงู้นงี้ บลาๆๆ"

ผมสงสารพวกไพร่ๆ ที่ถูกเขาปลุกระดมให้เกลียดชังอำหมาดมากว่า ถูกแกนนำปลูกฝังให้เกลียดอำหมาดยังกับขรี้
มาวันนี้แกนนำกลับเข้าไปกราบอำหมาดเฉย ป่านนี้ไพร่ที่รู้ข่าวคงอกแตกตายโปรแกรมรวนเครื่องช็อตกันหมดแล้ว
(เห็นในกระทู้นี้ก็มี 2 รายแล้ว โถๆ น่าสงสาร สำลักหญ้าเลยสินะ)


#229283 ขอหลักฐานว่า "ปลื้ม" ลูกชวน ซื้อรถ BMW Z4 ด้วยเงินของตัวเองทีครับ

โดย ปูผิดหีบ on 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 20:09

ขอหลักฐานว่า "แม้ว" พี่Eปู ซื้อเครื่องบินเจ๊ทส่วนตัว ด้วยเงินของตัวเองที่ไม่ได้โกงชาติมาทีครับโปก

Posted Image

มีหลักฐานไหมครับว่าเครื่องบินลำนี้ซื้อด้วยเงินตัวเอง? ไม่ใช่เงินโกงชาติ นอกจากคำบอกเล่าของเจ้าตัวเอง โปกช่วยเอาหลักฐานมาโชว์ให้ดูหน่อยครับ

Edit คำผิด


#226857 นักข่าว ช่อง 3

โดย อาวุโสโอเค on 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 14:08

ไอ้แม้วมัน 2 มาตรฐาน

เรื่องคนอื่นบอกตัวเองต้องสำนึก

เรื่องตัวเองบอกคนอื่นต้องสำนึก :lol:


#81926 ด่วนสุด 112 ต้องฟัง ทนายวันชัยด่าพวกจาบจ้วง..ไล่ออกไปทั้งคอดดดพ่อคอดดดดแม่...

โดย redfrog53 on 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 03:23

ด่วนสุด 112 ต้องฟัง ทนายวันชัยด่าพวกจาบจ้วง..ไล่ออกไปทั้งคอดดดพ่อคอดดดดแม่!!!

http://www.youtube.com/watch?v=btaBgHlIyjY
‎"ถ้ามึงอยู่ประเทศนี้แล้ว อึดอัด ก็ไปอยู้ประเทศอื่นไป "
สั้น ง่าย ได้ใจความ และ "จริง"
สว.วันชัย สอนศิริ



#80307 อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้แล้วจะร้อง อุ๊ย.....ซี๊ดมันโดนจริง ๆ

โดย ไผ่ปล้องเดียว on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:44

An Open query to The US and the UN
UN Secretary-General and Madam Ambassador:
Why do the UN and the US think they should interfere in Thailand’s internal affairs regarding Act 112 and our lese majeste law?
Why does the Thai Constitution need to retain this law? And why do the Thai People think the UN and US must not interfere in this case?
There are a few things we should bring to your attention:
  • The Americans are so concerned about “Freedom of Speech” but that still does not give anybody the limitless right to be unreasonably abusive to other people.
Mind you. Unlike us ordinary people, they cannot come out and fight back at people who have threatened them or said untruthful and abusive things against them.

That is why we need to retain ONE law that can protect them and their honor.
  • The person who has just been sentenced to 20 years of imprisonment, who is the cause of this controversy, has verbally abused Their Majesties the King and Queen four times using different verbal attacks. He has committed those vicious acts although Their Majesties have never done anything wrong and have never committed any crime against the nation, or against this person and his family.
  • During the long process of fact-finding in court, the person has claimed his ‘right of free speech’ as his line of defense. Therefore it is obvious that he has violated the law on four counts. For each wrongful act, he was sentenced to 5 years of imprisonment. He can still appeal his case in the two higher courts.

Actually this person should consider himself fortunate that this same law does not allow free publicizing of all the verbal abuses and threatening messages against the King that he has composed. Otherwise, we are not at all sure that he can stay alive on the Thai soil. Even now for his own safety, he should be glad he will be protected behind bars. If he were to be set free on the street, we are afraid ‘tar and feathers’ may not be all he would get on his body.

