Jump to content


ยิงเเม่งเลย

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 กรกฎาคม 2555
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: ส่วนตัว
-----

Topics I've Started

คลิปเสียง “ปลอด” ด่า “ม็อบ” เป็น “ขยะ”

14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 08:29

  ปลอดประสพ เอาจริง! สั่งจับหมด หากมีม็อบมาป่วนการประชุมผู้นำด้านน้ำเอเชีย-แปซิฟิก ลั่น ไม่เจรจา มีแต่จัดคุกไว้ให้ กระตุ้นคนเชียงใหม่ไม่ควรปล่อยม็อบที่เหมือนขยะมาเกะกะ

 

http://hilight.kapook.com/view/85922

 


ผลวิจัยระบุ ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กระทบเอสเอ็มอีรายย่อยอาจปิดตัว 80,000 ราย

31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 13:33

ผลวิจัยระบุ ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กระทบเอสเอ็มอีรายย่อยอาจปิดตัว 80,000 ราย
Tue, 31/07/2012 - 12:31


Posted Image



ผลวิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า 100 วัน หลังขึ้นค่าแรง 300 บาท 7 จังหวัด พบว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ เอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ยังรับมือได้ แต่รายเล็กมีแนวโน้มปิดกิจการกว่า 80,000 ราย ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ส่งสัญญาณเตรียมย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านกลางปีหน้า หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ


3 เดือนเศษ หลังขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และภูเก็ต ทำให้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ ได้รับผลกระทบชัดเจน และหากปรับเป็น 300 บาททั่วประเทศก็มีแนวโน้มจะลดขนาดโรงงานในอีสานแล้วย้ายไปประเทศเพื่อนบ้าน

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ปัญหาแรงงานที่ต้องเผชิญในปีหน้า คือการย้ายถิ่นฐานมายังเมืองใหญ่มากขึ้น เพราะโรงงานในจังหวัดเล็กๆ จะปิดตัว โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ เอสเอ็มอี ที่คาดว่าจะปิดตัว 80,000 -130,000 ราย และอีก 40,000 - 50,000 ราย สถานการณ์น่าเป็นห่วง

ขณะที่ผลสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 7 จังหวัดนำร่อง หลังขึ้นค่าแรงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.พบว่าร้อยละ 87 ได้รับผลกระทบ แม้ว่าส่วนใหญ่ระบุว่ารับมือกับผลกระทบได้ แต่ก็มีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 17 ซึ่งสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่ต้นทุนเพิ่มมากที่สุด รองลงมาคือกรุงเทพ และปทุมธานี ส่วนวิธีที่ผู้ประกอบการเกือบครึ่งหนึ่งนำมาใช้ปรับตัวคือ ขึ้นราคาสินค้า ลดพนักงาน และลดปริมาณการผลิต



http://t.co/54Gd7Nfo

ก.ต่างประเทศนิการากัว ถอดชื่อ “แม้ว” จากโผนักลงทุน ร่วมสร้างคลองเดินเรือยักษ์ 9.5 แสนล้าน

30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 20:49

ฉลองวันเกิด! ก.ต่างประเทศนิการากัว ถอดชื่อ “แม้ว” จากโผนักลงทุน ร่วมสร้างคลองเดินเรือยักษ์ 9.5 แสนล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
26 กรกฎาคม 2555 16:12 น.

Posted Image
Posted Image


ประธานาธิบดีออร์เตกากับทักษิณความสัมพันธ์ร้าวฉาน?


เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐนิการากัว ตัดชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีทุจริตในต่างแดน ออกจากรายชื่อนักลงทุนในโครงการ “เมกะโปรเจ็กต์” ขุด “คลองนิการากัว” มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 950,395ล้านบาท) ถือเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลนิการากัวอาจเริ่มไม่ปลื้ม และอาจมีการยกเลิกหนังสือเดินทางที่มอบให้อดีตผู้นำรัฐบาลไทยรายนี้ตั้งแต่เมื่อช่วงปี 2009

รายงานข่าวจากกรุงมานากัว เมืองหลวงของนิการากัวระบุว่า นายมานูเอล โกโรเนล เคาต์ซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐนิการากัว ออกมาเปิดเผยรายชื่อนักลงทุนต่างประเทศที่เตรียมเข้ามาร่วมลงทุนกับทางรัฐบาลเพื่อสร้างเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศสายใหม่ คือ คลองนิการากัวความยาว 200 กิโลเมตรเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าด้วยกัน หวังเป็นคู่แข่งกับ “คลองปานามา” ที่อยู่ในประเทศปานามา เพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอเมริกากลาง

โดยทางกระทรวงต่างประเทศนิการากัวไม่ใส่ชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเข้าไปด้วย ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา ซาเบดราให้ทำหน้าที่ “ทูตพิเศษด้านการลงทุน” ของรัฐบาลนิการากัวมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2009 หลังจากมีการออกหนังสือเดินทางนิการากัวให้ในเดือนมกราคมปีเดียวกัน

“มหามิตรของเราจากรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน บราซิล เวเนซุเอลา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ได้แสดงถึงความจริงใจต่อชาวนิการากัว และจะได้รับโอกาสเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐบาลของเรา ในการผลักดันโครงการสร้างคลองนิการากัวให้กลายเป็นความจริง” มานูเอล โกโรเนล เคาต์ซ กล่าวที่เมืองหลวง โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อนักธุรกิจจาก 6ประเทศดังกล่าวว่ามีใครบ้าง

ท่าทีล่าสุดของกระทรวงต่างประเทศนิการากัวทำให้หลายฝ่ายรวมถึงเปโดร โฆอากิง ชามอร์โร สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่พ.ต.ท.ทักษิณอาจกระทำการบางอย่างซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประธานาธิบดีออร์เตกา วัย 66ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยรายนี้เป็น “ชาวต่างชาติ”ที่ออร์เตกาไว้วางใจมากที่สุดถึงขั้นมอบตำแหน่ง เอกอัครราชทูตด้านการลงทุน ให้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลนิการากัวคาดหวังว่าหากโครงการขุดคลองนิการากัวแล้วเสร็จ และสามารถเปิดใช้บริการได้นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2019 เป็นต้นไป จะช่วยนำเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าประเทศ และจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนิการากัวกว่า 5.9 ล้านคนทั่วประเทศดีขึ้นกว่าในขณะนี้ ซึ่งราวครึ่งหนึ่งมีฐานะยากจน ขณะที่สมาชิกรัฐสภานิการากัวซึ่งมีกลุ่มการเมือง “ซานดินิสตา” ของออร์เตกาครองเสียงข้างมาก ก็ได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการขุดคลองดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายไปเมื่อไม่นานมานี้

http://www.manager.c...D=9550000092016