== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล ==
ไม่รู้จริงอย่าพูด ไปอ่านเรื่อง ทิฏฐิ62 ให้แตกฉานก่อน ค่อยส่องกระจก พิจาณาตัวเองเถอะ
อย่าให้เขาดูถูกอยู่ในใจเลย เหมือพวกคลำช้างไม่ทั้งตัว แล้วบอกเป็นช้าง คลำได้แค่หำ ก็บอกว่าเป็นช้าง เลอะเทอะ
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: กระทู้: มีดสั้น
มีดสั้น
เป็นสมาชิกตั้งแต่ 25 เมษายน 2555ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 8 พฤษภาคม 2555 18:43




Community Stats
- กลุ่มผู้ใช้ Members
- จำนวนกระทู้และความเห็น 74
- Profile Views 2,104
- Member Title น้องเก่า
- อายุ ไม่ระบุ
- วันเกิด ไม่ระบุ
-
Gender
ไม่ระบุ
3
Neutral
เครื่องมือสมาชิก
Friends
มีดสั้น hasn't added any friends yet.
ผู้เยี่ยมชมล่าสุด
Topics I've Started
พวกเสื้อแดงตาย บอกเวรกรรมสนอง แต่ พวกอำมาต แมงสาป ตาย บอกเป็นไปตามสังขาร
8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:41
พวกประชาธิปัตย์ สะดือบาน ? จากเช่าแผงตลาดจตุจักร สู่ BTS ?
7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 19:29
มาแบบเงียบๆ มาแบบหงิมๆ แต่หยิบ ชิ้นปลามันคำโต
กรณี กทม.ของผู้ว่าฯ “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เซ็นสัญญาขยายสิทธิประโยชน์รถไฟฟ้าบีทีเอสให้เอกชนเจ้าเดิมรวดเดียว 30 ปี
รูดปื๊ดๆๆทั้งที่สัมปทานเดิมยังเหลืออีก 17 ปี!!
แถมไม่เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นๆ ประมูลแข่งขันตามกติกา
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการรีบร้อน รวบรัดขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสให้เอกชนรายเดิมน่าจะเข้าข่ายผูกขาดตัดตอน เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว??
ถึงแม้ กทม.จะอ้างว่าไม่ใช่สัญญาขยายสัมปทาน แต่เป็นสัญญาว่าจ้างเอกชนเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแทน กทม.
ในความเป็นจริง...มันก็คือการขยายสัมปทานผูกขาด 30 ปี เพียงแต่เลี่ยงบาลี เปลี่ยนเป็นสัญญารับจ้าง กทม.
(โดยไม่ต้องเปิดประมูลแข่งขันกับเจ้าอื่นให้เมื่อยไข่ดัน)
“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าถ้า กทม.รอให้ อายุสัมปทานปัจจุบันซึ่งยังเหลืออีก 17 ปี ผ่านไปอีก 12 ปี แล้วเปิดประมูลให้เอกชนรายอื่นๆ แข่งขันเพื่อรับสิทธิ์เดินรถไฟฟ้าต่อไปอีก 30 ปี
กทม.จะมีรายได้สูงกว่าสามพันล้าน บาทต่อปีอย่างแน่นอน!!
เพราะเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าขยายยาวขึ้น จำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ผลกำไรก็เพิ่มขึ้นๆ เป็นเงาตามตัว
กทม.จะมีรายได้เพิ่มขึ้นๆแบบขั้นบันได
พี่น้องชาว กทม.ก็จะได้รับบริการที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น
แถมจ่ายค่าโดยสารถูกลง
การรวบรัดขยายสัมปทานให้เอกชนเจ้าเดิมผูกขาดอีก 30 ปี จึงทำให้ กทม.และประชาชนเสียประโยชน์ 2 เด้งพร้อมกัน
เสียประโยชน์อย่างไร “แม่ลูกจันทร์” จะฉายหนังตัวอย่างให้ดู
1, ประเด็นค่าโดยสาร กทม.ต้องกำหนดเงื่อนไขให้ลดค่าโดยสารแลกกับการขยายอายุสัมปทาน 30 ปี
เช่น สายสุขุมวิท จากหมอชิตไปแบริ่ง เที่ยวละ 55 บาท หรือสายสีลม จากสนามกีฬาไปวงเวียนใหญ่เที่ยวละ 35 บาท
ถ้าเทียบจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวต่อคนยังแพงเกินไป
2, ประเด็นจำนวนรถไฟ ตามสัญญาสัมปทาน บริษัทเอกชนต้องจัดหาขบวนรถไฟ 60 ขบวน
ขณะนี้มีรถไฟฟ้าวิ่งรับส่งผู้โดยสารทั้ง 2 เส้นทาง เพียง 23 ขบวน ทำให้เกิดปัญหารถขาดช่วง และผู้โดยสารต้องเบียดเสียดยัดเยียดจนไม่มีที่ยืน
เหตุใด กทม.จึงไม่มีเงื่อนไขให้เอกชนเร่งจัดหารถเพิ่มให้เพียงพอความต้องการ??
3, ประเด็นส่วนลดตั๋วโดยสาร ปัจจุบันบีทีเอสไม่มีส่วนลดสำหรับคนชรา หรือผู้สูงอายุ แม้แต่สลึงเดียว
ทำไม กทม.จึงไม่กำหนดเงื่อนไขให้ เอกชนเจ้าของสัมปทานลดค่าโดยสารครึ่งราคาสำหรับผู้มีอายุเกิน 60 ปี ตามมาตรฐานสากล??
4, ประเด็นความปลอดภัย ปัจจุบันรถ
ไฟฟ้าบีทีเอส 2 สาย มีสถานีรับส่งผู้โดยสารรวมกัน 30 สถานี แต่มีลิฟต์สำหรับคนพิการเพียง 12 สถานี
ทำไม กทม.จึงไม่กำหนดเงื่อนไขให้ เอกชนจัดลิฟต์สำหรับคนพิการให้ครบทุกสถานี ตามมาตรฐานยูเอ็น??
สรุปว่าการรวบรัดขยายสัมปทานให้เอกชน เจ้าเดิมเจ้าเดียวอีก 30 ปี ทั้งที่ยังเหลืออายุสัมป-ทานเดิมอีก 17 ปี เป็นความเร่งรีบร้อนรนผิดปกติของ กทม.
เข้าตำราเรื่องที่ควรเร็วกลับทำช้า แต่ เรื่องที่ควรช้าดันทำเร็ว
เช่น การลอกท่อป้องกันน้ำท่วม กทม.ต้องรีบทำ พระคุณท่านกลับทำช้าจนชาวบ้านด่ากันเปิง
แต่การเซ็นสัญญารถไฟฟ้า กทม.ไม่ต้องรีบเซ็น พระคุณท่านกลับรีบเซ็นล่วงหน้าไป 17 ปี.
กรณี กทม.ของผู้ว่าฯ “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เซ็นสัญญาขยายสิทธิประโยชน์รถไฟฟ้าบีทีเอสให้เอกชนเจ้าเดิมรวดเดียว 30 ปี
รูดปื๊ดๆๆทั้งที่สัมปทานเดิมยังเหลืออีก 17 ปี!!
แถมไม่เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นๆ ประมูลแข่งขันตามกติกา
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการรีบร้อน รวบรัดขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสให้เอกชนรายเดิมน่าจะเข้าข่ายผูกขาดตัดตอน เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว??
ถึงแม้ กทม.จะอ้างว่าไม่ใช่สัญญาขยายสัมปทาน แต่เป็นสัญญาว่าจ้างเอกชนเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแทน กทม.
ในความเป็นจริง...มันก็คือการขยายสัมปทานผูกขาด 30 ปี เพียงแต่เลี่ยงบาลี เปลี่ยนเป็นสัญญารับจ้าง กทม.
(โดยไม่ต้องเปิดประมูลแข่งขันกับเจ้าอื่นให้เมื่อยไข่ดัน)
“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าถ้า กทม.รอให้ อายุสัมปทานปัจจุบันซึ่งยังเหลืออีก 17 ปี ผ่านไปอีก 12 ปี แล้วเปิดประมูลให้เอกชนรายอื่นๆ แข่งขันเพื่อรับสิทธิ์เดินรถไฟฟ้าต่อไปอีก 30 ปี
กทม.จะมีรายได้สูงกว่าสามพันล้าน บาทต่อปีอย่างแน่นอน!!
เพราะเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าขยายยาวขึ้น จำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ผลกำไรก็เพิ่มขึ้นๆ เป็นเงาตามตัว
กทม.จะมีรายได้เพิ่มขึ้นๆแบบขั้นบันได
พี่น้องชาว กทม.ก็จะได้รับบริการที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น
แถมจ่ายค่าโดยสารถูกลง
การรวบรัดขยายสัมปทานให้เอกชนเจ้าเดิมผูกขาดอีก 30 ปี จึงทำให้ กทม.และประชาชนเสียประโยชน์ 2 เด้งพร้อมกัน
เสียประโยชน์อย่างไร “แม่ลูกจันทร์” จะฉายหนังตัวอย่างให้ดู
1, ประเด็นค่าโดยสาร กทม.ต้องกำหนดเงื่อนไขให้ลดค่าโดยสารแลกกับการขยายอายุสัมปทาน 30 ปี
เช่น สายสุขุมวิท จากหมอชิตไปแบริ่ง เที่ยวละ 55 บาท หรือสายสีลม จากสนามกีฬาไปวงเวียนใหญ่เที่ยวละ 35 บาท
ถ้าเทียบจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวต่อคนยังแพงเกินไป
2, ประเด็นจำนวนรถไฟ ตามสัญญาสัมปทาน บริษัทเอกชนต้องจัดหาขบวนรถไฟ 60 ขบวน
ขณะนี้มีรถไฟฟ้าวิ่งรับส่งผู้โดยสารทั้ง 2 เส้นทาง เพียง 23 ขบวน ทำให้เกิดปัญหารถขาดช่วง และผู้โดยสารต้องเบียดเสียดยัดเยียดจนไม่มีที่ยืน
เหตุใด กทม.จึงไม่มีเงื่อนไขให้เอกชนเร่งจัดหารถเพิ่มให้เพียงพอความต้องการ??
3, ประเด็นส่วนลดตั๋วโดยสาร ปัจจุบันบีทีเอสไม่มีส่วนลดสำหรับคนชรา หรือผู้สูงอายุ แม้แต่สลึงเดียว
ทำไม กทม.จึงไม่กำหนดเงื่อนไขให้ เอกชนเจ้าของสัมปทานลดค่าโดยสารครึ่งราคาสำหรับผู้มีอายุเกิน 60 ปี ตามมาตรฐานสากล??
4, ประเด็นความปลอดภัย ปัจจุบันรถ
ไฟฟ้าบีทีเอส 2 สาย มีสถานีรับส่งผู้โดยสารรวมกัน 30 สถานี แต่มีลิฟต์สำหรับคนพิการเพียง 12 สถานี
ทำไม กทม.จึงไม่กำหนดเงื่อนไขให้ เอกชนจัดลิฟต์สำหรับคนพิการให้ครบทุกสถานี ตามมาตรฐานยูเอ็น??
สรุปว่าการรวบรัดขยายสัมปทานให้เอกชน เจ้าเดิมเจ้าเดียวอีก 30 ปี ทั้งที่ยังเหลืออายุสัมป-ทานเดิมอีก 17 ปี เป็นความเร่งรีบร้อนรนผิดปกติของ กทม.
เข้าตำราเรื่องที่ควรเร็วกลับทำช้า แต่ เรื่องที่ควรช้าดันทำเร็ว
เช่น การลอกท่อป้องกันน้ำท่วม กทม.ต้องรีบทำ พระคุณท่านกลับทำช้าจนชาวบ้านด่ากันเปิง
แต่การเซ็นสัญญารถไฟฟ้า กทม.ไม่ต้องรีบเซ็น พระคุณท่านกลับรีบเซ็นล่วงหน้าไป 17 ปี.
แม่ลูกจันทร์
http://www.thairath....reenhead/258215
เอ้า ที่จับพิรุธได้คาหนังคาเขา จิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกเพื่อไทย ออกมาตั้งข้อสังเกตเหตุใด กทม.จึงได้อนุมัติให้เอกชนและ รถไฟฟ้าบีทีเอส ขยายระยะเวลาในการสัมปทานไปอีกถึง 13 ปี....ทั้งที่ สัมปทานเดิม ยังเหลือเวลาอีกถึง 17 ปี....นำไปสู่การจัดจ้างวงเงินเกือบ 2 แสนล้านบาท....เรื่องนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะต้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจน โปร่งใส เพื่อป้องกันข้อครหาว่า มีการทิ้งทวนขึ้นใน กทม. ............
สโลแกนไหม่ ถ้าจะซื้อของแพง ไปถาม ประชาธิปไตย์ ถ้าจะัซื้อของถูก ไปถาม เพื่อไทย
6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:49
ชวนนท์ และลิ่วล้อ ปชป ไปที่ใหน ซื้อได้มาแต่ของแพงๆ
วันนี้เพื่อไทยลงไปสำรวจตลา่ด ได้แต่ของถูกๆ
ดังนั้นใครอยากได้ของแพง ไปหาปชป ใครอยากได้สินค้าถูก มาเพื่อไทย
จบข่าว
วันนี้เพื่อไทยลงไปสำรวจตลา่ด ได้แต่ของถูกๆ
ดังนั้นใครอยากได้ของแพง ไปหาปชป ใครอยากได้สินค้าถูก มาเพื่อไทย
จบข่าว
อาจารย์ธรรมศาสตร์ แขวะ เจ๊บุญยอด จะทำท่าฮิตเลอร์ ควรส่องกระจก สำรวจตัวเอง
5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:39
นักรัฐศาสตร์แนะ "บุญยอด" จะ "ไฮ ฮิตเล่อร์" ทั้งที ควรทำระหว่างส่องกระจกสำรวจตัวเอง
วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 18:10:00 น.

นายเกษียร เตชะพีระ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์บทความชื่อ "ถึงคุณบุญยอด ไฮ ฮิตเล่อร์: จะคารวะฮิตเล่อร์ทั้งที ควรทำระหว่างส่องกระจก" ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว มติชนออนไลน์เห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้
ในบทความ ′Fascism Anyone?′ ลงพิมพ์ในวารสาร Free Inquiry ฉบับประจำฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. ๒๐๐๓ หน้า ๒๐, Dr. Lawrence Britt นักรัฐศาสตร์ผู้ศึกษาระบอบเผด็จการฟาสซิสต์หลายประเทศได้แก่ระบอบของฮิตเล่อร์ในเยอรมนี (ค.ศ. ๑๙๓๓ – ๔๕), มุสโสลินีในอิตาลี (ค.ศ. ๑๙๒๒-๔๓), ฟรังโกในสเปน (ค.ศ. ๑๙๓๙-๗๕), ซูฮาร์โตในอินโดนีเซีย (ค.ศ. ๑๙๖๗-๙๘), และปิโนเช่ต์ในชิลี (ค.ศ. ๑๙๗๔-๙๐) ได้ประมวลสรุปบุคลิกเอกลักษณ์ที่ระบอบฟาสซิสต์ต่าง ๆ เหล่านี้มีร่วมกันไว้ ๑๔ ประการ ได้แก่: -
๑) ชูชาตินิยมอย่างแข็งกร้าวและพร่ำเพรื่อ (ไทยรบเขมรเพื่อเขาพระวิหาร?)
๒) เมินเฉยไม่นำพาสิทธิมนุษยชน (ผู้ต้องหาการเมืองเกลื่อนกลาด)
๓) ปลุกผี "ศัตรู" ขึ้นมาเป็นแพะรับบาปเพื่อสร้างความสามัคคีบนพื้นฐานความเกลียดกลัว (ผังล้มเจ้า)
๔) ทหารเป็นใหญ่ในบ้านเมือง (คปค., รัฐบาลตั้งในค่ายทหาร)
๕) กดขี่ทางเพศอย่างแพร่หลาย (ดูภาพโป๊ในสภา)
๖) ปิดปากควบคุมสื่อมวลชน (เซ็นเซ่อร์สื่อ)
๗) หมกมุ่นฝังหัวเรื่อง "ความมั่นคงแห่งชาติ" (ศอฉ., กอ.รมน.)
๘) รัฐบาลพัวพันอีนุงตุงนังกับศาสนจักร (เตรียมออกกฎหมายคุ้มครองพุทธศาสนา)
๙) ปกป้องอำนาจกลุ่มธุรกิจ (ปล่อยนายทุนเลิกจ้างคนงานอย่างพลการ)
๑๐) กดขี่ขบวนการแรงงาน (ไม่นำพาคนงานถูกเลิกจ้างเพราะตั้งสหภาพ)
๑๑) ดูหมิ่นถิ่นแคลนปัญญาชนและศิลปวรรณกรรม (ส.ส.บุญยอด เรียกร้องไม่ให้นักวิชาการใช้สถานที่ราชการจัดกิจกรรมแก้ไขม.๑๑๒)
๑๒) ปราบปรามลงโทษอาชญากรรมด้วยอำนาจอาญาสิทธิ์ (ฆ่าตัดตอนผู้ต้องสงสัยค้ายา)
๑๓) การเล่นพวกพ้องและทุจริตคอร์รัปชั่นแพร่ระบาด (ขี้เกียจนับ)
๑๔) โกงเลือกตั้ง (ขี้เกียจนับ)
น่าสนใจจะลองติ๊กดูว่ารัฐบาลชุดใด (ยิ่งลักษณ์? อภิสิทธิ์? สมชาย? สมัคร? สุรยุทธ์? ทักษิณ?) มีบุคลิกลักษณะเข้าข่ายบ้างไหม อย่างไร กี่ข้อใน ๑๔ ประการข้างต้น?
http://www.matichon....atid=&subcatid=
วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 18:10:00 น.

นายเกษียร เตชะพีระ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์บทความชื่อ "ถึงคุณบุญยอด ไฮ ฮิตเล่อร์: จะคารวะฮิตเล่อร์ทั้งที ควรทำระหว่างส่องกระจก" ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว มติชนออนไลน์เห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้
ในบทความ ′Fascism Anyone?′ ลงพิมพ์ในวารสาร Free Inquiry ฉบับประจำฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. ๒๐๐๓ หน้า ๒๐, Dr. Lawrence Britt นักรัฐศาสตร์ผู้ศึกษาระบอบเผด็จการฟาสซิสต์หลายประเทศได้แก่ระบอบของฮิตเล่อร์ในเยอรมนี (ค.ศ. ๑๙๓๓ – ๔๕), มุสโสลินีในอิตาลี (ค.ศ. ๑๙๒๒-๔๓), ฟรังโกในสเปน (ค.ศ. ๑๙๓๙-๗๕), ซูฮาร์โตในอินโดนีเซีย (ค.ศ. ๑๙๖๗-๙๘), และปิโนเช่ต์ในชิลี (ค.ศ. ๑๙๗๔-๙๐) ได้ประมวลสรุปบุคลิกเอกลักษณ์ที่ระบอบฟาสซิสต์ต่าง ๆ เหล่านี้มีร่วมกันไว้ ๑๔ ประการ ได้แก่: -
๑) ชูชาตินิยมอย่างแข็งกร้าวและพร่ำเพรื่อ (ไทยรบเขมรเพื่อเขาพระวิหาร?)
๒) เมินเฉยไม่นำพาสิทธิมนุษยชน (ผู้ต้องหาการเมืองเกลื่อนกลาด)
๓) ปลุกผี "ศัตรู" ขึ้นมาเป็นแพะรับบาปเพื่อสร้างความสามัคคีบนพื้นฐานความเกลียดกลัว (ผังล้มเจ้า)
๔) ทหารเป็นใหญ่ในบ้านเมือง (คปค., รัฐบาลตั้งในค่ายทหาร)
๕) กดขี่ทางเพศอย่างแพร่หลาย (ดูภาพโป๊ในสภา)
๖) ปิดปากควบคุมสื่อมวลชน (เซ็นเซ่อร์สื่อ)
๗) หมกมุ่นฝังหัวเรื่อง "ความมั่นคงแห่งชาติ" (ศอฉ., กอ.รมน.)
๘) รัฐบาลพัวพันอีนุงตุงนังกับศาสนจักร (เตรียมออกกฎหมายคุ้มครองพุทธศาสนา)
๙) ปกป้องอำนาจกลุ่มธุรกิจ (ปล่อยนายทุนเลิกจ้างคนงานอย่างพลการ)
๑๐) กดขี่ขบวนการแรงงาน (ไม่นำพาคนงานถูกเลิกจ้างเพราะตั้งสหภาพ)
๑๑) ดูหมิ่นถิ่นแคลนปัญญาชนและศิลปวรรณกรรม (ส.ส.บุญยอด เรียกร้องไม่ให้นักวิชาการใช้สถานที่ราชการจัดกิจกรรมแก้ไขม.๑๑๒)
๑๒) ปราบปรามลงโทษอาชญากรรมด้วยอำนาจอาญาสิทธิ์ (ฆ่าตัดตอนผู้ต้องสงสัยค้ายา)
๑๓) การเล่นพวกพ้องและทุจริตคอร์รัปชั่นแพร่ระบาด (ขี้เกียจนับ)
๑๔) โกงเลือกตั้ง (ขี้เกียจนับ)
น่าสนใจจะลองติ๊กดูว่ารัฐบาลชุดใด (ยิ่งลักษณ์? อภิสิทธิ์? สมชาย? สมัคร? สุรยุทธ์? ทักษิณ?) มีบุคลิกลักษณะเข้าข่ายบ้างไหม อย่างไร กี่ข้อใน ๑๔ ประการข้างต้น?
http://www.matichon....atid=&subcatid=
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: กระทู้: มีดสั้น
- Privacy Policy
- กฎการใช้งานเว็บบอร์ด ·




Find content



