Jump to content


kaidum

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2557 00:17
*****

Topics I've Started

เปิดแผนสิบเวที เสื้อแดง ชักธงรบทำสงครามป้องรัฐ

15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 - 12:40

เปิดแผน 10 เวทีเสื้อแดง ชักธงรบ ทำสงครามป้องรัฐ

 
  • 13844178741384417894m.jpg
Prev
1 of 1
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 พ.ย. 2556 เวลา 17:30:16 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

อุณหภูมิ การเมืองถูกปลุกเข้าสู่จุดเดือด การเดินหมากบนกระดานผิดแค่ครั้งเดียวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย กรณีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทำให้รัฐนาวาลำนี้ถูกต้อนไปสู่มุมอับ

แม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และองคาพยพเพื่อไทย รวมถึง 4 พรรคร่วมรัฐบาลจะส่งสัญญาณถอยจนเกียร์พัง แต่ไม่สามารถลดอุณหภูมิทางการเมืองได้ นับวันสถานการณ์การเมืองยิ่งเขม็งเกลียวเข้าสู่จุดแตกหัก ขยับไปสู่การขับไล่รัฐบาล

เมื่อกระบวนการ "ถอย" ในระบบยิ่งลักษณ์และพวก ไม่สามารถสู้กับมวลชน "นอกระบบ" ที่สู้ตามท้องถนนของพรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายได้

แกนนำในรัฐบาลและแกนนำพรรคเพื่อไทยจึงตัดสินใจร่วมกัน ใช้เกม "นอกระบบ" รบระดับมวลชนสู้กับฝ่ายตรงข้าม แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เมื่อ ฝ่ายหนึ่งปลุกกระแสดึงมวลชนหวังขับไล่รัฐบาลแบบสุดซอย ฝ่ายพรรคเพื่อไทยจึงปลุกมวลชนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นมาสู้ เพื่อปกป้องรัฐบาลแบบสุดซอยเช่นกัน

หลัง 2 แกนนำเสื้อแดงคนสำคัญ จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกเรียกไปเคลียร์ใจนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า และพบ เยาวภา-สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ขณะที่แกนนำเสื้อแดงระดับรองถกรอยร้าวกับผู้บริหารพรรคที่พรรคเพื่อไทย

ปัญหา-รอย ร้าวระหว่างคนเสื้อแดง นปช. กับพรรค กรณี "ถูกถอด" รายการออกจากผังกลางอากาศในทีวีคนเสื้อแดง ก็ได้รับการสะสางเยียวยาให้กลับมาออกอากาศได้อย่างเดิม ไม่นับ "ดีลพิเศษ" ที่ไม่มีการเปิดเผย จนกลับมาร่วมปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์อีกครั้ง

ไม่แปลก หลังการเคลียร์ใจ จึงมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงถึง 10 วันติดต่อกัน ใช้ธีมจัดงานว่า "นปช.เพื่อคนไทยปกป้องประชาธิปไตย" นัยหนึ่งเป็นการแสดงขุมกำลังให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นว่าคนเสื้อแดงไม่ได้แตก กัน อีกนัยหนึ่งเป็นการประกาศชักธงรบ เพื่อมิให้ "อำมาตย์" ที่คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยนิยามกลุ่ม "นายทุน" ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมมาโค่นล้มรัฐบาลทำสิ่งที่หวังได้สำเร็จ

โดยมีการกำหนดในปฏิทินชัดเจนเมืองทองธานี-ขอนแก่น-เชียงใหม่-อุดรธานี-ชลบุรี ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองเป็นตัวกำหนด

แหล่งข่าวจากแกนนำคนเสื้อแดงระบุว่า แนวโน้มเวทีดังกล่าวอาจจัดเกินกว่า 10 วัน หรือจนกว่าการเมืองจะคลี่คลาย โดยจะจัดตามจังหวัดที่เป็นฐานของคนเสื้อแดง เช่น อุบลราชธานี พิษณุโลก นครสวรรค์ หรืออาจย้อนกลับมาจัดที่ กทม.อีกครั้ง หากการเมืองยังรุนแรงอยู่ และอาจใช้สนามราชมังคลากีฬาสถานเป็นที่จัดงาน

