#1
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 21:40
และด้วยแนวกั้นน้ำของสนามบินโดยการท่าอากาศยานนั้นกั้นและกันน้ำไว้ในระดับสูงหากน้ำหลากมามาก อันนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อสนามบิน ดูจากปริมาณน้ำในพื้นที่ในขณะนี้แล้ว คงไม่เกิน 10 วัน หรือประมาณตั้งแต่วันที่ 4-5-6 นี้ น่าจะเห็นผลเสียครับ
#2
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 21:46
#3
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:03
#4
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:12
เพราะน้ำถ้าได้เข้าพื้นที่ กทม. มาลึกขนาดนี้
จัดการยากแล้วครับ อีกอย่างน้ำท่วมคราวนี้อยู่นานหลายสัปดาห์ อาจเป็นเดือนแน่ ๆ
ถ้าทำคันดินกั้นเพียว ๆ หรือมีกระสอบทราบเสริมด้วย รับรองเอาไม่อยู่ แตกอีกตามเคยครับ
ถ้าจะทำคันป้องกันต้องคิดใหม่และลงทุนมากขึ้น เช่นการเสริมแกนกลางของคันดินด้วยหินถัก หรือหินหยาบ
แล้วใช้ดินถม ทำแกนกลางให้แข็งแรงก่อน ถ้าทำแบบเดิม ๆ ที่ทำมา ยังไงก็เอาไม่อยู่ครับ
อีกอย่างในกรณีที่นำซึมเข้ามาต้องใช้วิธีการอุดและใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใญ่สูบออก
ใจหวังอยากให้รอดนะครับ เพราะนี่เราจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว
หลังจากน้ำลด เราคงเหมือนประเทศที่แพ้สงคราม เหมือนญี่ปุ่นถูก บอมบ์ ด้วยนิวเคลียร์อย่างไรอย่างนั้นเลยครับ
#5
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:29
เหตุเพราะว่าพื้นที่รับน้ำหนักของสนามบินออกแบบไว้รับแรงกดทับกดกระแทกเท่านั้น คือเป็นแผ่นหนาวางทับเอาไว้ ไม่ได้ออกแบบกันการยกตัวโกร่งตัวขึ้น และโดยเฉพาะผิวรันเวย์ แท็กซี่เวย์ซีลไว้อย่างดีกันน้ำซึมลงดิน มันก็เหมือนแผ่นยางทับพื้นดินเอาไว้ เมื่อมีแรงกดดันของน้ำใต้ดินบวมยกขึ้น มันก็จะปริแตก
อีกทั้งสภาพดินเดิมของหนองงูเห่าดินมันมีคุณสมบัติเหลว คือเป็นดินเหนียวโคลนเลนที่ไม่เกาะตัวเพราะมีสัดส่วนน้ำผสมอยู่แบบอิ่มตัว คือ 1:1 มวลของดินใน 1 ลูกบาศก์เมตร มีน้ำและดินสัดส่วนเท่ากัน ดังนั้นดินที่นี่ไม่สามารถรับน้ำหนักอะไรได้เลย แม้แต่น้ำหนักดินของตัวมันเอง คือวางไว้เฉยๆก็ทรุดตัวและไหลออกข้าง และมันก็ทรุดก็ไหลออกข้างอย่างนี้ปีละ 10 เซนติเมตร คือทรุดตัวต่ำลง ณ จุดๆหนึ่ง แต่การทรุดของมันไม่ใช่จะทรุดถล่มลงปฐพี แต่เป็นการไหลเลื่อนออกด้านข้างไปในทางลาดต่ำ คือไหลออกทะเลหรือพื้นที่ว่าง เช่นบ่อน้ำ ร่องระบายน้ำข้างถนน
การฟื้นฟูสภาพดินของหนองงูเห่า ใช้วิธี soil treatment คือทำให้สภาพดินเดิมให้มีความเป็น elastic ทำให้ดินเหนียวขึ้น ยึดเกาะกันมากกขึ้น ยืดหยุ่นได้ แต่ไม่ฉีกขาดหรือเปราะแตกหัก โดยน้ำ ซีเมนต์ขาวหรือปูนขาวหรือ dolomite ที่เป็นปูนขาวชนิดหนึ่งมาคลุกผสมกันกับดินในที่ จนกันซึมได้ในระดับหนึ่ง นั่นก็คือการรับรองว่าไม่ซึมผ่านระเหยขึ้นดันขึ้นในขณะที่ระดับน้ำโดยรอบ ต่ำกว่าระดับน้ำภายใน หรือเท่ากัน ดังนั้นหากพื้นที่สนามบินอยู่ในสภาพถูกปิดล้อมด้วยน้า น้ำจากภายนอกจะดันยกหรือซึมผ่านดินในสนามบินได้ แม้โดยรอบสนามบินจะมีคันคลองโดยรอบเพื่อพยุงสภาพน้ำใต้ดิน แต่มันก็มีระดับที่ต่ำและปริมาณน้อยมากหากเทียบกลับน้ำที่กำลังจะท่วมขังในขณะนี้
