Jump to content


applemeow

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2553
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 7 ธันวาคม 2554 10:51
-----

Posts I've Made

In Topic: คุณยังจำเด็กที่ชื่อก้านธูปได้มั้ย

25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:24

ศิษย์เก่ารู้แล้วอยากจะร้อง ดีที่เรียนก่อน แย่ที่รู้ว่าต้องเป็นศิษย์ร่วมสถาบัน :(

In Topic: สมเพชคนแก่ เป็นถึงอดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ ประจบนายกกลางรายการคมชัดลึก ToT

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:45

ศิษย์เก่าเห็นแล้วอยากร้องไห้

In Topic: แกะคำทำนายประเทศ "เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา" คือรัฐไทยใหม่หรือ?

22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:15

คงคล้ายๆ นิทานปรัมปรา ที่พอได้ยินได้ฟังกันมา ก็เสริมเติมเข้าไปเรื่อย กว่าจะมาถึงปัจจุบันก็ไม่รู้เติมกันเข้าไปกี่มากน้อย

In Topic: แกะคำทำนายประเทศ "เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา" คือรัฐไทยใหม่หรือ?

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:15

ตอบคุณ asawinee

อย่างที่บอกไป คำทำนายนี้ ว่ากันว่าเป็นของพระโฆษาจารย์ลำไย เขียนในสมัยอยุธยา พูดถึง "ปลายรัชสมัย" แต่ในต้นฉบับก็ไม่ได้บอกว่า รัชสมัยไหนกันแน่ แต่เท่าที่อ่านดูพระอาจารย์ฤาษีลิงท่านนำมาเผยแพร่ในรัชสมัยนี้

คำที่คุณสงสัยนั้น ส่วนตัวอ่านครั้งแรกก็สงสัยเช่นกัน เพราะคอรัปชั่นคือคำสมัยใหม่ ไม่มีในสมัยอยุธยาแน่นอน ก็พยายามหาข้อมูลมากกว่านี้ แต่ก็มืดแปดด้าน

สมมติ ความเป็นไปได้มีอยู่ 2 กรณี

1. คำทำนายนี้เป็นเป็นของจริง แม่นยำมาก (ถึงขนาดใช้คำที่ไม่เคยมีมาก่อน)
2. คำทำนายนี้เป็นของปลอม แต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง

ถ้าว่ากันตามหลักการใบมีดโกนของออคคัม คำตอบที่ดูสมเหตุสมผลและมีความเป็นไปได้มากที่สุด หากเอาประเด็นเรื่องการใช้คำแปลกก็คงจะเป็นข้อ 2 คือ คำทำนายนี้เป็นของปลอม แต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง

อย่างไรก็ตามบทกลอนนี้จะจริงหรือจะปลอม เป็นเรื่องที่ถกกันมานานแล้ว และคงมีแต่พระอาจารย์ฤาษีลิงดำที่รู้

:)

Edit: แก้คำผิด

In Topic: แกะคำทำนายประเทศ "เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา" คือรัฐไทยใหม่หรือ?

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:29

ขอตอบในฐานะคนที่ชอบอ่านเรื่องนี้

บททำนายนี้เป็นของพระอรหันต์ลำไย ที่เขียนไว้ช่วงสมัยรัตนโกสินทร์

ตามนี้

------คำทำนายของพระพุทธโฆษาจารย์

(ยกมาจาก --- http://www.watthasun...ead.php?tid=875)

------ในประการแรกอาตมาได้พบและได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นสมุดข่อย ซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ (ลำใย) เขียนไว้ ทำนายชะตาบ้านเมืองก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า ก่อนที่กรุงเทพฯ ยังไม่ปรากฏ

โดยท่านได้เขียนทำนายไว้ว่า

“กรุงศรีอยุธยาจะต้องถูกข้าศึกตีแตก แจ่จะเสียอิสรภาพไม่นานนัก จะมีคนดีของกรุงศรี
อยุธยามากู้ชาติ แต่เมื่อกู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่”

และเหตุการณ์ต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นจริงตามคำทำนายทุกอย่าง

ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง ๑๐ รัชกาล

ในสมุดข่อยเล่มเดียวกันนี้ พระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงใหม่ ในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแต่ละรัชกาลดังนี้

รัชกาลที่ ๑. ทำนายว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์
รัชกาลที่ ๒. ทำนายว่า รู้จักธรรม
รัชกาลที่ ๓. ทำนายว่า จำต้องคิด
รัชกาลที่ ๔. ทำนายว่า สนิทธรรม
รัชกาลที่ ๕. ทำนายว่า จำแขนขาด
รัชกาลที่ ๖. ทำนายว่า ราษฎร์ราชาโจร
รัชกาลที่ ๗. ทำนายว่า นั่งทนทุกข์
รัชกาลที่ ๘. ทำนายว่า ยุคทมิฬ
รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า ถิ่นกาขาว
รัชกาลที่ ๑๐. ทำนายว่า ชาววิไล

และต่อด้วยกลอนหนึ่งนารีขี่ม้าขาว


ซึ่งบททำนาย 2 ชุดนี้เป็นชุดเดียวกันที่อยู่ในสมุดข่อย ของพระอาจารย์ลำไย และพระอาจารย์ฤาษีลิงดำไปพบเข้า จึงนำมาเผยแพร่
ถ้าอนุมานอายุกลอนชุดนี้ก็น่าจะได้ 200 ปี+



คำเตือน นี่เป็นการวิเคราะห์บทคำทำนายด้วย "ความเห็นส่วนตัว"

๐ คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

(ถ้าสมมติว่าปลายรัชกาลคือยุคนี้)

ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร

(ประเทศไทยมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ 22 แห่ง ผลิตเองได้ 2.2 แสนบาร์เรล ส่วนเรื่องกาขาว จากคำทำนาย 10 รัชกาล เขาว่าเป็นฝรั่งกัน อันนี้โนคอมเมนต์ ไม่มีความเห็น)

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน

(ปีฉลองฯ ปีที่คนไทยพร้อมใจกันไปลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม)

ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

(ประชาชนมีความสุขกับเรื่องของพระองค์ท่าน แต่ในใจต้องเจ็บปวด เพราะการคอรัปชั่นของรัฐบาลยุคนั้น)

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

(ต่อจากด้านบนเริ่มยุคเสื้อเหลือง และลัทธิทักกี้ จนสุดท้ายก็รัฐประหาร)

ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

(ในใจมี 1 คน เป็นนายกจากรัฐบาล คดีเรื่องที่ดิน)

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน

(ไม่ต้องแปล ตามนั้น)

พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

(จานบินเข้ายุคเฟื่องฟู พร้อมกับภัยธรรมชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยรุนแรงขึ้น และถี่ขึ้น)

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน

(เริ่มสงครามเสื้อแดง-เสื้อเหลือง ยุคที่ถ้ามีคนหนึ่งแสดงความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับอีกคนหนึ่ง จะถูกกล่าวหาว่าเป็นสีตรงข้ามทันที + การปราบจราจลในยุคแดงเผาเมือง)

ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง

(4 ท่อนนี้ต่อกัน เป็นช่วงเวลาที่สูญเสียบุคคลสำคัญและเชื้อพระวงศ์และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเยอะมาก ทั้งหลวงตาบัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณนี ฯลฯ)

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

(ตามนั้น)

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ


(สีส้มคือยังไม่เกิด)