กลยุทธ์ ที่พรรคเพื่อไทย+คนเสื้อแดงระดมคนมาร่วมเวทีดังกล่าว กำหนดให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงกับสถานที่จัดงาน ระดมคนเข้ามาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะ ส.ส.ในจังหวัดที่อยู่ไกลออกไป แต่ละเขตต้องหาคนประมาณ 3 คันรถบัส หรืออย่างน้อยเขตละ 150 คนมาร่วมชุมนุม ตั้งเป้าแต่ละจุดต้องมีคนมาร่วมไม่ต่ำกว่าระดับ 1 หมื่นคน เพื่อแสดงให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่า แม้ใน กทม.จะมีชนชั้นกลาง ปัญญาชน ออกมาขับไล่รัฐบาล แต่คนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดยังคงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และ "ยิ่งลักษณ์" ต่อไป

"ก่อ แก้ว พิกุลทอง" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง อธิบายการแสดงพลังครั้งนี้ว่า เป็นการแสดงพลังเพื่อให้ฝ่ายที่คิดล้มรัฐบาล เลิกใช้วิธีเดิม ๆ เหมือนที่เคยทำตอนปี 2549 คนเสื้อแดงจึงต้องออกมาปกป้องประชาธิปไตย เพราะเชื่อว่าจะมีฝ่ายที่ออกมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์เผด็จศึกพรรคเพื่อไทยและ รัฐบาล แต่ตนพูดไม่ได้ว่าเป็นฝ่ายไหน

ด้าน "วิภูแถลง พัฒนภูมิไท" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงอีกราย ประเมินสถานการณ์ว่า วันนี้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงอยู่ในโหมด "สู้รบ" ระหว่างอำนาจเก่า คือ "อำมาตย์" กับ อำนาจใหม่ คือ "พรรคเพื่อไทย" ซึ่งกลุ่ม "อำมาตย์" ใช้พรรคประชาธิปัตย์เป็นเครื่องมือ มีกลไกศาลประชาชนที่ "สุเทพ" ประกาศไว้บนเวทีมาตัดสิน เป็นการ "ขุดบ่อล่อปลา" ให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้ทหารมีความชอบธรรมออกมาแทรกแซงสถานการณ์

"สิ่งที่ห่วงใยที่สุดคือการสร้างความเกลียดชังให้กระแสสูง ในที่สุดสงครามกลางเมืองรออยู่ข้างหน้า เมื่อนั้นแหละไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา"

ขณะ ที่แกนนำแดงอีกราย "วรชัย เหมะ" ส.ส.สมุทรปราการ บอกว่า วันนี้เรายังไม่จัดเวทีถาวร แต่ถ้าปล่อยให้เขาชกข้างเดียวต่อไป เราก็อยู่เฉยไม่ได้ วันข้างหน้าผมอาจเสนอว่าใช้สวนลุมพินีเป็นสถานที่ถาวรในการชุมนุมของคนเสื้อแดง

เมื่อต่างฝ่ายต่างมีมวลชนเป็นของตนเอง 

เมื่อต่างฝ่ายต่างปลุกมวลชนขึ้นมาห้ำหั่นกัน 

ต้องจับตาดูว่าการเมืองไทยจะถึงจุดคลี่คลาย หรือแตกหักกันอีกคำรบ

 

 

ผมรู้แต่ว่า นี่จะเป็นก้าวที่พลาดของคนเสื้อแดงที่ยังเป็นทาสของทักษิณ

เป็นก้าวที่พลาดของ จตุพวย ไอ้เต้น เพราะสิ่งที่พวกมันคิดว่าเป็นสงคราม

ไม่ใช่สงครามของเสื้อเหลือง กับ เสื้อแดง เหมือนในอดีต

 

