Jump to content


rakchart thai

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 20 พฤษภาคม 2553
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 13 กรกฎาคม 2555 14:11
-----

Topics I've Started

ตกลงประเทศไทยเรายังบังคับใช้กฎหมายกันได้หรือเปล่าครับ

18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:33

พอดีไปเจอกระทู้นี้ในพันดิ็บ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเลยขอมาตอบไว้ที่นี่ละกัน เผื่อสมาชิกท่านอื่นมีความคิดเห็นต่าง ..
http://www.pantip.co...NE11348596.html

Posted Image ตกลงประเทศไทยเรายังบังคับใช้กฎหมายกันได้หรือเปล่าครับ Posted Image Posted Image Posted Image Posted Image
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้อยู่เมืองไทยครับ ก็รับรู้ข่าวสารผ่านทางสื่อโลกอินเทอร์เน็ตบ้าง ถามที่บ้านบ้าง ดูทีวีบ้าง

ผม สงสัยว่า ในเมื่อรัฐบาลก็ประกาศแล้วว่า จะไม่มีการรื้อคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะบิ๊กแบ๊ก ถึงกับส่งตำรวจเข้าไปดูแล สุดท้ายชาวบ้านก็มารื้อ (ต้องบอกว่า ทำลาย เพราะในภาพคือ ใช้มีดกรีดถุงทิ้งเลยทีเดียว) จนได้ โดยที่ตำรวจก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่า แล้วจะมีตำรวจไว้ทำไมในเมื่อทำอะไรไม่ได้

เห็นเวลาบ้านเมืองมีปัญหา ทีไร ตำรวจก็ไม่เห็นจะกล้าบังคับใช้กฎหมายจริงจังสักที โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติอย่างนี้ บ้านเมืองควรจะไปในทางเดียวกัน คือ ถ้านายกประกาศว่า ไม่ ก็คือ ไม่ บอกว่า ได้ ก็คือ ได้
อย่างนี้ภาพลักษณ์ของประเทศก็จะดีขึ้นมาก

ตอน นี้โดนพวกเพื่อนต่างชาติ มันชอบพูดกระแนะกระแหนว่า บ้านเมืองนายนี่ป่าเถื่อนจริงนะ เดี๋ยวเผาประเทศ เดี๋ยวรื้อคันกั้นน้ำ มันบอกว่า ประเทศนายไม่เข้าใจคำว่า ประชาธิปไตย ว่า ไม่ได้หมายถึง คนมากกว่าแล้วทำอะไรก็ได้ (ผมยังคิดไม่ออกว่า จะตอบโต้มันยังไงดี )

ใคร ที่เข้าไปรื้อ หรือใครที่รู้เรื่องจริงๆ ช่วยบอกผมหน่อย ว่า เหตุการณ์บ้านเมืองเราเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วสรุปว่า น้ำจะลดเมือไหร่ แล้วมันเป็นการเล่นการเมืองของพวก ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยจริงหรือ แล้วบ้าหรือเปล่าที่การเมืองทะเลาะกัน แล้วเอาความทุกข์ของประชาชนเป็นเครื่้องมือต่อรอง

เพื่อนคนไทยบอกว่า น้ำท่วมไม่ใช่การเมือง เพราะน้ำมันเยอะจริง แต่น้ำขังนี่การเมืองของแท้
จากคุณ : G.T.S. Posted Image Posted Image เขียนเมื่อ : 18 พ.ย. 54 10:17:55 Posted Image ถูกใจ : GunOtA, simseng


เราจะบังคับใช้กฏหมายได้ยังไง ก็ต่อเมื่อเรามีรัฐบาลที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับกฏหมายเลย ..
และยังสนับสนุน การใช้กฏหมู่มากดดันทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ ... ไม่เว้นแม้แต่เบื้องสูง ..

สมควรแล้วที่คนต่างชาติจะดูถูกเอา ...

