Jump to content


Jessada Lek Bunchoo

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 18 ธันวาคม 2554 22:19
-----

#79789 " อากง " ชายผู้แกว่งเท้าหาเสี้ยน

โดย DarkSwan on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:34


มิน่า นายอำพลมันถึงติดคุก ก็เพราะมีทนายเสื้อแดงที่มีวิธีคิดแบบเห็นไต :lol:

ศานยุติธรรมนะครับ ไม่ใช้ศาลเตี้ยของเสื้อแดง ที่ใช้ความรู้สึกตัดสิน

ถ้าคุณจะอ้างอะไร คุณก็ต้องหาพยาน หลักฐานที่หนักแน่น


แล้วถ้าเหตุการณ์ที่ผม สมมุติ (อีกตามเคย) เกิดกับท่าน ท่านจะทำอย่างไรครับ ... ท่านจะบอกว่าไม่ได้ทำโดย หา พยานแบบไหน???
ท่านทราบหรือไม่ว่า การพิสูจน์ ว่า ไม่มี เป็นไปไม่ได้...

แต่ โจทก์ มี พยานเป็น log และ EMI ของท่าน... (ซึ่งไม่ทราบว่าทำไมถึงตรงกับของท่านได้ยังไง)
แล้วคนในสังคมก็ หาว่าท่านเป็นคนทำกันหมด โดยเฉพาะ ใน สรท ...

ท่านจะสู้คดี หรือ รับ สารภาพดี...


ก็ชั่งน้ำหนักดูสิว่าอันไหนได้อันไหนเสียมากกว่ากัน
และที่สำคัญ ศาลตัดสินแล้ว อย่าโวย แล้วไอ้พวกไม่ใช่เรื่องก็ช่วยอยาก เสื อ ก เถียงแทน เรียกร้องแทน หาว่ากฏหมายแรงไป
เพราะการตัดสินใจสู้คดีหรือรับสารภาพ มันเกิดจาก การตัดสินใจ ของทนาย และ อากง เอง
ผลมันก็เกิดจากการตัดสินใจนั่นแหละ ไม่ได้ติดมากหรือน้อยไปหรอก

และฟังจากที่ึคุณพูดมา ก็แสดงว่าคุณก็ยอมรับนี่ ว่าหลักฐานมันหนักแ่น่นพอให้เอาผิด และ อากง ไม่สามารถหาพยา่นหลักฐา่นที่หนักแ่น่นพอ มาพิสูจน์ได้ในศาล
แล้วศาลกับกฏหมายมันผิดตรงไหน

ถามต่ออีกนิดเดียวว่า ท่านเอาอะไรมาเชื่อว่า อากง บริสุทธิ์


#79748 " อากง " ชายผู้แกว่งเท้าหาเสี้ยน

โดย ไอโอดีนแมน on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:51

สมมุติว่า ถ้าวันนึงพวกท่าน ตื่นมา เจอตำรวจอยู่หน้าบ้าน แล้วเชิญไปโรงพักแจ้งข้อหาว่า ท่าน ผิดคดีเดียวกับ อากง เลย ...

หลักฐาณคือ ข้อมูลจาก บริษัทโทรศัพท์ ว่า

- "ข้อความถูกส่งโดยเสาสัญญาณจากย่านที่ท่านพักอาศัยอยู่" แล้วอันนี้จะรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร?
- "ข้อความถูกส่งจากโทรศัพท์ของท่าน โดยที่มีหมายเลขอีมี่ 14 หลักแรก เหมือน ของท่าน" เลขอีมี่มันจะปลอมได้ยังไง? อีกอย่าง ถ้าตรวจสอบในมือถือจริงๆ มันต้องมีประวัติการส่งอยู่แล้ว นอกจากจะ format ไปก่อน

อีกอย่าง ถ้าจะเช็คจริงๆ เช็คกลับไปที่เครือข่ายที่ใช้งานก็รู้อยู่แล้วว่ามีการส่ง sms จากเบอร์นี้ เวลานี้หรือเปล่า?

ผมหวังว่าท่านยังคงดำรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรม ในความเห็น เหมือนที่ อากง ได้นะคร้าบ
ผมหวังว่า ท่านคงจะคิดกว้างๆ มองโลกกว้าง อย่า พยายามไปขอให้ ภิญโญ สรยวย ที่ท่านหาว่าเอียง จัดรายการให้นะครับ

ตอบใจตัวเองว่า ทำหรือไม่

ในเมื่อท่านไม่ได้ทำ แล้ว ทนายแนะให้ สารภาพเพื่อ ลดโทษ ท่านจะทำหรือไม่ ..
ท่านไม่มีประวัติต้องโทษ ดีไม่ดี แค่ รอลงอาญา .... ท่านจะเอาตัวรอด โดยปล่อยให้ คนคิดว่า ท่านทำสิ่งที่ไม่ได้ทำหรือไม่...

ถ้าท่านจะสู้ แม้ว่าศาลตัดสินว่าผิด เป็นเพราะ ทนายท่าน อยากสังเวยท่านหรือไม่...

คิดถึง วีระ ราตรี กันบ้างหรือปล่าว ไม่เลยครับ ปล่อยมันตายไปในคุกเขมรนั่นแหละ อยู่้บ้านดีๆ จะไปติดคุกในเขมรไหม?
อย่า Double Standard อันนี้อันเดียวกับที่แม้วมีโทษติดคุกแล้วไม่ยอมกลับมาติดเหรอครับ?


ใครหลอกตัวเองกันแน่ครับ!!

:lol: :lol: :D


#79740 " อากง " ชายผู้แกว่งเท้าหาเสี้ยน

โดย -3- on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:39

สมมุติว่า ถ้าวันนึงพวกท่าน ตื่นมา เจอตำรวจอยู่หน้าบ้าน แล้วเชิญไปโรงพักแจ้งข้อหาว่า ท่าน ผิดคดีเดียวกับ อากง เลย ... หลักฐาณคือ ข้อมูลจาก บริษัทโทรศัพท์ ว่า - "ข้อความถูกส่งโดยเสาสัญญาณจากย่านที่ท่านพักอาศัยอยู่" - "ข้อความถูกส่งจากโทรศัพท์ของท่าน โดยที่มีหมายเลขอีมี่ 14 หลักแรก เหมือน ของท่าน" ผมหวังว่าท่านยังคงดำรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรม ในความเห็น เหมือนที่ อากง ได้นะคร้าบ ผมหวังว่า ท่านคงจะคิดกว้างๆ มองโลกกว้าง อย่า พยายามไปขอให้ ภิญโญ สรยวย ที่ท่านหาว่าเอียง จัดรายการให้นะครับ ตอบใจตัวเองว่า ทำหรือไม่ ในเมื่อท่านไม่ได้ทำ แล้ว ทนายแนะให้ สารภาพเพื่อ ลดโทษ ท่านจะทำหรือไม่ .. ท่านไม่มีประวัติต้องโทษ ดีไม่ดี แค่ รอลงอาญา .... ท่านจะเอาตัวรอด โดยปล่อยให้ คนคิดว่า ท่านทำสิ่งที่ไม่ได้ทำหรือไม่... ถ้าท่านจะสู้ แม้ว่าศาลตัดสินว่าผิด เป็นเพราะ ทนายท่าน อยากสังเวยท่านหรือไม่... คิดถึง วีระ ราตรี กันบ้างหรือปล่าว อย่า Double Standard


ถึงแม้จะมีข้อเท็จจริงว่า "มีโปรแกรมเฉพาะที่สามารถเข้าไปแก้ไขเลข IMEI ได้อย่างอิสระ" แต่ log จะไม่มีทางที่จะหน้าตาแบบนี้ อย่างน้อย cell site และ เวลาควรจะแตกต่างกันมากกว่านี้ ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน แล้วช่วงเวลาสลับการเชื่อมต่อ SIM กันแบบนี้




#80307 อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้แล้วจะร้อง อุ๊ย.....ซี๊ดมันโดนจริง ๆ

โดย ไผ่ปล้องเดียว on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:44

An Open query to The US and the UN
UN Secretary-General and Madam Ambassador:
Why do the UN and the US think they should interfere in Thailand’s internal affairs regarding Act 112 and our lese majeste law?
Why does the Thai Constitution need to retain this law? And why do the Thai People think the UN and US must not interfere in this case?
There are a few things we should bring to your attention:
  • The Americans are so concerned about “Freedom of Speech” but that still does not give anybody the limitless right to be unreasonably abusive to other people.
Mind you. Unlike us ordinary people, they cannot come out and fight back at people who have threatened them or said untruthful and abusive things against them.

That is why we need to retain ONE law that can protect them and their honor.
  • The person who has just been sentenced to 20 years of imprisonment, who is the cause of this controversy, has verbally abused Their Majesties the King and Queen four times using different verbal attacks. He has committed those vicious acts although Their Majesties have never done anything wrong and have never committed any crime against the nation, or against this person and his family.
  • During the long process of fact-finding in court, the person has claimed his ‘right of free speech’ as his line of defense. Therefore it is obvious that he has violated the law on four counts. For each wrongful act, he was sentenced to 5 years of imprisonment. He can still appeal his case in the two higher courts.

Actually this person should consider himself fortunate that this same law does not allow free publicizing of all the verbal abuses and threatening messages against the King that he has composed. Otherwise, we are not at all sure that he can stay alive on the Thai soil. Even now for his own safety, he should be glad he will be protected behind bars. If he were to be set free on the street, we are afraid ‘tar and feathers’ may not be all he would get on his body.

4) Act 112 concerning lese majeste is Thailand’s internal affair, which is bound to Thailand’s long-standing traditions and culture. The US and the UN should not interfere. If both parties are so concerned about the violation of civil rights and human right cases in Thailand, the attention should be turned to other cases, for instance, the Tak-Bai case where about 80 people were killed by the then government; and, the October-7 massacre of unarmed protesters.

  • According to the news quoted below, if the Thais were to use the same standard of practice, what should we do to this person? What kind of punishment should he receive?
If a 17-year-old is banned from the US for his entire lifetime for just ONE mere message of calling Mr. President “a prick,” what should we do to this 61-year-old person, who must be more mature than the teenager, and has abused Their Majesties for FOUR times? Shouldn’t he be banned from Thailand for FOUR lifetimes?

Or don’t you think that Their Majesties the King and Queen of Thailand deserve the similar kind of protection as the President of the USA?

With all due respect,
Thai Citizens.
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗

British boy gets US ban for calling Obama a ‘prick’

Luke Angel sent ‘abusive and threatening’ email after watching 9/11 show
BY Rachel Helyer-Donaldson LAST UPDATED AT 17:23 ON Tue 14 Sep 2010

A British boy has been banned from America for life after he sent an email to the White House calling Barack Obama "a prick". Seventeen-year-old Luke Angel, from Silsoe in Bedfordshire, sent the expletive-laden message to the White House after watching a TV programme about the 9/11 attacks.

Unfortunately for Angel, the FBI intercepted the email and contacted police in the UK. No criminal action will be taken against the teenager, but he has been placed on a list of people banned from entering the United States.

Bedfordshire police spokeswoman Sarah Wilkinson said the email "was full of abusive and threatening language" but added that the incident was basically a case of a boy "being silly".

"We were informed by the Metropolitan Police and so we went round to see him," she added. "He said 'oh dear, it was me'."

Angel, who admitted he was drunk when he fired off the email, told police that he could not remember exactly what he had written. Speaking to the Bedfordshire on Sunday newspaper about the ban, he said: "I don't really care. My parents aren't very happy about it."

Read more: http://www.theweek.c...’#ixzz1gVZWRYdt


#80264 อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้แล้วจะร้อง อุ๊ย.....ซี๊ดมันโดนจริง ๆ

โดย ไผ่ปล้องเดียว on 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:41

จดหมายเปิดผนึก...คำถามถึงท่านเลขาธิการสหประชาชาติและเอกอัครราชฑูตสหรัฐ

เพราะเหตุใดสหรัฐอเมริกา และสหประชาชาติจึงคิดว่าควรจะต้องเข้ามาก้าวก่ายกับกิจการภายในของประเทศไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตรา112 และ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
เพราะเหตุใดรัฐธรรมนูญไทยจึงเห็นว่าจะต้องดำรงกฎหมายข้อนี้ไว้ตลอดมา
และเพราะเหตุใดทั้งสหรัฐอเมริกา และสหประชาชาติจะต้องไม่เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องนี้
มีประเด็นที่ขอนำเสนอให้ท่านพิจารณาดังต่อไปนี้
  • 1. ชาวอเมริกันสนใจปกป้อง “เสรีภาพในการพูดและการแสดงออก” เป็นอย่างยิ่ง แต่นั้นก็มิได้หมายความว่า การมีเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก จะรวมถึงการพูดจาใส่ร้าย ดูถูกดูหมิ่น และก้าวร้าวบุคคลอื่นอย่างหยาบคาย อย่างไร้ขอบเขตและโดยไม่มีเหตุผล
แต่ทว่า ท่านรู้หรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราและพระบรมวงศ์ ไม่มี “เสรีภาพในการพูดและการแสดงออก” ที่พวกท่านหวงแหนและเห็นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนทุกคนต้องมี พระองค์ไม่สามารถออกมาโต้ตอบหรือต่อกรกับผู้ที่ให้ร้าย ก้าวร้าว ด่าทอพระองค์อย่างหยาบคายและไร้เหตุผลได้เลย
นี่จึงเป็นเหตุผลข้อหนึ่งซึ่งเราจะต้องรักษากฎหมายข้อนี้ซึ่งเป็นเพียงข้อเดียวที่จะสามารถปกป้องพระองค์และพระเกียรติยศได้
2. 2. บุคคลผู้ที่เพิ่งได้รับการตัดสินลงโทษจำคุก20 ปีซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ส่งข้อความหยาบคายด่าว่า ให้ร้าย ข่มขู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราและสมเด็จพระราชินีถึงสี่ครั้ง โดยใช้ถ้อยคำต่างๆกัน เขากระทำการจาบจ้วงนี้ทั้งๆที่ไม่เคยปรากฏว่าทั้งสองพระองค์ทรงกระทำสิ่งใดผิด หรือทรงกระทำสิ่งใดที่เป็นอาชญกรรมต่อประเทศชาติหรือต่อบุคคลนี้และครอบครัวของเขาเลย
3.ในระหว่างกระบวนการสอบสวนหาความจริงในศาล บุคคลผู้นี้ต่อสู้โดยอ้าง “สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” จึงเป็นการชัดเจนว่าเขาได้กระทำความผิดและฝ่าฝืนกฎหมายจริงถึงสี่ครั้ง หรือสี่กรณี และถูกตัดสินลงโทษจำคุกกรณีละห้าปี อย่างไรก็ตามเขายังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้
ความจริงแล้วต้องนับว่าบุคคลผู้นี้ยังโชคดีที่กฎหมายฉบับเดียวกันนี้ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ถ้อยคำหรือข้อความที่เขาใช้ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้อย่างเปิดเผย มิฉะนั้นแล้วเขาอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้ แม้ในขณะนี้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เขาควรจะดีใจที่ติดอยู่ในคุก เพราะถ้าเขาออกมาเดินถนนได้อย่างเสรี ผู้คนอาจจะไม่เพียงแต่จับเขามาทาตัวด้วยน้ำมันดินและขนนก (เช่นที่ชาวอเมริกันเคยใช้ลงโทษผู้กระทำผิดบางกรณีในสมัยหนึ่ง)
4.กฎหมายมาตรา112 และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย เป็นสิ่งที่มีพื้นฐานมาจากประเพณีและวัฒนธรรมอันสืบเนื่องมายาวนานของชาติไทย ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติไม่ควรเข้ามาก้าวก่าย หากว่าองค์กรทั้งสองสนใจที่จะช่วยเหลือประเทศไทยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็น่าจะมุ่งความสนใจไปที่การคลี่คลายความจริงในกรณีการเสียชีวิตเกือบ80 ศพที่ตากใบและการสังหารหมู่ผู้ประท้วงที่ไร้อาวุธในกรณี 7 ตุลาคม
5.จากกรณีในข่าวที่ยกมาข้างล่างนี้ ถ้าหากว่าประเทศไทยจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับสหรัฐแล้ว เราควรจะทำอย่างไรกับบุคคลผู้ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหยาบคายต่อพระประมุขของเรา บุคคลผู้นี้ควรได้รับการลงโทษสถานใด
ถ้าหากว่าเด็กวัยรุ่นอายุสิบเจ็ดปี ที่ส่งข้อความด่าว่าท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า “ไอ้—“ เพียงหนึ่งครั้ง ถูกรัฐบาลสหรัฐฯลงโทษโดยห้ามเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดชีวิต
บุคคลผู้นี้ซึ่งอายุหกสิบเอ็ดปี นับว่ามีวัยวุฒิ รู้ความควรไม่ควรมากกว่าเด็กวัยรุ่น ยังกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระโดยตั้งใจดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถึงสี่กระทง สมควรที่จะถูกห้ามเข้าประเทศไทยสี่ชั่วชีวิตของเขาหรือไม่
หรือว่าท่านเลขาธิการฯและท่านเอกอัครราชทูตฯไม่เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีของราชอาณาจักรไทย สมควรได้รับการปกป้องพระเกียรติยศ ในลักษณะเดียวกับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
ด้วยความเคารพ
ประชาชนชาวไทย