แต่มันกำลังทำสงครามกับมวลมหาชนทั้งประเทศ 

ที่เสื้อแดงจะเหลือเพียงหยิบมือเดียว เท่านั้น

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1384417874


น่าน้อยใจ ชัดๆเต็มสองตาขนาดนี้ มีหน่วยงานใหน มองว่าเป็นภัยความมั่นคงบ้าง

15 สิงหาคม พ.ศ. 2556 - 12:18

พวกสัสนรกฆ่าเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตาย ชาวบ้านตาย พวกสัสหนักโลก ยังแว้งมาจาบจ้วง เหยียบหัวใจกุอีก

ดีเอสไอ รัฐบาล ไอซีที พวกคุณก็เก่งแต่จับคนไทย ช่วยนายกโง่ แต่ไม่มีน้ำยาจัดการ

พวกสัสระยัมพวกนี้

 

www.facebook.com/fatoni.tiger.180

 

เลียง่ามตรีนอิปูว์กันเสร็จแล้วหันมามองหน่อยนะ


กูขอโทษ กูไม่แดง แต่กูเป็นเพื่อนมึง มาก่อนที่มึงจะแดง

13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 - 22:43

กระแสแตกแยก แบ่งสี และขั้วทางการเมืองเกิดเป็นกระแสในวงกว้างทางสังคม
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และ เป็นจริง แม้กระทั่งในครอบครัว ผัวเมียลูก
หลายๆครอบครัวที่ประสบปัญหานี้ จนเกิดเป็นปัญหาใหม่ในสังคมไทยปัจจุบัน
ผัวแดง เมียเหลือง ลูกฟ้า. นั่งกินข้าวร่วมกันได้ แต่ห้ามเสวนาเรื่องการเมือง
เหตุจากความชอบ ความคิดเห็น ความรู้สึกที่ต่างกัน สิ่งที่ผูกโยงสัมพันธ์เอาไว้
ไม่ให้ครอบครัวแตกสลาย คือสายเลือด และความรัก ของครอบครัว

แต่ถ้าเป็นเพื่อนล่ะ ??
เพื่อนรักคนหนึ่งของผมเป็นเสื้อแดง ในขณะที่ผมเป็นแมงสาบ เราคบหากันมานานเหลือเกิน
เพื่อนเจ็บ เราเจ็บ เพื่อนมีความสุข เรามีความสุข เพื่อนเดือดร้อน เราเดือดร้อน
ทุกๆปัญหา ทุกๆความสุข. ผมกับเพื่อน เราก็พึ่งพาช่วยเหลือกันมาตลอด
แม้กระทั่งในบางเรื่อง ที่เอ่ยบอกใครไม่ได้

วันวาน เราได้ร่วมวงสุราพูดคุยสัพเพเหระ. และปัญหาชีวิต หลังจากที่เราห่างหายกันไปตามยถา
ผมเริ่มไต่ถามถึงสารทุกข์เหมือนเดิมที่เราเคยเป็นมา มึงเลิกกะเมียแล้ว ลูกมึง หลานมึง เป็นไงมั่งเพื่อน
มันก็บอกเล่าเก้าสิบ ตามสถานภาพของคนเป็นพ่อ เป็นตา พร้อมกับตัดพ้อวัยที่ลุล่วงรวมถึงภาระ จนไม่สามารถ
ทำอะไรอิสระได้ดั่งเช่นเคยเป็น ผมนั่งฟังเพื่อน เหมือนเช่นที่ผ่านมานับสิบๆปี ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยความผูกพันธ์
จนจบความ

แม่มึงเป็นไงมั่ง คำถามของเพื่อนต่อผม เป็นคำแรกในวันแม่ และเป็นประเด็นจุดชนวน ผมบอกเล่าเรื่องมารดา
เรื่องครอบครัว ที่เสี่ยงชีวิตเหลือเกินในแต่ละวัน ด้วยภัยโจรสามจังหวัดภาคใต้ ที่ผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ต้องประสบ
ความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมชะตากรรมในพื้นที่ ความสูญเสียของทหารผู้น้อย ความน้อยใจในสถานะของคนพุทธ
ในพื้นที่. และสรุปด้วยความรู้สึกที่อยากทิ้งเมืองกรุง เพื่อกลับไปร่วมชะตากับพี่ๆน้อง

แต่ผมกลับได้ยินจากปากเพื่อนเต็มสองหู ด้วยประโยคที่ว่า. ถ้าไม่ปฏิวัติทักษิณเสียก่อนปัญหานี้จะไม่เกิด..........

ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามกลับไปว่า แล้วมึงรู้ไหม ใครจุดไฟเผาบ้านกู
มันตอบแบบมั่นใจเหลือเกินว่า.
" ประชาธิปัตย์ กลัวฐานเสียงทางภาคใต้ต้องเสียให้ทักษิณ จึงก่อชนวนความวุ่นวาย จนยากที่จะแก้"
แล้วอารัมภบทต่อเนื่อง ถึงความเลวของพรรคนี้ และการต่อสู้ของเสื้อแดง เพื่อล้ม ปชป ตบท้ายด้วย
การสำทับว่า ถ้าพื้นทีทางภาคใต้เป็นแดง ปัญหานี้จะคลี่คลาย เพราะคนแดงทั้งประเทศจะไม่มีทางยอม
ให้ใครมารังแกคนใต้เด็ดขาด เหมือนที่คนแดงเคยช่วยกันมาตลอด พร้อมส่งสายตาแสดงออกว่า
เป็นเพราะมึงเลือก ปชป

เห็นท่าจะไม่ค่อยดี เพราะถึงแม้ว่าผมจะอธิบายไป แต่ก็ไม่สามารถเอาความจริงอีกมุมอธิบายความรู้สึกต่อเพื่อนได้
ผมจึงบอกกับเพื่อนอย่างรอมชอมและสุภาพที่สุดว่า...

เพื่อน...กูคบหามึงก่อนทีทักษิณจะมาเป็นนายก กูรักมึงเพราะมึงคือเพื่อนกู เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งกัน
กูรักมึงไม่ใช่เพราะ ปชป และไม่เกี่ยวกับปัญหาบ้านกู และกู ก็อยากจะรักกับมึง ในแบบนี้ ตลอดไป
เพราะมึงคือมึง.

กูคบกับมึงเพราะเราคือเพื่อนที่รับรู้รับฟังปัญหาซึ่งกัน ไม่ได้เกี่ยวพันกับใคร
ต่อไปนี้ มึงกับกู จะคบหากันด้วยความเป็นเพื่อน ที่ไม่เกี่ยวพันกับปัญหาทางการเมือง
มึงจะรักใครในแง่มุมการเมือง. กูจะชื่นชมใครในเรื่องการบริหารประเทศ.
เราทิ้งไว้ตรงนั้น. กูจะเลี่ยงที่จะพาดพิง. มึงจงเลี่ยงที่จะกล่าวถึง.

ขอให้ความรู้สึกดีๆ ของมึง กับกู ที่มีมาก่อนทักษิณและ ปชป เป็นมิตรภาพที่นิรันดรตลอดไป


เพื่อนผม มองหน้าผมอย่างตั้งใจ.
แล้วบอกผมว่า " แล้วจะคุยกันได้อย่างไรในเมื่อมึงกับกู คุยกันคนละเรื่อง"
ผมหัวเราะ แล้วบอกมันว่า ตอนมึงมีปัญหากับเมีย ตอนมึงมีปัญหากับลูก แล้วมึงโทรมาหากู
มึงเคยรู้ไหมว่า กูเป็นแมงสาบ......ไอเ หี้ย....