4) Act 112 concerning lese majeste is Thailand’s internal affair, which is bound to Thailand’s long-standing traditions and culture. The US and the UN should not interfere. If both parties are so concerned about the violation of civil rights and human right cases in Thailand, the attention should be turned to other cases, for instance, the Tak-Bai case where about 80 people were killed by the then government; and, the October-7 massacre of unarmed protesters.

  • According to the news quoted below, if the Thais were to use the same standard of practice, what should we do to this person? What kind of punishment should he receive?
If a 17-year-old is banned from the US for his entire lifetime for just ONE mere message of calling Mr. President “a prick,” what should we do to this 61-year-old person, who must be more mature than the teenager, and has abused Their Majesties for FOUR times? Shouldn’t he be banned from Thailand for FOUR lifetimes?

Or don’t you think that Their Majesties the King and Queen of Thailand deserve the similar kind of protection as the President of the USA?

With all due respect,
Thai Citizens.
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗

British boy gets US ban for calling Obama a ‘prick’

Luke Angel sent ‘abusive and threatening’ email after watching 9/11 show
BY Rachel Helyer-Donaldson LAST UPDATED AT 17:23 ON Tue 14 Sep 2010

A British boy has been banned from America for life after he sent an email to the White House calling Barack Obama "a prick". Seventeen-year-old Luke Angel, from Silsoe in Bedfordshire, sent the expletive-laden message to the White House after watching a TV programme about the 9/11 attacks.

Unfortunately for Angel, the FBI intercepted the email and contacted police in the UK. No criminal action will be taken against the teenager, but he has been placed on a list of people banned from entering the United States.

Bedfordshire police spokeswoman Sarah Wilkinson said the email "was full of abusive and threatening language" but added that the incident was basically a case of a boy "being silly".

"We were informed by the Metropolitan Police and so we went round to see him," she added. "He said 'oh dear, it was me'."

Angel, who admitted he was drunk when he fired off the email, told police that he could not remember exactly what he had written. Speaking to the Bedfordshire on Sunday newspaper about the ban, he said: "I don't really care. My parents aren't very happy about it."

Read more: http://www.theweek.c...’#ixzz1gVZWRYdt


#79697 พวกที่ลุ้นจะให้เอา กำนันเทพเทือก กับ มาร์ค เข้าซังเต อ่านนี่กันยัง !!...

โดย RiDKuN_user on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:35

ประเด็นคือชายชุดดำ ที่ต่อสู้กับทหาร เพราะถ้าไม่มีชายชุดดำ อภิสิทธิ์ผิดเต็ม 100%
และมันคือเหตุผลว่าทำไมเสื้อแดง ต้องยืนกระต่ายขาเดียว ทำเหมือนชายชุดดำไม่เคยมีตัวตน
เหมือนที่มะแอไม่เคยเห็นรูปนี้ :D

553000005352717.jpeg


#77125 ...เอ๊ะ ยังไง ? เป็นรัฐบาลก็ไม่มีใครคบ กลับมาเป็นฝ่ายค้านก็ยังไม่มีคนคบอีก...

โดย ดราม่า on 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:34

แต่ช่วงระยะเวลาที่เขาคนนั้น ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำรัฐบาลกว่า 2 ปี แต่กลับไม่มีต่างชาติให้ความสำคัญแต่อย่างใด ต่างชาติพากันเมินหมาง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีแต่รอยร้าว ทรงกับทรุด แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด อย่างลาว เขมร พม่า มาเลเชีย สิงคโปร์..ก็จืดจาง !


ประเทศอื่นๆนอกจากเขมรนั่นขอหลักฐานหน่อยครับ ว่าความสัมพันธ์ไม่ดี ถ้าไม่มีหลักฐานแสดงว่าปลายอ้อโง่กว่าควายครับ :lol:

ส่วนเขมรนั้น ความสัมพันธ์ไม่ดีเพราะ มันเป็นพวกเดียวกับเสื้อแดงเนื่องจากผลประโยชน์ร่วมกัน หลักฐานคือ ส.ส. เผาไทยกราบไข่ฮุนเซ็น
Posted Image


#77349 ฉันไม่ใช่กะหรี่การเมือง โดย amplepoor

โดย amplepoor on 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:31

′หัวแข็ง′ เปลี่ยนชีวิต "รังสิมา"..ฉันไม่ใช่กะหรี่การเมือง ย้ายพรรคไปยกมือให้โจร
วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:30:49 น
คอลัมน์ จุดเปลี่ยน การเมือง มติชน 11 ธันวาคม 2554
Posted Image

หลาย ต่อหลายคน ต้องล้มเลิก "ความฝัน" ไว้กลางทาง เพราะระหว่างทางที่เดิน อาจต้องเผชิญกับขวากหนาม ที่เป็นอุปสรรคบั่นทอนให้หมด "แรงใจ" ที่จะก้าวเดินต่อ แต่ก็มีบางคน ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาใน "ความฝัน" ที่วาดหวังจะนำพาชีวิตของตัวเองให้ไปถึงยังปลายทางที่มุ่งหวังไว้ เฉกเช่น รังสิมา รอดรัศมี หรือ "เจ๊โอ๋" ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนางพยาบาล โรงพยาบาลอัมพวา

ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้เห็น "น้า" ผู้เป็นทหารเรือ ยืนสง่า โดดเด่นอยู่ในเครื่องแบบ สีขาว "ด.ญ.รังสิมา" ผู้หลงรักเสน่ห์ในเครื่องแบบสีขาว จึงเริ่มใฝ่ฝันอยากเป็นทหารเรือ ด้วยการสมัครสอบ แต่ก็ถอดใจเสียก่อนด้วยจำนวนผู้สมัครที่มีมากจนเกินไป และหวั่นใจกับการเป็น "เด็กในสวน" ที่เกรงว่าจะสู้ "เด็กเมือง" ไม่ได้

หลัง จากนั้น จึงเบนเข็มทิศชีวิตของตัวเอง ด้วยการจับมือกับเพื่อนสาว 3 คน เข้าสมัครสอบในโรงเรียนชายล้วนประจำจังหวัด หรือ โรงเรียนศรัทธาสมุทร ที่เริ่มจะเปิดรับผู้หญิงบ้างแล้ว เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่เน้น ด้านวิชาการ ผนวกกับการที่เธอชื่นชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ จึงตัดสินใจเข้าเรียน ถึงแม้จะเดินทางมาเรียนด้วยความยากลำบาก เพราะถนนขณะนั้นเป็นทางลูกรัง ทำให้ในทุกวันเสื้อผ้าและผมของเธอจะเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดง แต่นั่น ก็ไม่ใช่เป็นอุปสรรคเดียวที่เธอต้องเผชิญ เนื่องจากครอบครัวเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ค่อยสนับสนุนให้ลูกสาวได้รับการศึกษาเท่าผู้ชาย และประกอบกับการเป็น พี่สาวคนโต ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน ทำให้หน้าที่ในการดูแลน้องๆ จึงตกเป็นภาระของเธอในขณะนั้น

ด้วยการที่ถูกดูถูกไว้ว่าผู้หญิงเรียน ไปก็แต่งงาน ออกเรือน ส่งเรียนก็เท่ากับเสียเงินฟรี ถ้อยคำต่างๆ เหล่านั้น ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอต้องก้าวเดินต่อไป เพื่อลบคำสบประมาท ขณะ ที่เธอเรียนอยู่โรงเรียนประจำจังหวัด บังเอิญมีเพื่อนไปซื้อใบสมัครสอบผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ด้วยคุณสมบัติที่เพื่อนสาวของเธอมีไม่ครบ จึงได้นำใบสมัครมาขายต่อให้ในราคา 10 บาท
Posted Image

เธอ จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอบแข่งขัน ด้วยความที่เป็นคนรักในวิชาคณิตศาสตร์ เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าเธอจะสามารถสอบได้คะแนนในวิชานี้เต็ม วันประกาศผลสอบรับ 60 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 1,000 กว่าคน ปรากฏว่ามีชื่อของเธอติดเป็นอันดับที่ 14


หลังจากนั้น จึงได้ตัดสินใจเข้ามาเรียน ผู้ช่วยพยาบาล ที่ รพ.รามาธิบดี และได้รับเงินเดือนเดือนละ 1,250 บาท ผนวกกับการเข้าเวร เฝ้าไข้ตามบ้านเรือนต่างๆ ก็นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และในระหว่างนั้นก็ได้เรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จนจบ ม.ศ.5 เมื่อไม่ได้ใส่เครื่องแบบสี ขาวในชุดทหารเรือดั่งใจฝัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม เธอได้สอบชิงทุนเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยพยาบาล จังหวัดนราธิวาส 2 ปี และกลับมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลอัมพวา ในชุดขาวของนางพยาบาล เธอบอกว่า ใจเธอรักไปในเครื่องแบบสีขาวแล้ว

โรงพยาบาลอัมพวาขณะนั้นเป็นสถานี อนามัยชั้นหนึ่ง ไม่ใช่โรงพยาบาล ไม่มีแพทย์ เวลาคนไข้หนักก็จะส่งไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดอย่างเดียว มีนางพยาบาลไม่กี่คน โทรศัพท์ไม่มีต้องใช้วิทยุสื่อสาร ไม่มีไฟฟ้า ใครอยู่เวรต้องปั่นไฟใช้เอง และต้องอาศัยข้าวจากบาตรพระ เธอเล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเป็นนางพยาบาล 16 ปี การที่เธอลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ดูแลชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย ส่งผลดีจนเธอกลายมาเป็นผู้แทนราษฎร ในทุกวันนี้ ชาวบ้านในละแวกนั้นจะเรียกเธอว่า "หมอโอ๋" หลายครั้งเธอ เป็นผู้นำชาวบ้าน ในการร่วมกันคิด พัฒนา ปรับปรุง ถนนหนทาง ท่าเรือ หรือแม้แต่เปลี่ยนสถานีอนามัย เป็นโรงพยาบาล 30 เตียง ที่อาศัยงบหลวงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เธอจึงขอความร่วมมือร่วมใจจากชาวบ้านช่วยกันบริจาคสร้างอาคารขึ้นมา

หลังจากที่เธอใช้ทุนหมด เธอก็สอบชิงทุนต่อในทันที และเรียนจนจบคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขต หาดใหญ่ (มอ.) ใน ขณะนั้นปี 2535 เธอก็กลับมาใช้ทุนต่ออีก 4 ปีที่โรงพยาบาลอัมพวา เป็นช่วงเวลาที่กระแสพรรคพลังธรรมแรงมาก มีคนติดต่อไปลงสมัครเป็น ส.ส.พรรคพลังธรรม แต่ขณะนั้นเธอยังใช้ทุนไม่หมด พอเข้าสู่ปี 2539 ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ส.ส.เก่า พรรคประชาธิปัตย์ อย่าง นายวิโรจน์ ณ บางช้าง นายปรีชา คงศรี เขาบอกว่าถ้าเขาแพ้ 3 สมัย เขาจะล้างมือ และจะบวช เลิกเล่นการเมือง เมื่อเขาแพ้ เขาก็บวชและก็เลิกเล่นการเมือง หลังจากนั้นใน จ.สมุทรสงคราม ก็ไม่มีคู่แข่ง มีเพียงคนเดียวคือ ลูกของ แคล้ว ธนิกุล ที่เป็น ส.ส.มาแล้ว 3 สมัย

และแล้ว "จุดเปลี่ยน" ของชีวิต ก็มาถึง เมื่อวันหนึ่งที่เธอไปงานรับปริญญารุ่นน้อง ก็เจอเพื่อนสมัยเรียนที่ มอ. ก็ชักชวนให้เข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยความที่เขาเห็นภาพเธอเป็นพวกหัวแข็ง หัวรุนแรง เพราะสมัยก่อนจะเป็นผู้นำในการเดินขบวนทุกอย่าง "เจ๊โอ๋" เล่าว่า เราก็บอกว่าเราไม่เอา ไม่มีเงิน เราไม่มีญาติพี่น้องเป็นนักการเมืองเลย จะไปสู้ได้เหรอ เพื่อนก็บอก พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องใช้ตังคŒให้ใช้ใจสู้อย่างเดียว "เพื่อนก็พา ไปหานายชวน หลีกภัย ที่จังหวัดตรัง พอถึงบ้านนายชวน ประมาณ 1 ทุ่ม ก็เริ่มถามไล่ซักประวัติต่างๆ นานา ขณะนั้นเรามีเงินเพียงแค่ 1 แสน แต่ต้องลาออกจากราชการก่อน เพราะจะได้บำเหน็จ

"นายชวนก็ถามว่า เป็นผู้หญิงถ้าถูกโจมตีเรื่องชู้สาวจะทนได้ไหม ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะแพ้ เพราะการโจมตีเรื่องชู้สาวเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าหนูทนได้ก็เล่นได้ ถ้าหนูทนไม่ได้แพ้น่ะ


"เราก็บอกว่า ลูกปืนหนูยังไม่กลัวเลย นับประสาอะไรจะมากลัวเรื่องชู้สาว เท่านั้นแหละถูกใจแก แกก็บอกว่าถ้างั้นลงได้"

หลังจากนั้น นายชวนก็โทร.หา "อลงกรณ์ พลบุตร" ให้ช่วยดูแล
เธอ เล่าถึงแรงผลักดัน ที่ดลบันดาลใจเธอให้ตัดสินใจก้าวลงสมัครเป็นผู้แทนฯของประชาชน เนื่องจากเธอมองว่า นักการเมือง ขี้โกง ทุจริต มีอิทธิพล และเลวทุกคน เธอจึงได้ตั้งคำปฏิญาณไว้กับตนเองว่า หากเธอได้เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนฯ เธอจะไม่โกงแผ่นดินโดยเด็ดขาด "เวลา จัดปราศรัยใหญ่จะตั้งเวทีที่หน้าวัดหลวงพ่อบ้านแหลม และจะสาบานต่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีจริง สาบานเลยว่าถ้าโกงแผ่นดินขอให้มีอันเป็นไป รวมทั้งแม่และพี่น้อง ก็ขอให้มีอันเป็นไปด้วย"


ครั้งแรกในปีལ ได้ 33,000 คะแนน แพ้ไป 1,800 คะแนน หลังจากนั้นเธอก็ขยันลงพื้นที่ตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม ครั้งที่สองได้ 51,000 คะแนน จนได้ก้าวเข้ามาเป็น ผู้แทนฯ ลงสมัครครั้งที่ 3 ได้ 55,000 คะแนน ครั้งที่ 4 ได้ 62,000 คะแนน ครั้งที่ 5 ได้ 68,000 คะแนน หลังจากที่เธอเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ แทนฯ ด้วยความที่เป็นคนตรงไปตรงมา ฝีปากกล้า ในปี 2548 ยุบสภา มีพรรคการเมืองขั้วตรงข้าม ชักชวนเธอย้ายพรรคถึง 4 หน ด้วยค่าตัว 10-40 ล้านบาท เธอจึงปฏิเสธกลับไปว่า

"ฉันไม่ใช่กะหรี่การเมืองน่ะ อย่ามาดูถูกฉัน จะให้เราไปยกมือให้โจรมาปกครองประเทศ เราไม่เอา เราเป็นเด็กนายชวน ถ้าเราย้ายพรรคเราไม่ใช่คนแล้ว เท่ากับเราเนรคุณ และไปยกมือให้โจรมาปล้นประเทศ เราไม่เอาหรอก"

หลังจากต่อสู้มาอย่าง หนัก ในเส้นทางสายการเมือง ถึงวันนี้เธอได้เป็น ส.ส. มาแล้ว 4 สมัย และด้วยภาพลักษณ์ที่แตกต่างไปจากผู้แทนฯ คนอื่น เราจะเห็นเธอไปไหนมาไหนโดยขาดคนติดตาม เธอบอกว่า "ไม่จำเป็นเลย ไม่ต้องมีคนขับรถให้ ขับเองได้ อย่าไปกลัว ฟ้าได้ขีดเส้นทางชีวิตมาแล้วว่าต้องตายแบบไหน"

ณ ตอนนี้ ภาพที่เธอเคยสร้างขึ้นในตัวนักการเมืองไทยได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยมองว่าผู้แทนฯส่วนใหญ่เลวทุกคน หาดียาก แต่พอได้เข้ามาในวงการนี้ เธอยืนยันได้ว่า ผู้แทนฯไม่ได้เลวไปทุกคน และเธอก็พร้อมจะทำในสิ่งตรงกันข้ามกับคนเลว


#77706 ร้อนตัวไปไหม การุณ

โดย hinotori on 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:59

คนสนิท อี้ แทนคุณถูกยิงตาย น่าจะมีผู้ต้องสงสัยไม่กี่คน

แต่ถ้าเป็นไอ้เก่ง การุณ ถูกยิงตาย ผู้ต้องสงสัยครึ่งประเทศ โจทก์มันเยอะ


#76244 มันมาแล้ว " เราคืออากง " พ่วง ข้าหลวง UN

โดย irq5 on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:16


นักโทษที่ส่งจดหมายไปขู่ฆ่าบุชอาจติดคุกเพิ่มอีก 5 ปี


หยิบมา เปรียบเทียบกัน ก็คนละโทนหึหึ .. ขู่ ฆ่า เอาชีวิต ส่งถึงเจ้าตัว โทษหนักอยู่แล้ว ไม่ว่ากระทำกับใครก็ตามโดยเฉพาะกับผู้บริหารประเทศที่มาจากประชาชน

ขู่-ฆ่า-เอาชีวิต = ด่าทอ หมิ่น ใสร้าย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือ?


อากง สุรชัย แซ่ด่าน และ ที่อยู่ในคุกอีกหลายท่าน ที่โดน 112 ... เขา หมิ่นประมาท ด้วยการ ขู่ ฆ่า ขู่ สังหาร รึ?


ใช่แล้วครับ สมควรมั๊ยหละ


#76221 มันมาแล้ว " เราคืออากง " พ่วง ข้าหลวง UN

โดย Bourne on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:58

ไอ่พวกเปรตพวกนี้ อ้อมไป อ้อมมา ไม่เข้าเป้าซะที
ก็เขียนป้ายบอกชาวบ้านไปเลยว่า "เรา คือ พวกล้มเจ้า" ไม่ต้องมา "อากง อาม่า" หรอก
กล้า ๆ หน่อย คอยซุกอยู่ในซอกตรูดหมาแบบนี้ เมื่อไหร่จะล้มได้วะ


#62223 เป็นบุญของแอ้ด คาราบาวจริง ๆ

โดย คนบาป on 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:01

ตอนร้องกับอัสนี ปีก่อน ก็เค้าล่ะ ที่จัดหน้าพระที่นั่งอนันต์

แอ้ดแต่งเพลงในวโรกาสสำคัญๆ หรือเรื่องราวรักป่า ทำได้ดีจริง ๆ

เรื่องแบบนี้ต้องชมเชยยกย่องเค้า


#64161 ภาพยิ่งลักษณ์ชูนิ้วเลข1หาเสียง ติดโผภาพแห่งปีรอยเตอร์ "IMAGES OF THE YEAR...

โดย G.Maniac on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:01

ภาพยอดเยี่ยม ไม่ว่าสถาบันไหน ความ"ยอดเยี่ยม" ที่เค้าให้ความสำคัญคือ "ช่างภาพ" (ความสวยงาม, จังหวะการถ่าย, มุมกล้อง, การสื่อความด้วยภาพ)

ไม่ได้อยู่ที่ตัวแบบ ไม่งั้นเค้าคงต้องเอาส่ำสัตว์ทั้งหลายที่เคยเป็นแบบถ่ายภาพนิ่งแล้วได้รางวัลในการประกวดภาพถ่ายธรรมชาติมายกย่องเชิดชู

แต่ก็ไม่เคยมีเพราะ "คน" เค้าฉลาด สามารถคิดวิเคราะห์ได้ว่าจุดสำคัญของแต่ละเรื่องคืออะไร ไม่ได้เป็น "ควาย"(แดง)

สุดท้าย เอาภาพตัวอย่าง ในปีก่อนๆมาให้ดูครับ แล้วลองประเมินกันเองนะ กับภาพยิ่งลักษณ์



Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


Posted Image