Jump to content


dinsaw

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 6 มิถุนายน 2555
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 18 กรกฎาคม 2555 19:05
-----

Posts I've Made

In Topic: ผมอยากให้ม๊อบอีกสีหนึ่ง มีใครสนใจเป็นผู้นำไหม

15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 21:36

ประเทศนี้ช่างน่าแปลกยิ่งนัก คนที่เคยออกมาด่า มะแอ้ว หลายคน ได้เป็น สส. เพื่อคัย เยอะเลย เพื่อนๆ ลองรวบรวมดู
1. เหวง
2. นิติภูมิ เนาวรัตน์
3."""

In Topic: ความ 'ตลก' ของ 'ตลก.' ศาลรัฐธรรมนูญ

14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 13:39

ความ 'ตลก' ของ 'ตุลาการ' ศาลรัฐธรรมนูญ

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
นักกฎหมายอิสระ


กฎหมายกำหนดว่า คำวินิจฉัยให้มีผลในวันอ่าน ดังนั้น ต้องยึดถือว่าสิ่งที่ศาลอ่าน เป็นคำวินิจฉัย

คำถามคือ สิ่งที่ ตุลาการ อ่านไป ฟังแล้ว 'ตลก' ไหมครับ ?


*** ตลก ที่ 1 ***

ศาลบอกบอกว่า ถ้าตั้ง สสร. แก้ทั้งฉบับ สภาจะ ต้อง (หรือ "ควร" ?) ไปถามประชาชนก่อน

ในขั้นแรก รัฐธรรมนูญ มาตรา 165 เองไม่ได้ให้อำนาจรัฐสภาไปทำประชามติถามประชาชน ผู้ที่จะทำประชามติได้ คือ คณะรัฐมนตรี แล้ว ศาลจะให้ 'ฝ่ายบริหาร' ไปก้าวล่วงถามเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแทน 'ฝ่ายนิติบัญญัติ' กระนั้นหรือ ?

หรือศาลจะให้สภา ไปตรากฎหมายที่ 'เล็กกว่า' รัฐธรรมนูญ มาขอทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 'ที่ใหญ่กว่า' ?

แล้วตอนไปถามประชาชน จะให้ถามว่าอะไรครับ จะให้เลือกระหว่าง

ก. เลือกเก็บ รธน 2550 ทั้งฉบับไว้

กับ

ข. เลือกร่างใหม่ ที่ยังไม่ทันได้ร่าง

แล้วจะให้ประชาชนเลือกอย่างไร ? ในเมื่อตัวเลือกมันยังไม่มีให้เลือก ?


คิดอีกด้านคำถามควรเป็นดังนี้
รัฐธรรมนูญปี 50 นั้น ประชาชนทั้งประเทศเป็นคนลงประชามติมาดังนั้น
หากจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ก็คือการยกเลิก รธน.ปี 50 ที่ประชาชนเลือกมานั่นเอง
แล้วประชาเห็นด้วยหรือไม่ที่จะยกเลิกแล้วให้มีการร่างฉบับใหม่ขึ้นมา

ก. เห็นด้วย ( คือให้ร่างฉบับใหม่ )

ข. ไม่เห็นด้วย ( คือให้คง รธน.50 ไว้ แล้วแก้รายมาตราที่เห็นควรปรับปรุงให้ดีขึ้น )





*** ตลก ที่ 2 ***

ศาลบอกว่า แก้ทั้งฉบับ ต้องถามประชาชนก่อน

แต่แก้ทีละมาตรา ไม่ต้องถามประชาชน

สรุปถ้าจะแก้ทีละมาตรา ทั้งหมดซัก 300 มาตรา สภาทำได้ โดยไม่ต้องถามประชาชน ?

ตรรกะนี้ 'ผิดเพี้ยน' มาก แม้นำคำหรู เช่น "อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ" มาอ้าง ก็ไม่ได้ช่วยให้มีตรรกะแต่อย่างใด

หลักการที่ถูกต้อง ไม่ได้อยู่ที่แก้ทั้งฉบับหรือไม่ แต่อยู่ที่แก้แล้ว จะไปกระทบ 'สิ่งที่ห้ามแก้' หรือไม่

ดังนั้น หากแก้เพียง มาตรา เดียว แต่ไปแก้เรื่องที่ห้ามแก้ ก็แก้ไม่ได้

ศาลเองก็ยอมรับในคำวินิจฉัยว่า การแก้ไข มาตรา 291 ครั้งนี้ มีข้อห้ามและกลไกที่ป้องกันไม่ให้มีการแก้เรื่องที่แก้ไม่ได้

แล้วเหตุใด สภาจะเลือกถามประชาชน โดยการขอให้ไปเลือก สสร. ให้มาแก้ทั้งฉบับไม่ได้ ?

คิดอีกด้าน รธน.50 ซึ่งประชาชนทั้งประเทศลงประชามติรับนั้น มีเจตนารมณ์ให้แก้เป็นรายมาตราได้แต่ห้ามยกเลิกทั้งฉบับ
แต่คนที่ยื่นให้แก้นั้นเจตนาจะร่างใหม่ทั้งฉบับก็เลยหัวหมอแก้มาตราที่ห้ามยกเลิกทั้งฉบับเป็น ให้มี สสร. มาร่างใหม่ได้
ซึ่งหากร่างเสร็จย่อมตั้งใช้ฉบับใหม่ ฉบับปี 50 ก็ต้องยกเลิก (มันผิดตรงที่ห้ามยกเลิกทั้งฉบับไงล่ะ เลยตั้งให้ประชาชนตัดสินว่ายกเลิกดีมั้ย)

ในความเป็นจริงแล้ว รธน.50 ก็มีหลายมาตราที่สมควรปรับปรุงแก้ไข ซึ่งผู้ยื่นให้แก้สามารถแก้ได้ ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกมาตราหรอก
เพราะบางมาตราก็ยกเอาของปี 40 มา และในมาตราที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของคนไทยก็ยังคงเดิม แต่ทำไมไม่อยากแก้เป็นรายมาตราล่ะ

*** ตลก ที่ 3 ***

หลังศาลอ่านคำวินิจฉัย โฆษกศาลแถลงว่า ข้อกฎหมายที่ศาลวินิจฉัย คือ มาตรา 68 สรุปว่าไม่ได้มีการล้มล้างการปกครองฯ แต่พอถูกนักข่าวถามว่า ศาลวินิจฉัยเรื่อง มาตรา 291 ว่าห้ามแก้ไขทั้งฉบับ หรือไม่ โฆษกกลับตอบว่า เป็น 'ข้อเสนอแนะ' หรือ 'คำแนะนำ' และหากรัฐสภาดำเนินการต่อ ต้องรับผิดชอบเอง

แล้วสรุป ถ้าจะ ยกคำร้อง แล้ว จะยึกยัก แสดงความเห็นนอกประเด็นไปเพื่อเหตุใด ?

เราเป็นคนนึงที่ได้รับชมการไต่สวนอาจไม่ตลอด แต่ก็ได้ชมเป็นส่วนใหญ่ ผู้ร้องหาเหตุผลไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย กลับเป็นผู้ถูกร้องที่หัวหมอกว่าเยอะ เลยคิดไว้แล้วว่า ไม่มีการยุบพรรคหรอก แต่อาจห้ามไม่ให้ดำเนินการวาระ 3 ต่อ เพราะหากมี สสร. ขึ้นมาแล้ว จะเข้าข่ายยกเลิก รธน.50 ทั้งฉบับได้

1. เหตุผลที่ศาลยกคำร้องเพราะเหตุยังไม่เกิด ฝ่ายผู้ถูกร้องสู้คดีว่า การดำเนินการเพิ่งผ่านวาระ 2 เอง ยังไม่เข้าวาระ 3 เลย และถึงจะมีวาระ 3
ก็ไม่ได้ยืนยันว่า สภาจะเห็นชอบ เรื่องนี้อาจตกไปก็ได้นั่นเพราะเหตุยังไม่เกิดไง ศาลเลยพิจารณาว่า เป็นการคาดการณ์ของผู้ร้องเอง เหตุยังไม่เกิด

2. ที่บอกว่าลงมติวาระ 3 ก็ได้แต่สภาต้องรับผิดชอบนั้น หมายความว่า ศาลไม่มีอำนาจไปห้ามสภาได้ เห็นได้จากการเลี่ยงวลีตอนรับเรื่องแล้วให้ชะลอการลงมติวาระ 3 ศาลก็ชี้แจงแล้วว่าเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบ ไม่ได้สั่ง เพราะศาลไม่มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว สภาจะทำตามหรือไม่ก็ได้
แต่สภาก็เลือกแล้วที่จะทำตาม (เพราะกลัวว่าหากทำไปแล้วอาจเกิดความผิดขึ้นมาได้หรือเปล่า)

3. ตอนนี้เหตุยังไม่เกิด เพราะ สสร. ก็ยังไม่เกิด ศาลเลยบอกว่า จะทำอะไรก็ทำ แต่ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง และผู้ร้องมีสิทธิร้องอีกได้หากเหตุเกิดแล้ว

*** ผมย้ำอีกครั้งว่า ***

ประเด็นของคดีนี้ คือ มาตรา 68 ไม่ใช่ มาตรา 291 ศาลจึงไม่มีอำนาจไปก้าวล่วงว่า มาตรา 291 แก้ไขอย่างไร

ขนาดสมัยประชาธิปัตย์แก้รัฐธรรมนูญทีละมาตรา แล้วเพื่อไทยนำไปร้องศาลตาม มาตา 154 ศาลยังปฏิเสธคำร้องเพื่อไทย บอกว่า มาตรา 291 เป็น "เรื่องเฉพาะ" ที่สภาต้องดำเนินการสามวาระ ศาลไม่เข้าไปก้าวล่วง

มาตรา 291 กำหนดว่า เมื่อพ้น 15 วันหลังลงมติวาระ 2 ไปแล้ว สภามี "หน้าที่ตามกฎหมาย" ต้องเดินต่อไปยัง วาระ 3

ดังนั้น เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่า คดีนี้ไม่ขัด มาตรา 68 รัฐสภาต้องเดินหน้าต่อวาระสามตามที่ มาตรา 291 กำหนดไว้ รัฐสภาจะนำ 'ข้อเสนอแนะ' หรือ 'คำแนะนำ' มาถือเป็นคำวินิจฉัยไม่ได้

และหากประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะหลงตามศาลจนแตกเสียงกันว่า จะเดินหน้าวาระ 3 หรือไม่ ก็จะน่าเสียดาย

ส่วนถ้าสภาเดินต่อวาระ 3 แล้วมีคนไปฟ้องซ้ำว่าขัดมาตรา 68 ศาลก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่า ที่บอกว่า มาตรา 291 แก้ได้อย่างนั้นอย่างนี้ เป็น "ความเห็น" ของศาล แต่ไม่ใช่ "คำวินิจฉัย"


เพราะคำวินิจฉัย วันศุกร์ที่ 13 นี้ มีผูกพันเพียงประการเดียว คือ "ยกคำร้อง" !

อีกรอบจ้าา ศาลท่านแนะนำเพื่อให้การร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับถูกต้อง(ท่านใช้ว่าควรจะ) เพราะศาล รธน. มีหน้าที่ดูแลการใช้กฎหมายให้ถูกตามที่ รธน. บัญญัติ
และขอย้ำว่าท่านไม่ได้สั่ง สภาจะทำตามหรือไม่ทำตามก็เป็นสิทธิของสภา แต่หากทำการใดแล้วผิดหลัก รธน. ท่านตั้งรับผิดชอบทุกการกระทำของตัวท่านเอง จบข่าว

http://www.facebook....151024201229707


In Topic: รธน 50 มาจากเผด็จการ สมควรแก้ไข

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 21:17

แน่นอนว่า รธน.50 มีหลายมาตราที่น่าแก้ไข ( เพื่อให้ถูกต้องตามหลักสากล และไม่ถูกครหา )

เราคนนึงตอนนั้น ที่ลงคะแนน รับ รธน.50 และขอสารรูปตามตรงว่า ไม่ได้อ่าน รธน. เลย สักมาตราเดียว

ความคิดตอนนั้น เพียงแค่ ขุ่นเคืองในใจ ที่เห็นคนเผาวัด เผาโรงเรียน ประท้วงการปฏิวัติ ( เพียงแค่มีคนปล่อยข่าวเรื่องจะยุบ "อมทุกบาททุกสตางค์"

ก็เลยรับ รธน.50 ไปซะ เพราะตอนปฏิวัติเราไม่ได้เดือนร้อนอะไรเลย ใช้ชีวิตปกติสุขดีทุกอย่าง

แต่ความจริงก็คือความจริง เป็นเรื่องธรรมดาที่พอปฏิวัติเสร็จ คณะปฏิวัติย่อมต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง

ดังเช่นปรากฎใน รธน.50 บางมาตราที่บอกว่า การปฏิวัติในปี 49 และก่อนหน้านั้น ไม่ถือว่าเป็นความผิด

มาตราเหล่านี้ย่อมแก้ได้ให้เป็นไปตามหลักสากล ที่เป็นประชาธิปไตย

แต่เรามองเสาเหตุที่เขาพยายามจะยกเลิกท้ังฉบับ แล้วเขียนขึ้นใหม่หรือยังว่าเพราะอะไร

In Topic: คน 4 จำพวกในโลกนี้ ท่านเป็นคนพวกไหน?

28 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 18:59

รู้ในสิ่งที่รู้

แต่สิ่งที่ไม่รู้ จะไปรู้ได้ไง ก็ "ไม่รู้นี่"

ที่สำคัญ ไม่รู้ ก็ต้องหาคำตอบ (ที่จริง)

In Topic: พรบ ปรองดอง กับ นาซ่าเช่าอู่ตะเภา อันไหนสำคัญกว่าครับ

28 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 18:57

ปกติย่อมต้องพิจารณาศึกนอกก่อนอันดับแรก ศึกในค่อยว่ากันทีหลัง

มาสำรวจอากาศเฉยๆ ก็เปิดเผยทุกอย่าง ตีแผ่ให้ทุกคนในประเทศรู้ไปเลย

ไม่ใช่มาทำลับๆล่อๆ ถามอะไรไปก็อ้ำๆอึ้งๆ ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง แถบ้าง รู้ไม่จริงก็เท่านั้น

อยู่เฉยๆก็บริหารประเทศได้ดีตามปกติอยู่แล้ว ดัน พ.ร.บ.ปรองดอง ให้คนแห่ด่าทำไม (ถ้าไม่มีวัตถุประสงค์อื่น)