พื้นที่รับน้ำหนักการรับน้ำหนักของพื้นดินหรือผิวจราจรของสนามบินใช้วิธี soil column คือเจาะดินเหมือนเสาเข็มเจาะ แล้วผสมซีเมนต์กับดิน เป็นแท่งกลมๆในดิน เหมือนเราเอาไม้ขีดหลายๆก้านเสียบลงในดินพร้อมๆกันเต็มพื้นที่ แต่การทำจริงคือการเจาะแล้วเทผสมในที่ เพื่อให้พื้นที่ที่มาเสาดินซีเมนต์นี้รับน้ำหนักได้มากขึ้น คือรับแรงกระแทกและกดทับได้มหาศาล แต่มันไม่ได้รับแรงดันยกย้อนกลับจากการบวมของดินชั้นล่างที่เกิดจากมีน้ำซึมเข้าไปผสมนั่นเอง คือออกแบบกดทับอย่างเดียวไม่ได้ออกแบบกันยกถอนด้วย ดังนั้นผืนแผ่น asphalt ที่เป็นแทกซี่เวย์ หรือแผ่นคอนกรีตที่เป็นรันเวย์ก็จะถูกยกขึ้นให้โกร่งแตก โดยเฉพาะถนนโดยรอบและภายในทั้งหมดรวมทั้งลานจอดรถเป็น asphalt บางๆ บวมปริแตกแน่นอน หากมีมวลน้ำขังโดยรอบกดทับเป็นเวลานานๆ
ผมคาดว่าจะเริ่มแสดงผลอีกไม่เกิน 10 วัน และจะเป็นไปมากขึ้นเรื่อยๆจนกว่าระดับน้ำจะลดลงอยู่ในระดับปรติ นั่นก็หมายถึง 4-6 สัปดาห์เป็นอย่างนั้น ดังนั้น พรุ่นแน่นอน
วิธีแก้ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องปล่อยให้น้ำหลากเข้าไปกดทับน้ำใต้ดินไว้ก่อน ก่อนที่น้ำจากภายนอกมันจะดันเข้ามาเอง เหมือนเราเอาน้ำจืดไปกดทับพื้นที่เกลือ หรือนาเกลือ นาเกลือบนที่ราบสูงนะครับ ไม่ใช่นาเกลือริมทะเล
ดังนั้นต้องทำการขนย้ายเครื่องมืออุปกรณ์ขึ้นสู่ที่สูงโดยเร็ว และประกาศสภาวะฉุกเฉินเฉพาะที่ แล้วใช้สนามบินอู่ตะเภา เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา ภูเก็ต เป็นสนามบินนานาชาติแทนไปก่อน 3 เดือน และปล่อยให้ระดับน้ำลดลงเท่าๆกันกับสภาพแวดล้อมสนามบิน
- ฅนยอง, ศรอรชุน, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and 1 other like this
#6
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:30
#7
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:30
ผมเห็นด้วยเหมือนกันครับ
เพราะน้ำถ้าได้เข้าพื้นที่ กทม. มาลึกขนาดนี้
จัดการยากแล้วครับ อีกอย่างน้ำท่วมคราวนี้อยู่นานหลายสัปดาห์ อาจเป็นเดือนแน่ ๆ
ถ้าทำคันดินกั้นเพียว ๆ หรือมีกระสอบทราบเสริมด้วย รับรองเอาไม่อยู่ แตกอีกตามเคยครับ
ถ้าจะทำคันป้องกันต้องคิดใหม่และลงทุนมากขึ้น เช่นการเสริมแกนกลางของคันดินด้วยหินถัก หรือหินหยาบ
แล้วใช้ดินถม ทำแกนกลางให้แข็งแรงก่อน ถ้าทำแบบเดิม ๆ ที่ทำมา ยังไงก็เอาไม่อยู่ครับ
อีกอย่างในกรณีที่นำซึมเข้ามาต้องใช้วิธีการอุดและใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใญ่สูบออก
ใจหวังอยากให้รอดนะครับ เพราะนี่เราจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว
หลังจากน้ำลด เราคงเหมือนประเทศที่แพ้สงคราม เหมือนญี่ปุ่นถูก บอมบ์ ด้วยนิวเคลียร์อย่างไรอย่างนั้นเลยครับ
ถ้าแตกมันจะดีครับ สนามบินเสียหายน้อย แต่ถ้าไม่แตก สนามบินพรุ่นแน่นอนครับ แต่ก็อย่างว่าถ้าแตกเดือดร้อนเสียเหมือนกัน ดังนั้นต้องปล่อยน้ำเข้าอย่างเป็นระบบ
#8
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:35
#9
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:49
อืม เห็นภาพเลยครับ ขออย่าให้แตกตอนเครื่องกำลังลงเป็นพอ แล้ววิศวกรในนั้นรู้เรื่องนี้ไหมเนี่ย
รู้ทั้งคนที่ออกแบบและคนควบคุม แต่วิศวกรที่ประจำอยู่ในนั้นปัจจุบันจะรู้รึเปล่า ไม่แน่ใจครับ หรือรู้แต่ไม่พูด หรือพูดไม่ได้
#10
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:53
#11
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:53
#12
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:56
แย่แล้วพ่อผมทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่นั่น บริษัทเขาไม่ให้กลับด้วยสิ
เหนื่อยหน่อยครับ dyke รอบ สุวรรณภูมิระยะทางมัน 30 กิโลเมตร ประตูน้ำด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่รู้จะเป็นยังไง การบำรุงรักษาเป็นกรมชล ไม่รู้ว่าสภาพเป็นอย่างไร
#13
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:40
#14
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:44
หลังจากดูสารคดีเรื่องนั้นแล้วเสียวมาตลอดเลย
#15
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:45
ผมอยู่ตรง มหาวิทยาลัย ลาดกระบัง จะมีโอกาศรอดไหมคับ
โดยปรกติ คันทางรถไฟออกแบบไว้สูงอยู่แล้ว เว้นแต่มันทรุดตัวเพราะสร้างมานานแล้ว ไม่ได้เสริมคันทางก็อาจจะต่ำลงได้และดดยอยู่บริเวณนั้นดินมันอ่อนตัวมาก หากไม่มีการทรุดหรือการทรุดน้อย ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะ ม.ลาดกระบังสูงกว่าชานชลารถไฟทุกอาคารทุกพื้นที่ถนนภายใน ยกเว้นคณะเทคโนโลยีเกษตรหรืออะไรนั่น เท่านั้นแหละที่อยู่ต่ำเพราะต้องดำนาด้วย มั้ง
#16
ตอบ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:49
เคยดูสารคดี Air Crash Investigation มีอยู่กรณีหนึ่งที่พื้นสนามบินหลุดร่อนออกมาเป็นแผ่น แล้วมีเครื่องบินกำลังเทคออฟ ปรากฏว่าล้อเครื่องบินทับแผ่นที่ร่อนนั้นแล้วถูกดีดขึ้นไปกระแทกตัวถังเครื่องบินใกล้กับถังน้ำมันแล้วระเบิดทั้งๆ ที่เครื่องยังบินขึ้นไปได้นิดเดียว
หลังจากดูสารคดีเรื่องนั้นแล้วเสียวมาตลอดเลย
ทุกอย่างเป็นไปได้ แม้แต่ตั๊กแตนยังเป็นสาเหตุของเครื่องบินตกรันเวย์ พลิกหัวทิ่ม ก็เจ้าตั๊กแตนนี่แหละมันดึงดูดนกมากินมันเอง นกมาเยอะก็บินตัวหน้าเครื่องบินซะ ร่วง
#18
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 00:40
ถึงแม้เป็นแรงดันขึ้นก็ตาม มันไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับความแข็งแรงของรันเวย์
หรือแทกซี่เวย์นี่ครับ คุณ halfmoon เห็นยังไงครับ ??
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#19
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 00:52
ถ้าน้ำสูงซักสามเมตร ความดันก็ประมาณสามตันต่อตารางเมตร ผมว่าเอาอยู่นะ
ถึงแม้เป็นแรงดันขึ้นก็ตาม มันไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับความแข็งแรงของรันเวย์
หรือแทกซี่เวย์นี่ครับ คุณ halfmoon เห็นยังไงครับ ??
มันใช้เวลาในการแช่นานด้วยครับ หมายถึงแช่จากการดันเข้ามาจากภายนอกดันใต้ดินประสานมวลเข้ามาครับ โดยธรรมชาติน้ำมันก็วิ่งหากช่องว่างอากาศในดิน ดูดซับกันไป เมื่อมันอิ่มตัวหรือปริมาณความชื้นหรือน้ำมากกว่าเดิม มันก็จะเบ่งตัวด้วยตัวมันเองครับ ไม่ใช่แรงดันจากความสูงของระดับน้ำข้างนอก
ความสูงของผิวน้ำและแรงดันจากน้ำที่สูงข้างนอก เป็นการดันให้น้ำซึมเข้ามา เมื่อเข้ามาได้แล้วประจุไฟฟ้าในดินเหนียวมันจะดึงเอาน้ำเข้าไปหามันโดยแทรกตัวเข้าไปอยู่ในช่องว่างระหว่างเม็ดดินที่ละเอียดมากเกือบเท่ากับฝุ่น เพราะเดิมความชื้นมันน้อย มันทรงตัวในระดับนั้นๆ แต่เมื่อมีน้ำเข้ามาแทรกตัว มันก็จะบวมและยกระดับขึ้น ดันขึ้นทำให้ผิวดินบนสุดหรือวัสดุเคลือบผิวดินโกร่งตัวแตกร้าวครับ
ทำไมเมื่อน้ำจากภายนอกเข้ามาแล้วมันบวมตัวแล้วไม่จมลงไป ก็เพราะมันเป็นพื้นที่เปิด จึงกลายเป็นเหมือนแท่งไฮโดรลิก กดลงต่อไปไม่ได้ และทำไมมันไม่ไหลหรือปลิ้นออกสู่ภายนอก ก็เพราะน้ำภายนอกที่สูงกว่าดันไว้อยู่ และคันทางโดยรอบก็เป็นตัวกดทับไว้อยู่ครับ
เมื่อมันไม่มีที่ไป แรงที่เกิดขึ้นจากการแทรกตัวของโมเลกุลน้ำในดิน ปริมาตรมันเพิ่มขึ้น มันก็เข้าสู่ระบบไฮโดรลิก คือยกแผ่นพื้นแผ่นถนนขึ้นได้ ส่วนที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กก้จะยกทั้งแผ่น ส่วนที่เป็นยางมะตอยหรือแอสฟัลติก ก็จะโกร่งแตกครับ
#20
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 01:03
หากปล่อยน้ำเข้ามากดทับทั้งหมดแล้วทั้งอย่างก็เป็นไปภายใต้แรงกดทับเท่ากัน มันก็สมดุลย์ทั้งแผ่นพื้นครับ เมื่อน้ำลดก็พักสนามบิน ตวจสอบความหนาแน่นของดิน ระดับดิน ความชื้นในดิน หากอยู่ในสภาพปรกติก้เปิดใช้งานได้ หากซ่อมก็คงซ่อมน้อยมากครับ
#21
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 02:53
#22
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 02:58
#23
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 03:12
ผมมีความเห็นว่าคงอีกไม่เกินสัปดาห์หน้า หรือประมาณวันที่ 4-5-6 พฤศจิกายน 2554 นี้ สนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาแน่นอน เหตุเพราะรัฐบาลไม่เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยรอบสนามบินตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นจากคลองประเวศบุรีรมย์ที่อยู่ด้านบนของสนามบิน คลองงูเห่าที่ขนาบข้างอยู่ทิศตะวันออก และคลองลาดกระบังที่อยู่ด้านทิศตะวันตก
และด้วยแนวกั้นน้ำของสนามบินโดยการท่าอากาศยานนั้นกั้นและกันน้ำไว้ในระดับสูงหากน้ำหลากมามาก อันนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อสนามบิน ดูจากปริมาณน้ำในพื้นที่ในขณะนี้แล้ว คงไม่เกิน 10 วัน หรือประมาณตั้งแต่วันที่ 4-5-6 นี้ น่าจะเห็นผลเสียครับ
ด้วยความเคารพนะครับไม่ทราบว่าเรื่องน้ำในคลองเหล่านี้นี่ทราบจากไหนครับ
#24
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 16:54
อย่าเพิ่งมี รอเค้าบินก่อน -"-
อู่ตะเภา หรือไม่ก็อาจจะที่ใกล้ที่สุดครับ หรือไม่ก็ยังพอดันขึ้นได้ในระยะนี้อยู่ครับ ผมมันจะแสดงออกมากจนใช้ไม่ได้เลยเมื่อน้ำลดมากแล้วครับ
#25
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 16:58
ผมมีความเห็นว่าคงอีกไม่เกินสัปดาห์หน้า หรือประมาณวันที่ 4-5-6 พฤศจิกายน 2554 นี้ สนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาแน่นอน เหตุเพราะรัฐบาลไม่เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยรอบสนามบินตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นจากคลองประเวศบุรีรมย์ที่อยู่ด้านบนของสนามบิน คลองงูเห่าที่ขนาบข้างอยู่ทิศตะวันออก และคลองลาดกระบังที่อยู่ด้านทิศตะวันตก
และด้วยแนวกั้นน้ำของสนามบินโดยการท่าอากาศยานนั้นกั้นและกันน้ำไว้ในระดับสูงหากน้ำหลากมามาก อันนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อสนามบิน ดูจากปริมาณน้ำในพื้นที่ในขณะนี้แล้ว คงไม่เกิน 10 วัน หรือประมาณตั้งแต่วันที่ 4-5-6 นี้ น่าจะเห็นผลเสียครับ
ด้วยความเคารพนะครับไม่ทราบว่าเรื่องน้ำในคลองเหล่านี้นี่ทราบจากไหนครับ
ทุกปีมันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ปริมาณน้ำและความสูงคาดว่ามากกว่าเดิม และสุวรรณภูมิเองเพิ่มความสูงของ dyke กั้นน้ำขึ้นและมีนโยบายไม่ให้น้ำเข้าสนามบินเด็ดขาด ในขณะที่ไม่มีการพร่องน้ำโดยรอบบริเวณนี้แต่แรกครับ
#26
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:44
#27
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:49
#28
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:51
ปักกิ่ง เกาหลีเดือนหน้า
เลื่อนทริปแล้ว
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#29
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:55
ปัญหาการพัฒนาพื้นที่
จากการสัมมนาทางวิชาการหลายเวที โดยเฉพาะทางด้านวิชาชีพสถาปัตยกรรม ผังเมือง และวิศวกรรม ได้แก่ การสัมมนาทางวิชาการในงานสถาปนิก 49, การสัมมนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม สมาคมนักผังเมืองไทย การสัมมนาทางวิชาการที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าที่ตั้งของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาด้านการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ อาจสรุปเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้
- ปัญหาด้านเสียงจากการจราจรทางอากาศ ต่อการพัฒนาที่ดินเป็นแหล่งพักอาศัยโดยรอบ
- ปัญหาน้ำท่วมของพื้นที่โดยรอบและใกล้เคียง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแนวระบายน้ำหลักและพื้นที่หน่วงน้ำ "แก้มลิง" ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
- ปัญหาระบบจราจรและโครงข่ายถนนเพื่อการเข้าถึงสนามบิน ระบบป้ายนำทาง ความสะดวกของผู้ใช้สนามบินในการเดินทางไปยังอาคารผู้โดยสาร
#30
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:55
ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
#31
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 18:58
#32
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:02
ดังนั้น ในการออกแบบสระว่ายน้ำ ในกรุงเทพ เขาจึงตอกเสาเข็มรองรับน้ำหนักโครงสร้างสระว่ายน้ำและน้ำหนักน้ำที่จะเติมลงในสระว่ายน้ำ และขณะเดียวกันก็ทุบหัวเสาเข็มเพื่อเอาลวดเหล็กเสริมพิเศษ แบะออกมาเกี่ยวกับคอนกรีตฐานราก อันนี้แหละเขาเอามาป้องกันการยกตัวของสระว่ายน้ำในขณะที่สูบน้ำออก เพราะน้ำในดินมันจะดันยกกลับขึ้นไป และหากมีน้ำท่วมขังรอบข้างมันยิ่งจะยกขึ้นสูงยิ่งขึ้น เราจึงมันเห็นสระน้ำร้างตามสโมสรต่างๆ แตกยับเยิน กระเบื้องหลุดร่อน รอยร้าวเต็มไปหมด นี้แหละลักษณะโกร่งแตกอย่างที่ผมอธิบายมาแต่ต้นครับ
สถาพของสนามบินไม่ได้มีการออกแบบกันการยกตัวเหมือนสระว่ายน้ำครับ คือรับแรงกดและแรงกระแทกเท่านั้น นี่คือประเด็นสำคัญครับ
#33
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:05
กะว่าถ้าที่บ้านท่วมจะไปกินนอนอยู่ที่สนามบินเลยแบบในหนัง เรื่องเทอร์มินอล เพราะที่นั่นมีครบทุกอย่าง (ยกเว้นเตียงนอน)
แต่ถ้ามันท่วมสนามบิน แล้วผมจะไปนอนไหนดีละเวร
#34
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:11
#35
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:13
ผมอยู่ในพื้นที่แถวสนามบินครับ
กะว่าถ้าที่บ้านท่วมจะไปกินนอนอยู่ที่สนามบินเลยแบบในหนัง เรื่องเทอร์มินอล เพราะที่นั่นมีครบทุกอย่าง (ยกเว้นเตียงนอน)
แต่ถ้ามันท่วมสนามบิน แล้วผมจะไปนอนไหนดีละเวร
ก็บนอาคารสนามบินนั่นแหละครับ สบายที่สุด แต่หน้าหนาวอย่าไปเลย น้ำลมหนาวบวกกับหนาวน้ำทุ่ง มันเหน็บหนาวครับ
#36
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:19
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#37
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:37
น้ำจิ๊บจ๊อยรอบสนามบิน คือน้อยเกินไปที่จะระบายผ่านไปทางคลองสำโรง เดินปั๊มของกรมชลฯ สี่ตัว ก็หายวับไปกะตา
ตอนนี้แค่บาล๊านท์คันดินกะน้ำมั๊งครับ
น้ำแห้ง คันเขื่อนที่ทำสูงมากก็คลืนลงมา
#38
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:51
#39
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:09
ผมอยู่ห่างประตูสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 600 เมตร
ตอนนี้น้ำในคลองประเวศมีแต่ลดลง ลดลง ทุกวัน
ลดลงจากวันที่ท่วมถนน ประมาณ 30 เซนติเมตรแล้วครับ
ดีเหมือนกัน ถ้ารัฐบาลจะสูบน้ำมาทางนี้ จะได้ไม่ท่วมพื้นที่ชั้นใน
โดยเฉพาะเขตพื้นที่สำคัญๆ
#40
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:22
ยังไม่รู้จะท่วมสนามบินนั้นหรือเปล่าครับ
ผมอยู่ห่างประตูสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 600 เมตร
ตอนนี้น้ำในคลองประเวศมีแต่ลดลง ลดลง ทุกวัน
ลดลงจากวันที่ท่วมถนน ประมาณ 30 เซนติเมตรแล้วครับ
ดีเหมือนกัน ถ้ารัฐบาลจะสูบน้ำมาทางนี้ จะได้ไม่ท่วมพื้นที่ชั้นใน
โดยเฉพาะเขตพื้นที่สำคัญๆ
ถ้ารัฐบาลสูบน้ำบริเวณโดยรอบออกได้ ทำให้สภาพโดยรอบพร่องน้ำ โจทย์มันก็เปลี่ยนไปครับ ดังนั้นวิธีป้องกันก็เปลี่ยนไป คือไม่ต้องปล่อยน้ำเข้าอย่างที่ผมแนะนำ
#41
ตอบ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:25
#42
ตอบ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 00:44
#43
ตอบ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 19:08
#44
ตอบ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:47
#45
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 00:36
อ้าว ship....... เลย จะกลับเมืองไทยวันที่่ 16 พย นี้ ต้องเลื่อนตั่๋วเปล่าเนี่ย ซวยเลย ไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปีแล้ว
ไปลงสนามบินอุดรธานีก็ได้ครับ
#46
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 02:06
แทนที่จะพร่องน้ำคลองหกวาตะวันออก นครนายยก บางประกงเป็นหลัก สุวรรณภูมิ ณ ลาดกระบังมีปัญหาแน่
#47
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 21:38
#48
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 21:57
#49
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 22:48
#50
ตอบ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 23:55
รอดูต่อไปว่ารบ.จะมีวิธีป้องกันยังไงแล้ะทำได้รึเปล่า
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










