Jump to content


GreenTea

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 5 เมษายน 2556
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2556 11:22
-----

Topics I've Started

ใครว่าปตทขูดรีดคนไทย แล้วใครควรรับภาระตลาดโลก?

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:54

ข่าวต่างๆนานาที่ออกสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่พาดพิงถึงเรื่องปตทขูดรีดคนไทยนั้น มีกระแสข่าวที่ค่อนข้างรุนแรงและเป็นแง่ลบของ ปตท เสียส่วนมาก ทั้งในเรื่องปตท โก่งราคาน้ำมัน บางคนกล่าวไว้ว่า ปตท คือ ปล้นตลอดทางด้วยซ้ำ และผู้คนส่วนมากเลือกที่จะเสพข่าวในแง่ลบมากกว่า การนำบทความของ ปตท มาบอกกล่าวในวันนี้ ไม่ได้อยากจะสวนกระแสหรืออะไร แค่อยากให้ลองเปิดใจ ทำใจเป็นกลางและลองอ่านดู ว่าจริงๆแล้ว ปตทขูดรีดคนไทยจริงๆหรือเปล่า

 

จริงอยู่ที่ก๊าซฯ ธรรมชาติที่ใช้ในโรงแยกก๊าซฯ นั้นได้มาจากอ่าวไทย แต่ก็ต้องยอมรับกันด้วยว่าคงจะไม่มีใครตัดสินใจสร้างโรงแยกก๊าซฯ หากรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้นจะถูกควบคุมราคาขาย ให้ต่ำกว่าต้นทุน เพราะจากศึกษาของกระทรวงพลังงานที่ได้ให้บริษัท Deloitte ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำมาศึกษาต้นทุนของ LPG พบว่าประมาณการต้นทุนราคา LPG ปี 2553 อยู่ที่ 450 เหรียญ/ตัน ในขณะที่รัฐบาลควบคุมราคาจำหน่ายหน้าโรงแยกก๊าซฯ ให้อยู่ที่ 333 เหรียญฯ/ตัน มาเป็นเวลานาน ทำให้ภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรมได้ใช้ LPG ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ไม่ว่าผลิตจากโรงกลั่นหรือจากโรงแยกก๊าซฯ โดยผู้ผลิตต้องเป็นผู้แบกรับภาระดังกล่าว

 

ต่างกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นกิจการที่มีการแข่งขันอย่างเสรี ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเจรจาต่อรอง และกำหนดราคาซื้อขายวัตถุดิบ LPG ระหว่างกันได้โดยไม่มีการควบคุม อุดหนุนหรือแทรกแซงราคาจากภาครัฐ ดังนั้นในวันที่ LPG ขาดแคลน และต้องมีการนำเข้าเราไม่ควรส่งภาระดังกล่าวให้กลุ่มที่ไม่เคยได้รับการอุดหนุนมาก่อน อย่างไรก็ตามการค่อยๆ ปล่อยกลไกตลาดทำหน้าที่จะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ในอนาคตลดลงจากความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน

 

แต่มันก็น่าคิดนะว่า...รัฐยังถือหุ้นใหญ่ “บมจ.ปตท.” แท้ๆทำไมยอมให้เกิดปัญหาแบบนี้ได้

• รัฐไม่เคยปล่อยให้เอกชน หรือหน่วยงานใดดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือเอาเปรียบประชาชน ในทางกลับกันรัฐมีหน้าที่ดูแลให้ราคาพลังงานให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เป็นธรรม โดยรัฐได้ใช้ ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจเป็นกลไกในการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงาน เช่น ประชาชนชาวไทยได้ใช้ LPG ถูกกว่าราคาตลาดโลก จากการควบคุมราคาของรัฐบาลมาตลอดเป็นเวลากว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2538

• ไม่จริงเลยที่บอกว่าประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยจากการที่ ปตท. มีผลการดำเนินงานที่มีผลกำไร เพราะแค่ย้อนหลังไป 10 ปี (หลังจากที่ปตท. แปรรูปตั้งแต่ปี 2544 - 2554) รัฐบาลได้รับเงินจาก ปตท. ทั้งในรูปแบบของภาษีและเงินปันผลกว่า 462,403 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวรัฐบาลได้นำไปพัฒนาประเทศ ซึ่งเกิดผลประโยชน์ตกกับประชาชนทุกคน

• กิจการพลังงานเป็นธุรกิจที่เปิดเสรี ที่กลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาดโลกเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมัน โดยมีกฎหมายและหน่วยงานที่ติดตามกำกับดูแลธุรกิจพลังงาน เพื่อรักษาความเป็นธรรมด้านราคาและความปลอดภัยของประชาชนมีหลายหน่วยงาน เช่น

 

newpost09052013_1.jpg

 

 

หรือว่าต้องทนให้ปตท โกงคนไทยต่อไป?

• เนื่องจากภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท. ดังนั้นจึงส่งผู้แทนไปเป็นคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลชี้แนะการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ และผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวกับบริษัททั่วไปที่จะต้องมีผู้ถือหุ้นใหญ่เข้าไปเป็นกรรมการ

 

ปตท. เป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ ปตท. ต้องดำเนินกิจการภายใต้ถือหุ้นพ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ออกโดยตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางในการคัดเลือก แต่งตั้ง บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม รวมทั้งแนวทางการพิจารณาค่าตอบแทนคณะกรรมการอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมครัฐ) ไม่เข้ามาดูแลทรัพย์สินแล

 

• ทั้งนี้ ค่าตอบแทนกรรมการ ปตท. ยังต่ำกว่าบริษัทอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ในประเทศโดยทั่วไป

 

 

newpost09052013.jpg

 

 

สรุปได้ง่ายๆคือ เราทุกคนควรจะยอมรับในเรื่องราคาน้ำมัน ว่าทำไมถึงแพง ไม่มีใครอยากใช้ของแพง แต่ก็ต้องเข้าใจกลไกราคาน้ำมันตลาดโลกด้วย ไม่ใช่ว่า 10-20 ปีที่แล้วเคยใช้อยู่ลิตรละ 10 บาท ปัจจุบันก็ยังจะใช้ลิตรละ 10 บาทเท่าเดิม โลกมีการเปลี่ยนแปลง หมุนเวียนเดินหน้าพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทรัพยากรที่เคยมีมากจนเหลือใช้ กลับกลายเป็นร่อยหรอลงทุกวัน ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าที่น้ำมันแพงเพราะทรัพยากรไม่เพียงพอต่อความต้องการ อยากให้น้ำมันถูกลง เรามาช่วยกันประหยัดพลังงาน ประหยัดทรัพยากรดีกว่าไหม? ประเทศไทยจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข


ภาษีคนไทย – กำไรเอกชน ปตท เป็นโจรปล้นชาติ จริงหรือ?

2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 19:24

วิพากย์วิจารณ์กันต่างๆนานา ว่าจริงๆแล้วปตท นั้นมาเก็บค่าท่อนำก๊าซกับประชาชนก็เพื่อหวังกำไร การลงทุนทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องหวังกำไร ปตท ก็เช่นกันเพราะปตท ก็คือธรุกิจค้าน้ำมัน อีกทั้งทำไมปตท ต้องขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีด้วยล่ะ ทั้งๆที่ตอนแรกก็ถูกดีอยู่แล้ว? แล้วในเมื่อประเทศไทยก็ผลิตก๊าซ LPG เองได้ แล้วจะนำเข้ามาอีกทำไม?

• ปตท. ไม่ได้นำทรัพย์สินของรัฐไปหาประโยชน์จากการจ่ายค่าเช่าท่อให้รัฐถูกๆ แล้วคิดค่าท่อกับประชาชนแพงๆ รายได้จากค่าผ่านท่อที่ปรับเพิ่มขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายคืนค่าเช่า 1,335 ล้านบาท และ ปตท. ไม่ได้นำค่าเช่าดังกล่าวมาคำนวณเป็นค่าผ่านท่อ แต่เป็นภาระที่ ปตท. รับไว้แต่เพียงผู้เดียว

• รายได้ค่าผ่านท่อที่เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาทเป็นรายได้จากการลงทุนขยายท่อส่งก๊าซฯ ระบบใหม่ และลงทุนเพิ่มในการบำรุงรักษาท่อปัจจุบันให้มีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 15 ปี รายได้ในส่วนนี้ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นจากการลงทุนระบบท่อใหม่และการบำรุงรักษาเพิ่มอีก และที่สำคัญรายได้ส่วนนี้คิดเป็นเพียง 1% ของเงินลงทุนที่ ปตท. ลงไปเท่านั้น

 

ปตท ขูดรีดคนไทย แล้วทำไมเราคนไทยแท้ๆ ไม่เห็นเคยรู้เรื่องนี้เลยล่ะ

ปตท จะขูดรีดคนไทยได้ยังไง ในเมื่อหลักการคำนวณราคาก๊าซฯ และค่าผ่านท่อได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และได้เผยแพร่เป็นประกาศโดย กพช. ใน Website สนพ. ตั้งแต่ 2544 รวมทั้งประกาศดังกล่าวได้แนบไว้ในหนังสือชี้ชวนขายหุ้นสามัญ ปตท. เพื่อให้นักลงทุนทราบ

 

• ดังนั้นไม่มีการรวบรัดจัดทำคู่มือการคำนวณดังกล่าวตามที่กล่าวอ้าง โดยคู่มือเป็นเพียงการระบุให้ลดผลตอบแทน การลงทุนจาก 16% เป็น 12.5% ตามมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ค่าผ่านท่อใหม่ปรับลดลงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งคู่มือมีการเผยแพร่ใน Website เช่นกัน ไม่มีการปิดบังหรือเป็นยุทธการปล้น ปตทแต่ประการใด

 

เหตุที่ต้องขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี อย่างนี้ก็เป็นกลโกงปตทน่ะสิ

• เป็นเรื่องจริงที่ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลน  LPG!! สาเหตุจากปริมาณการใช้ LPG ของภาคครัวเรือน ภาคขนส่งภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการควบคุมราคา LPG ไว้ต่ำกว่าราคาตลาดโลก และต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นเป็นระยะเวลานานมากว่า 30 ปี เป็นภาระต่อกองทุนน้ำมันจำนวนนับหลายแสนล้านบาท

 

• อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2523 ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้มีการนำก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และก่อประโยชน์ได้มากกว่าการนำก๊าซธรรมชาติที่มีคุณค่าไปเผาเป็นเชื้อเพลิง โดยที่ราคาจำหน่ายก๊าซ LPG เป็นวัตถุดิบให้ภาคปิโตรเคมีเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่เคยได้รับการอุดหนุนหรือชดเชยจากภาครัฐนับตั้งแต่อดีต

 

• หากย้อนไปในปี 2538 นอกจากไทยจะไม่จำเป็นต้องนำเข้าก๊าซ LPG แล้ว ยังเคยเป็นผู้ส่งออก LPG ติดต่อกันถึง 13 ปีตั้งแต่ปี 2538–2550 แต่เมื่อความต้องการใช้ LPG ภายในประเทศไม่เพียงพอและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไทยจึงกลายเป็นผู้นำเข้า LPG ตั้งแต่เมษายน ปี 2551 เป็นต้นมา โดยในปี 2554 ไทยมีปริมาณการผลิตก๊าซฯ LPG ประมาณ 5 ล้านตัน/ปี ในขณะที่มีปริมาณการใช้สูงถึงเกือบ 6.5 ล้านตัน/ปี

 

• ที่สำคัญก็คือผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ผลิตได้สามารถนำไปต่อยอดเป็นวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีก

มากมาย ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน และลดภาระการนำเข้าให้กับประเทศ เป็นการช่วยสร้างงานกว่า 300,000 คน และสร้างรายได้ให้ประชาชน และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างมากจนถึงทุกวันนี้

 

• ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือการที่ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง ช่วยให้บริษัทผลิตรถยนต์ที่คิดจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นทำได้ยาก เพราะอุตสาหกรรมต่อเนื่องในกลุ่มยานยนต์ของไทยที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นวัตถุดิบนั้นแข็งแกร่งตลอดสายโซ่การผลิตซึ่งการจะสร้างให้เป็นเช่นนี้ได้ต้องใช้เวลา และต้องมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เข้มแข็ง

 

newpost02052013.jpg

 

 

สรุปว่าการที่ประเทศไทยนำก๊าซ LPG มาเป็นวัตถุดิบให้แก่ภาคปิโตรเคมีนั้น เป็นรากฐานที่ดีของทุกฝ่าย ทั้งช่วยผลักดันให้สร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชน ยังเป็นการสร้างรายได้ในภาคปิโตรเคมีให้แก่ประเทศอีกด้วย สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้ ไม่ใช่มานั่งเถียงกันว่าใครผิดหรือถูก แต่ควรช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป ไม่สามารถหามาทดแทนได้ในระยะเวลาสั้นๆ


ทำไมคนไทยใช้น้ำมันแพง ทั้งๆที่เราเป็นถึงเจ้าของบ่อน้ำมันตั้งหลายบ่อ?

5 เมษายน พ.ศ. 2556 - 16:29

PTT01.jpg

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคนไทยใช้น้ำมันแพง เป็นเพราะ ปตท. โก่งราคาน้ำมันรึเปล่า? ก็ในเมื่อประเทศไทยก็เป็นเจ้าของบ่อน้ำมันตั้งหลายบ่อ รายได้เข้าประเทศก็ดี เราก็น่าจะเติมน้ำมัน “ถูก” สิ

 

  • ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วทำไมประเทศไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบ?

คำตอบคือก็เพราะว่าน้ำมันดิบที่เราผลิตได้ในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น่ะสิ

 

  • ประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้เพียง 140,000 บาร์เรล/วัน หรือ 23 ล้านลิตร/วัน แต่เรามีความต้องการใช้ถึง 900,000 บาร์เรล/วัน หรือ 143 ล้านลิตร/วัน  นั่นแสดงว่าเรามีความจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบ 800,000 บาร์เรล/วัน หรือ 127 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ อย่างนี้แล้วจะให้เราใช้น้ำมันถูกได้อย่างไร ในเมื่อเรายังต้องนำเข้าน้ำมันดิบ

 

  • น้ำมันดิบที่ประเทศไทยนำเข้ากว่า 80% มาจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้น ทำไมคนไทยใช้น้ำมันแพง ก็เพราะราคาที่ใช้ในการ ซื้อ-ขาย เป็นราคาที่ถูกกำหนดโดยกลไกในตลาด นั่นคือ อุปสงค์และอุปทานของทั้งโลกนั่นเอง

 

  • โรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบมาในราคาตลาดโลก เวลาขายก็ใช้ราคาตลาดโลกเช่นกัน โดยตลาดกลางซื้อขายน้ำมันที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด และเป็นศูนย์กลางการซื้อขายในภูมิภาคเอเชียก็คือตลาดสิงคโปร์ โดยราคาที่ซื้อขายกันในตลาดสิงคโปร์สะท้อนมาจากอุปสงค์-อุปทานของผู้บริโภค

-          ไม่ใช่ ราคา ณ โรงกลั่นสิงคโปร์

-          ไม่ใช่ ราคาขายปลีกสิงคโปร์

-          ไม่ใช่ ราคาที่รัฐบาลสิงคโปร์กำหนด

 

  • ถ้าหากประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นน้ำมันเอง ประเทศไทยก็ต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งต้องบวกค่ากลั่นและค่าดำเนินการราคาก็จะแพงกว่าน้ำมันดิบ ทำให้ประเทศต้องเสียเงินตราต่างประเทศมากขึ้น แถมยังต้องพึ่งพาต่างชาติล้วนๆ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ดี ดังนั้น การมีโรงกลั่นจึงเป็นการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาต่างชาติ

 

สรุปง่ายๆ คนไทยใช้น้ำมันแพงเพราะคนไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพราะปริมาณน้ำมันดิบที่มีอยู่ในประเทศไทยไม่เพียงพอต่อการบริโภคของคนไทย และอีกอย่างกลไกราคาน้ำมัน ที่ใช้ในการ ซื้อ-ขาย เป็นราคาที่ถูกกำหนดโดยกลไกในตลาดโดยตลาดกลางซื้อขายน้ำมันที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด และเป็นศูนย์กลางการซื้อขายในภูมิภาคเอเชียก็คือตลาดสิงคโปร์ แล้วก็ถูกนำมาคำนวนบวกภาษีสรรพสามิต,ภาษีเทศบาล,กองทุนน้ำมัน, VAT ฯลฯ จึงออกมาเป็นราคาน้ำมันที่ประชาชนคนไทยต้องจ่ายอยู่ทุกวันนี้