ข่าวนี้น่าสนใจดี คือกวินเนธ พัลโทรล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ กล่าวว่า "การได้รับคำวิจารณ์ออนไลน์แบบใจร้ายมากๆเกี่ยวกับตัวคุณเองหรือเพื่อนๆของคุณ มันเหมือนกับเป็นหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เกือบเหมือนกับการอยู่ในสงคราม ที่ต้องก้าวผ่านคราบเลือด และสิ่งที่หมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันกลายเป็นสิ่งที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ฉันได้แต่หวังว่าเราจะก้าวข้ามสิ่งนี้ให้ได้ และมีสติกับการวิจารณ์คนอื่นอย่างใจร้ายเสียที"หลังจากนั้นก็มีคนอเมริกันจำนวนมากทนไม่ไหวเขียนมาด่าบอกว่ากล้าดีอย่างไรมาเปรียบเทียบคำวิจารณ์ร้ายๆกับสงคราม เพราะมันเปรียบกันไม่ได้ แล้วก็ถามกลับว่า ตัวกวินเนธเคยไปสงครามบ้างหรือไม่ ถึงได้รู้ความรู้สึกในสงครามว่าเป็นอย่างไร คือเราคิดว่ากวินเนธพูดตรงตามความรู้สึกมากเกินไปโดยไม่ได้ปรึกษาประชาสัมพันธ์ จริงๆคือไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่บังเอิญไปพูดเรื่องสงครามซึ่งเป็นจุดอ่อนของคนอเมริกัน เลยโดยวิพากษ์เสียหนัก ข้อสังเกตอีกอย่างที่เห็นได้คือ คนอเมริกันsensitiveในเรื่องสงครามมาก เพราะอเมริกันส่งทหารไปทำสงครามสู้รบในประเทศต่างมานานเป็นสิบปีแล้ว และทหารมีไม่พอกับความต้องการจนต้องสร้างแรงจูงใจเสนอเงินพิเศษให้มากๆ บางคนประจำการอยู่ต่างประเทศนานหลายปี ขอกลับก็ไม่ให้กลับ เพราะมีกองกำลังผลัดเปลี่ยนไม่พอ นี่คืออีกข้อของugly American ที่ซ่อนความอัปลักษณ์ไว้ภายใต้รูปลักษณ์ดูดี
image.jpg
ขิงเห็นด้วยกับเธอนะคะ เพราะคนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียย่อมได้รับความเจ็บปวด มากบ้างน้อยบ้างตามระดับความอ่อนไหว คำพูดบางคำรุนแรง หนักหน่วงเท่ากระสุนปืนพุ่งใส่ แต่คนทำร้ายคนอื่นอย่างเมามันส์ด้วยคำพูด หรือตัวอักษรโดยไม่สนใจผลกระทบไม่เคยได้สำนึกในความรุนแรงนั้นเพราะพวกเขาหยาบกร้าน หรืออาจไม่เคยได้รับในสิ่งเดียวกัน
ความรู้สึกของกวินเน็ธที่ต้องทนกับสิ่งนั้นมายาวนานมันทำให้เธอรู้สึกเลวร้าย และถ้ามัวคำนึงถึงภาพลักษณ์จนต้องพูดผ่านประชาสัมพันธ์ใครจะมองเห็นในสิ่งที่เธอต้องเผชิญ ?