#51
ตอบ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 00:30
#52
ตอบ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:23
ก็กลับมาวันเด็กเลยสิคุณหนูนาวันที่ 31 นี้ยังพอได้อยู่นะคะ มีความจำเป็นต้องใช้บริการ ตอนกลับค่อยลุ้นอีกที
#53
ตอบ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:29
อ้าว ship....... เลย จะกลับเมืองไทยวันที่่ 16 พย นี้ ต้องเลื่อนตั่๋วเปล่าเนี่ย ซวยเลย ไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปีแล้ว
ใกล้ๆ กันเลยผมจะบินจากนี่ 17 พฤศจิ ถึงไทย 18 พฤศจิ จะได้ลงเครื่องไหมเนี้ยะ ไม่ได้กลับมานานเหมือนกันว่าจะไปพายเรือเล่นบ้านเพื่อนสักหน่อย
#54
ตอบ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:35
#55
ตอบ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:10
แต่สงสั้ยอย่าง อยากถาม ... แรงดันน้ำระดับแค่ความสูงแค่ 2 เมตร...มีแรงมหาศาล ไปดันผิวดินที่อัดแน่น ในฝั่งน้ำที่ไม่ถ่วม ดันคอนกรีตอันหนาอย่างหนาของรันเวย์ แท็กซี่เวย์เกิดอาการบวมปริโกร่งแตก ได้เขียวหรอครับ ......... เขาไม่มีระบบระบายน้ำ รอบแนวรันเวล์เชียยวหรอ ระบบมาตรฐานสนามบินใหญ่ขนาดนี้ผมว่าเขาออกแบบมาอย่างดีป้องก้นเรื่องนี้แน่ๆ เพราะเขารู้ว่าสนามบินนี้อยู่ในที่ลุ่มน้ำ ที่ต้องระวังเรื่องน้ำท่วม เป็นอันดับแรกๆมากกว่า
...E=mc2 เข้าใจสูตร 3บรรทัดอย่างแตกฉาน
ย่อมรอบรู้กว่า...
...การอ่านตำราหมดทั้งหอสมุด แต่อ่านไปเรื่อยแบบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจห่าอะไรเลย...
#56
ตอบ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:02
#58
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 03:13
ผมไม่ได้ศึกษาด้านโยธา ... ฟังดูเข้าท่า นะครับ
แต่สงสั้ยอย่าง อยากถาม ... แรงดันน้ำระดับแค่ความสูงแค่ 2 เมตร...มีแรงมหาศาล ไปดันผิวดินที่อัดแน่น ในฝั่งน้ำที่ไม่ถ่วม ดันคอนกรีตอันหนาอย่างหนาของรันเวย์ แท็กซี่เวย์เกิดอาการบวมปริโกร่งแตก ได้เขียวหรอครับ ......... เขาไม่มีระบบระบายน้ำ รอบแนวรันเวล์เชียยวหรอ ระบบมาตรฐานสนามบินใหญ่ขนาดนี้ผมว่าเขาออกแบบมาอย่างดีป้องก้นเรื่องนี้แน่ๆ เพราะเขารู้ว่าสนามบินนี้อยู่ในที่ลุ่มน้ำ ที่ต้องระวังเรื่องน้ำท่วม เป็นอันดับแรกๆมากกว่า
ผมได้อธิบายไปแล้วนะครับ แต่จะอธิบายเพิ่มให้พอเข้าใจครับ
อย่าเข้าใจว่าผมคิดบ้องตื้นว่า น้ำภายนอกสูงเพียงสองเมตรสามารถดันยกรันเวย์โกร่งได้
ผมบอกว่าเมื่อมีน้ำมารอบล้อมสนามบินสูงสองเมตร แรงดันนี้อาจจะดันผ่านใต้คลองในโดยรอบสนามบิน หมายถึงน้ำซึมผ่านดิน หากในสภาพปรกติ ระดับน้ำคลองลาดกระบังกับคลองหนองงูเห่าเดิมหรือน้ำจากคลองลำปลาทิวนั้นมีระดับเท่ากันหรือมากน้อยสลับกัน โดยมีประตูน้ำกรมชลประทานที่อยู่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสนามบินเป็นตัวกำหนดและระบาย หากสภาวะนี้ก็ไม่มีการซึมผ่านจากน้ำที่อยู่รอบสนามบินได้ เพราะคลองในสามารถดูซับไว้ก่อนหรือไม่มีแรงดันเพราะระดับน้ำเท่ากัน
หากมีน้ำโดยรอบสูงสองเมตรหรือมากกว่า และอยู่ในสภาพทรงตัว คือไม่ไหลหรือไหลไม่ทันไม่ลดระดับลงเป็นเวลานาน แรงดันจากระดับน้ำที่สูงกว่ากันจะดันให้น้ำที่ไหลถึงกันยกระดับให้เท่ากัน อันนี้อาจจะเข้าใจว่าถ้าสูงขึ้นก็สูบออก แต่ที่ผมพูดถึงไม่ใช่น้ำส่วนนี้ ผมหมายถึงน้ำที่อยู่ใต้คลองในโดยรอบ คือน้ำในเนื้อดินครับ มันจะซึมผ่านใต้คลองและวิ่งไปสู่ส่วนกลางสนามบินจากขอบโดยรอบ
เข้าไปแทรกในเนื้อดินเนื่องจากสวนกลางสนามบินมีความชื้นในดินน้อยกว่าภายนอกโดยรอบ และน้ำที่ไปแทรกในเนื้อดินนี่แหละมันจะเกิดแรงดันขึ้น ลองพิจารณาดูเม็ดแมงลักครับ จุดดำในเม็ดแมงลักคือเม็ดดิน วุ้นใสรอบเม็ดแมงลักคือน้ำ ลองเอาเม็ดแมงลักแห้งเทลงไปในแก้วสักครึ่งแก้ว แล้วเติมน้ำอุ่นลงไป มันก็จะบวมตัวและยกตัวสูงขึ้นล้นแก้ว ปฏิกริยาเดียวกันครับ
ทำไมมันไม่กดลงในดินตามแรงโน้มถ่วง มันซึมไปตามแรงโน้มถ่วงอยู่ครับ แต่หากมีการทรงตัวของน้ำโดยรอบอยู่ปฏิกริยานี้ก็ยังทรงตัวอยู่ หมายความว่า น้ำที่ซึมเข้ามาในสนามบินแล้วมันก็ซึมลงด้วย แต่ซึมออกข้างไม่ได้ เพราะด้านข้างมรน้ำมากกว่า และปริมาณที่ซึมลงก็จะถูกเติมเข้าไปอยู่ตลอดเป็นลักษณะกาลักน้ำ เพราะช่องว่างระหว่างดินมันก็มีสภาพเหมือนท่อน้ำรอบตัวเม็ดดิน มันก็ดูดซับอยู่ตลอด เมื่อเป็นเช่นนี้มันก็ดันตัวขึ้น
น้ำมันมีความสามารถยกแผ่นคอนกรีตได้หรือ ได้ครับ เพราะน้ำมีการไหลและเคลื่อนตัวเป็นลักษณะโมเมนตัม และสภาพปิดล้อมน้ำก็เป็นลักษณะไฮดรอลิก คือยกดันได้ ดูเข็มฉีดยา เรากดก้านเข็มฉีดยา แต่น้ำที่ไหลพุ่งออกมันไม่ใช่น้ำที่ก้นก้านกด แต่เป็นน้ำที่อยู่บริเวณปลายกระบอกฉีดยาที่ดันออกปลายเข็มฉีดยา อันนี้อธิบายลักษณะโมเมนตัม และเช่นเดียวกันมันก็เป็นลักษณะการดันหรือถ่ายแรงแบบไฮดรอลิก ดูกระบอกโช๊ค หรือแม่แรงครับ ของเหลวที่อยู่ภายในมันสามารถยกระสิบล้อน้ำนักยี่สิบตันได้
หากจะอธิบายการดันยก ผมยกตัวอย่างอ่างหรือสระว่ายน้ำ หากสูบน้ำออก น้ำจากใต้ดินจะยกมันขึ้นจนแตกร้าวหรือบางสระยกขึ้นสูงเอียงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นการออกแบบสระว่ายน้ำในกรุงเทพฯ จึงออกแบบเสาเข็มให้รับน้ำหนัดกดของสระน้ำกับน้ำได้ และต้องออกแบบให้เสาเข็มต้องมีเหล็กเสริมพิเศษเพื่องอพับกับฐานรากหรือโครงสร้างสระว่ายน้ำเพื่อกันการยกตัวของน้ำในดินจะยกอ่างให้ลอยขึ้นมา เมื่อถ่ายน้ำออกจากสระ แต่สนามบินสุวรรณภูมไม่ได้มีการออกแบบกันการยกตัวจากแรงดันน้ำครับ ดังนั้นยกแน่นอน หากมีน้ำรอบสนามบินสูงขังแช่เป็นเวลานาน
คงพอเข้าใจบ้างนะครับ ว่าผมไม่ได้บอกว่าน้ำสองเมตรรอบนอกสนามบินจะเข้ามายกสนามบินที่ผิวดิน แต่เป็นน้ำในดินที่ซึมผ่านเข้ามาใต้ดินมากกว่าปรกติครับ
#59
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:35
ที่ผมสงสัยคือ แรงดันนี้ ก็น่าจะมีความดันพอๆกับน้ำรอบๆสนามบิน ผมถึงได้ประมาณว่า ถ้าน้ำสูงสามเมตร ก็ประมาณสามตันต่อตารางเมตร ซึ่งในสาย
ตาผมมองว่ามันไม่มากเลย ต่อให้เป็นแรงดันขึ้นก็ตาม น้ำหนักของพื้นสนามบินน่าจะมากกว่าด้วยซ้ำ(อันนี้ผมเดาเอานะครับ ไม่มีความรู้เรื่องโยธา)
อย่างไรก็ตาม ผมเดาว่าที่คุณ halfmoon กังวลมากกว่าคือแรงนี้ถึงจะไม่มาก แต่ถ้านานพอ มันจะสร้างความเสียหายได้ ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#60
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:52
ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า?? คุณ halfmoon มองว่าแรงดันน้ำด้านนอกส่งผ่านไปยังน้ำใต้ผิวดิน และแรงดันนี้จะดันพื้นสนามบินขึ้นใช่มั้ยครับ
ที่ผมสงสัยคือ แรงดันนี้ ก็น่าจะมีความดันพอๆกับน้ำรอบๆสนามบิน ผมถึงได้ประมาณว่า ถ้าน้ำสูงสามเมตร ก็ประมาณสามตันต่อตารางเมตร ซึ่งในสาย
ตาผมมองว่ามันไม่มากเลย ต่อให้เป็นแรงดันขึ้นก็ตาม น้ำหนักของพื้นสนามบินน่าจะมากกว่าด้วยซ้ำ(อันนี้ผมเดาเอานะครับ ไม่มีความรู้เรื่องโยธา)
อย่างไรก็ตาม ผมเดาว่าที่คุณ halfmoon กังวลมากกว่าคือแรงนี้ถึงจะไม่มาก แต่ถ้านานพอ มันจะสร้างความเสียหายได้ ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ
ไม่ใช่แรงดันน้ำจากภายนอกที่สูง 2 เมตรเข้ามาดันโดยตรงครับ แต่เป็นน้ำจากภายนอกที่สูงกว่าระดับควบคุมปรกติ ซึมผ่านได้ดินเข้ามาโดยการดึงของโมเลกุลน้ำซึ่งกันและกัน ทำให้น้ำโดยรอบซึมซับไปสู่ศูนย์กลางสนามบิน เราต้องเข้าใจก่อนว่าลักษณะดินเดิมของหนองงูเห่าหรือพื้นที่ตำบลหนองปรือเดิมนี้ เป็นดินเหนียวโคลนเลน หรือดินเหนียวละเอียดถึงขั้นเหลว ถึงเหลวไหล คือไหลเองได้ เรียกว่า silty clay ถึง mud หรือ sludge ดินเหล่านี้มันมีประจุไฟฟ้าในเม็ดดิน มันจึงจะดึงตัวเป็นก้อนได้ แต่หากมีน้ำแซกซึมเข้าไปผสมมากมันก็จะดึงดูดกันเองได้น้อย แต่การดึงดูดเกาะตัวของโมเลกุลของน้ำจะมากกว่าและมากขึ้น ดังนั้นดินเหล่านี้ก็จะกลายเป็นของเหลวและกลายเป็นของไหลในที่สุด
แต่ในการปรับปรุงคุณภาพดินชั้นรองพื้นของสนามบิน ได้ขจัดความข้นเหลวเหล่านี้ออก คือการดึงน้ำออกจากดินนั่นเอง เมื่อน้ำน้อยลงก็คลุกเคล้าด้วยวัสดุอื่นเพื่อให้เพิ่มค่า elastic เพื่อให้เหนียว ยืดหยุ่น ไม่ฉีกขาดทะลุง่าย และเพิ่มความแข็งไปด้วย
หากจะทำให้น้ำเป็นของแข็งได้ เราต้องลดอุณหภูมิลงให้ต่ำกว่า -4 องศา เพื่อให้น้ำและวัตถุที่น้ำแทรกตัวหุ้มอยู่มีสภาพแข็งหรือเป็นก้อนแข็งหรือน้ำเองเป็นก้อนน้ำแข็ง นั่นก็หมายความว่าเราต้องสร้างสนามบินเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้ง
ดังนั้นหากไม่ทำให้น้ำแข็งเป็นสนามบินลานสเก็ต ก็ต้องดึงน้ำออก และทำให้ดินแข็งตัวและยืดหยุ่น รับแรงกด แรงกระแทก และแรงเฉือนฉีกขาดทะลุ
จากการทำให้น้ำมันหายไปนั่นแหละ วันนี้น้ำที่โอบล้อมจะวิ่งเข้าไปแทนที ที่ ที่มันถูกกำจัด และกำหนดให้มีอยู่ปรืมาณหนึ่ง ตามระดับน้ำและปริมาตรน้ำของคลองในที่มีรอบสนามบิน และคลองซอยต่างๆที่เป็นก้างปลา เพื่อกระจายความชื้นในดินให้ล่อเลี้ยงสภาพที่กำหนดไว้ แต่วันนี้มันจะเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้มันบวมตัวขึ้นครับ ไม่ใช่น้ำไหลบนผิวดินไหลเข้าไปยกมันครับ แต่เป็นการดันจากน้ำในเนื้อดินครับ
#61
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:56
#62
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:42
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#63
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:05
พอมาสมัยนี้ โดน เหนือชั้นกว่า ปิดดอนเมืองไปแล้ว และ จะไปปิดสุวรรณภูมิด้วยเลยหรอ..
#64
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:13
บอกสั้นๆ ครับ สนามบินสุวรรณภูมิ สั่งกระสอบทรายจากโรงงานแถวบ้านผมไปกว่า หนึ่งล้าน ใบแล้วครับ เริ่มส่งตั้งแต่เมื่อสิบวันก่อน วันละ หนึ่งแสน ใบ วันนี้และพรุ่งนี้ก็ยังต้องส่งให้อยู่ อาจจะหมายความว่า ทางสนามบินคงจะประเมินสถานการณ์และเริ่มป้องกันแล้วครับ
ผิดทางครับ ตัวปัญหาของสุวรรณภูมิคือปั้นคันดินสูงและกระสอบทรายนี่แหละจะเป็นเหตุให้สุวรรณภูมิวิบัติ
ที่ถูกต้องที่สุดคือสูบน้ำเบี่ยงออกคลองสวนหลวงแพ่ง คลองเปร็ง ไม่ใช่ลำปลาทิว
ตามไปด้วยสูบอัดน้ำรอบสุวรรณภูมิไปบางพลีใหญ่ บางโฉลง ออกคลองสำโรง ออกคลองด่าน, แพรกษา ออกบางปู
หากไม่พอ ต้องปล่อยให้น้ำเข้ามาบางส่วนแล้วช่วยสูบออก ด้วยคลองลาดกระบัง ลำปลาทิว(ล่าง)หนองงูเห่า ไปบางโฉลงและบางพลีใหญ่ คลองด่าน
หรือหากคาดว่า สูบไม่ทันแน่ หรือต้องใช้เวลานานเกินกว่า 7-10 วัน ก็ต้องค่อยๆปล่อยน้ำให้ท่วมสนามบินทั้งหมด เพื่อกดทับกันการโกร่งตัวบวมตัว
#65
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:14
เหลืองเคยปิดสนามบินสุวรรณภูมิ.. (มุกหากินของแดง)
พอมาสมัยนี้ โดน เหนือชั้นกว่า ปิดดอนเมืองไปแล้ว และ จะไปปิดสุวรรณภูมิด้วยเลยหรอ..
#66
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:17
ขอแก้ข่าวนิดหนึ่งน่ะครับ ทางการท่าอากาศยานฯ สุวรรณภูมิไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อน่ะครับ แต่เป็นการสั่งซื้อจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยน่ะครับ
บอกสั้นๆ ครับ สนามบินสุวรรณภูมิ สั่งกระสอบทรายจากโรงงานแถวบ้านผมไปกว่า หนึ่งล้าน ใบแล้วครับ เริ่มส่งตั้งแต่เมื่อสิบวันก่อน วันละ หนึ่งแสน ใบ วันนี้และพรุ่งนี้ก็ยังต้องส่งให้อยู่ อาจจะหมายความว่า ทางสนามบินคงจะประเมินสถานการณ์และเริ่มป้องกันแล้วครับ
ผิดทางครับ ตัวปัญหาของสุวรรณภูมิคือปั้นคันดินสูงและกระสอบทรายนี่แหละจะเป็นเหตุให้สุวรรณภูมิวิบัติ
ที่ถูกต้องที่สุดคือสูบน้ำเบี่ยงออกคลองสวนหลวงแพ่ง คลองเปร็ง ไม่ใช่ลำปลาทิว
ตามไปด้วยสูบอัดน้ำรอบสุวรรณภูมิไปบางพลีใหญ่ บางโฉลง ออกคลองสำโรง ออกคลองด่าน แพรกษา ออกบางปู
หากไม่พอ ต้องปล่อยให้น้ำเข้ามาบางส่วนแล้วช่วยสูบออก ด้วยคลองลาดกระบัง ลำปลาทิวหนองงูเห่า ไปบางโฉลงและบางพลีใหญ่
หรือหากคาดว่า สูบไม่ทันแน่ หรือต้องใช้เวลานานเกินกว่า 7-10 วัน ก็ต้องค่อยๆปล่อยน้ำให้ท่วมสนามบินทั้งหมด เพื่อกดทับกันการโกร่งตัวบวมตัว
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#67
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:32
ทางที่ดีคือปล่อยให้มันได้ใหลเรื่อยๆ ฟังดูแล้วก็คล้ายๆกับที่คุณ halfmoon บอกเลย
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#68
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:33
ฝั้งตะวันออกตอนนี้แห้งยังกะทะเลทรายคาลาฮารี
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#69
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:37
ขอแก้ข่าวนิดหนึ่งน่ะครับ ทางการท่าอากาศยานฯ สุวรรณภูมิไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อน่ะครับ แต่เป็นการสั่งซื้อจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยน่ะครับ
บอกสั้นๆ ครับ สนามบินสุวรรณภูมิ สั่งกระสอบทรายจากโรงงานแถวบ้านผมไปกว่า หนึ่งล้าน ใบแล้วครับ เริ่มส่งตั้งแต่เมื่อสิบวันก่อน วันละ หนึ่งแสน ใบ วันนี้และพรุ่งนี้ก็ยังต้องส่งให้อยู่ อาจจะหมายความว่า ทางสนามบินคงจะประเมินสถานการณ์และเริ่มป้องกันแล้วครับ
ผิดทางครับ ตัวปัญหาของสุวรรณภูมิคือปั้นคันดินสูงและกระสอบทรายนี่แหละจะเป็นเหตุให้สุวรรณภูมิวิบัติ
ที่ถูกต้องที่สุดคือสูบน้ำเบี่ยงออกคลองสวนหลวงแพ่ง คลองเปร็ง ไม่ใช่ลำปลาทิว
ตามไปด้วยสูบอัดน้ำรอบสุวรรณภูมิไปบางพลีใหญ่ บางโฉลง ออกคลองสำโรง ออกคลองด่าน แพรกษา ออกบางปู
หากไม่พอ ต้องปล่อยให้น้ำเข้ามาบางส่วนแล้วช่วยสูบออก ด้วยคลองลาดกระบัง ลำปลาทิวหนองงูเห่า ไปบางโฉลงและบางพลีใหญ่
หรือหากคาดว่า สูบไม่ทันแน่ หรือต้องใช้เวลานานเกินกว่า 7-10 วัน ก็ต้องค่อยๆปล่อยน้ำให้ท่วมสนามบินทั้งหมด เพื่อกดทับกันการโกร่งตัวบวมตัว
ขอบคุณครับ รับทราบตามที่แจ้งแล้ว
ขอแสดงความนับถือ
สำเนาถึง ศปภ., ธีระ การเกษตร
#70
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:52
โอ้โห้ คุณพระจันทร์ครึ่งดวง เล่นมุขคุณชายสุขุมพันธ์ซะแล้ว
ขอแก้ข่าวนิดหนึ่งน่ะครับ ทางการท่าอากาศยานฯ สุวรรณภูมิไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อน่ะครับ แต่เป็นการสั่งซื้อจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยน่ะครับ
บอกสั้นๆ ครับ สนามบินสุวรรณภูมิ สั่งกระสอบทรายจากโรงงานแถวบ้านผมไปกว่า หนึ่งล้าน ใบแล้วครับ เริ่มส่งตั้งแต่เมื่อสิบวันก่อน วันละ หนึ่งแสน ใบ วันนี้และพรุ่งนี้ก็ยังต้องส่งให้อยู่ อาจจะหมายความว่า ทางสนามบินคงจะประเมินสถานการณ์และเริ่มป้องกันแล้วครับ
ผิดทางครับ ตัวปัญหาของสุวรรณภูมิคือปั้นคันดินสูงและกระสอบทรายนี่แหละจะเป็นเหตุให้สุวรรณภูมิวิบัติ
ที่ถูกต้องที่สุดคือสูบน้ำเบี่ยงออกคลองสวนหลวงแพ่ง คลองเปร็ง ไม่ใช่ลำปลาทิว
ตามไปด้วยสูบอัดน้ำรอบสุวรรณภูมิไปบางพลีใหญ่ บางโฉลง ออกคลองสำโรง ออกคลองด่าน แพรกษา ออกบางปู
หากไม่พอ ต้องปล่อยให้น้ำเข้ามาบางส่วนแล้วช่วยสูบออก ด้วยคลองลาดกระบัง ลำปลาทิวหนองงูเห่า ไปบางโฉลงและบางพลีใหญ่
หรือหากคาดว่า สูบไม่ทันแน่ หรือต้องใช้เวลานานเกินกว่า 7-10 วัน ก็ต้องค่อยๆปล่อยน้ำให้ท่วมสนามบินทั้งหมด เพื่อกดทับกันการโกร่งตัวบวมตัว
ขอบคุณครับ รับทราบตามที่แจ้งแล้ว
ขอแสดงความนับถือ
สำเนาถึง ศปภ., ธีระ การเกษตร
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#71
ตอบ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:56
#72
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:10
#73
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:23
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#74
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:24
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#75
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:35
พวกมันเอาเรือบริจาคมาวางขาย
เมื่อวาน TNN รายงานข่าวประมาณเที่ยงเรือแม็กไลเนอร์ที่บริจาควางขายแถวแจ้งวัฒนะ
สุวรรณภูมิไม่รอดครับ
#76
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:38
มีเรือแม็กไลเนอร์ที่บริจาคสีดำวางขายบนผิวถนนเจริญกรุงหน้าร้านเจริญวิศวกรรม คลองถม
พวกมันเอาเรือบริจาคมาวางขาย
เมื่อวาน TNN รายงานข่าวประมาณเที่ยงเรือแม็กไลเนอร์ที่บริจาควางขายแถวแจ้งวัฒนะ
สุวรรณภูมิไม่รอดครับ
อธิบายหน่อยผมงงคร๊าบบบ คิดไม่ทัน เฮอะๆๆๆๆ ผม ไม่รู้เรื่องจริงๆ เพิ่มเติมให้สักนิดหน่อย
#77
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:39
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#78
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:41
#79
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:43
มีคำสั่งซื้อกระสอบทรายเพืิ่มอย่างเร่งด่วน สงสัยจริงๆ ว่า สุวรรณภูมิคงไม่รอดแน่ๆ
อ้าวงั้น รอฟังอีกสักครู่
#80
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:46
ที่ฟังมาจากคนขับที่ไปส่งของ ทางสนามบินไม่ได้กั้นรอบสนามบินน่ะครับ เพราะรอบสนามบินได้ทำคันดินกั้นไว้แล้ว แต่จะเอากระสอบทรายไปวางให้กระแสน้ำเปลี่ยนทางไปลงคลองน่ะครับ
มีคำสั่งซื้อกระสอบทรายเพืิ่มอย่างเร่งด่วน สงสัยจริงๆ ว่า สุวรรณภูมิคงไม่รอดแน่ๆ
อ้าวงั้น รอฟังอีกสักครู่
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#81
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:26
ที่ฟังมาจากคนขับที่ไปส่งของ ทางสนามบินไม่ได้กั้นรอบสนามบินน่ะครับ เพราะรอบสนามบินได้ทำคันดินกั้นไว้แล้ว แต่จะเอากระสอบทรายไปวางให้กระแสน้ำเปลี่ยนทางไปลงคลองน่ะครับ
มีคำสั่งซื้อกระสอบทรายเพืิ่มอย่างเร่งด่วน สงสัยจริงๆ ว่า สุวรรณภูมิคงไม่รอดแน่ๆ
อ้าวงั้น รอฟังอีกสักครู่
อันนี้ผมก็ไม่ทราบรายละเอียดปัจจุบัน ทราบแต่ว่ามีทำนบรอบและมีคลองในรอบ หลังสุดที่บอกว่ากั้นดินสูงขึ้นผมก็ยังไม่เห็นครับ ส่วนเรื่องกระสอบทรายผมก็ทราบจากที่นี่แหละ คาดว่าอีกสองสามวัน ผมอาจจะไปดูด้วยตัวเอง หมายถึงผมจะไปส่วนตัวผมเอง หากระดับน้ำไม่สูงอาจจะขอใช้อาคารของธนาซิตี้ แต่หากมีน้ำท่วมสูงก็อาจจะอยู่บนบูรพาวิถี คือผมจะเอากล้องเซอร์เวยไปด้วย มันมองเห็นได้ไกลกว่าตาปรกติ
#82
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:51
ที่เขาดูทางน้ำกัน และที่ห่วงคือ มอเตอร์เวย์ หากน้ำอ้อมไปทางสองข้างของสุวรรณภูมิ
หากมอเตอร์เวย์มีปัญหา นั่นคือคนด้านใน หมดทางหนี ติดเกาะหมดเลย
ถนนฉลองกรุง ผมว่า หากเส้นนี้มีปัญหา ก็จบข่าวเหมือนกัน
ปล. คลองบางชัน ติดกับนิคมบางชัน น่าห่วงตรงจุดฝั่งคลอง ข้าง ฟาร์มเฮ้าส์
ตรงนั้นใช้กำแพงทั่วไปเป็นพนังกั้นน้ำ และน้ำเริ่มเอ่อเข้านิดหน่อย
ควรจะไปเสริมแบ๊คกระสอบทรายหลังกำแพงโดยด่วน ไม่งั้นหากมีปัญหา ก็จมน้ำหมด
และอาหารจะหมดไปด้วย
#83
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:54
สุวรรณภูมิ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ
ที่เขาดูทางน้ำกัน และที่ห่วงคือ มอเตอร์เวย์ หากน้ำอ้อมไปทางสองข้างของสุวรรณภูมิ
หากมอเตอร์เวย์มีปัญหา นั่นคือคนด้านใน หมดทางหนี ติดเกาะหมดเลย
ถนนฉลองกรุง ผมว่า หากเส้นนี้มีปัญหา ก็จบข่าวเหมือนกัน
ปล. คลองบางชัน ติดกับนิคมบางชัน น่าห่วงตรงจุดฝั่งคลอง ข้าง ฟาร์มเฮ้าส์
ตรงนั้นใช้กำแพงทั่วไปเป็นพนังกั้นน้ำ และน้ำเริ่มเอ่อเข้านิดหน่อย
ควรจะไปเสริมแบ๊คกระสอบทรายหลังกำแพงโดยด่วน ไม่งั้นหากมีปัญหา ก็จมน้ำหมด
และอาหารจะหมดไปด้วย
ก็เหลือเพียงบูรพาวิถีเท่านั้นที่จะขนถ่ายอาหารเข้ากรุงเทพฯได้
#84
ตอบ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:58
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#85
ตอบ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:43
ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย สั่งซื้อกระสอบอีก สองล้าน หมายความว่าไง
กำหนดจุดไม่ได้ชัดเจนหรอกครับ มันเป็นยอดรวม แต่คุณ 3.5v รู้ดีว่าจะเอาไปที่ไหนบ้าง แต่คุณทำถูกต้องแล้วที่ไม่อธิบายเพิ่มว่าเอาไปใช้ที่ไหนทั้งที่คุณรู้จุดส่งของ
#86
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:24
#87
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:50
อธิบายเช่นนี้คงจะเข้าใจง่ายมากขึ้นนะครับ วิธีแก้ก็คือปล่อยน้ำเข้าไปกดทับผิวดินและวัสดุเคลือบคลุมผิวดิน เช่นรันเวย์ แท็กซี่เวย์ ลานจอดรถ และถนน ระดับน้ำที่ต้องปล่อยเข้าไปควรให้อยู่ในระดับ 3 ใน 4 ของระดับน้ำภายนอกคันกั้นน้ำโดยเฉลี่ย แล้วค่อยสูบออกเพื่อรักษาระดับน้ำที่ประตูน้ำของชลประทานที่มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสนามบิน ออกบางโฉลง
#88
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:05
ยกตัวอย่างการโม่แป้ง เอาตัวโม่แป้งกดทับน้ำแป้งในผ้าขาวบาง แป้งเป็นก้อนได้ แช่น้ำอยู่อย่างนั้น น้ำจะไม่เข้าไปอีก
ถนน จมน้ำไม่ได้ ครับ ไม่งั้นพังหมด
ให้คิดเสมือนฟองน้ำนั่นล่ะ หากมีน้ำเข้า น้ำออกได้ ก็พัง เพราะการเกาะตัวของชั้นทางจะหมดสภาพไป เมื่อมีน้ำเกินกำหนด
หรือ ผิวทางที่ประกอบด้วยยางมะตอย ก็เหมือนกันหากน้ำเข้า ก็พัง เพราะน้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ ทำให้แยกตัวกันอิสระไร้การเกาะตัว
#89
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:54
#90
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 02:32
แต่มอเตอร์เวย์ น่ะเดรนไปป์ เคยเห็นตอนทำปี 38-40
ส่วนช่วงคอสะพานใช้ ซีเมนต์คอลัมน์ เคยแว๊บๆ ไปช่วยเขาอยู่พักหนึ่ง
น้ำจะมาทางคลองลาดกระบัง กับคลองหัวตะเข้
ไม่น่าจะบ่ามาแบบทางกรุงเทพตอนเหนือ
ระดับน้ำทุกวันนี้ ไม่ต่างจากตอนปลายเดือนกันยายน
ที่ต่างคือ ท่วมนานกว่า และไหลผ่านนานกว่า
ตามชายขอบไม่น่าจะมีแรงกดมาก เพราะไม่ได้ไปตั้งใจต้านมัน
ส่วนน้ำในคูระบายน้ำกลางถนน ด้านปลายสนามบินช่วงบางพลีก็ไม่เพิ่มระดับ มีแต่ลดลง
น้ำใต้ดินกี่มากน้อย ต้องดูจากบรรดาแก้มลิงในสนามบินครับ เพราะคงมีตาน้ำ รูมด รูใส้เดือน ให้น้ำซึมผ่าน
เท่าที่ดู ก็ยังโอเค
น้ำใต้ดินนี่น่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะจะทำให้ดินใต้รันเวย์เป็นขี้โคลนอุ้มน้ำ
แต่ถ้าเคย เอาน้ำออก ออกด้วยเดรนไปป์ ก็น่าจะเบาใจได้ระดับหนึ่ง
#91
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 03:12
ควายมันจะรู้มั๊ยเนี่ย สุดท้ายควายคงคาดเข้มขัดสั้น เห็นมั๊ยค่า เอาอยู่ ถึงสนามบินกลายเป็นเกาะกลางน้ำ แต่สนามบินก็ไม่ท่วมจริงมั๊ยคะ เอ้าควายแดง ชาบุๆ ต่อ อย่าขี้เกียจ
อืม แล้วจะมีควายแดง ไปขอพังคันกั้นน้ำสุวรรณภูมิ เพื่อให้น้ำบ้านมันไม่ท่วมขังมั๊ยเนี่ย 555
#93
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:46
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#94
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:10
#95
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:51
จริงๆ ภาวนาให้มีปัญหาตั้งแต่ตอนนี้เลยน่ะครับ เหียแม้วจะได้มาไม่ได้ เอ๋ มันเข้ามาได้ตั้งหลายทางนี่หว่า ทั้งสัตหีบ ทั้งเกาะกง ทั้ง หาดใหญ่คงต้องดูไปถึงประมาณวันที่ 10 - 15 ธันวาคมนี้ หากระดับน้ำยังอยู่ในปัจจุบันไปตลอด การซึมผ่านของน้ำในชั้นใต้ดินหรือชั้นดินเลนคงไม่มีปัญหาอะไร
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#96
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:43
อย่างเรื่องของ ไอเก่ง ที่เที่ยวบอกชาวบ้านอย่าง บอก ศปภ อย่าง บอกชาวบ้านให้ทำลาย แล้วก็ส่งคนอื่นมาแก้ไข แล้วก็บอกให้ชาวบ้านมาทำลายอีก ผมไม่เข้าจริงๆๆนะ
#97
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:45
บอกให้อย่างหนึ่งครับ ที่ไหน น้ำไม่ท่วม ไม่ได้เงินฟื้นฟูเยียวยาน่ะครับ สั้นๆ น่าจะเข้าใจผมชักสงสัยขึ้นมาแล้วทำไม รัฐบาลถึงปล่อยน้ำให้ไหลท่วมบ้านท่วมเมืองจนเสียหายมากมาย แบบนี้ เขามีแผนการอะไรรึเปล่า บางครั้ง ปัญหาบ้างอย่างเหมือนจะแก้ไข ง่ายแต่ไม่ทำ หรือทำแบบให้วุ่ยวายๆๆ ไปซะงั้น
อย่างเรื่องของ ไอเก่ง ที่เที่ยวบอกชาวบ้านอย่าง บอก ศปภ อย่าง บอกชาวบ้านให้ทำลาย แล้วก็ส่งคนอื่นมาแก้ไข แล้วก็บอกให้ชาวบ้านมาทำลายอีก ผมไม่เข้าจริงๆๆนะ
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#98
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:51
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มันเอาแก้มลิงพ่อไปทำ
ขณะกำลัง Taxi อยู่
ปรากฏว่าทฤษฎีของคุณ Halfmoon เป็นจริง Runway โก่งตัวขึ้นมาพอดี
เครื่องบินลำนั้น สะดุดอะไรบางอย่าง อ้อ เขาควาย แล้วเลยไถลตกรันเวย์ ไฟไหม้ แล้วเป็น ..... แบบนี้เลย
#99
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:56
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#100
ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:44
ตกลงยังไงว่ะเนี่ย ออเดอร์ที่ค้างส่งอยู่ ทางกรมฯ ขอให้ส่งด่วน พร้อมเพิ่มยอดอีกเท่าตัว
จะมีการวางบิ๊กแบ๊ก ห่างกันนิดนึง และให้ใช้กระสอบเล็ก อุดช่องกันน้ำลอดบิ๊กแบ๊ก
ไม่รู้เกี่ยวกันมั๊ย วางแถว ๆ นั้นละ และ สาย 340 ก็ต้องการไปอุดรอยต่อของท่อ
ปล. เวอร์ติคอลเดรน ใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