“น้ำล้างแผ่นดินได้ แต่ล้างความชั่วของคนไม่ได้”

6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:25

http://www.bloggang....p=142&gblog=206

รศ.ศรีศักร วิพากษ์น้ำท่วม “น้ำล้างแผ่นดินได้ แต่ล้างความชั่วของคนไม่ได้”



Posted Image

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม




เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่น้ำเริ่มเข้าท่วมพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย และไหลต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งมายังกรุงเทพมหานคร จนในขณะนี้เมืองหลวงของประเทศหรือกรุงเทพฯ เหลือพื้นที่แห้งอยู่อีกไม่มากนัก เพราะส่วนที่เหลือได้ถูกสายน้ำเข้าไปจับจองพื้นที่ไว้เป็นที่เรียบร้อย

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา ผู้ผ่านประสบการณ์น้ำท่วมกรุงมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2485 ได้มาบอกเล่าความรู้สึก ความคิดเห็น ต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้

"ช่วงปี 2485 ผมอายุ 4 ขวบ ตอนนั้นผมอยู่แถวๆ บางลำพู แถวตรอกบวรรังษี น้ำท่วมจนพ่อต้องต่อเรือบดเล็กๆ ไปทำงาน กรุงเทพฯ ก็ท่วมกันหมด รู้สึกว่าคนก็สนุกกันดี ผมก็ยังเล่นน้ำสนุก สมัยนั้นคนไม่เป็นโรคกลัวน้ำ ตอนนั้นน้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ แต่ท่วมแบบไม่มีสิ่งกีดกั้น น้ำมาแล้วก็ไป แล้วก็เป็นน้ำสะอาด สนุกจะตายไป เพราะถิ่นฐานของกรุงเทพฯ มันอยู่กับน้ำ"

"ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราสร้างถนนขึ้นมาหลายสาย แต่เราก็ยังอยู่กับน้ำ กรุงเทพมีคลองสานไปสานมาตลอด มีการระบายน้ำออกระบายน้ำเข้า เมื่อน้ำมาแล้วมันก็ไป แต่ตอนนี้ที่น้ำไม่ไปเพราะบ้านเมืองเราเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมอุตสาหกรรม เราทำทุกอย่างขวางทางน้ำทั้งนั้น พูดง่ายๆ ว่ารัฐบาลห่วยมาหลายรัฐบาลแล้ว เห็นพื้นที่เศรษฐกิจดีกว่าพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน" รศ.ศรีศักร กล่าว

รศ.ศรีศักร ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเมือง ที่มีผลทำให้น้ำท่วมหนักขึ้นว่า "การเปลี่ยนแปลงของเมืองมีผลมาก ต้องท้าวความไปถึงสมัยจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นช่วงที่เปลี่ยนจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม ในยุคนั้นมีการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานไปยังแหล่งทรัพยากรต่างๆ

โดย ไม่คำนึงถึงพื้นที่เกษตรกรรม อะไรเข้าถึงทรัพยากรได้ก็ทำ อย่างพื้นที่ที่เสียหายมากๆ ที่นิคมโรจนะ ที่นั่นเป็นพื้นที่รับน้ำ เป็นท้องทุ่งของอำเภออุทัย แต่คนดันไปสร้างนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมที่นวนคร ลาดกระบัง มันเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งนั้น ทางซีกตะวันออกของกรุงเทพฯ ก็พื้นที่รับน้ำทั้งนั้นเลย มันเอาความเป็นทุนนิยมเข้าไปใส่ ละเมิดพื้นที่ของน้ำ ก็เจอน้ำท่วมน่ะสิ"

"สมัยโบราณที่เขาสร้างบ้านแปงเมือง ตั้งแต่โคราชลงมาถึงกรุงเทพมีลำน้ำลำคลองแยกแตกแขนงเป็นเหมือนซี่โครงเลย เพราะเขาจะระบายน้ำออกท้องทุ่งโดยเฉพาะทางด้านตะวันออกของกรุงเทพ คลองเชียงรากเป็นคลองแรกที่ระบายน้ำออกมา พอถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงสั่งให้ขุดคลองระพีพัฒน์เชื่อมเพื่อจะเทน้ำออกทางตะวันออก

อัน นั้นสำคัญที่สุด และตอนที่เกิดน้ำท่วมปีนี้ เมื่อคลองเชียงรากแตก ก็กะจะผันน้ำออกคลองระพีพัฒน์ แต่มันไปไม่ได้เพราะติดพื้นที่อุตสาหกรรม ส่วนทางคลองรังสิตมาถึงคลองหก คลองพวกนี้ต้องผันน้ำออกไปทางตะวันออกทั้งนั้น แต่ก็ติดพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งนั้นเหมือนกัน

ที่จริงถ้าดูโครงสร้าง สมัยรัชกาลที่ 5 คลองเหล่านี้มันต่อเชื่อมถึงคลองไชยานุชิตที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วไล่น้ำลงแถวๆ คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ เขาทำระบบไว้หมดแล้ว แต่พอไล่น้ำไปไม่ได้เพราะติดพื้นที่อุตสาหกรรม น้ำก็เข้ามากระแทกกรุงเทพฯ กรรมเวรก็ตกมาถึงคนกรุงเทพฯ"


น้ำท่วมครั้งนี้ชาวกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางเดือดร้อนหนัก

เมื่อถามถึงวิธีแก้ปัญหา รศ.ศรีศักร กล่าวว่า "วิธีที่ดีที่สุด ต้องรื้อโครงสร้างใหม่หมดเลย สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะโครงสร้างการปกครองแบบอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพ มันไม่กระจายไปให้ท้องถิ่นดูแล รัฐบาลฉ้อฉล อีกอย่างหนึ่งคือโครงสร้างทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นทุนนิยมเสรีหรือทุนนิยม สามานย์ เน้นทำแต่อุตสาหกรรม

พอน้ำท่วมคราวนี้ทั้งโครงสร้างการ ปกครองและโครงสร้างเศรษฐกิจก็พังหมด แต่ที่พังกว่าคือโครงสร้างสังคม ชาวบ้านรับเละเลย ถามว่าเวลานี้บอกให้คนอพยพๆ เขาจะออกได้ยังไง เพราะเขาต้องระวังสมบัติเขา ถามว่ารัฐบาลดูแลความปลอดภัยหรือเปล่า ตำรวจหายไปไหน

ถ้าเป็นสังคมแบบเมื่อก่อน เวลาน้ำท่วมท้องถิ่นจะดูแลกันเอง หัวหน้าหมู่บ้านจะประชุมลูกบ้าน จะย้ายคนไปที่ตรงไหน จะไม่มาปล้นฆ่าขโมยของกัน เวลามีใครแปลกหน้าเข้ามาในท้องถิ่นเขาจะรู้ แต่ชุมชนแบบนี้ไม่มีแล้วในกรุงเทพ"

นอกจากนั้น ความวุ่นวายหลังน้ำท่วมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าวิตก "หลังน้ำท่วมจะยิ่งหนักกว่านี้ คนจนจะไม่มีที่อยู่อาศัย ที่ดินชาวบ้านก็ไม่มีเพราะนายทุนยึดหมด รัฐบาลก็มุ่งฟื้นอุตสาหกรรม ไม่เคยฟื้นชาวบ้านเลย มีแต่ประชานิยมแจกเงินให้ชาวบ้านไปขอทาน ความเสื่อมของสังคมจะตามมา เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาต้องแก้จากท้องถิ่น

ไม่ ว่าจะเสื้อเหลืองเสื้อแดงไม่ต้องคำนึง แต่ให้ช่วยกันรักษาแผ่นดินเกิดก่อน ทำให้เกิดความรู้สึกสำนึกว่าตรงนี้เป็นแผ่นดินเกิดของเรานะ คนไทยแม้จะหลากหลายเรื่องชาติพันธุ์ก็ตาม แต่เรามีแผ่นดินเกิดร่วมกัน อย่าไปสนใจรัฐบาลที่มันรวบอำนาจ ซื้อเสียงหาเสียง มันเป็นอสูรร้าย รัฐเป็นทรราชย์ คนในสังคมส่วนมากเป็นทรชน แต่คราวนี้ทรชนจมน้ำไปเยอะ"

น้ำท่วมในครั้งนี้ได้นำพาเอาความเดือดร้อนไปทุกๆ ที่ที่เดินทางผ่าน แต่ก็ยังมีจุดดีเล็กๆ ที่ รศ.ศรีศักรกล่าวว่า ให้ถือว่าน้ำได้ชะล้างเอาความสกปรกของแผ่นดินออกไป

"ข้อดีของน้ำท่วมคือมันช่วยล้างมลภาวะ สารพิษต่างๆ ล้างแผ่นดินได้สะอาดขึ้น และทำลายสังคมอุตสาหกรรมยับเยิน เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็มาตั้งตัวเป็นสังคมเกษตรกรรมสิ เลิกอุตสาหกรรมหนักไปเลย หันมาทำสังคมเกษตรด้วยเศรษฐกิจพอเพียง บ้านเรามีความหลากหลายทางชีวภาพมาก เรายังสามารถฟื้นได้ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งของอาหารโลกได้ แต่ไม่ใช่ด้วยเศรษฐกิจแบบทุนนิยม"

"น้ำล้างมลภาวะของบ้านเมืองได้มาก ไล่น้ำเสียออกไป แต่ที่ไล่ไม่ได้คือความชั่วของคน คนสมัยนี้ทำบาปเยอะ ไม่พึ่งศาสนา ไม่มีจริยธรรม น้ำอาจจะล้างแผ่นดินได้สะอาดขึ้น แต่ถ้าล้างความชั่วของคนไม่ได้มันก็กลับสกปรกอย่างเก่า หรืออาจจะแย่กว่าเก่าเสียอีก" รศ.ศรีศักร กล่าวปิดท้าย


ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์


อาทิตยวารสิริสวัสดิ์ค่ะ


เสียงครวญจากฝั่งทน

5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:30

http://www.pantip.co...NE11291231.html

Posted Image ความคิดเห็นที่ 2 <a href="http://www.pantip.co...1291231.html#">Posted Image Posted Image Posted Image
น้ำท่วมครั้งนี้ การเมืองล้วนๆ
การเมืองตั้งแต่สั่งชะลอน้ำจากเขื่อน จนเกินปริมาณกักเก็บ
การเมืองที่ไม่ยอมให้น้ำผ่านพื้นที่ตัวเองเพื่อไปออกท่าจีน ตั้งแต่แรก จนน้ำสะสมที่เจ้าพระยา
การเมืองที่ไม่ยอมให้น้ำผ่านพื้นที่ flood way เพราะตัวเองมีสนามกอล์ฟ และ ทำธุรกิจอยู่แถวนั้น
การเมืองที่เอาน้ำมาออกตะวันตก เพราะเป็นพื้นที่ของฝ่ายค้าน
ฝั่งธนก็ต้องทนรับน้ำกันต่อไป เพราะเขาจะ ฝังอยู่ที่ธนที่แหละ
เห็นชาวบ้านพื้นที่อื่นเขาประท้วงกันหลายที่
ได้ไม่ได้ ยังไงก็มีความช่วยเหลืออะไรเข้ามามั่ง
กำลังคิดเหมือนกันว่ารวมกลุ่มคนธนบุรี บางบัวทอง บางใหญ่ ปทุม รวมไปถึงสมุทรสาคร
ไปปิดทำเนียบเลย อะไรมันจะได้มาที่เรามั่ง
ก็มันการเมืองกันทั้งนั้น แต่ให้พวกเรามานั่งรับกรรม
คนดีนั่งกินน้ำตาแทนข้าว ทนแล้ว ทนอีก
คนชั่วมีอำนาจวาสนา ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากพวกเราเลือก ก็เอาบาทามาวางไว้ที่หัวเรา
เพื่อให้มันได้หายใจสูงกว่าชาวบ้าน บนหอคอยงาช้าง
ยิ่งเงียบมันยิ่งเหยียบเอา เหยียบเอา

พี่น้อง พื้นที่ flood way จรดคลองด่าน มันระบายน้ำได้เป็นตันๆ แต่ไม่ระบายออกไป
อ้างเหตุผลสารพัด ว่าทำไม่ได้ เพราะต้องดันน้ำขึ้นที่สูง
ทั้งๆที่ทุกปีมันก็ทำได้ ทุกปีที่ผ่านมาน้ำก็มาทางนั้น รัฐบาลแมงสาปมันก็ระบายออกทางนั้น
พอรัฐบาลขวัญใจคนยากจนมา มันบอกว่าทำไม่ได้ น้ำต้องดันย้อนขึ้นที่สูง ปลายน้ำมีน้ำระดับสูง เหตุผลลมปากสารพัด
แต่พอไหลมาทางตะวันตก มันบอกว่า ที่ต่ำ น้ำต้องไปทางนั้น
อ้าว นี่ตกลงไม่ต้องทำงานอะไรกันเลยใช่ป่ะ ปล่อยให้ไหลไปตามสูงต่ำอย่างเดียว
เอาบิ๊กแบ็กมา มันจะชะลอมวลน้ำ แต่มันจะไหลข้ามเจ้าพระยามา ทางด้านตะวันตกอีก
อย่าบอกว่าข้ามน้ำเจ้าพระยามาไม่ได้
เพราะน้ำด้านบนมันล้นตลิ่งไปหมดแล้ว ไม่มีแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นแล้ว
น้ำมันเป็นผืนเดียวกันหมด

ทำไมไม่มีปัญญาดันน้ำให้เข้า Flood way ที่กทม.ก็มีผังเมืองไปแล้ว
ระบบคลองอะไรนั่นน่ะ จำได้คือคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ออกคลองด่าน
ไม่มีปัญญาทำ หรือ จงใจไม่ทำ
ก็บอกมาเลย เสียงทางนี้เงียบอย่าคิดว่าพวกเรา "หมูในอวย" นะ

จากคุณ : ลวงตา Posted Image เขียนเมื่อ : 5 พ.ย. 54 09:56:17 Posted Image


สู้ๆนะครับ ญาติๆผมอยู่ทางนั้นเยอะ เดือดร้อนจริงๆ .. บอกให้ขนของขึ้น แล้วอพยพมาอีสานก่อน ตั้งแต่น้ำท่วมบางบัวทองแล้ว ก็ไม่เชื่อกัน .. :( :( :(

ทหารห่วยๆ ขอขึ้นเบี้ยเลี้ยง .. ยามเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพี่น้องคนไทยอย่างนี้

4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:56

"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม... เข้าใจว่าอยากเอาใจลูกน้อง?... ขอให้กระทรวงการคลัง เพิ่มเบี้ยเลี้ยง ให้ "ทหารเกณฑ์" ที่มาช่วยน้ำท่วม จากวันละ 94 บาท เป็น 214 บาท .... ยามเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพี่น้องคนไทยอย่างนี้ อย่าเพิ่งมาขอขึ้นค่าแรงเลย!!!... เชื่อ "วันวิสา" เถอะ!!! ไว้ฤกษ์งามยามดี ค่อยมาขอก็ยังไม่สาย... ยังอยากให้ "ทหาร"อยู่ในใจประชาชนตราบนานเท่านาน!!!....


สงสัยมีคนอยากแทนที่ .. นางยกปู .. ใครเอ่ย????

27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 11:10

Posted Image ชูวิทย์ ออกวาระฉุกเฉินแห่งชาติ อัดนายกยิ่งลักษณ์ ลอยหน้าลอยตาไม่แก้น้ำท่วม Posted Image Posted Image
เว็บไซต์ของพรรครักประเทศไทย ได้เผยแพร่บทความวาระฉุกเฉินแห่งชาติ โดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค โดยระบุว่า

ผม เคยเห็นข่าวของแต่ละประเทศ ไม่ว่าประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา หรือประเทศเล็กในแอฟริกา เมื่อมีสถานการณ์ “ฉุกเฉิน” ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย แผ่นดินไหว หรือสึนามิเช่นประเทศญี่ปุ่น ผู้นำของแต่ละประเทศจะต้องทำหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องบริหารงานให้หน่วยงานของรัฐ รวมถึงประสานงานกับเอกชนเพื่อแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินช่วยเหลือ การจัดสร้างที่อยู่ชั่วคราว อาหารการกิน และแผนการฟื้นฟู แน่นอนว่างานต่างๆเหล่านั้นมีขั้นตอนแบบแผน

แต่ อย่าง แรกที่ผู้นำจะต้องทำคือ อยู่ในประเทศของตัวเอง เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนเหล่านั้นได้เห็นว่าผู้นำของตัวเองได้อยู่ช่วย เหลือ หรือแม้กระทั่งเป็นกำลังใจเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคความทุกข์ยากลำเค็ญด้วยกัน บางประเทศที่ผู้นำไปทำภารกิจต่างประเทศต้องรีบกลับและยกเลิกภารกิจโดยทันที หากมีแผนงานหรือหมายกำหนดการที่จะต้องไปก็ต้องยกเลิก เป็นสิ่งที่เข้าใจกัน

ใน เมื่อบ้านเมืองตัวเองยังเดือดร้อน แล้วจะไปเที่ยวพักร้อนหรือไปเยี่ยมเยือนบ้านเมืองอื่นได้อย่างไร เรียกได้ว่าเป็นการแสดงออกถึง “ภาวะผู้นำ” ที่จะต้องเข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนที่เดือดร้อน จะทำลอยหน้าลอยตาไม่รับรู้หรือกระทั่งหน้าตา อากัปกิริยาที่ผ่านออกไปทางสื่อต้องแสดงออกถึงความทุกข์เข็ญ ไม่มีผู้นำประเทศใดที่ประชาชนตัวเองประสบความเดือดร้อนแล้วยังทำหน้าตายิ้ม แย้มลอยหน้าลอยตาไปเที่ยวเยี่ยมเยือนประเทศโน้นประเทศนี้ หรือมีกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรื่นเริง กีฬาการแข่งขันใดๆก็แล้วแต่ จำเป็นต้องยกเลิกโดยกระทันหันเช่นกัน

แต่ผู้นำหญิงคน แรกของประเทศไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กลับมีแผนการเยี่ยมเยือนมิตรประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา อินโดนีเซีย หรือที่บอกว่าจะเยี่ยมตามตัวอักษรของแต่ละประเทศ ทั้งยังไม่ยอมยกเลิกหมายกำหนดการ ส่วนแผนการแก้ไขเป็นเพียงแค่การออกสื่อ จัดกิจกรรมรับบริจาคจากประชาชน แจกถุงยังชีพ วิธีการดังกล่าวไม่ได้แสดงถึงภาวะผู้นำที่จะบริหารประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เป็นเพียงลีลาซ้ำๆที่เรียกว่า “ขายผ้าเอาหน้ารอด” ไปแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในสถานการณ์ ที่ พรรคเพื่อไทยเพิ่งได้รับการเลือกตั้งไปในระยะเวลาเพียงเดือนสองเดือนและเป็น รัฐบาลเสียงข้างมาก ควบคุมกระทรวงต่างๆ รวมทั้งการบริหารงานของรัฐบาลได้อย่างชัดเจน มีความสามารถที่จะสั่งการหรือแม้กระทั่งหากเป็นรัฐบาลผสม ก็สั่งการได้อย่างเฉียบขาดทันที เพราะนี่เป็นความเดือดร้อนของประชา ชนคนไทยกว่าล้านคน เสียชีวิตเกือบร้อยคน ครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 300 อำเภอ มากกว่า 20 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงภาคใต้บางส่วน

แต่เปล่า เลย ผู้นำประเทศซึ่งมีบุคลิกเป็นนักบริหารสมัยใหม่ กลับกระทำตัวเชื่องช้าและมีลีลาเหมือนนักการเมืองโบราณ รวมทั้งการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเป็นไปในทางตรงกันข้าม เช่น ไปเยี่ยมเยือนมิตรประเทศในเวลาที่ไม่เหมาะสม จัดกิจกรรมเตะฟุตบอล โยกย้ายข้าราชการ หรือแม้กระทั่งรีบเร่งออกนโยบายที่ไม่จำเป็น เพื่อไปตอบสนองฐานเสียงของตัวเอง

- นโยบายจำนำข้าวในราคา 15,000 บาท ทั้งๆที่สถานการณ์แบบนี้ นาข้าวถูกท่วมไปหมด แล้วจะรีบเร่งออกนโยบายนี้ไปเพื่ออะไร
– นโยบายลดภาษีให้กับบ้านหลังแรกหรือรถยนต์คันแรก ในเมื่อประชาชนเดือดร้อนถึงขนาดน้ำท่วมบ้านต้องไปบนอยู่ชั้นสอง บางคนไปอยู่บนหลังคา หรือบางคนไปนอนอาศัยอยู่ข้างถนน แล้วรัฐบาลจะไปห่วงในเรื่องรถยนต์คันแรกหรือบ้านหลังแรกไปเพื่ออะไร ประชาชนที่ทุกข์ยากลำเค็ญไม่มีจะกินไม่มีที่จะนอน แทนที่จะไปห่วงใยคนเหล่านั้น กลับไปห่วงถึงคนที่จะซื้อรถยนต์คันแรก

นี่ คือความไม่เข้าใจของรัฐบาลและการที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกไม่มีภาวะของผู้นำ รวมไปถึงการบริหารงานที่จะทันกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การขับเคลื่อนของหน่วยงานรัฐซึ่งมีความเชื่องช้า ทั้งๆที่มีหน่วยงานเครื่องไม้เครื่องมือมากมายกลับไม่สามารถที่จะช่วยเหลือ ประชาชนได้ทันท่วงที ทั้งนี้เพราะผู้นำไม่ได้แสดงออกถึงนโยบายในการช่วยเหลืออย่างฉุกเฉิน แต่กลับทำงานแบบ “สบายๆ” และมุ่งไปที่ประเด็นทางการเมืองเป็นหลัก

ประชาชน ที่เดือดร้อนเพราะอุทกภัยจึงได้รับเพียงถุงยังชีพ การออกทีวีของนายกรัฐมนตรีในการรับ บริจาคเงิน 3-4 ร้อยล้าน หรือการรับเงินครัวเรือนละ 5,000 บาท หรือเงิน 2,000 กว่าบาทสำหรับไร่นาที่เสียหาย ขั้นตอนทางราชการและกลไกที่มีการคอรัปชั่น ทำให้การดำเนินการช่วยเหลือเหล่านี้เป็นไปด้วยความชักช้า แม้กระทั่งตัวผมเองก็เคยประสบในช่วงหาเสียงที่ภาคใต้ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าความเดือดร้อนผ่านไปถึง 3 เดือนแล้ว แต่สะพานที่ยังขาดก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จวบจนกระทั่งผมนำไปพูดผ่านสื่อ ความช่วยเหลือจึงลงมาถึงอย่างรวดเร็ว

อย่าง ที่ผมเรียนให้ทราบ ในเมื่อรัฐบาลมีเครื่องไม้เครื่องมือและหน่วยงานที่พร้อม ยังขาดอยู่อย่างเดียวคือ ภาวะของผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องแสดงความกระฉับกระเฉงในการลงช่วยเหลือ แก้ไขความเดือดร้อนของประชน การบริหารงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้ เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นการแสดงออกที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้นำประเทศใดจะ ละเลยไปไม่ได้

เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำหญิงคนแรกของประเทศไทย กลับไม่ได้แสดงออกถึงภาวะผู้นำในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ นายกรัฐมนตรีกลับละเลยและหลงระเริงไปกับคลื่นลมทางการเมือง อาจเป็นเพราะว่าเธอก้าวขึ้นมาด้วยระยะเวลาสั้นๆ ไม่ได้สัมผัสถึงงานและความเข้าใจทางการเมืองในการบริหารประเทศอย่างแท้จริง

การ ผลักดันให้เธอก้าวกระโดดขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เธอเข้าใจผิดและไม่สามารถค้นหาตัวตนที่แท้จริงได้เจอ วังวนนี้ยังเป็นปัญหาของนายกรัฐมนตรีหญิงที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อไป ที่แม้แต่ความสวยของเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้

ข้อมูลข่าวจาก http://www.rakthailandparty.com E


ความคิดเห็นส่วนตัวนัครับ คิดว่ากำลังมีคน กำลังขอตั๋วฟรีขึ้นแทนนางยกปูอยู่นะครับ ..
หรือไม่ชูวิทย์ก็กำลังทวงถาม สัญญาอะไรบางอย่าง ...