กรองข่าวมาเล่า โดย ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
คลื่นลมเหนือสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยังไม่สงบ หลังจาก "บังคับย้าย" คุณถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อโอน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรีอดีต ผบ.ตร.มาแทน และเปิดตำแหน่งให้กับญาติลูกพี่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาขึ้นแทน จนเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วยุทธภพข้าราชการพลเรือนแล้ว ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติบังคับย้าย คุณสมเกียรติ บุญชูรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และส่ง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร มาดำรงตำแหน่งแทน
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจกลัวคุณถวิลเหงาก็ได้ จึงส่งคุณสมเกียรติไปเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาหรือช่วยกันตบยุงในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมียุงบินว่อนไปหมดเพราะมีน้ำเน่าเยอะ หลังจากนี้คุณสมเกียรติคงมีสภาพคล้ายกับคุณถวิล ซึ่งนั่งเหงารองานที่นายกรัฐมนตรีเคยบอกว่ามีมากมายที่จะให้ทำ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีงานมาให้ทำเลยสักชิ้น น่าเสียดายที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์สูง กินเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชนเดือนละหลายหมื่นบาทแต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่ยอมใช้เขาให้คุ้มค่า
การโยกย้าย พล.ท.ภราดร มาแทนคุณสมเกียรติครั้งนี้ เป็น "เหตุผลทางการเมือง" เพียงอย่างเดียวย้อนกลับไปหลังจากที่คุณถวิลถูกโยกย้ายเพียงไม่กี่วัน มีความพยายามที่จะย้าย

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
พล.ท.ภราดร มาเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอีกคน แต่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะรองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ซึ่งดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง นอกจากไม่ยอมลงนามในคำสั่งย้ายแล้ว ยังตะเพิดข้าราชการการเมืองที่นำคำสั่งมาให้เซ็นกลับไป พร้อมกับเอ็ดตะโรเอาว่า เพิ่งย้ายเลขาธิการออกไป ซึ่งเรื่องยังวุ่นวายไม่จบ ยังจะมาย้ายรองเลขาธิการเขาอีกหรือ
การไม่เซ็นคำสั่งทำให้คนที่อยู่เหนือรัฐบาลโกรธมากถึงกับโทรศัพท์มาต่อว่า พล.ต.อ.โกวิท ว่า"พี่ไม่เข้าใจคนคนนี้เขามีบุญคุณกับผมมาก" นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.โกวิท ถูกปลดออกจากตำแหน่งก็ได้ ในขณะที่การดัน พล.ต.ท.ภราดร ให้แทนคุณสมเกียรติครั้งนี้ เป็นที่รู้กันว่านายกรัฐมนตรีเร่งรัดมาก เมื่อพล.ต.อ.ทำไม่ได้ ก็ให้ ร.ต.อ.ทำแทน
คำว่า "คนคนนี้เขามีบุญคุณกับผมมาก" นั้น ไม่ทราบว่าหมายถึง พล.ท.ภราดร หรือ คุณปรีดาพัฒนถาบุตรซึ่ง พล.ท.ภราดร มีศักดิ์เป็นหลานชาย คุณปรีดาเคยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคุณทักษิณถือกระเป๋าเดินตามมาก่อนคุณทักษิณเคารพและเกรงใจคุณปรีดาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาไม่ว่าจะโมโหโกรธาใครมา แต่พอเจอหน้าคุณปรีดา คุณทักษิณจะสงบเสงี่ยมทันที คุณปรีดาให้คำปรึกษาและวางแผนช่วยเหลือทางการเมืองแก่คุณทักษิณตลอดมา โดยอาศัยประสบการณ์ทางการเมืองหลายสิบปีชนิดที่อ่านการเมืองทะลุปรุโปร่งหมด
คุณปรีดาเป็นผู้ใหญ่ที่สุภาพเรียบร้อยให้ความเมตตากับน้องๆ นักการเมืองเสมอมา จึงเป็นที่เคารพรักของนักการเมืองรุ่นก่อน สมัยที่คุณทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาทางการเมืองตัวจริงก็คือ คุณปรีดานี่เอง
ฉะนั้น หากคุณปรีดาส่งหลานชายเข้าประกวดเชื่อว่าทั้งพี่ชายและน้องสาวต้องเกรงใจ
บางคนอ้างว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับ พล.ท.ภราดรบ้าง เพราะถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์ย้ายออกไปรัฐบาลชุดนี้จึงคืนความเป็นธรรมให้กับ พล.ท.ภราดร
เรื่องนี้มองเผินๆก็ดูเหมือนจะมีเหตุผลรับฟังได้ แต่ต้องดู "ที่มา ที่ไป"ของ พล.ท.ภราดรด้วย ย้อนหลังไปสมัยรัฐบาลทักษิณ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ชอบไปคุยด้วยตอนเย็นๆ หลังเลิกงาน ก่อนที่จะยึดอำนาจ เมื่อพล.อ.วินัย กลับกองทัพคุณประกิจ ประจนปัจจนึก ได้เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแทน 1 ปีก่อนเกษียณรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ส่งพล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์ มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ พอถึงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชได้ย้าย พล.ท.ศิรพงศ์ และส่ง พล.ท.สุรพลเผื่อนอัยกามาดำรงตำแหน่งแทน พล.ท.สุรพลได้นำเอาพล.ท.ภราดร มาเป็นรอง แต่รู้กันดีใน สมช.ว่าเลขาธิการตัวจริงก็คือ พล.ท.ภราดรนั่นเอง คุณสมเกียรติที่เตรียมตัวขึ้นเป็นรองและถูกตัดหน้าไปจึงต้องรอไปก่อน ต่อมารัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ย้ายพล.ท.สุรพล กลับกองทัพ และย้าย พล.ท.ภราดรเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคุณถวิลเป็นเลขาธิการความมั่นคงฯ คุณสมเกียรติ เป็นรอง
เพราะฉะนั้นการอ้างความเป็นธรรมก็ต้องดูที่มาที่ไปเหมือนกัน อย่าหยิบเฉพาะในช่วงเวลาที่จะเป็นประโยชน์กับตนมาพูดเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ มีความพยายามที่จะตั้งอัตรา รองเลขาธิการความมั่นคงฯ ขึ้นมาใหม่อีกอัตราหนึ่งสำหรับ พล.ท.ภราดร เพื่อไม่ให้กระทบต่อรองทั้ง 3 คน แต่ปรากฏว่ามีปัญหาด้านเทคนิคหลายประการ จึงต้องใช้วิธีโยกย้ายคุณสมเกียรติแทนซึ่งเป็นไปตามหลักนิยมของผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลชุดนี้ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ส่วนวิธีการนั้นไม่สนใจว่าจะกระเทือนใครหรือไม่อย่างไร
ข้าราชการแต่ละคนต่างก็ได้รับการอบรม ฝึกปรือมาในสายงานของตนจนมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์เฉพาะวิชาชีพนั้นๆ และต่างก็หวังจะเติบโตจึงถึงระดับสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ วันนี้อำนาจทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงระบบราชการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ตำแหน่งราชการได้กลายเป็นรางวัลทางการเมืองที่ตอบแทนบุญคุณทางการเมืองสำหรับผู้ที่สนับสนุนนักการเมืองไปแล้ว

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์
คนที่นอนสะดุ้งมากที่สุดจากการโยกย้ายครั้งนี้เห็นจะเป็น พล.ต.อ.วิเชียร เลขาธิการคนปัจจุบันเพราะรัฐบาลคงไม่รอให้เกษียณก่อน ปลายปีนี้เราอาจเห็นการโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียรออกไปแล้วให้ พล.ท.ภราดร ขึ้นมาแทนโดยทันที โดยกระโดดข้ามรองเลขาธิการคนที่ 1 และ 2 หรือย้ายทั้งสองรองไปที่อื่นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้รอง ขึ้นมาแทน





Find content
ไม่ระบุ

