
ดื่มเหล้ากันครับ
#1
ตอบ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 23:27
POPULAR
จะดื่มก็ต่อเมื่อจำเป็น หรือ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงจริง
แต่ก็มีเพื่อนที่ชอบดื่มเยอะอยู่เหมือนกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือแล้ว
ไป ดื่มเหล้า กับ เพื่อนทีไร ชงเหล้าไว้แก้วหนึ่งบางบาง
วางทิ้งไว้จนยุงลงมาไข่ให้เป็น ลูกน้ำ ใน เหล้า ที่ชงไว้ นั่นแหละ จึงจะหมดแก้ว
ทำอย่างนี้อยู่ประจำจนถูกเพื่อนล้อเอาได้ว่า "ขุนขยับกับพินาศ"
เมื่อพูดถึงการร่ำสุราแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ตอกกันไป ทีละไห-ทีละจอก
ให้คอโป่ง เหมือนม้า-เหมือนวัว ดื่มน้ำ...หากแต่เป็น ทั้งศาสตร์-ทั้งศิลป์
ดุจดั่ง สุรา ที่อยู่ในจอก จะเป็น เช่นใด-ยี่ห้อใด
๒๘ ดีกรี มี น้ำแดง ผสม หรือ จะเป็น บักจ้อนมักเดิน ตราดำ-ตราแดง
ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า ดี หรือ เลว ประการใด แต่ขึ้นอยู่ที่ได้ ดื่ม กับ ผู้ใด กระมัง...
พูดถึงเรื่องการร่ำสุราเมรัยแล้ว ก็อดที่จะคิดถึง อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง ผู้มี กระบี่ อยู่ที่ใจ เสียไม่ได้
เขาเคยได้กล่าวสุดยอดวาทะ ของ เหล่าผู้ชื่นชม ใน สุรา ไว้ว่า
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
อ้า.....สุโค่ย ยิ่งนัก ข้าพเจ้า ตะนิ่นตาญี ขอคารวะ ท่าน อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง หนึ่งจอก เมรัย
พูดถึง โก้วเล้ง แล้ว อดเสียไม่ได้ที่จะนึก กิมย้ง และเมื่อนึกถึง กิมย้ง ก็พาลคิดไปถึง
วิธีการดื่มสุราที่ดูเหมือนว่าจะวุ่นวายกว่าใครเพื่อน
เพราะต้องจัดให้ จอกสุรา ตรงกับ ประเภท ของ สุรา ที่จะดื่ม
เห็นได้จากตอนหนึ่ง ของ บทสนทนาระหว่าง เหล็งฮู้ชง กับ โจ้วเชยชิว
ในบทประพันธ์ของเขา จากเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง
หรือ ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ของ กระบี่เย้ยยุทธจักร ดังนี้
"ขณะดื่ม สุราฮุง ควรใช้ ถ้วยหยก...สุราขาว ควรใช้ ถ้วยนอแรด
เหล้าองุ่น นั้น ต้องใช้ ถ้วยพรายน้ำ...เหล้าเกาเหลียง ต้องใช้ ถ้วยทองเหลืองสีเขียว
เหล้าข้าว ต้องใช้ ชามขนาดเล็ก...สุราเยี่ยมร้อยหญ้า ให้ใช้ ถ้วยเถาวัลย์โบราณ
สุราจอหงวนอั้ง ต้องใช้ ถ้วยเคลือบสมัยซ่ง...สุราสาลี่ ให้ใช้ ถ้วยมรกต
สุราน้ำค้างหยก ให้ใช้ ถ้วยกระจก ฯลฯ"
ดูดูแล้วเหมือนว่า กิมย้ง จะเขียนอะไรที่มันเกินไปอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อพิจารณากันแล้วก็ใช่ว่าจะ "เวอร์" จนเกินไปเสียเมื่อไหร่
ดูสมัยนี้ก็แล้วกันจะดื่ม champagne ก็ต้องแก้วชนิดหนึ่ง
ในขณะที่ brandy ก็ต้องเป็นแก้วอีกประเภทหนึ่ง ฯลฯ
เรียกว่า ดื่ม-กิน กันอย่าง บุ๋น ไม่ใช่ บู๊ อะไรประมาณนั้น.....
สุราเมระยะ มัชปะมา ไม่ได้แปลว่า ดื่มสุราได้เป็นระยะระยะ
และให้ดื่มโดยประมาณ สตางค์ ในกระเป๋าเงินตนเอง แต่อย่างใด
หากแต่หมายความถึง งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งของความประมาท
คำว่า สุรา นั้น ว่ากันว่า มาจาก สุร ที่แปลว่า กล้า ด้วยนัยยะที่ว่า
พวกยักษ์ หรือ พวกอสูร เป็น ผู้ต้มกลั่น กันขึ้นมา ใช้ดื่ม-ใช้กิน ก่อนไปรบกับ เทวดา
ที่ต้องดื่มก่อนไปรบกับ เทวดา นั้น ก็เพื่อให้เกิด ความกล้า ขึ้นมานั่นเอง
นี่มาจากความเชื่อของ แขก แต่ถ้าเป็นความเชื่อของพวก ฟารั้ง หนังหมู แล้วล่ะก็
หากเป็น เหล้าไวน์ หรือ บรั่นดี นั้น ผู้ริเริ่มทำการ หมักเมรัย ต้มกลั่นเหล้า
ว่ากันว่า มาจาก พระ ของ ฟารั้ง หมักไว้ ต้มกลั่นไว้ ใช้ดื่มช่วยในการเจริญอาหาร
รวมทั้ง แก้หนาว ได้ชงัดดียิ่งนักแล...วิธีดื่มเหล้า ของ ฟารั้ง มัน
ก็ดั่งที่ได้เรียนไว้แล้วในเบื้องต้น ไม่ใช่ กรอกกันเข้าไปที่ละจอก ตอกเข้าไปทีละแก้ว จนคอโป่ง
เหมือนวัว-เหมือนม้า ดื่มน้ำ อย่างนั้น มันดูจะไร้รสนิยมยิ่งนัก
การดื่ม-การกิน ให้ถูก สุขลักษณะ และ อนามัย อย่าง ฟารั้ง ทาน Dinner ชุดใหญ่
ประมาณว่า black tie ใส่ suite นั้น
บ๋อย มันจะเซิร์ฟ ซุป ก่อน เวลาทาน ซุป ต้องมี เหล้าเชอร์รี่ ไว้กลั้วปาก
เพื่อดับกลิ่นซุป ที่อาจมีตามมาด้วย ว่าอย่างนั้นเถอะ
พอมาถึง main course หากสั่ง ปลา ต้องมี-ต้องสั่ง ไวน์ขาว ห้ามสั่ง เมรัย ประเภทอื่น
มิฉะนั้นแล้วอาจถูก บ๋อย มันมองค้อน ตาคว่ำ-ตาหงาย หรือ ถูก บ๋อยฟารั้ง สั่งสอนเอาได้
ในขณะที่นึกอยาก ทานเนื้อ-ทานไก่ ต้องให้เป็น ไวน์แดง
มิฉะนั้นแล้ว ก็จะมีความผิดถึงขั้น อาบัติ กันทีเดียว เมื่อทาน dinner มื้อใหญ่กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จะต้องมี brandy ใส่แก้วใบใหญ่ใหญ่ สัก ๑ ใน ๔ ของแก้ว มาประดับไว้อยู่ในมือ
นั่งคุยไป ดมเหล้า brandy ไป แต่ถ้าเป็นในเมืองไทยจะเอามาทาหน้าแข้งกันยุงกัด
ก็ย่อมจะได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ถามว่าเอามาดมทำไม?
ปู้โธ่...ขืนเอามาดื่มต่อก็มีหวังได้ คายของเก่่า กินข้าวเพื่อหมา น่ะสิ !
เขียนมาถึงตรงนี้ก็ให้นึกถึง นิราศ ฉบับหนึ่ง ของ ท่านครูสุนทร (ภู่)
จะฉบับไหนก็จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว หากเพื่อนเพื่อนท่านใดจำได้จะเฉลยก็จักเป็นพระคุณยิ่ง
ท่านครูสุนทร (ภู่) ท่าน ได้ รจนเลข ไว้ดังต่อไปนี้
ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง.....มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา.....ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก.....สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป.....แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน ฯลฯ
นั่นสินะครับ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น สุรา-เมรัย นั้น ดื่มไปแล้ว
ก็ให้ต้อง มัวเมา ไปเสียทุกครั้ง ดีหน่อยที่ยังมี เวลา ที่จะ สร่างเมา
แต่ คนเมาอำนาจ นี่สิครับไม่มี เวลา ที่จะ สร่างเมา เลยแม้แต่นาทีเดียว
เหมือนเสพอำนาจกันไม่หยุด หากไม่ได้เสพย์ก็ถึงขั้น จะเป็น-จะตาย กันทีเดียว
มีบ้างบางคน เสพย์ไป-เสพย์มา แล้วเหมือน คนบ้าน้ำลาย กลาย เป็น คนชั่วขายชาติ ก็มี
เฮ้อ...เขียนไป-เขียนมา ไหงไปเข้าเรื่อง "คนชั่วขายชาติ" ได้ก็ไม่รู้
สงสัยจะ "เมา" เสียแล้วกระมัง...
ตะนิ่นตาญี
วันศุกร์ที่ ๑๐ พฤกษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เวลา ๒๓.๒๗ นาฬิกา
#2
ตอบ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 23:39
การดื่มเหล้าของคนไทยเป็นการดื่มแบบดื่มเอาเมาไม่เสพรสชาติหรือเสพเอาความครึ้มๆสนุกๆ
ส่วนตัวผมเองจะดื่มเหล้าเอาเมาก็แค่ ๒ เทศกาลและส่วนมากจะดื่มในละแวกบ้านเท่านั้น
เทศกาลที่ว่าก็คือเทศกาลที่คนไทยพากันพาเรดไปเยี่ยมยมโลก ปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น
นอกนั้นแทบจะไม่มีเหล้าลงคอเลย
- ตะนิ่นตาญี and pream like this
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#3
ตอบ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 23:42
ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี and sorrow like this
#4
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:21
ขณะนั่งกดแป้นพิมพ์อยู่นี่ ก็ไม่กล้าจะปฎิเสธ ว่ากำลังดื่มสุรา
ก็คงจะประมาณที่น้าตะนิ่นเกริ่นว่า กรอกเข้าไปทีละจอก
ตอกเข้าไปทีละแก้ว ในอารมณ์ขณะนี้ คงไม่ใช่เพียงแค่ต้องการบรรยากาศ
แต่น่าจะหมายถึง ต้องการความเมา ต้องการสนองความอยากในตัวเอง
โดยมีดีกรีของสุราเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
อ่านมาถึงบทสรุปของน้าตะนิ่น พลันก็หัวเราะหึหะ เออนะ
คนที่เสพย์ติดอำนาจ มันก็น่าจะอารมณ์เดียวกัน กับการดื่มสุรา
ของเรา
แก้วต่อไป คงต้องละเลียดให้ได้รสชาดที่กลมกล่อมขึ้น เพราะอย่างน้อย
คอเหล้าอย่างเรา จะไม่ต้องไปคล้ายกับนักการเมืองที่บ้าอำนาจ และ เสพย์
อำนาจอย่างไร้ความคิด
ขอบคุณน้าตะนิ่น ที่ยังให้ข้อคิดดีๆ ให้รู้สึกดีๆ แม้เป็นเพียงการเสวนาเมรัย
- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี, Alone and 2 others like this
#5
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:25
เราคือ เสรีไทย
#6
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:37
POPULAR
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
อยู่ที่วุฒิภาวะครับ บางคนไม่ต้องกินเหล้า ก็เสียผู้เสียคนในเน็ตเยอะแยะ
รมต บางคนกินไวน์ แต่ไม่ได้เข้าเน็ต เพราะเขาเข้าสภา ก็ยังเห็นอยู่ปกติดี ไม่เคย
เห็นว่าจะนึกอาย หรือใครจะเป็นห่วง. ขอบคุณที่เตือน
- ปุถุชน, MIRO, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน and 19 others like this
#7
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:41
เมาเหล้า เมาไวน์ ยังไม่สร่าง แล้วไปเมารัก เมาอำนาจต่อในสภาก็มีนะครับ ท่านตะนิ่น..ตัวอย่างเคยมีให้เห็น
- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี, ubol boy and 2 others like this
ถูกใจเสื้อแดง ของแพงไม่ว่า โดนโกงไม่ด่า ขอแค่ตระกูลชินนรกเป็น นายก พอ..
#8
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:42
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
- ตะนิ่นตาญี, พอล คุง, คน หมา ขี้ข้า จานบิน... and 1 other like this
#9
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:47
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ

- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี, sorrow and 2 others like this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#10
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 00:50
ชีวิตส่วนตัวผม เปลี่ยนคำบางคำของโกลเล้งไปบ้าง
ข้าพเจ้า นึกนิยมในรสกาแฟ แลชอบบรรยากาศในการร่ำกาแฟ
แต่อรรถรสยังคงเดิม บนความมีสติมากว่าสักหน่อย
- ตะนิ่นตาญี, sorrow, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and 2 others like this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#11
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:16
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
แค่ร่วมสนทนา แบ่งปันความเห็นเฉยๆครับ ไม่เหมาะสมก็ขออภัยครับ
ขออภัย ท่านตะนิ่นฯ ด้วยครับ
- ตะนิ่นตาญี, Familie, kaidum and 3 others like this
เราคือ เสรีไทย
#12
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:20
ช่วงสิบปีมานี้
ชีวิตส่วนตัวผม เปลี่ยนคำบางคำของโกลเล้งไปบ้าง
ข้าพเจ้า นึกนิยมในรสกาแฟ แลชอบบรรยากาศในการร่ำกาแฟ
แต่อรรถรสยังคงเดิม บนความมีสติมากว่าสักหน่อย
รสนิยมเดียวกันนะครับ
ยิ่งกาแฟดำยามเช้า ปลดปล่อยอารมณ์ง่วงๆ แฮงค์ๆ
อ้าว กลับไปพัวพันกับเมรัยจนได้ซิ. 5555
- ตะนิ่นตาญี and IAMDA like this
#13
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:25
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
แค่ร่วมสนทนา แบ่งปันความเห็นเฉยๆครับ ไม่เหมาะสมก็ขออภัยครับ
ขออภัย ท่านตะนิ่นฯ ด้วยครับ
กดไลค์ให้เพราะคุณขอโทษปู่ตะนิ่นฯ ครับ
*ลืมไป..ต้องขออภัยคุณเช่นกันที่ตอนแรกเข้าใจผิด
คิดว่าคุณมีเจตนาแดกดันเพื่อนๆ พี่ๆ สมาชิก+จะพากระทู้ออกทะเลครับ
Edited by Alone, 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:33.
- ตะนิ่นตาญี, จอมโจรคิด and คน หมา ขี้ข้า จานบิน... like this
#14
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:26
ชั่ว ดี อยู่ที่ ตัวทำ ..........................
สูง ค่ำ อยู่ที่ ทำตัว.........................
ข้าน้อยขอ ค า ร า วะ ท่ า น จขกท. ๑จอก.
สักวัน เราอาจเจอกันแบบ"ไม่เมาไม่เลิกลา"
......สหายผู้รู้ใจหาได้ยากนัก สหายร่ำสุรา หาได้ทั่วไป......
- ตะนิ่นตาญี and ploychanpen like this
#15
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:41
ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ครับ
ขอยกน้ำเปล่าแทนก็แล้วกัน
- chaidan, ตะนิ่นตาญี and ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ like this
#16
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:55
POPULAR
ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
ในฤทธิ์มีดสั้น ไม่มีการร่ำสุราอย่างมีบรรยากาศเลย
ลี้คิมฮวงดื่มสุรากับตัวเอง และกับอาฮุยเมื่อแรกเจอ
ดื่มทีไรก็ปวดร้าวหัวใจ
คำพูดนั้น เป็นคำแก้ตัวของโกวเล้งเพื่อจะหาเพื่อนดื่ม
อยู่ในบทสัมภาษณ์หรือคำนำอะไรสักอย่าง
ที่จริงเอาเรื่องดื่มสุรามาพิจารณาแล้ว โกวเล้งก็ยังห่างชั้นจากกิมย้งมาก
ตัวเอกของโกวเล้ง ดื่มหนักกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครดื่มอย่างมีสไตล์เลย
เหมือนอูฐกินน้ำมากกว่า
ตัวเองของกิมย้งที่บ้าสุรามีเพียงเหล็งฮู้ชง แต่กิมย้งใส่ภูมิรู้เข้าไปอย่างเหมาะเจาะ
และยังแต่งให้การดื่มของเขา เป็นส่วนสำคัญของพล๊อตอีกด้วย
ปล
อ่านคำรำพรรณของคุณตะนิ่นตาญีแล้ว รู้สึกอยากอ่านนิยายดีๆ ขึ้นมาทีเดียว
เขียนแนะนำอีกหน่อยสิครับ การกินการดื่มเป็นฉากสำคัญในนิยายระดับโลก
แต่คนทั่วไปมักจะอ่านผ่านๆ ทำให้คนเขียนเหนื่อยเปล่าอย่างน่าเสียดาย
- ตะนิ่นตาญี, PHOENiiX, Duke_th1 and 12 others like this
#17
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 03:25
เห็นคนอื่นร่ำสุราให้อิจฉายิ่งนัก
ไอ้เราแค่ยาดองกับมะขามเปียก
ว่าแล้วล่อซักเปี๊ยบ 55555555
- chaidan, ตะนิ่นตาญี, ugly-maew and 3 others like this
#18
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 04:28
กับวลีที่คละเคล้ากับเมรัย
แต่ซึ้งใจกับสำนวนที่สะสวย
ขอคารวะหนึ่งจอกครับ
- ตะนิ่นตาญี likes this
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
#19
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 04:45
ทุกกระทู้พอเริ่มต้นอ่าน อยากรู้ตอนจบ
บางกระทู้คาดเดาถูก
บางกระทู้ก็หักมุมจบอย่างสวยงาม
เขียนให้เราเสพย์บ่อยๆนะคะ บอร์ดจะได้เย็นลงบ้าง
ดื่นมาเสพย์กระทู้คุณตะนิ่นตอนตี 4.44 น. ได้บรรยากาศดีมากเลยค่ะ
- ตะนิ่นตาญี likes this
#20
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 05:10
เมาเหล้าบ้างยาบ้างก็ช่างเถิด
แต่อย่าเกิดเมาอำนาจวาสนา
จนลืมตนเห็นคนหมดราคา
ไม่ไว้หน้าใครใครนั้นไม่งาม
ตอบคุณตะญิ่นตานี นิราศภูเขาทองครับ
- ตะนิ่นตาญี, G-GEAR53, thaidotcom and 3 others like this
#21
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 05:19
ส่วนผสมที่ดีที่สุดในการร่ำสุรา...
ก็คือ "สหาย"...
- ตะนิ่นตาญี, IAMDA, sorrow and 2 others like this
#22
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 05:54
คุณตะนิ่นตาญี มีตาตั๊กแตนมั่ย จะขอน้อบรับสักจอก
- ตะนิ่นตาญี and คน หมา ขี้ข้า จานบิน... like this

#23
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:20
การดื่มเหล้าของคนไทยเป็นการดื่มแบบดื่มเอาเมาไม่เสพรสชาติหรือเสพเอาความครึ้มๆสนุกๆ
ส่วนตัวผมเองจะดื่มเหล้าเอาเมาก็แค่ ๒ เทศกาลและส่วนมากจะดื่มในละแวกบ้านเท่านั้น
เทศกาลที่ว่าก็คือเทศกาลที่คนไทยพากันพาเรดไปเยี่ยมยมโลก ปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น
นอกนั้นแทบจะไม่มีเหล้าลงคอเลย
ขอบพระคุณ คุณนายตัวเกร็ง มากครับ
สมัยที่ ตะนิ่นตาญี เรียนหนังสือ มักจะขโมยเหล้า ของ คุณพ่อ
ที่ตั้งโชว์ใน side board ที่บ้านไปดื่มกับเพื่อนเพื่อนเสมอ
ดื่มแบบชิมบ้างเอาลองมาปั่นหรือชงแบบเหล้า cocktail บ้าง
แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าวันนั้นมีสตางค์เยอะหน่อยก็จะลงเอยด้วย แม่โขง
แต่ถ้าใกล้ใกล้วันสุดท้ายของเดือนก็มักจะไปอาศัยพึ่งพาที่ ๒๘ ดีกรี ผสมกับ แฟนต้าน้ำแดง
เมากันเสียทุกครั้งไป สร่างเมาขึ้นมาก็มักจะลืมไปเสียแล้วว่าเหล้าที่ ขโมย คุณพ่อ มาดื่มนั้นรสชาติเป็นอย่างไร
ขอบพระคุณ คุณนายตัวเกร็ง มากครับ
ตะนิ่นตาญี
ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
ขอบพระคุณ คุณพี่มะนาว มากครับ
ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ คุณพี่ฯ ครับ
ประโยคดังกล่าวนั้น ครั้งแรกที่ ตะนิ่นตาญี เห็น
ได้เห็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง นครปฐม ครับ
นึกชื่อร้านอยู่ตั้งนานก็นึกไม่ออก จำได้แต่หน้าร้านเขามีอ่างบัวใบใหญ่อยู่ข้างหน้าร้านครับ
เป็นร้านเล็กเล็กแต่กับข้าวอร่อยไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะน้ำพริกครับ
ขอบพระคุณ คุณพี่มะนาว มากครับ
ตะนิ่นตาญี
เสพสุรา ร่ำสุรา จิบสุรา แต่ละอย่างมีบทบาทในตัวของมันเอง
ขณะนั่งกดแป้นพิมพ์อยู่นี่ ก็ไม่กล้าจะปฎิเสธ ว่ากำลังดื่มสุรา
ก็คงจะประมาณที่น้าตะนิ่นเกริ่นว่า กรอกเข้าไปทีละจอก
ตอกเข้าไปทีละแก้ว ในอารมณ์ขณะนี้ คงไม่ใช่เพียงแค่ต้องการบรรยากาศ
แต่น่าจะหมายถึง ต้องการความเมา ต้องการสนองความอยากในตัวเอง
โดยมีดีกรีของสุราเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
อ่านมาถึงบทสรุปของน้าตะนิ่น พลันก็หัวเราะหึหะ เออนะ
คนที่เสพย์ติดอำนาจ มันก็น่าจะอารมณ์เดียวกัน กับการดื่มสุรา
ของเรา
แก้วต่อไป คงต้องละเลียดให้ได้รสชาดที่กลมกล่อมขึ้น เพราะอย่างน้อย
คอเหล้าอย่างเรา จะไม่ต้องไปคล้ายกับนักการเมืองที่บ้าอำนาจ และ เสพย์
อำนาจอย่างไร้ความคิด
ขอบคุณน้าตะนิ่น ที่ยังให้ข้อคิดดีๆ ให้รู้สึกดีๆ แม้เป็นเพียงการเสวนาเมรัย
ขอบพระคุณ คุณ kaidum มากครับ
อย่างที่เรียนไว้แต่ต้นในกระทู้นั่นแหละครับ
คนที่เสพย์ ใน สุรา-เมรัย นั้น ยังพอที่จะมีช่วงเวลาที่สร่างเมาลงได้บ้าง
แต่พวกที่ เสพย์ติด ใน อำนาจ นั้น ยากนักที่จะหยุดยั้งในการเสพย์
สุดท้ายแล้ว ด้วยความมึนเมา ใน อำนาจ ก็ทำให้เขากลาย เป็น คนชั่วขายชาติ ไป
อย่างที่ น้าชัย ราชวัตร เธอว่าไว้กระมังครับ คุณ kaidum ครับ
ตะนิ่นตาญี
- sorrow likes this
#24
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:26
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
เมาแล้วเข้าสภายังไม่เป็นไรเลยครับ
- ตะนิ่นตาญี likes this
#25
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:42
- ตะนิ่นตาญี, namtanbood, คน หมา ขี้ข้า จานบิน... and 1 other like this
#26
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:49
- THE THIRD WAY, ตะนิ่นตาญี, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and 2 others like this
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#27
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:50
ผมก็หาได้ชื่นชอบรสชาติของสุราแต่อย่างใด แต่รูปร่างของนารีที่มาชงสุราให้ต่างหากที่ชวนให้เคลิ้ม
รสนิยมเดียวกับอั้ยเหลิม แล้วรักเมียเท่าอั้ยเหลิมหรือเปล่าครับ
http://www.thaipost....ws/211112/65494
- ตะนิ่นตาญี likes this
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
#28
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:57
" เจอคนรู้ใจ ดื่มสุรา พันจอก ก็ยังน้อยนัก " โอวทิฮวย (เพื่อนซี้ ชอลิ้วเฮียง)
" เจอรัฐบาลไม่ได้ ดั่งใจ ดื่มน้ำเปล่า แค่ จอกเดียว ยังมึน " (จอมยุทธสุกิต แห่งขุนเขากระบี่ เสรีไทย)
- ตะนิ่นตาญี, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่, whiskypeak and 2 others like this
ขอให้พวกเรา ชาวหลากสี และพันธมิตร จงมีชีวิตรอด จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ฝีมือปูนา ไปตลอดรอดฝั่งด้วยครับ
PEMDAS ย่อมาจาก ลำดับการคำนวณ Parentheses , Exponentials , Multiply , Divide , Add , Subtract
FWGHSO ย่อมาจาก ลำดับการประเมินผลของ query FROM, WHERE, GROUP BY, HAVING, SELECT, ORDER BY
#29
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 08:02
เฮ้อ...... เสียเพราะเหล้า
เศร้าเพราะเมีย
เอี้ยเพราะเรา
เฉาเพราะจน
- ตะนิ่นตาญี and ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ like this
#30
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 08:04
กรอหรี่ไม่ใช่หญิงยั่ว นางสาวชอบยั่ว คนดำ ทำไมถึงถูกเรียกว่า กรอหรี่
กูร.ม่ายรู้ กูร์..เมา
- ตะนิ่นตาญี likes this
สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ใช่ของทักษิณ แต่มาจากเงินภาษีของหนู..ของคนไทยทุกคน.. แตงโม เวทีราชดำเนิน 5/11/2013
ผมยังยอมติดคุก 15 วัน แล้วพวกคุณมานิรโทษอะไรกัน .. เต๋า สมชาย เวทีราชดำเนิน 6/11/2013
#31
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:04
มีคนเคยพูดให้ฟังเรื่องการดื่มไวน์ว่า จะแดงจะขาวมันอยู่ที่จริตลิ้นของเรา วันไหนเราทานปลาแต่ไม่ชอบดื่มไวน์ขาวแต่เพราะเขาว่าเลยสั่งมาฝืนใจดื่มไปทั้งที่ไม่ถูกลิ้น การทานอาหารมื้อนั้นก็คงไม่อร่อย ส่วนตัวเองคอไวน์แดงคะ จะทานปลา เนื้อ อาหารไทย จีน อินเดีย หรืออะไรก็แดงตลอด แต่จะไม่ค่อยดื่มบ่อยเท่าไหร่เพราะแดงที่ถูกจริตกะลิ้นเราก็บังเอิญแพงเอาการอยู่เคยนั่งหั่นเนื้อแกะกึ่งสุก
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ
- ปุถุชน and ตะนิ่นตาญี like this
#32
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:16
ผมเป็นคนที่ เพื่อนฝูง ไม่ค่อยชวนไปกินเหล้าด้วยครับ
เพราะว่าเวลาไปกินเหล้าแล้ว แก้วเหล้าผม ไม่ยุบเลย (เนื่องจากผมไม่ดื่มเหล้า)
แต่ว่า กับแกล้ม บนโต๊ะ จะเสร็จผม เกือบหมดตลอด
จนพรรคพวกเรียกผมว่า ผมกินเหล้า ปากมันแผล็บ 555
- ตะนิ่นตาญี likes this
#33
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:21
สุราไทย ไม่ต้องมีพิธีอะไรอ่ะ
แม่งอยากกินเทใส่แก้ว ดืมอึก ๆ ๆ
มีของเปรี้ยวใส่ปากนิดหน่อยพอหายขม เป็นอันจบ
ไม่ต้องมีบรรยากาศ
ห้าาาาาาาาาาาาาาา
แต่ถ้าร้านเหล้าตอง ต้องมีสาว ๆ มานั่งข้าง ๆ รับรองงานนนี้ยาววววววววววว
ห้าาาาาาาาาาาาาาา
- ตะนิ่นตาญี likes this
ถึงตรูจะเลวยังไง ตรูก้อไม่ได้ขายชาติ เหมือนเสื้อแดงว่ะ เข้าใจนะ
#34
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:28
เมาเหล้า เมาไวน์ ยังไม่สร่าง แล้วไปเมารัก เมาอำนาจต่อในสภาก็มีนะครับ ท่านตะนิ่น..ตัวอย่างเคยมีให้เห็น
ผมรู้ ไอ้เหลิม ไอ้เหลิม
- ตะนิ่นตาญี and whiskypeak like this
#35
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:35
" ดื่ม(กิน)เหล้ากัน... "
ได้ยินประโยคนี้ เหมือนดังต้องมนต์ จนไม่อาจปฏิเสธ
- ตะนิ่นตาญี, ploychanpen and คน หมา ขี้ข้า จานบิน... like this
#36
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:38
มีคนเคยพูดให้ฟังเรื่องการดื่มไวน์ว่า จะแดงจะขาวมันอยู่ที่จริตลิ้นของเรา วันไหนเราทานปลาแต่ไม่ชอบดื่มไวน์ขาวแต่เพราะเขาว่าเลยสั่งมาฝืนใจดื่มไปทั้งที่ไม่ถูกลิ้น การทานอาหารมื้อนั้นก็คงไม่อร่อย ส่วนตัวเองคอไวน์แดงคะ จะทานปลา เนื้อ อาหารไทย จีน อินเดีย หรืออะไรก็แดงตลอด แต่จะไม่ค่อยดื่มบ่อยเท่าไหร่เพราะแดงที่ถูกจริตกะลิ้นเราก็บังเอิญแพงเอาการอยู่
เคยนั่งหั่นเนื้อแกะกึ่งสุก
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ
มันก็อาจจะจริงนะครับ
ผมไม่ชอบดื่มไวน์ หลังจากได้ลองชิมไวน์แดงครั้งแรก
ก็รู้ตัว ว่าไวน์คงไม่ใช่เครื่องดื่มของเรา
บังเอิญไปทานแล้วเค้ามีไวน์ให้
เลยลองสั่งขาวเพราะรู้ว่าแดงคงไม่ใช่ของชอบ
ก็ปรากฏว่าถูกคอมากกว่า
โดยส่วนตัว ไม่ดื่มจริงๆ จังๆ มาสิบปีแล้ว
แต่ไม่ถึงกับตัดขาด ใครส่งให้จิบก็พอได้
แล้วแต่บรรยากาศและคนร่วม
บางที เวลาเราไปกับคนที่รู้สึกดี ยิ่งดื่มไอ้ของขมๆ
มันก็ยิ่งอร่อย
โชคดีเหลือเกินครับ ที่ผม รวมถึงคุณตะนิ่นฯ
ดื่มด้วยบรรยากาศ ใช่จะดื่มเพราะฉันจะดื่ม
เหล้าจึงเป็นความสุข ไม่ใช่ทุกข์
- ตะนิ่นตาญี, หนูอ้อย and thaidotcom like this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#37
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:40
สมัยกินแทบทุกวันไม่เค๊ย ไม่เคยสังเกตุอรรถรสอันใดซ๊ากกกกทีขอรับ... ตามแต่โอกาสและสถานที่... อ่านวรรณกรรมตามที่ท่านตะนิ่นฯนำมากล่าวอ้าง... ก็ยังว่างดงามท่ามกลางความเมามาย...
ขึ้นชื่อว่าเหล้า กินที่ไหนก็เมาท๊างน๊านนนน สำหรับกระพ๊ม... เอิ๊กๆๆๆ
เดี๋ยวนี้ถือศีลแล้ว ละแล้ว... แต่ยังไม่เลิกขอรับ ฮี่ๆๆ
Edited by wat, 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:40.
- ตะนิ่นตาญี and PeaceMan like this

#38
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 09:53
POPULAR
มันก็อาจจะจริงนะครับ
ผมไม่ชอบดื่มไวน์ หลังจากได้ลองชิมไวน์แดงครั้งแรก
ก็รู้ตัว ว่าไวน์คงไม่ใช่เครื่องดื่มของเรา
บังเอิญไปทานแล้วเค้ามีไวน์ให้
เลยลองสั่งขาวเพราะรู้ว่าแดงคงไม่ใช่ของชอบ
ก็ปรากฏว่าถูกคอมากกว่า
โดยส่วนตัว ไม่ดื่มจริงๆ จังๆ มาสิบปีแล้ว
แต่ไม่ถึงกับตัดขาด ใครส่งให้จิบก็พอได้
แล้วแต่บรรยากาศและคนร่วม
บางที เวลาเราไปกับคนที่รู้สึกดี ยิ่งดื่มไอ้ของขมๆ
มันก็ยิ่งอร่อย
โชคดีเหลือเกินครับ ที่ผม รวมถึงคุณตะนิ่นฯ
ดื่มด้วยบรรยากาศ ใช่จะดื่มเพราะฉันจะดื่ม
เหล้าจึงเป็นความสุข ไม่ใช่ทุกข์
ที่เว็บนี้สมาชิกผู้ชายเยอะ เราเป็นหญิงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์การดื่มแอลกอฮอล์เท่าไรนัก
แต่มีผู้หญิงในครอบครัว ที่ดื่มเบียร์กันสองคน หนึ่งนั้นก็คือคุณยาย
จำได้ว่าตั้งแต่เด็กๆแล้วที่เวลาคุณยายมาหาเรา คุณแม่จะไปร้านขายส่งชื่่อไทยเรืองฟ้า
ยกเบียร์สิงห์หนึ่งหีบมาแช่ตู้เย็นยี่ห้อเวสติ้งเฮ้าส์ขนาด 14 คิวที่บ้าน
คุณแม่เจาะจงซื้อเพราะยุคเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วตู้เย็นไซส์นี้ต้องสั่งพิเศษ ต่างจังหวัดไม่มีขาย
ในช่องฟรีซจะสามารถวางขวดเบียร์แบบตั้งได้ ไม่ต้องวางแบบนอน
คุณแม่เลิกงานก็จะมาทานเบียร์กับกับแกล้มที่คุณยายทำเตรียมไว้ เห็นว่าปรนนิบัติกันอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ กทม.
คุณยายก็ดื่มด้วยกัน แต่ลิมิตแค่ 1 ขวดเพราะจะเริ่มง่วงนอน ส่วนคุณแม่ก็เรื่อยๆแต่ประเมินได้ว่าคอแข็งน่าดู
ปัจจุบันคุณยายอายุ 84 เต็ม เมื่อสงกรานต์นี้ก็ตั้งวงฉลองกันกับคุณแม่ (หาเรื่องดื่ม) แต่คุณยายขอแค่สิงห์ขวดเล็ก
ที่บ้านนั้นมีคุณพ่อและหนูอ้อยที่ไม่ดื่มแต่ก็รู้สึกเฮฮาไปกับวงสองสาวด้วยเพราะท่านล้วนแต่อารมณ์ดีกัน
คุณยายจะเริ่มถามหาหมอนอิงสามเหลี่ยมเพื่อเหยียดเอนกาย ส่วนคุณแม่เริ่ม spoke England เป็นอันว่าเข้าขั้น
จริงที่พี่โทนี่บอกว่าเหล้าจึงเป็นความสุข ไม่ใช่ทุกข์
เพราะแม่เราสอนว่าเวลาทุกข์อย่าหันเข้าหาเหล้าเด็ดขาด
ท่านว่าการแก้ปัญหาจะบิดเบี้ยวไปเยอะจนบางทีเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก ..
- THE THIRD WAY, ปุถุชน, ต้นหอม and 13 others like this
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#39
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:03
ผมกินทีไรต้องไปต่อทุกที เพราะสมาชิกในก๊วนส่วนใหญ่เป็นคนติดอ่าง กับเกษตรผู้ชอบเลี้ยง "โค" กันทั้งนั้น
- ตะนิ่นตาญี likes this
#40
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:04
พ้นจากวัยที่ดื่มเพื่อดับทุกข์ไปแล้ว
ผมถึงคัดออกเหลือแต่ดื่มเพื่อความสุขจริงๆ
คัดออกนี่ หมายถึงคัดบรรยากาศ คัดคน คัดเวลา คัดสถานที่
จึงกลายเป็นว่า แทบไม่ได้ดื่มเลย
จนกว่าจะเจอที่เหมาะสมกับใจเรา
ปีนึง อาจเหลือดื่มกับน้องๆ ที่ออฟฟิศสักครั้งสองครั้ง
และงานเลี้ยงรุ่นเพื่อนบ้างนิดหน่อย
นอกนั่น เป็นกาแฟดีกว่า
หลังจากค้นพบว่า คำพูดหลังแก้วกาแฟ มักเป็นสติมากกว่าหลังแก้วเหล้า
และไม่จำเป็นต้องเลือกสถานที่ เวลาอะไร
พบอีกอย่างว่า กาแฟแก้วละเกือบ 200 ของสตาร์บัค
ยังถูกกว่าเหล้าไทย ที่น้ำแข็วละลายเร็ว
- ตะนิ่นตาญี, หนูอ้อย, อู๋ ฮานามิ and 3 others like this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#41
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:46
ตะนิ่นตาญี เป็นคนที่ไม่ใคร่ชอบดื่มเหล้าสักเท่าใดนัก
จะดื่มก็ต่อเมื่อจำเป็น หรือ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงจริง
แต่ก็มีเพื่อนที่ชอบดื่มเยอะอยู่เหมือนกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือแล้ว
ไป ดื่มเหล้า กับ เพื่อนทีไร ชงเหล้าไว้แก้วหนึ่งบางบาง
วางทิ้งไว้จนยุงลงมาไข่ให้เป็น ลูกน้ำ ใน เหล้า ที่ชงไว้ นั่นแหละ จึงจะหมดแก้ว
ทำอย่างนี้อยู่ประจำจนถูกเพื่อนล้อเอาได้ว่า "ขุนขยับกับพินาศ"
เมื่อพูดถึงการร่ำสุราแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ตอกกันไป ทีละไห-ทีละจอก
ให้คอโป่ง เหมือนม้า-เหมือนวัว ดื่มน้ำ...หากแต่เป็น ทั้งศาสตร์-ทั้งศิลป์
ดุจดั่ง สุรา ที่อยู่ในจอก จะเป็น เช่นใด-ยี่ห้อใด
๒๘ ดีกรี มี น้ำแดง ผสม หรือ จะเป็น บักจ้อนมักเดิน ตราดำ-ตราแดง
ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า ดี หรือ เลว ประการใด แต่ขึ้นอยู่ที่ได้ ดื่ม กับ ผู้ใด กระมัง...
พูดถึงเรื่องการร่ำสุราเมรัยแล้ว ก็อดที่จะคิดถึง อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง ผู้มี กระบี่ อยู่ที่ใจ เสียไม่ได้
เขาเคยได้กล่าวสุดยอดวาทะ ของ เหล่าผู้ชื่นชม ใน สุรา ไว้ว่า
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
อ้า.....สุโค่ย ยิ่งนัก ข้าพเจ้า ตะนิ่นตาญี ขอคารวะ ท่าน อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง หนึ่งจอก เมรัย
พูดถึง โก้วเล้ง แล้ว อดเสียไม่ได้ที่จะนึก กิมย้ง และเมื่อนึกถึง กิมย้ง ก็พาลคิดไปถึง
วิธีการดื่มสุราที่ดูเหมือนว่าจะวุ่นวายกว่าใครเพื่อน
เพราะต้องจัดให้ จอกสุรา ตรงกับ ประเภท ของ สุรา ที่จะดื่ม
เห็นได้จากตอนหนึ่ง ของ บทสนทนาระหว่าง เหล็งฮู้ชง กับ โจ้วเชยชิว
ในบทประพันธ์ของเขา จากเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง
หรือ ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ของ กระบี่เย้ยยุทธจักร ดังนี้
"ขณะดื่ม สุราฮุง ควรใช้ ถ้วยหยก...สุราขาว ควรใช้ ถ้วยนอแรด
เหล้าองุ่น นั้น ต้องใช้ ถ้วยพรายน้ำ...เหล้าเกาเหลียง ต้องใช้ ถ้วยทองเหลืองสีเขียว
เหล้าข้าว ต้องใช้ ชามขนาดเล็ก...สุราเยี่ยมร้อยหญ้า ให้ใช้ ถ้วยเถาวัลย์โบราณ
สุราจอหงวนอั้ง ต้องใช้ ถ้วยเคลือบสมัยซ่ง...สุราสาลี่ ให้ใช้ ถ้วยมรกต
สุราน้ำค้างหยก ให้ใช้ ถ้วยกระจก ฯลฯ"
ดูดูแล้วเหมือนว่า กิมย้ง จะเขียนอะไรที่มันเกินไปอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อพิจารณากันแล้วก็ใช่ว่าจะ "เวอร์" จนเกินไปเสียเมื่อไหร่
ดูสมัยนี้ก็แล้วกันจะดื่ม champagne ก็ต้องแก้วชนิดหนึ่ง
ในขณะที่ brandy ก็ต้องเป็นแก้วอีกประเภทหนึ่ง ฯลฯ
เรียกว่า ดื่ม-กิน กันอย่าง บุ๋น ไม่ใช่ บู๊ อะไรประมาณนั้น.....
สุราเมระยะ มัชปะมา ไม่ได้แปลว่า ดื่มสุราได้เป็นระยะระยะ
และให้ดื่มโดยประมาณ สตางค์ ในกระเป๋าเงินตนเอง แต่อย่างใด
หากแต่หมายความถึง งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งของความประมาท
คำว่า สุรา นั้น ว่ากันว่า มาจาก สุร ที่แปลว่า กล้า ด้วยนัยยะที่ว่า
พวกยักษ์ หรือ พวกอสูร เป็น ผู้ต้มกลั่น กันขึ้นมา ใช้ดื่ม-ใช้กิน ก่อนไปรบกับ เทวดา
ที่ต้องดื่มก่อนไปรบกับ เทวดา นั้น ก็เพื่อให้เกิด ความกล้า ขึ้นมานั่นเอง
นี่มาจากความเชื่อของ แขก แต่ถ้าเป็นความเชื่อของพวก ฟารั้ง หนังหมู แล้วล่ะก็
หากเป็น เหล้าไวน์ หรือ บรั่นดี นั้น ผู้ริเริ่มทำการ หมักเมรัย ต้มกลั่นเหล้า
ว่ากันว่า มาจาก พระ ของ ฟารั้ง หมักไว้ ต้มกลั่นไว้ ใช้ดื่มช่วยในการเจริญอาหาร
รวมทั้ง แก้หนาว ได้ชงัดดียิ่งนักแล...วิธีดื่มเหล้า ของ ฟารั้ง มัน
ก็ดั่งที่ได้เรียนไว้แล้วในเบื้องต้น ไม่ใช่ กรอกกันเข้าไปที่ละจอก ตอกเข้าไปทีละแก้ว จนคอโป่ง
เหมือนวัว-เหมือนม้า ดื่มน้ำ อย่างนั้น มันดูจะไร้รสนิยมยิ่งนัก
การดื่ม-การกิน ให้ถูก สุขลักษณะ และ อนามัย อย่าง ฟารั้ง ทาน Dinner ชุดใหญ่
ประมาณว่า black tie ใส่ suite นั้น
บ๋อย มันจะเซิร์ฟ ซุป ก่อน เวลาทาน ซุป ต้องมี เหล้าเชอร์รี่ ไว้กลั้วปาก
เพื่อดับกลิ่นซุป ที่อาจมีตามมาด้วย ว่าอย่างนั้นเถอะ
พอมาถึง main course หากสั่ง ปลา ต้องมี-ต้องสั่ง ไวน์ขาว ห้ามสั่ง เมรัย ประเภทอื่น
มิฉะนั้นแล้วอาจถูก บ๋อย มันมองค้อน ตาคว่ำ-ตาหงาย หรือ ถูก บ๋อยฟารั้ง สั่งสอนเอาได้
ในขณะที่นึกอยาก ทานเนื้อ-ทานไก่ ต้องให้เป็น ไวน์แดง
มิฉะนั้นแล้ว ก็จะมีความผิดถึงขั้น อาบัติ กันทีเดียว เมื่อทาน dinner มื้อใหญ่กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จะต้องมี brandy ใส่แก้วใบใหญ่ใหญ่ สัก ๑ ใน ๔ ของแก้ว มาประดับไว้อยู่ในมือ
นั่งคุยไป ดมเหล้า brandy ไป แต่ถ้าเป็นในเมืองไทยจะเอามาทาหน้าแข้งกันยุงกัด
ก็ย่อมจะได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ถามว่าเอามาดมทำไม?
ปู้โธ่...ขืนเอามาดื่มต่อก็มีหวังได้ คายของเก่่า กินข้าวเพื่อหมา น่ะสิ !
เขียนมาถึงตรงนี้ก็ให้นึกถึง นิราศ ฉบับหนึ่ง ของ ท่านครูสุนทร (ภู่)
จะฉบับไหนก็จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว หากเพื่อนเพื่อนท่านใดจำได้จะเฉลยก็จักเป็นพระคุณยิ่ง
ท่านครูสุนทร (ภู่) ท่าน ได้ รจนเลข ไว้ดังต่อไปนี้
ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง.....มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา.....ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก.....สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป.....แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน ฯลฯ
นั่นสินะครับ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น สุรา-เมรัย นั้น ดื่มไปแล้ว
ก็ให้ต้อง มัวเมา ไปเสียทุกครั้ง ดีหน่อยที่ยังมี เวลา ที่จะ สร่างเมา
แต่ คนเมาอำนาจ นี่สิครับไม่มี เวลา ที่จะ สร่างเมา เลยแม้แต่นาทีเดียว
เหมือนเสพอำนาจกันไม่หยุด หากไม่ได้เสพย์ก็ถึงขั้น จะเป็น-จะตาย กันทีเดียว
มีบ้างบางคน เสพย์ไป-เสพย์มา แล้วเหมือน คนบ้าน้ำลาย กลาย เป็น คนชั่วขายชาติ ก็มี
เฮ้อ...เขียนไป-เขียนมา ไหงไปเข้าเรื่อง "คนชั่วขายชาติ" ได้ก็ไม่รู้
สงสัยจะ "เมา" เสียแล้วกระมัง...
ตะนิ่นตาญี
วันศุกร์ที่ ๑๐ พฤกษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เวลา ๒๓.๒๗ นาฬิกา
คนความจำไม่ดี ความจำอ่อนแอ มักจะมีสมาธิสั้น...
หากให้หญิงเร่ขายชาติอ่านข้อความข้างบนนี้...
คงเหมือนนักข่าวในจอทีวี..
ถามไม่สิ้นประโยคหล่อนเดินหนีไปไกลแล้ว
ไม่อับอายว่าคนอื่นจะดูแคลนคน'เพศแม่'คนนี้มีนิสัยพรรค์นี้หรือ....ฮา
อ่านไป คิดไปว่า 'ตะนิ่นตาญี'จะหักมุมตรงไหน...
เกือบทอดอาลัยตายอยาก
ไปดูกระทู้ของดอนยอ เสรีไทไชโย ดีกว่า
ไม่ถึงสามบรรทัด รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง....ฮา
วันนี้คำว่า'เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก'
เป็นคำพูดตลกของคนจิตใจใสซื่ออายุน้อย...
'เพื่อนกินหายากเพื่อนตายหาง่าย'...
จึงเป็นคำพูดของผู้อาวุโสมากประสบการณ์...ฮา
อยากจะขัดคอ'ตะนิ่นตาญี'เรื่องของเมรัยบ้าง
เห็นสารภาพก่อนว่า ไม่ทนทานความแรงของ'ดีกรี'
จึงปล่อยวางเฉย ไม่พูดถึงให้ระคายใจ....
รอเสวนากับเพื่อนในบรรยากาศเดียวกันดีกว่า...ฮา
เอ่ยคำว่า'หญิงชั่วเร่ขายชาติ' ใครๆ ก็ฟังเข้าใจถูก
มุ่งหมาย'เพศแม่'ใด ไม่ลำบากพรรณาอ้อมค้อม....
กล่าวถึงความนิยมชมชอบเมรัยซิ
ทำอย่างไรไม่ให้คนไร้รสนิยมเข้าใจผิดว่า'เมาหยำเป'.....ฮา
'เพื่อนกินหายากเพื่อนตายหาง่าย'...
จึงเป็นคำพูดของผู้อาวุโสมากประสบการณ์...ฮา
Edited by ปุถุชน, 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 20:41.
- Moon and ตะนิ่นตาญี like this
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#42
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:54
กท.นี้เป็น กท. การเมืองนะครับเพราะมีคำว่า คนชั่วขายชาติ
- ปุถุชน and ตะนิ่นตาญี like this
เพราะมีอดีต เราจึงมีประสบการณ์ เพราะมีวันวาน เราจึงเติบโต เพราะเคยโง่ เราจึงฉลาด เพราะเคยพลาด เราจึงแข็งแรง
#43
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:55
เคยนั่งหั่นเนื้อแกะกึ่งสุก
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ
เดี๋ยวนี้ผมมี'อินทรีย์'แก่กล้า....
ดื่มไวน์ขาวเย็นฉ่ำมีไอน้ำเกาะแก้วกับอาหารเกือบทุกจาน
ไม่กังวลสนใจใครจะนินทาวะ...
ยิ่งพวกบ๋อยรู้น้อยคิดว่ารู้มาก
ไม่มีปัญญาซื้อดื่มเองต่างหาก...
ไม่ต้องสนใจมันหรอก...
จะบอกให้......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แต่เวลาโม้เป็นงานเป็นการ
ต้องบอกว่าไวน์ขาวกับเนื้อสัตว์สีขาวเป็นส่วนใหญ่...
ไวน์แดงกับเนื้อสัคว์สีแดงและอาหารปรุงรสเข้มข้น....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
- ตะนิ่นตาญี and Satan for Vendetta like this
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#44
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 11:05
เห็นคนอื่นร่ำสุราให้อิจฉายิ่งนัก
ไอ้เราแค่ยาดองกับมะขามเปียก
ว่าแล้วล่อซักเปี๊ยบ 55555555
ตบด้วย น้ำใบเตยหอม เย็นๆ
- ตะนิ่นตาญี and อาวุโสโอเค like this
#45
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 11:06
ชอบบทความนี้จริงๆครับ สุราเมรัยถ้าดื่มอย่างมีสติ พอประมาณน่าจะได้ผลดีมากกว่าผลเสียแน่นอน ส่วนตัวผมน่าจะถูกกับเบียร์หรือเมรัยชนิดอื่นๆที่แรงแอลกอฮอล์ไม่ค่อยมากนักเช่นไวน์ เหล้าบ๊วย อย่างนี้ชอบมากครับ
- ตะนิ่นตาญี and หนูอ้อย like this
#46
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:34
POPULAR
เพื่อนๆหลายคนในบอร์ดเรา ล้วนมีคารมคมคายยิ่งนัก
ขอคารวะสักหลายจอก
สมัยเริ่มหนุ่ม ผมซื้อป้ายที่เขาขายที่จตุจักร เป็นคำคมของโก้วเล้งเรื่องร่ำสุรามาติดที่บ้านเลยนะครับ
เพราะผมชอบมาก แม้จะไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็ตาม
ผมคล้ายพ่อมาก พ่อผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว
เสียเรื่องนักเลงเจ้าชู้อย่างเดียว เรื่องนั้นแกเป็นหนัก เข้าขั้นสาหัส
แม่ผมความที่ทั้งครอบครัวที่อิสานกินเหล้าหนักหมดทุกคนครับ ผมเลยไม่ค่อยถือเรื่องผู้หญิงกินเหล้า เพราะชิน
ผมเลยชอบนางเอกของโก้วเล้งเป็นพิเศษ เพราะคอแข็งแทบทุกคน
โดยเฉพาะเต็งฮุ้นลิ้ม ใน "เหยี่ยวเดือนเก้า" สเป็กสุดๆ
คุณตาผมแกกินเหล้าจนตายเลยหละครับ
ตาผมจะมีม้าขาวที่ซื่อสัตย์มากอยู่ตัวนึง
แกจะขี่ออกจากบ้านไปกินเหล้าจนเมาเไม่รู้เรื่อง ก็ขึ้นม้า ม้าตัวนี้จะพาแกกลับบ้านทุกคืน
วันหนึ่งแกคงกินมากไป ร่างกายมันไม่ไหว ต้องลงจากม้านอนแผ่เลย
ม้าก็ยืนเฝ้าแกอยู่อย่างนั้นไม่ยอมไปไหนนะ ซื่อสัตย์จริงๆ เรื่องม้าไม่ยอมทิ้งตาผมเนี่ย เป็นที่ร่ำลือในหมู่บ้านไปนานเลยครับ
ปรากฏว่าตาป่วยหลังจากนั้นไม่กี่วันก็ตาย กินเหล้าจนตายของแท้
ยายผมเป็นคนสวยมาก และคอแข็งมากด้วย เวลายายมาเยี่ยมที่กทม.ผมจะดีใจมาก เพราะยายใจดีและสวย
หน้าที่เด็กเล็กอย่างผม คือไปซื้อเหล้าโรงมาให้ยาย ถ้าไม่มีก็เอาเซี่ยงชุน
ผมเคยลองกิน ขมปิ๊ดปี๋ เลือดขึ้นหน้าหัวระเบิด ไม่ไหวๆๆๆๆ เข็ดๆๆๆ
แต่กะแช่นี่ ผมกินตั้งแต่เด็กเลย แอบกิน เพราะน้าชาย(มีหลายคน) ชอบหมักไว้ตรงสนามบ้านผม
หอม อาหร่อยยยยยยย อิอิอิ
แต่พอเริ่มปลาย 20 ไหงไปเจอเพื่อนรุ่นพี่กลุ่มเซียนสุรา
ผม "ติดเหล้า" ภายในเวลารวดเร็วมากๆ แหะแหะ คือรู้ช้าแต่ไปไวมาก
ปัจจุบัน ผมกินเหล้าเป็นอาชีพเลยง่า โดยไม่ต้องการบรรยากาศเลย อันนี้คล้ายแม่
คือชอบสุราเพราะมันเป็นสุรา ไม่ต้องการบรรยากาศ
ตอนนี้ ที่บ้านผมจะมีบาร์เหล้าโดยเฉพาะเลยครับ รัม จิน วิสกี้ เบอร์เบิน บรั่นดี ว็อดก้า คาลัว ลิเคียว ไวน์แดง ไวน์ขาว
ถ้าสาวๆมาบอกว่าผมห้ามกินเหล้า ผมคงเซ็ง
ข้อเสียตอนนี้คือมันเปลืองตังค์มากๆ
แล้วตอนนี้ผมเริ่มแพ้แอลกอฮอลซะงั้น กินแล้วผื่นขึ้น
มีคนบอกว่าพอภูมิคุ้มกันเราต่ำลง แอลกอฮอลมันจะเป็นพิษต่อร่างกายมากขึ้น
สงสัยใกล้ถึงคราต้องเลิกเหล้า จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเดือนละ 2500 เลยทีเดียวเจียว
- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี, หนูอ้อย and 7 others like this
#47
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:37
สมัยเรียนมหาลัย ว่างมากครับ เอาเงาะในสวนลุงมาต้มกับน้ำตาลทราย ยกลงรอให้เย็น กรองด้วยผ้าขาวบางใส่ขวดน้ำ20ลิตร เติมยีสต์1ห่อเล็ก ทิ้งไว้2อาทิตย์ เปิดขวดกินกันทั้งห้อง ลงทุนไม่กี่ตัง
- ตะนิ่นตาญี, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and คน หมา ขี้ข้า จานบิน... like this
#48
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:57
ผมเลยชอบนางเอกของโก้วเล้งเป็นพิเศษ เพราะคอแข็งแทบทุกคน
โดยเฉพาะเต็งฮุ้นลิ้ม ใน "เหยี่ยวเดือนเก้า" สเป็กสุดๆ
ผมชอบเจ๊ใหญ่ฮวงซี่เนี้ย
องอาจ ผึ่งผายราวชายชาตรี แน่นอนเก่งสุราไม่แพ้ใคร
เปิดตัวได้เจ๋งสุด คือแก้ผ้าอาบน้ำ แล้วซัดลูกตาพวกหื่น บอดรอบวง
เป็นหนึ่งเดียวในนิยายบู้ลิ้ม หาคนที่สองไม่ได้
- ปุถุชน, ตะนิ่นตาญี, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and 1 other like this
#49
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:00
^
^
โอ้ว ใช่ๆๆๆๆ
จะหาผู้หญิงที่ "เป็นมิตรสนิทรู้ใจกับชาย ไม่คาดหวัง ไม่เร่งรัด ไม่แง่งอน" ยกจอกชนได้ ปรับทุกข์ก็ได้ รู้ใจทุกเรื่อง
ต้องแบบฮวงซีเนี้ยนี่เอง!
(ฮวงซีเนี้ยถ้าให้ดาราฮอลลีวู้ดเล่น ต้องแองเจลิน่า โจลี แน่ๆ)
- ตะนิ่นตาญี likes this
#50
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 17:54
เมาเหล้า เมาไวน์ ยังไม่สร่าง แล้วไปเมารัก เมาอำนาจต่อในสภาก็มีนะครับ ท่านตะนิ่น..ตัวอย่างเคยมีให้เห็น
ขอบพระคุณ คุณ whiskypeak มากครับ
555+ เห็นด้วยครับ
ตะนิ่นตาญี
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
ขอบพระคุณ คุณ Alone มากครับ
ตะนิ่นตาญี
เคยนั่งหั่นเนื้อแกะกึ่งสุก
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ
ขอบพระคุณ คุณ tonythebest มากครับ
ถ้าไม่ถึงขั้นจำเป็นจริงจริง หรือ ถึงขั้นคอขาดบาดตายแล้ว
ตะนิ่นตาญี เห็นด้วยกับ คุณ tonyฯ ว่า ทานตามใจปาก ดีที่สุด เอาแค่พอไปเข้าสังคมกับ ฟารั้ง มันได้เท่านั้นพอ
ตอนหลงทางไปต่างบ้านต่างเมื่องเคยกระทั่งสั่ง สเต๊กเนื้อ มาทาน โดยมีเครื่องดื่มเป็น coke ก็ยังเคย
เพื่อนที่ทานข้าวอยู่ด้วยกันมักจะว่าเอาว่าไปทานข้าวกับ ตะนิ่นตาญี ทีไรอายทุกที
ก็ได้แต่นึกตอบอยู่ในใจ สตางค์ ก็ สตางค์ ตู, ปาก ก็ ปาก ตู, อยาก ก็ ตู อยาก อ่ะนะ
ที่ต้องตอบอยู่ในใจไม่กล้าพูดออกมาดังดังก็เพราะเพื่อนคนนั้นเป็น ผู้หญิง อ่าครับ คริคริคริ
ตะนิ่นตาญี
ช่วงสิบปีมานี้
ชีวิตส่วนตัวผม เปลี่ยนคำบางคำของโกลเล้งไปบ้าง
ข้าพเจ้า นึกนิยมในรสกาแฟ แลชอบบรรยากาศในการร่ำกาแฟ
แต่อรรถรสยังคงเดิม บนความมีสติมากว่าสักหน่อย
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
แค่ร่วมสนทนา แบ่งปันความเห็นเฉยๆครับ ไม่เหมาะสมก็ขออภัยครับ
ขออภัย ท่านตะนิ่นฯ ด้วยครับ
ขอบคุณ คุณเสรีไทยไชโย ครับ
ตะนิ่นตาญี
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน