Jump to content


blue

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 28 พฤษภาคม 2557 11:23
-----

#1188316 ยึดอำนาจแล้ว แก๊งน้ำด่างก็ยังดิสเครดิตกำนันไม่เลิก

โดย blue on 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 20:49

ดูจากสำนวนโวหาร และเนื้อหาบางช่วงบางตอนแล้ว คนเขียนน่าจะเป็น ปานเทพ นะ

เพราะเขาจะชอบใช้วิธีเขียนแบบกันเหนียว โดยลงท้ายเป็นคำถามว่า "ใช่หรือไม่" รวมทั้งเรื่อง

รัฐธรรมนูญมาตรา 3 รู้สึกว่าเขาก็เคยพูดมาก่อน แต่ที่พูดมาก่อนนั้น ดูเหมือนจะพูดในลักษณะ

ว่า กำนันอ่านมาตรานี้ไม่จบ แล้วเอามาพูดว่าอำนาจเป็นของประชาชน เพราะมีท่อนต่อไปอีกว่า

พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนี้ผ่านทาง บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เหมือนมี นัย บอกว่า

มันไม่ใช่อำนาจของประชาชนทำนองนั้น

 

มาดูจากบทความนี้ก็พูดถึงมาตรา 3 แต่กลายเป็นว่า เขาคืนอำนาจให้ประชาชนโดยการยุบสภาแล้ว

เพราะฉะนั้นประชาชนจะใช้อำนาจนั้นได้วิธีเดียวก็คือไปเลือกตั้ง แล้วก็ตั้งคำถามว่า กำนั้นจะมาประกาศ

ชัยชนะซ้ำซ้อนได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนได้อำนาจคืนมาแล้ว

 

ไอ้ที่พยายามนั่งเขียนนั่งคิดหาประเด็นมาเชื่อมโยง ก็เพื่อจะสรุปเอาเองว่า สุดท้ายกำนันก็ต้องบอกให้

มวลมหาประชาชนไปเลือกตั้ง และอย่าลืมเลือกพรรคประชาธิปัตย์

 

อ่านแล้วก็ขำ แต่ในใจก็คิดว่าเขียนได้กะล่อนบัดซบจริง ๆ เพราะพยายามเขียนชี้นำ หรืออ้างความรู้สึก

ของมวลมหาประชาชนทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่เคยออกไปร่วมชุมนุมกับเขาเลย แถมยังทำปัญญาอ่อนเหมือน

ไม่รู้ว่า การชุมนุมมันจบไปแล้ว ส่วนมันจะจบแบบมวลมหาประชาชนรู้สึกผิดหวัง หรือรู้สึกพอใจ อย่าไป

คิดแทนเขาครับ เพราะเขาไม่ได้ โง่ อย่างที่คุณคิด เขาคิดเองเป็น และที่สำคัญ เขาไม่มีอคติเหมือนแก๊งค์

คุณครับ




#1187362 ศาลทหาร มีผู้พิพากษา เป็นทหารหน่วยไหนครับ

โดย blue on 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 12:17

คุณท่าประดู่ อย่าไปกังวลเลยครับ ศาลทหารท่านก็แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมาย

เหมือนศาลพลเรือนครับ มีศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา เหมือนกัน

 

ที่เขาประกาศให้บางเรื่องไปขึ้นศาลทหารนี่ เพราะขณะนี้มันอยู่ในห้วงเวลาที่เขาประกาศ

กฎอัยการศึกครับ เขาจึงคงพิจารณาว่าเรื่องไหนที่มันล่อแหลม กระทบต่อความมั่นคงของ

ประเทศให้ไปขึ้นศาลทหาร

 

มันมีผลตั้งแต่เขาประกาศครับ ไม่มีผลย้อนหลังไปถึงคดีก่อนหน้าประกาศ เพราะฉะนั้นเมื่อ

เขาประกาศแล้วก็ไม่ควรไปทำอะไรที่มันเป็นการฝ่าฝืน ถ้าไม่อยากขึ้นศาลทหาร เท่านั้นเอง

คิดว่าเขาใช้เฉพาะในห้วงเวลานี้เท่านั้นครับ เมื่อเหตุการณ์มันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกอย่าง

มันก็คงกลับมาเหมือนเดิม


  • Gop likes this


#1182435 น้ำด่างจอมดราม่า: ปานเทพอ้างคสช.ระงับสัญญาณเอเอสทีวีคือจบสิ้น วอนแฟนบริจาคเงิ...

โดย blue on 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 11:57

ความจริงแล้ว เขาจะเปิดก็คงเปิดได้อยู่ โดยกำหนดเงื่อนไข ข้อห้ามให้ถือปฏิบัติ

แต่ประเด็นมันคงไม่อยู่ตรงนั้นหรอก เขาคงกลัว สื่อแดง มันละเมิดข้อปฏิบัตินั่นแหละ

พวก ทีวี การเมือง ก็เลยซวยกันไปทั้งหมด เพราะจะปิดเฉพาะ สื่อแดง มันก็จะกลายเป็น

สองมาตรฐานอีก

 

แต่สงสัยว่า ทำ ทีวี นี่ ใช้พนักงานกว่า 600 ชีวิต แล้วไปอัดกันอยู่ตรงไหนเนี่ยะ หรือนับรวม

สาวกที่เป็นกองเชียร์ด้วย




#1182314 "อี้ แทนคุณ" ประกาศต้านรัฐประหาร ลั่นท้าทายอำนาจเผด็จการ จะจับก็เชิญ

โดย blue on 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 11:14

จุดยืนทางการเมือง มันเป็นเรื่องของ ความเชื่อ ไม่ใช่ความจริง

 

ความเชื่อนั้น บางครั้งมันก็ถูก บางครั้งมันก็ไม่ถูก เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบอีก

หลาย ๆ อย่าง

 

การเอาความเชื่อมาฝังหัว แบบหัวปักหัวปำ บางทีเราก็คิดไปเองว่ามันดูดีมีอุดมการณ์

แต่ความเชื่อมันก็คือความเชื่อ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเชื่ออย่างนี้มันก็ย่อมมีคนเชื่อไม่เหมือน

เราอยู่ เพราะมันไม่ใช่ความจริงที่เถียงไม่ได้

 

สถานการณ์ขณะนี้มัน่ต้องตั้งสติให้ดีว่าความเชื่อของเรา มันจะช่วยให้การบาดเจ็บล้มตาย

ของประชาชนยุติลง หรือทำให้มันเพิ่มมากขึ้น

 

ถ้าคิดว่าความเชื่อของเรามันจะก่อให้เกิดปัญหาทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายกันไม่รู้จบ

เชื่ออยู่ในใจก็ได้ ไม่ต้องมาแสดงออกอะไรตอนนี้ ยกเว้นว่า เราจะมองว่าชีวิตมนุษย์มันมีค่า

น้อยกว่า ความเชื่อของเรา




#1175145 เรียกร้องให้มีการดีเบทระดับชาติ ระหว่าง อภิสิทธ์ และ ทักษิณ

โดย blue on 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 11:23

จขกท เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ คนที่ออกไปชุมนุมประท้วง เขาก็เดือดร้อนนะครับ

เขาเดือดร้อนเรื่องอะไรหรือ

 

เขาเดือดร้อนที่มันมีคนโกงชาติโกงแผ่นดินกำลังใช้อำนาจอิทธิพลเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด

เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในอำนาจเพื่อโกงชาติโกงแผ่นดินต่อไป ไงครับ คนที่ออกไปชุมนุม

เขาถึงเดือดร้อนออกไปชุมนุมกัน

 

เขาไม่ได้ต้องการฟังใคร ดีเบท กับใคร เพราะมันเป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องของความถูกต้อง

ในสังคม ใครจะดีเบท กับใครมันก็ไปลบล้างความถูกความผิดตามกฎหมายไม่ได้

 

คนที่อยู่เฉย ๆ มองว่าการชุมนุมสร้างความเดือดร้อน ทำให้รถติดไปไหนมาไหนไม่สะดวก ทำมา

หากินไม่สะดวก ก็คิดได้ครับ ไม่ผิด แต่นั่นเป็นแค่ความคิดเพื่อตัวเอง แต่ผู้ชุมนุมเขาคิดเพื่อสังคม

ในภาพรวมครับ เขามองว่าถ้าปล่อยให้โจรครองเมืองแบบนี้ ประเทศจะมีปัญหารถติด ทำมาหากิน

ไม่สะดวก ก็ไม่มีความหมายอะไรครับ




#1171983 พระพุทธอิสระ สั่งสอนชูวิทย์ ซะเสียหมาาา เพื่อนๆว่าเป็นไงครับ

โดย blue on 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 23:15

ประเด็นมันมีอยู่แค่ว่า

 

ที่หลวงปู่พูดนั้น เรื่องจริง หรือ เรื่องโกหก

 

ที่ชูวิทย์พูดนั้น เรื่องจริง หรือ เรื่องโกหก

 

ใครเชื่อหลวงปู่ก็เดินตามก้นหลวงปู่ไป ใครเชื่อชูวิทย์ก็เดินตามก้นชูวิทย์ไป

เพราะปลายทางมันจะบอกเราได้ว่าที่เราเดินตามก้นไปนั้น มันคือ นรก หรือ สวรรค์

 

สำหรับผม ดูจากคำพูดแล้ว คำพูดของหลวงปู่เป็นเรื่องจริง ส่วนคำพูดของชูวิทย์

เป็นแค่วาทะกรรมตอบโต้ที่คนพูดเองก็ยังดูจะไม่เข้าใจด้วยซ้ำ เพราะคำว่าเกาะชาย

ผ้าเหลือง เขาไม่ได้ใช้กับพระเพราะพระนั้นท่านนุ่งเหลืองห่มเหลืองอยู่แล้ว แต่เขาใช้

กับคนทั่วไปที่ไปที่ไปพึ่งพระ หรือไปเกาะพระกิน เหมือนที่ชูวิทย์เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน

อย่างที่ หลวงปู่พูดนั้นแหละ

 

วาทะกรรมแบบนี้ นอกจากจะแสดงความไม่ฉลาดแล้ว ชูวิทย์ต้องถามตัวเองด้วยว่า เอาแค่

ศีล 5 นี่ ชูวิทย์ถือได้สักกี่ข้อ ถ้าศีล 5 ยังไม่ครบ ควรเลือกไปโต้ตอบกับ เณรคำดีกว่าเพราะ

รายนั้นดูแล้วศีล 5 คงไม่ครบเหมือนชูวิทย์นั่นแหละ แต่ถ้าคิดว่า ชีวิตนี้ยังลำบากไม่พอ ก็

เชิญตามสบายละครับ




#1171552 ที่พวกเราต้องมาเหนื่อยกันต่อ เพราะปาก ดร.เสรี

โดย blue on 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 16:02

มันเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้นครับ แต่ละคนฟังแล้วคิดอย่างไร มันขึ้นอยู่กับว่า

เขาคิดอย่างไร หรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไรมาก เพราะถ้าเรากังวลเรื่องอะไรมาก

ความรู้สึกเรามันก็จะมีแนวโน้มเข้าไปหาเรื่องนั้นนั่นแหละ

 

ไปฟังเวทีคู่ขนาน มันกว่านี้อีกครับ กำนันบอกไปเชิญเค้าดี ๆ อย่าไปถูกเนื้อต้องตัวเขา

เวทีคู่ขนาน เล่นเลย พวกเรา เจอมันที่ไหน จับตัวมันมาส่งกำนัน

 

เรื่องพวกนี้ ถ้าเราเอามาเป็นสาระ ปวดหัวเองครับ

 

ผมฟังกำนันพูด บางครั้งผมไม่พอใจอย่างแรงถึงกับคิดว่า แบบนี้กูไม่ชุมนุมดีกว่า แต่มัน 

ก็เป็น แว๊บ เดียวที่เราคิด เพราะช่วงนั้นเราอาจกำลังเครียด กำลังวิตกกังวล เมื่อมันมีคำพูด

ที่ดูเหมือนบั่นทอนจิตใจเราผ่านเข้ามา มันก็เลยผสมกันไปเลอะเทอะเลย

 

ที่กำนันพูดว่า "ถ้าแพ้ ผมก็เข้าคุก"  ผมฟังแล้วมัน แปร๊บ ขึ้นมาทันทีว่า อ้าว กำนันพูดยังงี้ได้ไง

แบบนี้แสดงว่าถอดใจแล้วนี่หว่า

 

แต่มันก็เป็นความคิด แว๊บ เดียวที่เราได้ยินนั่นแหละ เพราะหลังจากนั้นผมก็ต้องหาคำตอบให้ตัวเอง

ว่าทำไมกำนั้นพูดอย่างนั้น แล้วผมก็ได้คำตอบของผมเองว่า

 

กำนันแกไม่ใช่คนโง่ ที่จะยอมเดินเข้าคุกง่าย ๆ และแกนักเลงพอที่จะไม่หนีเหมือนที่ไอ้ตู่ไอ้เต้นมัน

พยายามดิสเครดิต คนอย่างกำนัน จะแพ้ หรือจะชนะ แกก็เดินขึ้นศาลไปสู้คดี เพราะฉะนั้นที่แกพูดว่า

ถ้าแพ้ ผมก็เข้าคุก มันก็เป็นการสื่อให้ผู้ชุมนุมรับรู้ ง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า งานนี้แกลุยสุดตัวนั่นแหละ

 

คิดได้อย่างนี้แล้ว ผมก็รู้สึกตัวว่า เมื่อกี้กูโง่ไปหน่อย

 

กรณี ของ อ เสรี นี่ ผมมองว่า ธรรมดาครับ เพราะแกไปพูดในต่างประเทศ แกอาจจะมองว่าคนไทยใน

ต่างประเทศอาจไม่มีข้อมูลอะไรมากมาย อาจได้ฟังไอ้ตู่ไอ้เต้น หรือพรรคเพื่อไทยโจมตีเรื่องโน้นเรื่องนี้

ทำให้ขาดความมั่นใจ หรือเกิดความหวั่นไหว ก็เลยสร้างความมั่นใจ ว่าคนโน้นก็พวกเราคนนี้ก็พวกเรา

เท่านั้นเอง แต่เขาจะพวกด้วยหรือเปล่าไม่รู้ เหมือน ดารา หรือ นักร้อง นั่นแหละครับ คนไหนโพสเฟซบุ๊ค

เข้าข้างใคร ฝ่ายนั้นก็จะเอามากระดี๋กระด๊า ดีอกดีใจกัน ขนาดลงทุนปลอมว่าเขาโพสก็ยังมีปรากฎให้เห็น

 

บางท่านอาจมองว่า แบบนี้จะถูกมองว่า ท่านสุรชัยไม่เป็นกลาง ก็อย่าไปกังวลครับ เพราะไอ้พวกนี้มันเคย

มองใครเป็นกลางบ้าง นอกจากพวกมัน

 

บางท่านกังวลกับที่ไอ้พร้อมซองมันฟ้อง DSI ก็อย่าไปกังวลครับ สว เขาไม่ใช่เด็กครับ เขารู้ดีว่าเขาทำอะไร

กันอยู่

 

ทำใจสบาย ๆ ครับ ลุยเต็มที่ ชนะเมื่อไรก็เมื่อนั้นแหละครับ




#1171463 1 คำถามง่ายๆ เติ้งจะเกาะขบวนรถไฟสายลุงกำนันไหมครับ?

โดย blue on 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 14:50

คนประเภทนี้ เป็นนัก ต่อ รอง เพื่อประโยชน์ตนเองครับ

อะไรที่เป็นประโยชน์กับตนเอง ก็พูดกันได้ จะพูดรู้เรื่องแค่ไหน

อยู่ที่ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

 

ถ้าจำกันได้ตอนร่วมรัฐบาลกับ ปชป นอกจากต่อรองเรื่องการดูแล

กระทรวงต่าง ๆ แล้ว เงื่อนไขหนึ่งที่ต้องทำคือ แก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ

เรื่องเขตเลือกตั้ง และการยุบพรรค

 

อภิสิทธิ์ ตั้ง อ สมบัติ กปปส นี่แหละ เป็นประธานไปศึกษาว่า ไอ้เรื่อง

รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย นี่ ควรแก้ไขอะไรตรงไหน เพื่อลดความขัดแย้ง

ในสังคมลงได้

 

อ สมบัติ ไปศึกษาแล้ว เสนอมาเยอะหลายเรื่อง แต่อภิสิทธิ์ กัดฟันเลือกมาแก้

รู้สึกจะแค่สองเรื่อง คือ ม 190 ที่เป็นปัญหาต่อหน่วยงานราชการเพราะไม่กล้าตัดสินใจ

อะไร แต่ใช้วิธีให้สภาพิจารณาหมด ไม่ว่าเรื่องบ้าเรื่องบออะไร จึงแก้ไขให้มันชัดขึ้นว่า

อะไรต้องผ่านสภาอะไรไม่ต้องผ่านสภา

 

อีกเรื่องหนึ่งที่อภิสิทธิ์กัดฟันแก้ไขก็คือ เขตการเลือกตั้ง เพราะหลงจู๊แก้หมายมั่นปันมือ

มาตั้งแต่ตกลงร่วมรัฐบาลแล้วว่าต้องแก้ เพราะเล่นเอาไปรวมเขตหมด มันดูดเงินสู้ไม่ไหว

แบ่งเป็นเขตเล็ก ๆ นะดีแล้วไม่ต้องลงทุนมาก

 

อภิสิทธิ์จำเป็นต้องกัดฟันแก้ไขข้อนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าแก้เป็นเขตเล็ก พรรคกูก็แห้วแดก อีกตามเคย

แต่ขัดไม่ได้เพราะมันเป็นเงื่อนไขที่พรรคหลงจู๊กับพรรคเนวินกำหนดไว้แต่แรกแล้ว นี่ยังไม่รวม

เรื่องยุบพรรคที่หลงจู้ฝันร้ายมาตลอดและมุ่งมั่นที่จะให้แก้ไขให้ได้ แต่อภิสิทธิ์คงมองว่าเอาไป

เรื่องเดียวก็พอแล้ว จนหลงจู๊ออกมาต่อว่า ว่าเป็นคนไม่รักษาคำพูดนั่นแหละ มีข้อน่าสังเกตุคือ

แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยหุบปากเงียบ เพราะอยากให้แก้เหมือนกัน

 

แค่หลงจู๊ออกมาต่อว่ายังไม่พอ ปรากฎว่า ไอ้แป๊ะ AS และสมุนดาหน้ากันออกมาโจมตีสาดเสีย

เทเสีย หาว่าอภิสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญเพราะคิดว่าเป็นเขตเล็กแล้วพรรคตนเองจะได้เปรียบ ไม่ได้

ด่าหลงจู๊กับเนวินรวมทั้งพรรคเพื่อไทยแม้แต่คำเดียว (กรรมของอภิสิทธิ์)

 

กำนัน เป็นคนเจรจากับกลุ่มการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเองเหล่านี้มาตอนร่วมรัฐบาล ปชป

เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าตอนตั้งรัฐบาล ดูเหมือน ปชป ยอมไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง

รัฐมนตรี หรือเงื่อนไขที่กลุ่มผลประโยชน์เพื่อตนเองเหล่านี้มองว่าเป็นประโยชน์ของตน

 

ตรงนั้นมันเป็นการต่อรองเพื่อตั้งรัฐบาล เพราะเขามองว่าตั้งรัฐบาลแล้ว เลือกกระทรวงที่ต้องการ

ได้แล้วอย่าคิดว่าจะทำอะไรได้สะดวก เพราะกูเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ไม่ปล่อยให้เอ็งทำอะไรแบบ

ไอ้แม้วได้หรอก เห็นได้จากเรื่อง รถเมล์ที่ยื้อกันไปยื้อกันมา จนยุบสภาแล้วไอ้รัฐบาลนี้คว้าไปแดก

และเรื่องขายข้าว ที่ ปชป ต้องส่งด็อกเตอร์ไตรรงค์ เข้าไปดูแล จนถูกตราหน้ามาจนทุกวันนี้จากหลงจู๊

และพรรคของเนวินว่า อยู่กับไอ้พรรคนี้ อึดอัดว่ะ

 

กำนัน รู้ไส้ไอ้พวกนี้ดี ไอ้พวกนี้ก็รู้สถานะภาพของกำนันที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีว่าไม่ใช่พรรคการเมืองจะไป

ต่อรองอะไรคงจะแห้วแดก เพราะฉะนั้น ถ้าจะร่วมมือกับกำนัน ก็คงอาจเป็นเพราะมีจิตสำนึกที่เหลืออยู่

น้อยนิดนั่นแหละครับ




#1170751 รัฐวิสาหกิจ ทำไมจึงทรยศต่อประชาชน

โดย blue on 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 21:55

คุณยายธิดา ท่านกล่าวเยี่ยงนั้นจริง ๆ หรือครับ ผมผิดหวังมากเลยนะเนี่ยะ

ไม่คิดมาก่อนเลย ว่าคุณยายท่านจะเป็นคน ตอแหล ไร้อุุดมการณ์เยี่ยงนี้

 

แล้วผู้ชุมนุมมันเยอะป่าว ป้าแดง เห็นคุณ สัตตบงกช บอกคนเยอะจนขนลุกเลย




#1170610 ผมว่าอาจจะเป็นไปได้นะครับ

โดย blue on 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 19:37

อีกอย่าง ผมคิดว่าสุเทพคงรู้แล้วว่า สู้กับความถูกต้องของกฎหมาย

โดยการพยายามบิดเบือนกฎหมาย สู้อย่างไรก็คงไม่ชนะ ฯ

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น คงจะเลือกรับเงินแล้วหนีดีกว่า คิดเหมือนผมกันมั้ยครับ

 

คุณจาฤก วิเคราะห์ได้ เฉียบ จริง ๆ ครับ แต่ผมคงคิดเหมือนคุณจาฤกไม่ได้หรอก

เพราะผม งง ว่า สรุปแล้ว ทักษิณ ที่อ้างว่าถูกกฎหมายนี่ ทุ่มเงิน 1000 ล้าน ซื้อ

สุเทพ ที่อ้างว่าผิดกฎหมายใช่ไหมครับ

 

ผม งง ว่า ทักษิณมันจะซื้อไปทำบ้าอะไรครับ หรือเป็นคนประเภท ชอบสะสมพวก

ทำผิดกฎหมายไว้เป็นของตัวเอง




#1168603 ผิดหวังกับวุฒิสภา สุดๆ

โดย blue on 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 21:49

ที่ สว เขาแถลงออกมา ผมว่า ความกดดันมันไปอยู่ที่ รัฐบาล กับ พวกเสื้อแดง

ที่ชุมนุมกันอยู่มากกว่า แต่ กปปส กลับพยายามเอามากดดันตัวเอง

 

เขาเดินสาย หาความชอบเหมือนที่อภิสิทธิ์ทำ เพียงแต่ทำมากกว่าอภิสิทธิเยอะ

เพราะมีทั้ง กองทัพ นักธุรกิจ สื่อมวลชน สถาบันการศึกษา ฯ ทุกภาคส่วนล้วนเห็นด้วย

กับสิ่งที่ สว ทำ ที่เหลือก็คือ รัฐบาล กับ กลุ่มเสื้อแดงเท่านั้นที่ยังไม่ยอมมาคุยด้วย 

 

ถ้ารัฐบาล และเสื้อแดงปฏิเสธ ก็เท่ากับเป็นส่วนน้อยของภาคประชาสังคมแล้วนะ

สิ่งที่ กปปส ควรทำก็คือ รอดูไปก่อน ระหว่างรอดูไปก่อนนี่ ก็ควรให้ทนายความไปร้องศาล

ขอให้ยกเลิกหมายจับไปพลาง ๆ ก่อนดีกว่า จะได้ไม่กดดันมาก




#1165084 ม๊อบเก่าไป ม๊อบใหม่มา ล้าน%

โดย blue on 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 12:38

ทำประชามติเรื่องนายกคนกลาง ก็เหมือนไปจุดชนวนให้เกิดความแตกแยกทั้ง

ประเทศนั่นแหละ เพราะมันจะเกิดการไปปลุกระดมกันอย่างกว้างขวางกว่าที่เป็นอยู่

ปัจจุบัน

 

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่ ตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า ไม่ต้องการนายก

ที่วุฒิสภาดำเนินการ เพราะรักประชาธิปไตย หรือต้องการรักษาสถานะภาพของ "ติ่ง"

ที่นายกปู ทิ้งไว้เพื่อขวางการพัฒนาของประชาธิปไตย 




#1161354 ชูวิทย์ คือคนของรัฐบาลไหม?

โดย blue on 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 15:39

ตั้งแต่ระบอบทักษิณ เข้าอุปถัมภ์ตำรวจได้หมดตั้งแต่หัวยันหาง บรรดาเจ้าพ่อที่ทำ

ธุรกิจสีดำ สีเทา ทั้งหลายแหล่ก็ถูกบีบ ถูกเคล้น ให้มาสยบอยู่ใต้อุ้งตีนทักษิณแต่เพียง

ผู้เดียว ชูวิทย์ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะก่อนมาเล่นการเมือง ชูวิทย์ก็เคยเป็นผู้

อุปถัมภ์ตำรวจรายหนึ่งเหมือนกัน มีการสร้างป้อมให้ตำรวจอยู่ ติดนามสกุลตนเอง

ตัวเบ้อเริ่มไว้เป็นหลักฐาน

 

ชูวิทย์ขัดแย้งกับตำรวจจนเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ น่าจะมีสาเหตุ

มาจากถูกบีบถูกเคล้นนี่แหละ และน่าจะถูกตามรังควาญตลอดมา อาจเป็นเหตุให้ต้อง

ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันการถูกรังควาญ

 

เมื่อเข้าสู่การเมืองได้แล้ว ก็น่าจะคิดตีเมืองขึ้นคืน โดยใช้วิธี แฉ ตำรวจโดยเฉพาะ

เรื่อง บ่อน ซึ่งจะว่าไปแล้วเรื่องที่ชูวิทย์เอามาแฉนั้น ใคร ๆ เขาก็รู้ทั้งนั้น เพียงแต่

ว่า รู้แล้วไม่รู้จะทำยังไง ผิดกับชูวิทย์ที่อาศัยความเป็นนักการเมือง แฉ ออกมาให้

เป็นข่าว พร้อมโชว์ความเป็นนักปราบปรามทุจริตของตนเองไปด้วย จึงไม่น่าแปลก

ที่เรื่องที่ชูวิทย์ แฉ ออกมา จะเกี่ยวข้องกับตำรวจซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่มันน่าแปลก

ก็คือ ทำไม แฉ แล้วเงียบ แฉ แล้วหาย

 

เหตุผลประการหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะ ต้องการแค่ แฉ เพื่อเป็นการปรามลักษณะว่า

"รู้นะโว้ย อย่ามายุ่งอะไรกับข้ามากนะโว้ย ยุ่งมาก ๆ เดี๋ยว พ่อด แฉ ดะ"

 

การ แฉ ครั้งใหญ่ก็น่าจะเป็นเรื่อง โรงพัก นั่นแหละ เพราะงานนี้ ชูวิทย์ มองว่าตำรวจ

คือจำเลย แต่บังเอิญมันผิดแผนเพราะ เป็ดเหลิม เฟอะฟะ เข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ เห็นว่า

เป็นเรื่องสมัย ปชป ก็หลับหูหลับตาคว้าไปเล่นเป็นประเด็นทางการเมืองทันที โดยสั่ง

สมุนคู่ใจ ธาริต เดินหน้าเต็มที่ กะเอา ปชป ให้อยู่หมัด

 

ธาริตก็ไวทายาท ระดมแด๊นเซอร์ ออกเดินสายสอบตำรวจหาหลักฐานทันที แต่ยิ่งสอบ

ดูเหมือนหลักฐานมันจะเบนไปหาตำรวจเรื่อย ๆ จึงต้องเปลี่ยนเป้าไปเป็นผู้รับเหมาแทน

จนชูวิทย์ต้องออกมาโวยวายว่าน่าจะมีการเบี่ยงเบนประเด็น ซึ่งธาริตก็สวนกลับทันทีด้วย

ความอาจหาญว่า ไม่ว่าสอบถึงใครก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น ร้อนถึง ผบ ตร ต้องออกมากระแอม

ผ่านสื่อว่า เฮ้ย ทำอะไรให้เกียรติกันบ้างนะโว้ย ธาริตถึงกับสะดุ้ง รีบปิดปากปิดคดี สั่งฟ้อง

ผู้รับเหมาไปเลย

 

ผมมองว่า เรื่อง แฉ ของชูวิทย์ นั้น เป็นเรื่องระหว่างตัวเขากับตำรวจซะส่วนใหญ่และเป็นการ

แฉ ในลักษณะ ปราม ไม่ใช่แฉเพื่อเอาเรื่องเอาราวอะไร

 

เรื่อง ชูวิทย์ กับ กปปส และ ปชป ถ้าเราสังเกตุดูจะเห็นว่าในช่วงแรก ๆ ที่ กปปส ชุมนุม ชูวิทย์

จะเขียนในเฟซบุ๊ค ลักษณะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้เขียนตำหนิอะไรมากมาย ซึ่งพอเข้าใจได้ว่า

ชูวิทย์เข้ามาสู่การเมืองเพราะหวังความเป็น สส ในการคุ้มครองตนเอง ย่อมไม่เห็นด้วยกับ กปปส

แน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพฤติกรรมเหมือนเหยียบเรือสองแคม เพราะไม่เห็นด้วยกับการ

กระทำ แต่กลับไปร่วมด้วยในระยะแรก ๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่า เพราะเขามองว่ามันมีมวลชนจำนวนมาก

นั่นแหละ

 

ปัญหามันก็เลยเกิด เพราะมวลชนจำนวนหนึ่งไม่พอใจในพฤติกรรมเหยียบเรือสองแคมของเขา มองว่า

ชูวิทย์เป็นพวกตีกินมวลชน จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้น และก็บานปลายมาจนถึงการกล่าวหากัน

อย่างเป็นเรื่องเป็นราวทางเฟซบุ๊คของเขาอยู่ในปัจจุบัน

 

ประเด็นนี้ ผมมองว่า มันเป็นเรื่องการชิงมวลชนของนักเลือกตั้งอย่างชูวิทย์มากกว่า เพราะถ้ามวลชนมองเขา

ในแง่ไม่ดี เลือกตั้งคราวหน้าอาจ วืด การจะไปบอกมวลชนว่าเขาเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรี ก็คงไม่มีใครอยากฟัง

สู้เตะตัดขา กำนัน กับ ปชป ซึ่งถือว่าเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ในการเลือกตั้งไปเรื่อย ๆ ดีกว่า พฤติกรรมคล้าย ๆ สนธิ

แหละครับ ต่างกันตรง สนธิ เตะตัดขา เพื่อให้มวลชนกลับไปเชื่อเขา แต่ ชูวิทย์ เตะตัดขาเพื่อให้มวลชนกลับไป

เลือกเขา




#1160602 วันนี้พงษ์เทพไม่รักศักดิ์ศรี ความเที่ยงธรรม ความสัตย์ซื่อ ?

โดย blue on 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 22:14

ผมกลัวว่าชาวอาเซียนจะดูหมิ่นดูแคลน ว่าไม่รู้จักกาละเทศะ...

 

อย่าไปกลัวครับ เพราะเขาดูหมิ่นดูแคลนมานานแล้วครับ

 

ถ้าได้ฟังที่ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนพูด

ท่านบอกว่าบทบาทของรัฐบาลในการประชุมนานาชาติ มันไม่มี

ความเป็นผู้นำอะไรเลย ไปนั่งประชุมเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าเขา

พูดเรื่องอะไรกัน ไม่มีข้อเสนอ ไม่มีความเห็น นั่งเฉย (เหมือนหมา

หงอย อันนี้ผมพูดเอง)

 

เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวอับอายขายหน้าอะไรอีกแล้ว เพราะที่ผ่าน

มามันก็สุด ๆ แล้ว




#1160545 หรือจะเป็นแค่ ประธานเถื่อน

โดย blue on 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 21:44

ผมมองว่า สมาชิกวุฒิสภา เขามองว่าการเลือกประธานวุฒิ ฯ  นี่มันเป็นอำนาจของเขา

นั่นแหละ

 

การเปิดประชุมตาม ม 132 ( 2 ) เขาก็ดำเนินการไปตามนั้นแล้ว ไม่มีอะไรขัดกับรัฐธรรมนูญ

ส่วนการเลือกประธานนี่ เขามองว่ามันเป็นอำนาจของเขา และเป็นเรื่องภายในที่เขาต้องทำ 

เมื่อที่ประชุมมีมติให้เลือกประธาน เขาก็เลือกกันไปตามมติที่ประชุม ส่วนรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่าย

บริหารมองว่าไม่น่าจะถูกต้อง มองว่าเป็นการทำเกินเลย ม 132 ( 2 )  ก็มีสิทธิ์ส่งเรื่อง

ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะเป็นอำนาจของนายกเหมือนกันที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

วินิจฉัย เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลจะทำนิ่งเฉย แต่ใช้วิธีโจมตีทางหน้าสื่อแทน ซึ่งรู้สึกว่าจะเป็น

แนวทางเดียวที่รัฐบาลนี้ถนัดที่สุด ที่ไม่ถนัดก็คือขึ้นศาล เพราะขึ้นทีไรไม่ถูก ปลด ก็ติดคุก

จนต้องมาตั้งโต๊ะปฏิเสธอำนาจศาลทุกที คุณจาฤก ว่าไม๊