Jump to content


อิ่มอร่อย

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2555
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2556 20:53
-----

#661320 ศาสนาศรีอาริย์

โดย อิ่มอร่อย on 30 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 07:24

คุณterครั้บ ผมไม่ได้ระบุเลยน่ะครับว่าเชิญชวนให้ไปรอพระศรีอาริยะสักนิด ผมอธิบายการบรรลุธรรมง่ายในสมัยนั้นแต่การจะไปเกิดกับพระศรีอารียะก็ต้องมีบุญวาสนากับท่าน คือต้องมีบารมีตามท่านมากพอสมควร และในบทอธิบายต่อมาก็ชัดเจนว่า เวไนยสัตว์บรรลุธรรมได้ทุกสมัย แล้วตรงไหนเชิญชวนคุณไปเกิดในยุคพระศรีอาริยะ ส่วนเรื่องสมถสมาธิที่สอนไป ผมย้ำครับว่าสอนไม่ไ่ด้คุยข่ม ผมเห็นจุดบกพร่องเห็นอัตตาที่ชัดเจนในคำพูดคำถามสาเหตุเนื่องจากการขาดสมาธิ เพราะอุปนิสัยเป็นวิตกจริต จึงแค่อ่านคิดและคิดไม่หยุดคิดซ้ำคิดซ้อนไม่ลงมือจึงไม่มีข้อเท็จจริง เพราะจิตกับความคิดไม่ใช่ตัวเดียวกัน จึงสามารถทำให้จิตเห็นความคิด เห็นการเกิด ดับ และหากตามเข้าไปจะเห็นช่องว่างของการเกิดดับยาวขึ้น จะเห็นว่าความคิดนี้มาจากข้อมูลของจิต มาจากการรับรู้ข้อมูล เช่นมีความคิดโกรธผมเพราะรับรู้ข้อมูลว่าผมตำหนิเขาเพราะอยากให้เขาเสียหน้าชี้จุดผิดพลาดต่อหน้าคนมากมาย แล้วต่อมาความคิดโกรธหายไปเพราะได้รับข้อมูลใหม่ว่าที่ผมแนะนำไปเป็นการสอนการชี้น้ำ สมถกรรมฐานอาณาปานสติมีความเป็นกลางสบายง่ายสำหรับคนเป็นน่ะครับลมหายใจเดียวก็ยาวเบาสบายได้และแก้ วิตกจริตโดยตรง ผมจึงเพิ่มคำบริกรรมพุทธโธเพราะเป็นพุทธานุสสติให้สมกับคำว่าพุทธวัจจะนะมากขึ้น และการที่เขาฟุ้งซ่านในความคิดยิ่งต้องใช้คำบริกรรรมตัวอย่างน่ะครับ เช่นตั้งใจภาวนา1ชัวโมงเราภาวนาพุทโธเราไม่เผลอเลย เราไม่ขาดเลยในคำภาวนา แบบนี้จิตจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นสมาธิจริง เป็นวิปัสนาจริง อัตตาตัวตนลดลงเรื่อยๆเพราะเห็นตามข้อเท็จจริง  ผมทำด้วยเมตตาน่ะครับสไตล์สอนของผมจี้ให้เห็นในจุดที่เขาไม่เห็นในจุดที่เขาคลุกคลีแต่เห็นเพียงคุณประโยชน์ผมจะชี้จุดเป็นโทษเป็นภัย สิ่งที่เห็นอาจไม่ไ่ด้เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่คิดมาจากข้อมูลของจิต  การคุยข่มมีประโยชน์อันใดในโลกอินเตอร์เนท ชื่อเสียงแม้ในโลกจริงก็จอมปลอมพอแล้ว อกุศลในจิตแม้น้อยนิดก็ต้องพึ่งนะวัง แต่ธรรมทานที่มอบให้เป็นบุญกุศลติดตัวผู้ให้เป็นของกำนัลชั้นดีติดตัวผู้รับหากรับเอาไว้ ส่วนคำตำหนิผมก็รับไว้น่ะครับ




#655730 ศาสนาศรีอาริย์

โดย อิ่มอร่อย on 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 23:46

คนที่ปราธณาเกิดทันยุคพระศรีอาริยะ ยุคของพระศรีศากยะคือน้ำบ่อนี้ ยุคของพระศรีอาริยะคือน้ำบ่อหน้า




#655179 ศาสนาศรีอาริย์

โดย อิ่มอร่อย on 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 17:19

เพราะท่านเป็นพระพุทธเจ้าวิริยาธิกะบำเพ็ญเพียรมายาวนานกว่า80อสงไขย จึงได้ชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีบารมีมากที่สุดองค์หนึ่ง และเหตุผลจากการที่ท่านเป็นวิริยาธิกะทำให้โลกที่ท่านอุบัติจะมีแต่คนดีเท่านั้นมาเกิดได้และเกือบทั้งหมดยกเว้นพระนิยตโพธิสัตว์และผู้ที่ได้รับการพยากรณ์เมื้อได้ฟังธรรมก็จะบรรลุธรรม โลกยุคพระศรีอาริยะจึงเปรียบเหมือนโลกในอุดมคติที่หลายๆคนเอามากล่าวอ้าง น้ำบ่อหน้าดื่มกินได้มีผลเช่นไร น้ำบ่อนี้ก็ดื่มกินได้และมีผลเช่นนั้น




#634761 สงสัยอะไรในหลวงตาบัว

โดย อิ่มอร่อย on 9 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 23:00

 สมัยพุทธกาล มีพระวินัยธรณ์ กับพระธรรมกถึก ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้ยึดธรรม วินัยเป็นตัวแทนของพระองค์หลังปรินิพพาน ปััจุบันเข้าใจว่าพระไตรปิฎกคือการรวมพระธรรมวินัยคือตัวแทนพระพุทธเจ้า  เพราะพระวินัยธรณ์เก่งปริยัติความจำแต่พระธรรมกถึกเก่งปฎิบัติคือความจริงเหมือนรู้จำกับรู้จริง การมีพระวินัยธรณ์จึงเป็นผู้เก่งข้อบังคับให้ปฎิบัติไม่เกินพระพุทธเจ้าเหมือนกรอบกำหนดซึ้งเป็นเหมือนขั่นแรก พระธรรมกถึกสอนวิธีภาวนาทำความสงบของใจให้อุบายในการปฎิบัติเพราะท่านผ่านการปฎิบัติมาแล้วไม่ใช่แค่อ่านแค่ท่องจำเพื่อให้เกิดปัญญาจากการรู้ข้อเท็จจริง ในไตรสิกขากล่าวถึง ศีล สมาธิ ปัญญา ตามลำดับ ในพระโสดาบันสีลัพพตปรามาส ถ้ายังลูบคลำศีลไม่ภาวนาคิดว่าศีลเป็นตัวสำคัญ ก็ผ่านตรงนี้ไม่ได้ ส่วนการที่คุณยึดพระไตรปิฎกเน้นว่ามีองค์พระศาสดาเป็นผู้นำทาง คุณไม่ชัดเจนในพระรัตนไตรเพราะขาดพระสงฆ์ ให้ระวังเรื่องปรามาสพระรัตนไตรด้วยน่ะครับคุณกล่าวถึงพระพุทธเจ้าเยอะมากว่าเคารพเทอดทูนแต่คุณมีปัญหาแม้กระทั้งศีล5 จะกลายเป็นเอาพระรัตนไตรมาอ้างเพื่อชนะคะคาน บางคนใช้แค่คำบริกรรมก็ทำความสงบของใจได้เป็นสมาธิอบรมปัญญา แต่ถ้าวุ่นวายยุ่งยากในหัวใจมากจนคำบริกรรมเอาไม่อยู่ก็ให้พิจรณาเป็นปัญญาอบรมสมาธิ ถ้าไม่เข้าใจประโยคนี้ก็ให้กลับไปทำทานบ่อยๆจดจำอารมณ์เวลาสละของนอกกายตัวเองให้เอามาพิจรณา เงินทองของนอกกายห่วงมันมากใช่มั๊ยสละมันออกไปได้เหมือนกันนี้ อันโลภ โกรธ หลง ที่อยู่ในใจ สละมันได้มั๊ยหากจะผิดศีล5คิดให้ออกเอาอารมณ์ตอนสละสิ่งของตัวนี้มาใช้พิจรณา เมื้อสงบเป็นสมาธิ ในมิตินั้น คุณจะเหมือนอยู่บนโลกอีกโลก ธรรมารมณ์ได้ยากแต่ถ้าได้ชนะกามคุณ5ทุกตัว




#582043 จะบาปมั๊ยเนี้ยะ................ที่พากันวิจารณ์...............ลัทธิจานบิน........

โดย อิ่มอร่อย on 28 มกราคม พ.ศ. 2556 - 19:01

บาปก็ได้ ไม่บาปก็ได้ ต้องกลับไปถามตัวคุณเองตอนที่กำลังวิจารณ์ คุณสร้างนรกหรือสวรรค์ไว้ในใจของคุณเอง 

หลวงปู่มั่นท่านบอกว่า การตำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย 

ความเดือดร้อนวุ่นวายใจที่คิดตำหนิผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่มีดีเลย จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน
การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง