Jump to content


An.mkII

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2551
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: ส่วนตัว
-----

#336700 ผลมาจาก ว.5 โฟร์ซีซั่น.หรือเปล่า..?

โดย An.mkII on 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 12:39

จะบอกให้ เจ้าของโครงการฯ เขาจะสร้างหมู่บ้าน หรือคอนโด สักแห่ง
เขาได้สำรวจ ตรวจสอบ ความคุ้มค่า เป้าหมายไว้นานแล้ว เท่ากับว่าเขาซื้อที่ดินที่ตั้ง ไว้นานแล้ว

ไม่ใช่ อยู่ๆ นึกจะซื้อก็ซื้อ พรุ่งนี้มะรืนนี้..เขาคงไม่ปัญญาอ่อนขนาดนั้น
ถ้าเขาปัญญาอ่อนเหมือนที่คุณว่า เขาคงไม่รวยละม้างงง ..จนดักดานเหมือนคุณกับผม

คุณมันแค่คนปัญญาแคบ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ เห็นอะไรก็คิดว่าโกงไปหมด
โดยเอา "มาตรฐานตนเองมาตัดสินคนอื่น"

ถ้าคุณเลว ..คนอื่นก็ต้องเลวเหมือนคุณ

ใช่มั๊ย ?


ที่จริงธุรกิจที่ได้อานิสงค์จากโครงการของรัฐมันก็มีอยู่มากมาย มันไม่ใช่ความผิดของแสนสิริ ที่จะเป็นหนึ่งที่ได้ประโยชน์นั้น และไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่จะทำโครงการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพ แต่ประเด็นปัญหาที่คนเค้าวิพากษ์วิจารณ์กัน คือ โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำขึ้นแล้วเผอิญแสนสิริได้อานิสงค์ หรือว่าเป็นโครงการที่เอกชนเผอิญรู้ข้อมูลภายใน แล้วเอาไปหาประโยชน์

แต่คนทีสิทธิที่จะคิดว่าเป็นประเด็นหลัง เพราะตัวยิ่งลักษณ์เองทำให้เกิดข้อสงสัยต่อสังคม การที่นายกพบนักธุรกิจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การพบกับนักธุรกิจเพียงรายเดียว บริษัทเดียวเป็นสิ่งที่ยิ่งลักษณ์ต้องตอบให้เคลียร์ ทำไมต้องเป็นแสนสิริ ทำไมไม่มี แลนด์แอนด์เฮาส์ ลลิล กรุ๊ป พฤกษา พรอพเพอตี้เฟอร์เฟค นี่คือ ที่มาของคำถามว่า ยิ่งลักษณ์ คุยกับนักธุรกิจ เพื่อออกนโยบายเอื้อประโยชน์กับพวกพ้องใช่หรือไม่ หรือ ยิ่งลักษณ์ให้ข้อมูลภายในกับพวกพ้องตัวเองหรือเปล่า

ถ้าสิ่งที่ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่าคุยเพื่อประโยชน์ของประเทศ ทำไมบอกประชาชนไม่ได้ว่าคุยอะไร ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ไปทำผิดคิดชั่วนิ ถึงต้องหลบๆซ่อนๆ ก็ออกมาบอกสิว่าคุยอะไร หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไร จากการคุยในครั้งนี้

การที่คุณปลายอ้อไม่สงสัยนั่นเป็นเรื่องของคุณ แต่คนไทยอื่นมีสิทธิสงสัยเพราะยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือ นายกของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่นายกของพวกคุณเท่านั้น ถ้าจะบอกว่าคนที่ไม่ได้เลือกยิ่งลักษณ์ห้ามสงสัย งั้นยิ่งลักษณ์ ก็ไม่สิทธิในการเอาเงินภาษีของคนที่ไม่ได้เลือกยิ่งลักษณ์ไปบริหารทำโครงการต่างๆ ทำไมเวลาใช้เงินภาษีใช้ของทุกคน แต่เวลาคนวิจารณ์มาบอกว่าห้ามวิจารณ์เพราะเสียงส่วนใหญ่ไม่สงสัย

ปลายอ้อเข้าใจคำว่านายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยมั๊ย เข้าใจหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง เข้าใจคำว่า conflict of interest มั๊ย เข้าใจคำว่า good governance มั๊ย



#326568 ...amplrpoor ที่รัก ช่วยอ่านและวิจารณ์นี่หน่อย หนักกว่าผมนะ...

โดย An.mkII on 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 07:39


เห็นด้วยหมดทุกข้อ ที่คุณAn.mkII อ้าง

ยกเว้น ข้อ 6 7 และท่อนสุดท้าย..ไม่ค่อยเห็นด้วย

เพราะถือว่าเป็นการ "ต่อว่า"

ผมบอกจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว ในกระทู้นี้
ถ้าคุณไม่ขี้เกียจอ่าน และเพิ่มความขยันมาอีกนิด ก่อนคิดตัดสิน


ผมนำเวปลิ้งค์มาให้ เพื่อให้เห็นว่า..

มีคนที่เห็นไม่เหมือนกับคุณนะ..

ผมไม่ได้ไป "สอดเสือก หรือ ตรัสรู้" ว่ามันผิดหรือถูก ..

เพราะผมก็ไม่รู้ ผมเกิดไม่ทันโคเปอร์นิคัส

หรือคุณกับคุณแอมเคยเกิดอยู่ในสมัยนั้น มันก็ว่ากันไปตามประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้
ใช่หรือเปล่า ก็ไม่มีใครมายืนยัน


ทำไมถึงไม่เข้าใจความหมายที่ผมพูดครับ ..
ภาษาที่ผมเขียนมันเข้าใจยาก จนคุณไม่สามารถเข้าใจเลยหรือ ?

โคเปอร์นิคัส..
จะถูกควักลูกตา..แขวนคอ ..ตายข้างถนน ..หรือตายบนฟูก ผมก็ไม่เกี่ยว

ผมไม่ได้ยืนยันว่าใครผิดใครถูกนี่ครับ !


ผมเพียงตะโกนว่า ..เวปอิสลามศึกษา ม.สงขลานครินทร์
เขาไม่ได้บอกว่าที่คุณบอกกับผม..เท่านั้น

จะผิดจะถูก ..ก็ว่ากันไป

มันมีอะไรที่เข้าใจยากครับ !!!



คงต้องขอตอบไล่ไปที่ละประเด็น

๑) คุณปลายอ้อบอกว่า “ผมนำเวปลิ้งค์มาให้ เพื่อให้เห็นว่า.. มีคนที่เห็นไม่เหมือนกับคุณนะ.. ผมไม่ได้ไป "สอดเสือก หรือ ตรัสรู้" ว่ามันผิดหรือถูก ..” แต่เมื่อ 6 เดือนที่แล้วคุณมาตั้งกระทู้และเปิดกระทู้ว่า

ผมบอกแค่ควักลูกตา แต่นี่แขวนคอเลย ..โหดกว่าอีก
แล้วช่วยวิจารณ์หน่อย ว่าเขาโกหก เหมือนที่บอกผมเป็นอย่างนั้น กล้ามั๊ย ?

http://webcache.goog...h&ct=clnk&gl=th



คงไม่ต้องบอกนะว่าข้อความข้างบน quote จากความเห็นที่เท่าไหร่ของใคร เพราะเชื่อว่าคนเขียนคงไม่โง่จนจำสิ่งที่ตัวเองขียนไม่ได้ และคุณปลายอ้อคงไม่ขี้เกียจอ่านจนไม่รู้ว่าข้อความนี้อยู่ข้อความที่เท่าไหร่แล้วใครเขียน

วันที่คุณมาตั้งกระทู้ คุณมาท้าทายว่าถ้าแน่จริงก็ไปวิจารณ์สิว่าข้อมูลจากเวปที่คุณยกมาโกหกไม่ใช่หรือ ??? แต่มาวันนี้คุณบอกว่า “ผมเพียงตะโกนว่า ..เวปอิสลามศึกษา ม.สงขลานครินทร์ เขาไม่ได้บอกว่าที่คุณบอกกับผม..เท่านั้น จะผิดจะถูก ..ก็ว่ากันไป ” ทำไมมาพลิกลิ้นกันง่ายๆอย่างนี้ล่ะ นี่ขนาดหลักฐานคาตา คากระทู้ คุณยังหน้าด้านพลิกลิ้นอีกนะ ในเรื่องความฉลาดคุณอาจจะมีน้อยถึงน้อยที่สุดแต่ความด้าน ความตอแหลนี่ถือว่าคุณไม่เป็นสองรองใครเลย

๒) ประเด็นเรื่องความถูกต้องของข้อมูล เอาแค่ประเด็นที่เวปที่คุณลิงก์มาบอกว่า “ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลกไม่ใช่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตามที่สภาคริศจักรได้กำหนดไว้” มันแสดงความผิดพลาดของข้อมูล เพราะโคเปอร์นิคัสเป็นคนบอกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งมันตรงกันข้ามกับข้อมูลที่เวปลิงก์ที่คุณเอามา จริงอยู่ทุกคนในที่นี้เกิดไม่ทัน โคเปอร์นิคัส แต่หนังสือที่โคเปอร์นิคัสเขียนด้วยตัวเอง เป็นหลักฐานที่บอกแทนตัวโคเปอร์นิคัสว่า โคเปอร์นิคัสบอกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ไม่ใช่ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกตามที่เวปลิงก์ให้ข้อมูลมา

๓) ภาษาที่คุณเขียนไม่ได้เข้าใจยากเลย ตรงกันข้ามเมื่ออ่านแล้วทุกคนรู้ว่านี่คือการดิ้นไปน้ำขุ่นๆของพวกที่กลวงโบ๋ คุณมาบอกว่าโคเปอร์นิคัสถูกควักลูกตาเพราะคิดทฤษฎีโลกกลม ซึ่งทุกคนบอกว่าสิ่งที่คุณพูดออกมามันไม่จริง เพราะโคเปอร์นิคัสคิดทฤษฎีโลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล โดยอ้างอิงจากหนังสือที่โคเปอร์นิคัสเป็นคนเขียนเอง ย้ำโคเปอร์นิคัสเขียนเอง และคุณก็ไม่สามารถที่จะนำหลักฐานมาแสดงได้ว่าโคเปอร์นิคัสโดนควักลูกตา

๔) วันนี้คุณมาบอกว่าคุณไม่ยืนยันว่าข้อมูลของใครผิดใครถูก ถ้าคุณเองไม่มั่นใจในข้อมูลของคุณเองว่าถูก แล้วคุณจะมาพูดทำไม แสดงว่านิสัยถาวรของคุณคือ พูดเรื่องเท็จเรื่องโกหกจนเป็นประจำสินะ ถึงไม่คิดจะรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ถ้าคุณรักจะพูดเรื่องที่ยังไม่มีข้อมูลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ กรุณาไปพูดอยู่ในปลักควายส่วนตัว อย่ามาพูดในที่สาธารณะที่ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง

๕) คุณแอมออกมาชนตรงๆ กับคุณตามคำท้าทายของคุณว่า ข้อมูลที่คุณยกลิงก์มาผิดพลาด พร้อมทั้งยกข้อมูลสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย Standford หรือ บทความของนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องโคเปอร์นิคัสจนได้รับรางวัลอย่าง Edward Rosen มา นี่คือการถกเถียง การประเมินความถูกต้องของข้อมูลอย่างคนที่เจริญแล้วทำ ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่คุณทำ คือ ถามเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า แน่ใจได้งัยว่าข้อมูลของคุณแอมถูก แล้วก็แถด้วยตรรกะที่วิบัติว่า เรื่องประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ทุกคนเกิดไม่ทัน ไม่เห็นด้วยตัวเอง ดังนั้นไม่มีถูกไม่มีผิดแค่เห็นต่าง

๖) แทนที่คุณจะมานั่งถามว่ามั่นใจว่าข้อมูลคุณแอมถูกต้องน่าเชื่อถือแค่ไหน คุณก็ทำอย่างคุณแอมสิ เข้าไปในลิงก์ที่คุณแอมเอามาวาง แล้วยกมาเลยที่ละประโยคว่าตรงไหนที่เขียนผิด ข้อมูลผิด พร้อมทั้งยกเอาข้อมูล หลักฐาน บทความที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนความคิดของคุณเหมือนที่คุณแอมทำกับข้อมูลจากเวปลิงก์ที่คุณยกมา

๗) คุณบอกว่า คุณเห็นด้วยกับ ข้อ ๑-๕ ในความเห็นที่ผ่านมาของผม ถ้าคุณเห็นด้วยมันเท่ากับยอมรับว่าข้อมูลจากเวปลิงก์ที่คุณเอามาวางมันผิด และข้อมูลคุณแอมถูก แล้วคุณมาเถียงกับคุณแอมทำไม คุณลองบอกมาหน่อยสิว่าตรงไหนของข้อมูลของคุณที่คุณยอมรับแล้วว่าผิด และตรงไหนของข้อมูลคุณแอมที่ยอมรับว่าถูกต้องจนทำให้คุณบอกเองว่าเห็นด้วยหมดทุกข้อยกเว้นข้อ ๖ ๗ และท่อนสุดท้าย ผมมั่นใจว่าระดับปลายอ้อคนดังที่มีแฟนคลับมากมายต้องอ่านมาแล้วทุกตัวอักษร รวมทั้ง link ทั้งหมดที่วางเอาไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง คุณถึงกล้าตอบมาแบบนั้น

๘) แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับข้อ ๖-๗ และท่อนสุดท้าย คุณพิสูจน์ว่าคุณเองไม่ได้โง่สิ ทุกวันนี้เชื่อเถอะว่าแฟนคลับคุณจำนวนไม่น้อยนั่งรออ่านกระทู้นี้ คุณปลายอ้อต้องพิสูจน์ให้บรรดาแฟนคลับที่เชื่อมั่นว่า คุณเป็นคนเก่ง คนที่มีความรู้จริง ไม่อย่างนั้นคุณจะกล้าตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาทำไม ดังนั้นคุณต้องโชว์แววของความเฉลียวฉลาดออกมา นี่คือโอกาสที่จะได้โชว์ศักยภาพ โชว์เก๋า โชว์เก่ง โชว์ฉลาด อย่างที่บรรดาแฟนคลับคุณมั่นใจ


แต่ถ้าคุณไม่สารถโต้แย้งในประเด็นว่าข้อมูลของคุณแอมไม่ถูกต้องโดยมีหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นน่าเชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงแต่คุณที่จะโง่ซ้ำซากในกระทู้นี้ แต่คุณกำลังทำให้คนที่ชื่นชมคุณกลายเป็นคนที่โง่ยิ่งกว่า เพราะคนเหล่านี้โดนคนโง่ๆอย่างคุณหลอกให้ชื่นชม

ถ้าไม่คิดจะสู้เพื่อตัวเอง ก็ขอให้สู้เพื่อบรรดาแฟนคลับของคุณ อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่ชื่นชมและนับถือคุณให้ต้องกลายเป็นคนโง่ยิ่งกว่าในกระทู้ที่คุณตั้งขึ้นมาเอง เพื่อท้าทายให้คนเข้ามาวิเคราะห์ วิจารณ์ข้อมูล ซึ่งปรากฎว่าคนที่คุณท้าทาย เค้าทำได้ ทำได้อย่างดี แต่คนที่เที่ยวท้าทายกลับหนีหางจุกตูด ต้องคอยหาประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยง ราวกับใช้ช่องหมาลอด



#326372 ...amplrpoor ที่รัก ช่วยอ่านและวิจารณ์นี่หน่อย หนักกว่าผมนะ...

โดย An.mkII on 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:16

(1) Nicolaus Copernicus (1452-1519) 872-933
นิโคลัส เคอเปอร์นิคัสเป็นนักดาราศาสตร์มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นๆของยุกฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renassance) ของยุโรปเกิดหลังจากอูลัก เบค (Ulugh Beg) 1393-1449 (813-869 H) นักดาราศาสตร์มุสลิม (คนสุดท้าย!!!)เสียชีวิตไม่นาน (2) เคอเปอร์นิคัสเป็นนักบวชในศาสนาคริสที่มีความคิดคัดแย้งกับความเชื่อของชาวคริศสมัยนั้นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการศาสนาจักรเป็นหน่วยงานที่มีอิทธิพลมากสภาคริศจักรจะเป็นผู้กำหนดความเชื่อต่างๆ ใน (3) หนังสือของเคอเปอร์นิคัส ชื่อ De Revolutionibus Orbium Clestium ได้กล่าวไว้ว่า "ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลกไม่ใช่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตามที่สภาคริศจักรได้กำหนดไว้"และในหนังสือเล่มนี้ได้อ้างอิงชื่อนักดาราศาสตร์มุสลิมคืออบู อิสฮัก อิบราเฮม อิบนูยะฮฺยาอัลกาซาลี (Abu Ishaq Ibrahim Ibn Yahya Al-Zaqali) 1028-1087(448-507 H) ชาวตะวันตกรู้จักใน ชื่ออาซาเคล(Azachel)
copy-paste จาก ย่อหน้าแรกของหน้าเพจ ของเวปไซด์ http://www.cis.psu.a...on/sci/cop.html


ข้อโต้แย้งบทความข้างต้น

(1) Nicolas Copernicus มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1473-1543 อ้างอิงจาก “Copernicus was not a priest” โดย Edward Rosen

(2) โคเปอร์นิคัส เป็นนักบวชในคริสตศาสนาหรือไม่ อย่างน้อยก็มีนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันหนึ่งคนที่เขียนบทความว่าโคเปอร์นิคัสไม่ใช่พระ อ้างอิงจาก “Copernicus was not a priest” โดย Edward Rosen ตีพิมพ์ใน Proceedings of the American Philosophical Society เมื่อปี 1960

(3) จากหนังสือ De revolutionibus orbium coelestium โคเปอร์นิคัสได้นำเสนอว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักวาล หรือ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์


๑ ที่จริงประเด็นที่ยกมาข้างต้น คุณ amplepoor ได้ยกขึ้นมาชี้ให้เห็นไปแล้วในความเห็นที่ 88, 107 รวมทั้งได้ชี้แหล่งอ้างอิงและได้วาง link เอาไว้แล้วในความเห็น 107

๒ คุณปลายอ้อแสดงความคิดเห็นว่า ข้อมูลจากหน้าเพจที่คุณปลายอ้อ link มามีความน่าเชื่อถือเพราะเป็นหน่วยงานทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา แต่คนเสรีไทยเลือกที่จะไม่เชือเพียงเพราะอคติ และคุณปลายอ้อก็ได้พยายามถามว่าข้อมูลที่คนเสรีไทยอ้างอิงนั้น มีความน่าเชื่อถือเพียงใด ???? ทำไมคนเสรีไทยถึงบอกว่าน่าเชื่อถือ จึงขอยกตัวอย่างบทความ “Copernicus was not a priest” ที่นำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้งในประเด็นที่ (1) และ (2)


๓ ปกติแล้วในแวดวงวิชาการ บทความที่ได้ตีพิมพ์ใน Journal ระดับนานาชาติจะถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือนำมาอ้างอิงได้ ซึ่ง journal Proceedings of the American Philosophical Society ที่บทความดังกล่าวได้ลงตีพิมพ์ ถือว่าเป็น journal ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ องค์กรที่เป็นเจ้าของjournal ฉบับนี้ คือ American Philosophical Society ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1743 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นองค์การทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ ถ้าคุณปลายอ้อ อยากทราบว่า องค์กรนี้มีประวัติ ที่มาและความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ลงเข้าไปดูที่ http://www.amphilsoc.org/


๔ Edward Rosen ผู้เขียนบทความดังกล่าว มีความน่าเชื่อถือในวงการวิชาการเพียงใด ?? Rosen เป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ชาวอเมริกาแห่ง City College of New York ซึ่งเน้นทำงิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของ Copernicus, Galileo and Kepler รางวัลทางวิชาการที่น่าสนใจที่ศาสตราจารย์ท่านนี้เคยได้รับคือ Medal from the Copernicus Society of America in 1973, for his many years of outstanding research and publication on the life and works of Nicholas Copernicus.


๕ ที่จริงถ้าคุณปลายอ้อกด link ที่ คุณ amplepoor ได้แนะนำเอาไว้ว่าถ้าต้องการศึกษาเกี่ยวกับโคเปอร์นิคัส ให้ไปที่ http://plato.stanfor...ies/copernicus/ คุณก็จะได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับโคเปอร์นิคัส และคุณปลายอ้อก็จะรู้ว่า คำว่าแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างไร มีการทำอ้างอิงไว้อย่างไร รวมทั้งคุณปลายอ้อคงไม่มานั่งถามคำถามว่า คุณแอมและคนเสรีไทยคนอื่นๆมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลของคุณแอมน่าเชื่อถือ


๖ ถ้าเอามาตรฐาน คุณปลายอ้อ ที่มองว่าข้อมูลที่มาจากสถาบันอุดมศึกษาต้องน่าเชื่อถือ ข้อมูลของคุณแอมที่มาจากสถาบันวิจัยของมหาลัย Standford ซึ่งทุกคนรู้ว่าเป็นมหาลัยระดับโลก ย่อมต้องมีความน่าเชื่อถืออย่างสูงตามมาตราฐานคุณปลายอ้อ ใช่หรือไม่
แต่คุณปลายอ้อ กลับมาย้ำถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลคุณแอมน่าเชื่อถือราวกับแผ่นเสียงตกร่อง จึงทำให้อนุมานได้ว่าคุณปลายอ้อคงไม่ได้กด link ตามเข้าไปดู แสดงความคุณปลายอ้อนี่ทั้งโง่และขี้เกียจ


๗ ยืนยันอีกครั้งว่า คุณ amplepoor มีเมตตาต่อคุณปลายอ้อ เพราะตั้งแต่ต้นกระทู้คุณแอมเอาข้อมูลโคเปอร์นิคัส มาให้คุณปลายอ้อ แต่เป็นคุณปลายอ้อเองที่ละเลยที่จะเข้าไปหาความรู้แม้กระทั่งเวลาผ่านไปแล้วเกือบครึ่งปี ก็ยังกลับเข้าแถด้วยเรื่องเดิมๆ ด้วยตรรกะเดิมๆ ซึ่งถ้าคุณปลายอ้อมีความขยันมากกว่านี้อีกนิดหรือมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษอยู่ในขั้นมาตรฐานสักหน่อย คุณปลายอ้อคงจะหยุดและไม่เข้ามาฆ่าตัวตายซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลายเป็นที่ตลกขบขันของทั้งแฟนคลับและแฟนขับ


ดังนั้นความอับอายที่เกิดขึ้นจากการโชว์โง่ซ้ำแล้วซ้ำอีกของคุณปลายอ้อในกระทู้นี้ คุณปลายอ้อควรจะต้องยอมรับว่าเกิดจากคุณปลายอ้อโง่โดยธรรมชาติ หรือ born to be NGO และยังไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตัวเองให้พ้นจากความโง่ ทั้งๆที่มีคนมาชี้ทางให้แล้ว


#326335 กรองข่าวมาเล่า โดย ภุุุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

โดย An.mkII on 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 22:22

Posted Image

กรองข่าวมาเล่า โดย ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ


คลื่นลมเหนือสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยังไม่สงบ หลังจาก "บังคับย้าย" คุณถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อโอน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรีอดีต ผบ.ตร.มาแทน และเปิดตำแหน่งให้กับญาติลูกพี่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาขึ้นแทน จนเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วยุทธภพข้าราชการพลเรือนแล้ว ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติบังคับย้าย คุณสมเกียรติ บุญชูรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และส่ง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร มาดำรงตำแหน่งแทน

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจกลัวคุณถวิลเหงาก็ได้ จึงส่งคุณสมเกียรติไปเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาหรือช่วยกันตบยุงในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมียุงบินว่อนไปหมดเพราะมีน้ำเน่าเยอะ หลังจากนี้คุณสมเกียรติคงมีสภาพคล้ายกับคุณถวิล ซึ่งนั่งเหงารองานที่นายกรัฐมนตรีเคยบอกว่ามีมากมายที่จะให้ทำ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีงานมาให้ทำเลยสักชิ้น น่าเสียดายที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์สูง กินเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชนเดือนละหลายหมื่นบาทแต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่ยอมใช้เขาให้คุ้มค่า

การโยกย้าย พล.ท.ภราดร มาแทนคุณสมเกียรติครั้งนี้ เป็น "เหตุผลทางการเมือง" เพียงอย่างเดียวย้อนกลับไปหลังจากที่คุณถวิลถูกโยกย้ายเพียงไม่กี่วัน มีความพยายามที่จะย้าย


Posted Image

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร


พล.ท.ภราดร มาเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอีกคน แต่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะรองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ซึ่งดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง นอกจากไม่ยอมลงนามในคำสั่งย้ายแล้ว ยังตะเพิดข้าราชการการเมืองที่นำคำสั่งมาให้เซ็นกลับไป พร้อมกับเอ็ดตะโรเอาว่า เพิ่งย้ายเลขาธิการออกไป ซึ่งเรื่องยังวุ่นวายไม่จบ ยังจะมาย้ายรองเลขาธิการเขาอีกหรือ

การไม่เซ็นคำสั่งทำให้คนที่อยู่เหนือรัฐบาลโกรธมากถึงกับโทรศัพท์มาต่อว่า พล.ต.อ.โกวิท ว่า"พี่ไม่เข้าใจคนคนนี้เขามีบุญคุณกับผมมาก" นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.โกวิท ถูกปลดออกจากตำแหน่งก็ได้ ในขณะที่การดัน พล.ต.ท.ภราดร ให้แทนคุณสมเกียรติครั้งนี้ เป็นที่รู้กันว่านายกรัฐมนตรีเร่งรัดมาก เมื่อพล.ต.อ.ทำไม่ได้ ก็ให้ ร.ต.อ.ทำแทน


คำว่า "คนคนนี้เขามีบุญคุณกับผมมาก" นั้น ไม่ทราบว่าหมายถึง พล.ท.ภราดร หรือ คุณปรีดาพัฒนถาบุตรซึ่ง พล.ท.ภราดร มีศักดิ์เป็นหลานชาย คุณปรีดาเคยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคุณทักษิณถือกระเป๋าเดินตามมาก่อนคุณทักษิณเคารพและเกรงใจคุณปรีดาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาไม่ว่าจะโมโหโกรธาใครมา แต่พอเจอหน้าคุณปรีดา คุณทักษิณจะสงบเสงี่ยมทันที คุณปรีดาให้คำปรึกษาและวางแผนช่วยเหลือทางการเมืองแก่คุณทักษิณตลอดมา โดยอาศัยประสบการณ์ทางการเมืองหลายสิบปีชนิดที่อ่านการเมืองทะลุปรุโปร่งหมด

คุณปรีดาเป็นผู้ใหญ่ที่สุภาพเรียบร้อยให้ความเมตตากับน้องๆ นักการเมืองเสมอมา จึงเป็นที่เคารพรักของนักการเมืองรุ่นก่อน สมัยที่คุณทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาทางการเมืองตัวจริงก็คือ คุณปรีดานี่เอง


ฉะนั้น หากคุณปรีดาส่งหลานชายเข้าประกวดเชื่อว่าทั้งพี่ชายและน้องสาวต้องเกรงใจ
บางคนอ้างว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับ พล.ท.ภราดรบ้าง เพราะถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์ย้ายออกไปรัฐบาลชุดนี้จึงคืนความเป็นธรรมให้กับ พล.ท.ภราดร



เรื่องนี้มองเผินๆก็ดูเหมือนจะมีเหตุผลรับฟังได้ แต่ต้องดู "ที่มา ที่ไป"ของ พล.ท.ภราดรด้วย ย้อนหลังไปสมัยรัฐบาลทักษิณ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ชอบไปคุยด้วยตอนเย็นๆ หลังเลิกงาน ก่อนที่จะยึดอำนาจ เมื่อพล.อ.วินัย กลับกองทัพคุณประกิจ ประจนปัจจนึก ได้เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแทน 1 ปีก่อนเกษียณรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ส่งพล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์ มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ พอถึงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชได้ย้าย พล.ท.ศิรพงศ์ และส่ง พล.ท.สุรพลเผื่อนอัยกามาดำรงตำแหน่งแทน พล.ท.สุรพลได้นำเอาพล.ท.ภราดร มาเป็นรอง แต่รู้กันดีใน สมช.ว่าเลขาธิการตัวจริงก็คือ พล.ท.ภราดรนั่นเอง คุณสมเกียรติที่เตรียมตัวขึ้นเป็นรองและถูกตัดหน้าไปจึงต้องรอไปก่อน ต่อมารัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ย้ายพล.ท.สุรพล กลับกองทัพ และย้าย พล.ท.ภราดรเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคุณถวิลเป็นเลขาธิการความมั่นคงฯ คุณสมเกียรติ เป็นรอง

เพราะฉะนั้นการอ้างความเป็นธรรมก็ต้องดูที่มาที่ไปเหมือนกัน อย่าหยิบเฉพาะในช่วงเวลาที่จะเป็นประโยชน์กับตนมาพูดเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ มีความพยายามที่จะตั้งอัตรา รองเลขาธิการความมั่นคงฯ ขึ้นมาใหม่อีกอัตราหนึ่งสำหรับ พล.ท.ภราดร เพื่อไม่ให้กระทบต่อรองทั้ง 3 คน แต่ปรากฏว่ามีปัญหาด้านเทคนิคหลายประการ จึงต้องใช้วิธีโยกย้ายคุณสมเกียรติแทนซึ่งเป็นไปตามหลักนิยมของผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลชุดนี้ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ส่วนวิธีการนั้นไม่สนใจว่าจะกระเทือนใครหรือไม่อย่างไร

ข้าราชการแต่ละคนต่างก็ได้รับการอบรม ฝึกปรือมาในสายงานของตนจนมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์เฉพาะวิชาชีพนั้นๆ และต่างก็หวังจะเติบโตจึงถึงระดับสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ วันนี้อำนาจทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงระบบราชการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ตำแหน่งราชการได้กลายเป็นรางวัลทางการเมืองที่ตอบแทนบุญคุณทางการเมืองสำหรับผู้ที่สนับสนุนนักการเมืองไปแล้ว


Posted Image

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์


คนที่นอนสะดุ้งมากที่สุดจากการโยกย้ายครั้งนี้เห็นจะเป็น พล.ต.อ.วิเชียร เลขาธิการคนปัจจุบันเพราะรัฐบาลคงไม่รอให้เกษียณก่อน ปลายปีนี้เราอาจเห็นการโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียรออกไปแล้วให้ พล.ท.ภราดร ขึ้นมาแทนโดยทันที โดยกระโดดข้ามรองเลขาธิการคนที่ 1 และ 2 หรือย้ายทั้งสองรองไปที่อื่นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้รอง ขึ้นมาแทน


#242727 มาดูต้นกำเนิดของบอร์ดเสรีไทยดีกว่าค่ะ

โดย An.mkII on 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 21:22

สมัยที่ผมเข้ารดน.ทุกวัน ช่วงที่ทักษิณยังไม่โดนสอย และล็อกอินยังไม่ได้โดนเว็บกากๆกับม็อดเจี้ยๆไล่ยึดเป็นว่าเล่น
ผมเห็นท่านแคนยืนหยัดต่อสู้กับพวกทักษิณ โดนรุมเป็นสิบก็ยังสู้ โดนเยาะเย้ยถากถางแบบถึงโคตรพงศ์วงศายังไงก็ไม่เคยถอย

ล็อกอินคุณ An.mkII เป็นอีกหนึ่งที่ยืนหยัดไม่ยอมพ่ายแพ้ ทั้งโดนเสียดสี ทั้งโดนด่าประจาน ทั้งโดนยั่วยุแบบสุดๆ แต่ท่าน An.mkII สู้ด้วยข้อมูลล้วนๆ


ผมแอบเป็นแฟนทั้งสองท่านนี้มาตั้งแต่ราชดำเนิน เพราะไม่เคยเห็นสองท่าน "พร่ำบ่น ตัดพ้อ ต่อว่า เรียกหาความเห็นใจ" จากใครเลย


ขอบคุณครับสำหรับคำชม ส่วนเรื่องค่าจ้างชมเดี่ยวจะส่งไปให้ที่หลัง -_-
ที่จริงๆ บ้างครั้งผมเองก็มีหลุด มีเกรียนบ้าง เเต่ก็พยายามจะเอาเหตุผลมาเเย้งมากว่านะครับ

เพราะผมคิดในเเง่ที่ว่า ในสังคม ก็คงจะไม่มีเเค่คนสองกลุ่ม เเต่มีคนตรงกลางที่เขาอาจจะเฝ้าจับตาดูเราอยู่
เเละเราควรจะเอาความจริงมาสู้กันใช้เหตุผล ข้อเท็จจริง เเล้วให้คนที่เขาตามอ่านเรา เขาตัดสินใจเอาเอง เพราะการเถียงมาเถียงไปมันไม่มีประโยชน์อะไร :)


#241557 มาดูต้นกำเนิดของบอร์ดเสรีไทยดีกว่าค่ะ

โดย An.mkII on 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:51

ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ผมขอยืนยันว่าผมเพิ่งมาใหม่จริงๆ “ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”

ส่วนคนที่พยายามจะกล่าวหาผมหรือใส่ร้าย ผมคิดว่า“คิดไปเองเเน่ๆ”

เเละสาเหตุก็คงจะจะเกิดจาก“ผลกระทบตอนน้ำท่วม เเละช่วงนี้เป็นฤดูร้อน” -_-


#230211 รวมเรื่อง“หน้าเเหก”ของเจเจสาทร จากขบวนการเสรีไทยFB

โดย An.mkII on 25 เมษายน พ.ศ. 2555 - 14:13

Posted Image
***ข้อมูลอ้างอิง

1. กรณี เสื้อคนยะลาไปเอาระเบิด
--เสื้อโนบอมบ์ เสื้อพูดได้ ไม่ได้ท้าใคร แค่ขอสุขสงบกลับคืน อ่านเพิ่มเติมได้จากเรื่อง "คนยะลาไม่เอาระเบิด"
http://on.fb.me/JyjVRh


2. กรณี เรื่องภาพมาร์คประชุมอาเซียน ที่หัวหิน
---นอกจากภาพดูคลิปประกอบได้ที่
http://youtu.be/s0diWKkWElg


3. เรื่องรถไฟฟ้า ความเร็วสูง
--รายงานของ สำนักงานคณะพัฒนาการเศรกิจเเละสังคมเเห่งชาติเรื่องการศึกษา รถไฟฟ้าความเร็ว ในปี 2539
http://bit.ly/Jy9Pim
--"ปชป."แฉเพื่อไทยไม่หนุนนโยบายรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจริง http://bit.ly/IsSkhX


4. เรื่องกล่าวหา เเดงเสี้ยมในบอร์ดเสรีไทยว่าเป็นสลิ่ม
--กระทู้ต้นเรื่อง http://bit.ly/IeEroO

ข้อมูลจากขบวนการเสรีไทยFB http://www.facebook....82748949&type=1


#81865 คลิป รู้และเข้าใจ กฏหมายอาญาม.112 โดยเครือข่ายสยามสามัคคี

โดย An.mkII on 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:10






#74151 ผมอยากให้สื่อมวลชล เรียก ชื่อ เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ กับ อำพล ตั้งนพคุณ

โดย An.mkII on 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:23

สืบเนื่องมาจาก คดี ที่นาย อำพล ตั้งนพคุณ ส่ง sms หมิ่นพระบรมฯ จนมาถึง คดี นาย เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เเปลหนังสือหมิ่นสถาบัน

ที่มาในวันนี้ก็มีการตัดสินคดีหมิ่นสถาบันอีก 1คดี เเละเท่าทๆที่ผมเช็คข่าวจาก นสพ.ออนไลน์ ส่วนมาก จะไม่มีใครพาดหัวข่าวว่า เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ โดนคดีหมิ่นสถาบัน เเต่กลับพาดหัวว่า โจ กอร์ดอน โดนคดีหมิ่นสถาบัน

Posted Image



ที่ผมก็ยังอยากจะมองในเเง่ดี ว่า เพราะ ชื่อ โจ กอร์ดอน มันสั้นดีเเทนที่จะใช้ ชื่อ เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เฉกเช่นเดียวกะ กรณีที่ สื่อมวลชนนั่นใช้คำว่า อากง เเทน ชื่อของนาย อำพล ตั้งนพคุณ แต่ผมก็อยากจะบอกสื่อ ว่าสังคมไทยส่วนหนึ่ง นั้นชอบ อ่านเเต่พาดหัวข่าวเเล้วจับเอาไปดราม่าแบบผิดๆ และยิ่งในสองคดีนี้



1.คดีนาย นาย อำพล ตั้งนพคุณ ก็ใช้คำว่า อากง โดนเอาไปดราม่าว่า เป็นการรังแกคนแก่ เเต่เป็นคนแก่เเล้วทำผิดไม่ต้องรับโทษหรือ ?

2. ส่วน คดี การแปลหนังสือหมิ่นสถาบันนั้น ของ นาย เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ ก็เช่นเดียวกันเมื่อสื่อพาดหัวว่า โจ กอร์ดอน ก็เลยเอาไปดราม่าว่าเขาเป็นคน ต่างชาติ เเต่เป็นต่างชาติเเล้วทำผิดไม่ต้องรับโทษหรือ ?ทั้งๆที่นายคนนี้ก็เป็นคนไทย


เเละความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นใคร มีอายุขนาดไหน เพศไหน ก็ตามเเต่ ถ้าทำผิด ในเมืองไทย ก็ต้องได้รับโทษอย่างเท่าเทียมกันไปทุกราย ไม่ใช่หรือ


ดังนั้นผมจึงขอฝากท่านสื่อมวลชนว่า เวลาจะทำอะไร ช่วยคิดถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมา

เพราะสื่อที่ดี ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย และยิ่งมันเป็นประเด็นที่เกี่ยวกะสถาบัน สื่อก็ควรจะต้องยิ่งให้ความสำคัญชัดเจนทุกเเง่มุม เพื่อป้องกันถูกใครเอาไปแปลงสาร


#73040 ขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิกงดตั้งกระทู้"ซ้ำซ้อน"จะได้ไม่ดันกระทู้คนอื่น...

โดย An.mkII on 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:26

เนื่องจาก ช่วงนี้เหตุบ้านการเมืองกำลังคุกรุ่นก็เลยทำให้เสรีไทยเว็บบอร์ดมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักไปด้วย


เเต่ ในกาลนี้ปัญหาที่ผมเล็งเห็นอย่างหนึ่งก็คือ การตั้งกระทู้ซ้อนนั่นเอง ที่ในจุดนี้ ผมมองว่าการตั้งกระทู้ซ้ำซ้อนมันมีสองอย่าง


1. ตั้งซ้ำกัน ข่าวเดิม ประเด็นเดิม เเต่คนล่ะบุคคล

ในกรณีนี้ ผมว่าเราควรจะใช้เวลาซักประมาณ 5-10 นาที ตรวจสอบ หรือ อ่านบอร์ดก่อนว่า มันมีกระทู้ข่าวที่เราจะเอามาตั้งหรือยัง


2. จขกท.ตั้งซ้ำเอง ในประเด็นเดิมๆ

ในกรณี ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะตั้งซ้ำกันทำไมเหมือนกัน เพราะในเมื่อกระทู้ของตนเองก็ตั้งอยู่เเล้ว ทำไม ต้องมาตั้งซ้ำซากๆ

หรือ จขกท. นั้น ไม่รู้หรืออย่างไร ว่าหัวข้อกระทู้มันแก้ไขข้อความได้ เเละถ้ามันมีประเด็นใหม่ เราก็ไปแก้หัวข้อเพิ่ม ว่า อับเดท ข่าว วันที่เท่าไรก็ว่าไปยกตัวอย่างเช่น [อับเดท วันที่ 6/12] เเละถ้าว่ามันเกิดขึ้นหน้าใหม่ ก็ทำลิงค์ไปยังหน้านั้นก็ได้


และถ้าพูดมานี่ ก็ไม่ได้หวัง อะไรมากมาย เเต่หวัง เเค่ให้ท่านสมาชิกนั้นได้เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เพราะยิ่งตั้งกระทู้ซ้ำซ้อนกันมากๆ กระทู้ของเพื่อนๆสมาชิกคนอื่นก็จะพลอยตกไปล่างๆ มากขึ้นเท่านั้น เเละถ้ามีสมาชิกคนอื่นๆ มาตั้งกระทู้ซ้ำ จนกระทู้เราตกไปบ้างเราจะรู้สึกแบบไหน


หรือ ใครอาจจะบอกว่า ไม่เป็นไร ใครมีเเรงตั้งได้ตั้งไป แบบนี้ผมว่ามันน่าจะผิด เพราะสังคมเราต้องเเข่งกันทำดี ทำมาตรฐานดีๆให้คนอื่นเขาดูเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่ว่าเเข่งกันทำไม่ดี เเข่งกันตั้งกระทู้ำซ้ำๆ และยิ่งตั้งซ้ำมาก มันก็จะกลายเป็นภาระของบอร์ดในที่สุด



เพราะบอร์ดนี้ก็เหมือนสวนสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ทุกคนมีสิทธิ์เข้ามาเล่น เเต่ถ้า ใครไปทำอะไร จนกินเนื้อที่พื้นคนอื่นๆมากไปมันก็ย่อมไม่ดีใช่ไหมครับ

เเละเราชอบบ่นๆ กันไม่ใช่หรือครับ ว่าไม่ว่าจะเเดงก็ดี จะเหลืองก็ดี ชอบอ้างคำว่าเสรีภาพเที่ยวประท้วงตรงจุดโน่นจุดนี้ จนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นๆเขาไปทั่ว

ดังนั้นเราก็อย่าเที่ยวทำตัวเหมือน เหลืองกับเเดง ที่ชอบอ้างคำว่าสิทธิเสรีภาพ จนไปล่ะเมิดสิทธิ์เสรีภาพคนอิ่นๆเขา เเละก็ หวังว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่บอร์ดเเห่งนี้จะช่วยกันสร้าง ให้บอร์ดนี่ให้น่าอยู่นะครับ :)



อนึ่ง ไม่ใช่ว่าจขทก.ไม่เคยตั้งกระทู้ซ้ำซ้อน เเต่เพราะคนเราย่อมมีพลาดกันได้ เเต่คนเราพลาดเเล้วต้องรู้จักปรับปรุงแก้ไขครับ


#72746 [คลิป] สัมภาษณ์ ฯพณฯสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี เรื่องพระราชกรณียกิจในหลวง

โดย An.mkII on 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:11

สัมภาษณ์ ฯพณฯ สวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี เรื่องพระราชกรณียกิจในหลวง 3




#72744 [คลิป] สัมภาษณ์ ฯพณฯสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี เรื่องพระราชกรณียกิจในหลวง

โดย An.mkII on 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:10

สัมภาษณ์ ฯพณฯ สวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี เรื่องพระราชกรณียกิจในหลวง 1-2








#70302 เราจะคิดถึงนาย... วีรบุรุษสงครามน้ำท่วม

โดย An.mkII on 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:12

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

420 คือ จำนวนทหารที่ครบกำหนดปลดประจำการในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดสมัครใจอยู่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่ออีก 1 เดือน จนได้รับเสียงยกย่องชื่นชมจากผู้คนในสังคมถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่เพื่อ ชาติ

พวกเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัย 20 ต้นๆ เป็นพลทหารชั้นผู้น้อย แต่วีรกรรมที่ได้ก่อไว้ในยามวิกฤตครั้งนี้ ด้วยการลงแรงลงใจช่วยเหลือชาวบ้านผู้เดือดร้อนแสนสาหัสในพื้นที่ประสบภัย อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของคนไทยทั้งประเทศ

“เกิดมาเป็นลูกผู้ชายทั้งที ต้องศึกษาเล่าเรียน บวชพระ และต้องผ่านการเป็นทหาร ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นชายไทยแท้ๆ” เอกรักษ์ ประคองวงษ์ ทหารปลดประจำการ สังกัด ปตอ.2 นปอ. บอกเสียงเข้ม


Posted Image



ชายคนนี้ไม่ร่ำไม่รวย ฐานะพออยู่พอกิน แต่ใช้ความขยันขันแข็งเรียนควบคู่กับทำงานไปด้วย จนสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีจากคณะสังคมศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลังจากบวชเรียนนาน 1 เดือน จึงตัดสินใจสมัครเป็นทหารเกณฑ์

“ผมตั้งใจสมัครเลย อยากรู้ว่าชีวิตทหารเป็นยังไง อยากฝึกร่างกายให้แข็งแรง ฝึกเรื่องวินัย ฝึกหนักอยู่ 2 เดือน ทั้งจับปืนซ้อมรบ เรียนทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับพื้นฐานการเป็นทหาร แล้วค่อยขึ้นกองร้อย ทำงานด้านเอกสาร สลับกับใช้แรงงานทั่วไป ลงพื้นที่ไปพัฒนาชุมชน เหนื่อยช่วงแรกๆ แต่อยู่ไปไม่นานก็ชิน ชีวิตมีรสชาติไปอีกแบบ”

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ส่งผลให้ชีวิตทหารเกณฑ์ธรรมดาๆ เปลี่ยนแปลงไปสิ้นเชิง เมื่อประเทศไทยประสบภัยพิบัติอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมทะลักเข้ากรุง ถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน พังพินาศ ประชาชนนับล้านเดือดร้อน บ้านเมืองตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน


Posted Image




“น้ำท่วมใหญ่รอบนี้ พวกเราเพื่อนทหารพูดกันเล่นๆ ว่า นี่เราได้รบด้วยนะเว้ย เราได้เป็นทหารในช่วงสงครามพอดี เพียงแต่ว่านี่คือสงครามน้ำ ข้าศึกคือน้ำ ไม่มีอาวุธ มีแค่สองมือ สองเท้า หนึ่งใจ ต่อสู้กับภารกิจสารพัด ไล่ตั้งแต่แบกถุงทราย แบกท่อนไม้วางแนวคันกั้นน้ำ อพยพผู้คน ช่วยคนแก่ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ขนข้าวของ ส่งข้าวส่งน้ำให้ผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในบ้าน

ลุยน้ำทำงานหนักกลางแดดทั้งวัน เหนื่อยยิ่งกว่าฝึก แต่ได้ซึมซับประสบการณ์ชีวิตที่เข้มข้นกว่า ได้เห็นชีวิตจริงๆ ที่ยิ่งกว่าชีวิต ผมไม่ได้หวังว่าสิ่งที่พวกเราทำจะได้บุญ ได้เกียรติยศ ชื่อเสียง อะไร มันคือภาระหน้าที่ของทหาร นั่นคือช่วยเหลือประชาชน ผมอยากช่วยพี่น้องผู้ประสบภัยให้คลายความทุกข์ คลายโศกเศร้า สบายใจขึ้นบ้าง พาพวกเขาผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ก็ถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจแล้วครับ”

ณัฐภัทร ชูสกุล อดีตทหารเกณฑ์ 1 ใน 420 วีรบุรุษในสงครามน้ำเช่นเดียวกัน บอกว่า สิ่งที่ได้จากการเป็นทหารคือร่างกายแข็งแรงบึกบึนขึ้น หัวใจกว้างใหญ่ขึ้น เพราะได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

Posted Image


“ก่อนเป็นทหาร ผมเป็นช่างตัดผม เวลาว่างก็ไปเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ทำงานช่วยประชาชนอยู่แล้วครับ แต่ช่วง 2-3 เดือน ที่ไปช่วยชาวบ้านน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มันทำให้เราได้เห็นความเดือดร้อน ความยากลำบากของผู้คนได้หลากหลายมิติกว่า เจอทั้งเรื่องน่าหดหู่ เจอเรื่องที่ประทับใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตคนเราสวยงาม ก็คือตอนที่ได้เห็นคนไทยช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งกัน ผมเป็นทหารอยู่ในพื้นที่ พบเจอมาหมดทั้งเรื่องดีและไม่ดี ขอแค่เราเลือกมองแต่ด้านดีงาม ชีวิตเราจะมีความสุขขึ้นเยอะ แค่เขาบอกขอบคุณเรา เอาข้าวเอาน้ำมาให้เรา ยิ้มให้เรา อาการเหนื่อย อาการท้อมันหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะครับ” พลทหารรายนี้หัวเราะสดชื่น

ขณะที่ ศุภฤกษ์ ชินอาจ อดีตทหารประจำการ สังกัด ปตอ.2 นปอ. กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจเหมือนกับทหารทุกคน ทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าประชาชนโหวตให้ทหารเป็นอันดับ 1 ของหน่วยงานที่อยู่เคียงข้างช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง


Posted Image


“ผมเชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมนี้ ประชาชนบางกลุ่มที่เกลียดทหาร มองทหารแย่ในช่วงม็อบปีที่แล้ว น่าจะมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อทหาร มองพวกเราในแง่ดีขึ้น ส่วนประชาชนที่ให้ความไว้วางใจทหาร เชื่อใจพวกเราอยู่แล้ว น่าจะรักทหารมากขึ้นไปอีก

พวกเราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นฮีโร่ เจ๋ง เท่ อะไรแบบนั้นเลย เราแค่ก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ของเราอย่างสุดความสามารถ วันที่จะปลดประจำการ แล้วมีผู้บังคับบัญชามาถามความสมัครใจว่าใครจะอยู่ช่วยต่อบ้าง ทหารทุกคนแทบไม่ต้องคิด มองตากันก็รู้ว่าเราต้องอยู่ช่วยบ้านเมืองต่อไป เพราะยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือ” เขาบอกอย่างหนักแน่น

ด้าน หาญณรงค์ ศรีวงษ์ หนุ่มศรีสะเกษ ทหารปลดประจำการ สังกัด ปตอ.2 นปอ. บอกว่า บทเรียนจากสมรภูมิน้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่า การเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด

“ประกาศนียบัตรที่พวกเราทหารเกณฑ์ปลดประจำการทั้ง 420 นาย ได้รับจากท่าน ผบ.ทบ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทนคำขอบคุณจากกองทัพและประเทศชาติ เป็นเพียงแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น เมื่อเทียบกับประสบการณ์ชีวิตการเป็นทหารของผมครั้งนี้ ไม่มีอะไรจะมีคุณค่าเท่ากับเราได้ทำความดี ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก สิ่งเล็กๆ ที่พวกเราได้ทำ อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ประสบภัยที่กำลังสิ้นหวังก็ได้”
วันนี้ สงครามน้ำจบแล้ว เหล่าทหารกล้าทั้ง 420 นาย ปลดประจำการจากกองทัพ แยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติ แต่เชื่อว่าวีรกรรมครั้งนี้ที่พวกเขาได้ก่อไว้ จะอยู่ในความทรงจำของประชาชนต่อไปไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน


http://goo.gl/SGVou



ขอบคุณครับ


#69411 ทำไมงดสื่อสามมิติบนกำแพงพระราชวัง ?!?

โดย An.mkII on 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:49

รัฐบาลแถลงจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง 3-9 ธันวาคมนี้ ที่ท้องสนามหลวง ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล"

วันที่ 02 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:01:56 น.



นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล งานสมโภช และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง ในฐานะที่ปรึกษาและดูแลกิจกรรม นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศุภวัฒน์ จงศิริ หรือศุภักษร ประธานบริษัท คอมอาร์ตโปรดักชั่น จำกัด ในฐานะหัวหน้าคณะดำเนินงาน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554


นายยงยุทธกล่าวว่า รัฐบาล กทม.และมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ร่วมกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติดังกล่าวขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3-9 ธ.ค. 2554 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" โดยกระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 9 กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 1.กิจกรรมการถวายพระพรชัยมงคล เป็นการจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ จะมีขึ้นในวันที่ 5 ธ.ค. ระหว่างเวลา 16.20-20.00 น. ซึ่งในเวลา 19.19 น. นายกรัฐมนตรีจะนำจุดเทียนชัยถวายพระพร พร้อมกับประชาชนไทยทั่วประเทศ โดยจะมีการถ่ายทอดสดการจุดเทียนชัยจากจุดต่างๆ มายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงด้วย 2.กิจกรรมลงนามถวายพระพร ณ ร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน



3.กิจกรรมนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”

4.กิจกรรมอธิษฐานบูชาพระทันตธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยอัญเชิญมาจากราชอาณาจักรภูฏานมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในราชอาณาจักรไทยเป็นเวลา 3 เดือน

5.กิจกรรมการแสดงเฉลิมพระเกียรติ

6.กิจกรรมการแสดงจากชีวิตจริง

7.กิจกรรมถนนเย็นศิระเพราะพระบริบาล จะมีการออกร้านค้าต่างๆ

8.กิจกรรมภาพยนตร์พาโนรามาเฉลิมพระเกียรติ “84 ปีความเรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่าง 3-9 ธ.ค. เวลา 19.00-22.00 น. ใช้เทคนิคฉายภาพบนกำแพงสามมิติ

และ

9.การแสดงแสง เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา” ที่เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง ฝั่งพระบรมมหาราชวัง 3-9 ธ.ค. วันละ 1 รอบ เวลา 19.00-20.30 น.


http://www.matichon....atid=&subcatid=



"ยงยุทธ" รับยกเลิกงานแสดงพาโนรามาจริง อ้าง ปชช.กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จัดงานรื่นเริงเกรงไม่เหมาะสม

วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 17:17:11 น.


นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการยกเลิกการจัดการแสดง แสง-สี-เสียง พาโนรามา ที่จัดแสดงอยู่ที่ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยยอมรับว่า มีการยกเลิกจริง ทั้งนี้เพราะความเหมาะสม เนื่องด้วยประชาชนจำนวนมากยังคงเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไปหรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง

http://www.matichon....atid=&subcatid=


รัฐแจงการแสดงแสงสีสิ้นสุดตามกำหนดการแล้ว

05 ธันวาคม 2554 เวลา 15:59 น.

สำนักนายกฯชี้แจงกิจกรรมภาพยนต์พาโนรามาสื่อผสม-การแสดงแสงสีเสียงเฉลิมพระเกียรติ สิ้นสุดการแสดงตามกำหนดการแล้ว


นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลงานมหรสพสมโภชและ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ในชื่องาน “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ระหว่างวันที่ 3-9 ธันวาคมได้แจ้งว่า

การแสดงกิจกรรมกิจกรรมภาพยนต์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ ชุด 84 ปี จะจัดในคืนที่ 5 ธ.ค.เป็นวันสุดท้าย

ขณะที่ กิจกรรมการแสดงแสงเสียงและสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา” ได้จัดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.เป็นวันสุดท้ายแล้ว

ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ทีมงานจัดงานเฉลิมพระเกียรติของรัฐบาล ได้เริ่มจัดงานตั้งแต่วันที่ 3-9 ธ.ค.2554 รวม 7 วัน 7 คืน

โดย 2 กิจกรรมที่สิ้นสุดการแสดงเป็นเรื่องของการกำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าส่วนของการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้น จะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค. เป็นคืนสุดท้าย ซึ่งไม่ได้ยกเลิก หรืองดกระทันหันแต่อย่างใด แต่กำหนดไว้แล้วว่าวันใดจะมีการแสดงอะไรบ้าง

http://goo.gl/FRpJf



อืม... ทำไมให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกัน ? และข่าวในตอนเเรกก็เเถลงว่าจะมีถึงวัน ที่ 9 ไม่ใช่หรือ ?


#69087 [คลิป] ในหลวง ทรงมีพระราชดำรัสใน วันที่ 5 ธันวาคม 2554

โดย An.mkII on 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:55

http://youtu.be/w_3_c5JtVsE

http://www.youtube.com/watch?v=iGXYOsokUaU


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้ที่มาเฝ้าฯ ความว่า

ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอสนองต่อพร และไมตรีจิตด้วยไมตรีจิตเช่นกัน

ท่านทั้งหลายในปีนี้ ผู้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญทั้งฝ่ายพลเรือน และฝ่ายทหาร ย่อมทราบแก่ใจทั่วกันว่าความมั่นคงของประเทศชาติจะมีขึ้นได้ ก็ด้วยประชาชนในชาติอยู่ดีมีสูขไม่มีทุกข์อยากเข็ญ

ดังนั้น การใดที่เป็นความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนทุกคนทุกฝ่าย จึงต้องถือเป็นหน้าที่ ต้องร่วมมือกันปฎิบัติแก้ไขให้เต็มกำลังโดยเฉพาะขณะนี้ ประชาชนกำลังเดือดร้อนลำบากจากน้ำท่วม จึงชอบที่จะร่วมมือกันปัดเป่าแก้ไขให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว และจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อย่างเช่นโครงการต่างๆที่เคยพูดไปนั้นก็เป็นการแนะนำไม่ใช่สั่งการ แต่ถ้าไปปรึกษากันแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์คุ้มค่า และทำได้ก็ทำ ข้อสำคัญจะต้องไม่ขัดแย้งแตกแยกกัน หากจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้งานที่ทำบรรลุผลมีประโยชน์คือความ ผาสุขของประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากภัย และอำนวยความสุขความเจริญให้แก่ท่านทั่วกัน.










ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน