ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
โพสต์หาเงิน
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 17:56
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
ถ้าอ่านที่ปู่ตะนิ่นฯ เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเมนต์ก็ได้นะครับคนเขาจะได้ไม่หาว่า "โชว์โง่"
โพสต์หาเงิน
"คนที่เลวกว่าน.ช.ทักษิณ ก็คือ คนที่ช่วยให้น.ช.ทักษิณ ยังมีชีวิต พูดพล่าม และ ทำเลวต่อไป"
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 18:03
^
^
โอ้ว ใช่ๆๆๆๆ
จะหาผู้หญิงที่ "เป็นมิตรสนิทรู้ใจกับชาย ไม่คาดหวัง ไม่เร่งรัด ไม่แง่งอน" ยกจอกชนได้ ปรับทุกข์ก็ได้ รู้ใจทุกเรื่อง
ต้องแบบฮวงซีเนี้ยนี่เอง!
(ฮวงซีเนี้ยถ้าให้ดาราฮอลลีวู้ดเล่น ต้องแองเจลิน่า โจลี แน่ๆ)
เธอออกแนวหื่นไม่บันยะบันยัง
แล้วรับประกันว่า ถ้าเมาแล้วไม่มีมาดเจ๊ใหญ่
ต้องคนนี้ครับ
ครบเครื่องทั้งบู้และบุ๋น
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 18:06
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 18:07
แปลกแฮะ ทำไมไม่เห็นลูกพี่"คนดื่มเบียร์"ผมเข้ามาเมนต์อะไรในนี้บ้าง
หรือมัวแต่ไปซอยผม???
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 18:38
ชั่ว ดี อยู่ที่ ตัวทำ ..........................
สูง ค่ำ อยู่ที่ ทำตัว.........................
ข้าน้อยขอ ค า ร า วะ ท่ า น จขกท. ๑จอก.
สักวัน เราอาจเจอกันแบบ"ไม่เมาไม่เลิกลา"
......สหายผู้รู้ใจหาได้ยากนัก สหายร่ำสุรา หาได้ทั่วไป......
ขอบพระคุณ คุณบัวทอง...มากครับ
ตะนิ่นตาญี ขอยกจอกนี้ขึ้นชักชวน ดวงจันทร์ ให้ลงมาจากฟากฟ้า
มาร่วมดื่มเป็นเพื่อน ตะนิ่นตาญี หวังว่า จันทร์เจ้า คงยินดี
ตะนิ่นตาญี ยกจอกขึ้นเชื้อเชิญ บัวสีทอง ให้น้อมดอกลงมา
มาร่วมดื่มเป็นเพื่อน ตะนิ่นตาญี หวังว่า เจ้าโกสุม ร่วมร่ำ เมรัย
ให้คลายเหงากันสักคืน
ตะนิ่นตาญี
ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ครับ
ขอยกน้ำเปล่าแทนก็แล้วกัน
ขอบพระคุณ คุณ gass มากครับ
ขอให้น้ำเปล่าแก้วนั้นเป็น ตัวแทน ในการยืนยัน ถึง ความเป็น มิตรสหาย กันครับ คุณ gass ครับ
ขอบพระคุณ คุณ gass มากครับ
ตะนิ่นตาญี
ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
ในฤทธิ์มีดสั้น ไม่มีการร่ำสุราอย่างมีบรรยากาศเลย
ลี้คิมฮวงดื่มสุรากับตัวเอง และกับอาฮุยเมื่อแรกเจอ
ดื่มทีไรก็ปวดร้าวหัวใจ
คำพูดนั้น เป็นคำแก้ตัวของโกวเล้งเพื่อจะหาเพื่อนดื่ม
อยู่ในบทสัมภาษณ์หรือคำนำอะไรสักอย่าง
ที่จริงเอาเรื่องดื่มสุรามาพิจารณาแล้ว โกวเล้งก็ยังห่างชั้นจากกิมย้งมาก
ตัวเอกของโกวเล้ง ดื่มหนักกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครดื่มอย่างมีสไตล์เลย
เหมือนอูฐกินน้ำมากกว่า
ตัวเองของกิมย้งที่บ้าสุรามีเพียงเหล็งฮู้ชง แต่กิมย้งใส่ภูมิรู้เข้าไปอย่างเหมาะเจาะ
และยังแต่งให้การดื่มของเขา เป็นส่วนสำคัญของพล๊อตอีกด้วย
ปล
อ่านคำรำพรรณของคุณตะนิ่นตาญีแล้ว รู้สึกอยากอ่านนิยายดีๆ ขึ้นมาทีเดียว
เขียนแนะนำอีกหน่อยสิครับ การกินการดื่มเป็นฉากสำคัญในนิยายระดับโลก
แต่คนทั่วไปมักจะอ่านผ่านๆ ทำให้คนเขียนเหนื่อยเปล่าอย่างน่าเสียดาย
ขอบพระคุณ น้าแอมฯ มากครับ ที่กรุณา
เห็นด้วยกับ น้าแอมฯ ครับ คำกล่าวของ โก้วเล้ง นั้น
เป็นเพียงแค่คำแก้ตัวของคนชอบดื่มสุราเท่านั้นเอง
ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว โก้วเล้ง นั้น ดีใจ ก็ ดื่ม-เสียใจ ก็ ดื่มฯลฯ
เรียกได้ว่า ม.ต.ล.ว. เมาตลอดวัน ก็ได้กระมังครับ
แต่ ตะนิ่นตาญี ก็ไม่กล้าปฏิเสธเหมือนกันว่า ประโยคดังกล่าวนั้น
ทรงพลังเสียเหลือเกิน ทำให้นึกภาพของการร่ำดื่ม เมรัย ท่ามกลางหมู่มวลมิตร
หัวเราะกัน-ร้องไห้กัน ในวงสุรา...
น้าแอมฯ ถามถึง นิยาย ที่มีฉากดื่มเป็นฉากสำคัญ โดย น้าแอมฯ เพิ่มคำว่า ระดับโลก ลงไปด้วย
วันนี้คิดทั้งวันยังคิดไม่ออกครับ...ขออนุญาต ติดไว้ก่อน
แต่ที่นึกออกเป็น ฉากการ ท้าดวล-ท้าดื่ม ใน ฤทธิ์มีดสั้น
โดย ลี้คิมฮวง ถูก นางเอก (ขออภัยจำชื่อนางเอกไม่ได้ครับ)
ท้าดื่ม โดยใช้วิธีทายปัญหา ถ้าตอบไม่ได้ต้องถูกปรับให้ดื่ม
ก่อนหน้านั้น นางเอก ก็ท้า นางร้าย ดื่มเหมือนกัน
แต่ นางร้าย (ไม่ทราบว่าใช่ ลิ่มเซียนยี้ หรือไม่) ก็ไม่ยอมรับคำท้า ดื่มสุรา
แต่ให้เปลี่ยนจากการดื่มสุรามาเป็น ใคร แก้ผ้า ไว กว่ากัน
อ่านแล้วนึกถึง นักการเมืองสาวใหญ่ ที่เมาจนต้องให้ นักร้องดัง ประคองคนนั้นเลยครับ
ขอบพระคุณ น้าแอมฯ มากครับ
ตะนิ่นตาญี
เห็นคนอื่นร่ำสุราให้อิจฉายิ่งนัก
ไอ้เราแค่ยาดองกับมะขามเปียก
ว่าแล้วล่อซักเปี๊ยบ 55555555
ขอบพระคุณ คุณอาวุโสโอเค มากครับ
ตอนเรียนหนังสืออยู่ ตะนิ่นตาญี เคยนั่งดื่ม กระแช่ อย่างที่หมักเองน่ะนะครับ
อยู่บ้านเพื่อนแถวท่าน้ำนนท์ ตอนแรกแรกกับแกล้มก็เพียบพร้อมสมบูรณ์ดี
ดื่มไป-ดื่มมา จาก ไก่ย่าง ลาบน้ำตก ต้มโคล้งเครื่องในควาย กลายเป็น มะขามเปียก
ขอบพระคุณ คุณอาวุโสโอเค มากครับ
ตะนิ่นตาญี
อ่านแล้วรู้สึกมึนเมา
กับวลีที่คละเคล้ากับเมรัย
แต่ซึ้งใจกับสำนวนที่สะสวย
ขอคารวะหนึ่งจอกครับ
ขอบพระคุณ คุณ Famile มากครับ
หนึ่งจอกนี้มีให้ในสหาย...เช่นกันครับ คุณ Famile ครับ
ตะนิ่นตาญี
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 19:17
นางเอกหลอกมอมเหล้าลี้น้อย เพื่อไม่ต้องไปเจอเซี่ยงกัวกิมฮ้ง
นางถามแต่ปัญหาที่เขาตอบไม่ได้ ลี้น้อยจึงเมาจนสลบ
ผลกลับกลายเป็นปู่ของนางไปแทน
และไม่ได้กลับมาอีกเลย เหลือแต่กล้องยาสูบอยู่ในมือศัตรู
โกวเล้งบอกว่า คิดเรื่องมาจากหนังคลาสสิคเรื่องนี้
แต่ก็เป็นแค่แรงบันดาลใจ เพราะโครงใหญ่นั้น ต่างกันมาก
ยิ่งกว่านั้น นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ภาค ผมชอบภาคแรกมากกว่า
เข้มข้น ลงตัว ตัวละครมีสีสรรค์แตกต่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ไม่มีกลิ่นอายของหนังเคาบอยต้นแบบเลย
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 19:38
สวัสดีค่ะคุณตะนิ่นตาญี เห็นชื่อมู้ก็อยากดื่มอะไรที่มีแอลกอฮอล์ซะแระ มู้นี้คงไม่ค่อยมีสาวๆเข้ามามั้งคะ
กราบหัวใจพี่น้องที่เสียสละออกมาทวงอำนาจคืนจากระบอบทักษิณ
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 20:31
สวัสดีค่ะคุณตะนิ่นตาญี เห็นชื่อมู้ก็อยากดื่มอะไรที่มีแอลกอฮอล์ซะแระ มู้นี้คงไม่ค่อยมีสาวๆเข้ามามั้งคะ
ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
ขอดื่มด่ำกับกระทู้ของคุณตะนิ่นฯ
ทุกกระทู้พอเริ่มต้นอ่าน อยากรู้ตอนจบ
บางกระทู้คาดเดาถูก
บางกระทู้ก็หักมุมจบอย่างสวยงาม
เขียนให้เราเสพย์บ่อยๆนะคะ บอร์ดจะได้เย็นลงบ้าง
ดื่นมาเสพย์กระทู้คุณตะนิ่นตอนตี 4.44 น. ได้บรรยากาศดีมากเลยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าเป็น'สาว'แล้วหรือไม่........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Edited by ปุถุชน, 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 20:35.
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 20:58
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 21:19
^
^
เพาะช่าง?????????????????
ปล. ก่อนผมเริ่มดื่มเหล้า ผมรักกาแฟกับชาเอามากๆ
เรียกได้ว่าหลงไหล ถึงขนาดซื้อหนังสือปกแข็งประดับโต๊ะแบบที่เขาเรียกว่า coffee book เป็นหนังสือรวมภาพสวยของชากาแฟโดยเฉพาะ
หนังที่ชอบมาก จึงต้องเป็น You 'Ve Got Mail ที่ทอม แฮงค์ส กับ เม็ก ไรอันเล่นด้วยกัน
เพราะเกี่ยวกับร้านหนังสือ+กาแฟ
เอ่อ ตั้งแต่มาหลงใหลสุรานี่....ป๋มทิ้งหนังสือกาแฟหมดเลย
แง้ว...
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 21:25
ชอบนั่งดื่มที่บ้าน..ทำโน่นทำนี่...แล้วก็อ่านหนังสือที่ชอบ ณ ช่วงเวลานั้นๆ
ตาลาย...เริ่มอ่านไม่รู้เรื่องคือเกมส์จบ..เดินเข้าบ้านนอน
วันเสาร์นั่นละเป็นวันที่ทิ้งตัวได้เต็มที่..วันอื่นๆอาจจะแค่ จิบๆพออาเจียน
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 21:35
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 22:11
สวัสดีค่ะคุณตะนิ่นตาญี เห็นชื่อมู้ก็อยากดื่มอะไรที่มีแอลกอฮอล์ซะแระ มู้นี้คงไม่ค่อยมีสาวๆเข้ามามั้งคะ
>ขอคารวะ กับบทความ อันงดงามเช่นเคย 1 จอก ค่ะ
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
จากฤทธิ์มีดสั้นป่าวคะ ฟังคุ้นๆ
ขอดื่มด่ำกับกระทู้ของคุณตะนิ่นฯ
ทุกกระทู้พอเริ่มต้นอ่าน อยากรู้ตอนจบ
บางกระทู้คาดเดาถูก
บางกระทู้ก็หักมุมจบอย่างสวยงาม
เขียนให้เราเสพย์บ่อยๆนะคะ บอร์ดจะได้เย็นลงบ้าง
ดื่นมาเสพย์กระทู้คุณตะนิ่นตอนตี 4.44 น. ได้บรรยากาศดีมากเลยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าเป็น'สาว'แล้วหรือไม่........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เห็นหนูอ้อยมาด้วยค่ะ
กราบหัวใจพี่น้องที่เสียสละออกมาทวงอำนาจคืนจากระบอบทักษิณ
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 23:09
เหตุเพราะสุรานั้นมีความสัตย์ซื่ออยู่ในตัว
เมื่อเสพแล้วผลที่ตามมาผู้เสพย่อมรำลึกได้
ที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงนั้น
เหตุเพราะนักการเมืองทรามทั้งหลายสำคัญผิดว่า
การมีตำแหน่งหน้าที่นั้น
เหมือนการเสพสุรา
โดยลืมไปว่า
เสพสุราเพื่อเสพสุขในอารมณ์
แต่เสพการเมืองนั้นเพื่อประโยชน์แห่งแผ่นดิน
นักการเมืองตนไดคิดต่างไปจากนี้
คือหายนะแห่งแผ่นดิน
ตอบ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 23:17
"ดื่มสุรากับเพื่อนรู้ใจ นารีแดงร้อยไหก็ไม่เมา"
ผมคนนึงละครับ ที่ชอบ "บรรยากาศในวงสุรา" มากกว่ารสสุรา
เพราะฉะนั้น จะเป็นอะไร กินกับอะไร ก็ไปกันได้หมด
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขงเบ้งว่าไว้... การดูคนจะมีอยู่ 7 วิธี คือ
หนึ่ง ... ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปณิธาน"
สอง ... บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปฏิภาณ"
สาม ... สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปัญญา"
สี่ ... บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความกล้า"
ห้า ... มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่ง "อุปนิสัย"
หก ... ผูกมัดด้วยอามิส แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความสุจริต"
เจ็ด ... มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่ง "สัจจะ"
ข้อห้า ผมทำบ่อย ผมชอบสังเกตคนเวลาเมา และน้อยครั้งที่จะพลาด ส่วนใหญ่คนเวลาเมา
ธาตุแท้ที่ฝังอยู่ลึกๆในจิตใจ จะถูกปลดปล่อยครัีบ แต่ที่สำคัญ เราอย่าเมาซะก่อนละ 55+
"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้
มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้
"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:08
นางเอกหลอกมอมเหล้าลี้น้อย เพื่อไม่ต้องไปเจอเซี่ยงกัวกิมฮ้ง
นางถามแต่ปัญหาที่เขาตอบไม่ได้ ลี้น้อยจึงเมาจนสลบ
ผลกลับกลายเป็นปู่ของนางไปแทน
และไม่ได้กลับมาอีกเลย เหลือแต่กล้องยาสูบอยู่ในมือศัตรู
โกวเล้งบอกว่า คิดเรื่องมาจากหนังคลาสสิคเรื่องนี้
แต่ก็เป็นแค่แรงบันดาลใจ เพราะโครงใหญ่นั้น ต่างกันมาก
ยิ่งกว่านั้น นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ภาค ผมชอบภาคแรกมากกว่า
เข้มข้น ลงตัว ตัวละครมีสีสรรค์แตกต่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ไม่มีกลิ่นอายของหนังเคาบอยต้นแบบเลย
284341_119603668135530_4952184_n.jpg
281238_119387081490522_1323649_n.jpg
"ดื่มสุรากับเพื่อนรู้ใจ นารีแดงร้อยไหก็ไม่เมา"
ผมคนนึงละครับ ที่ชอบ "บรรยากาศในวงสุรา" มากกว่ารสสุรา
เพราะฉะนั้น จะเป็นอะไร กินกับอะไร ก็ไปกันได้หมด![]()
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขงเบ้งว่าไว้... การดูคนจะมีอยู่ 7 วิธี คือ
หนึ่ง ... ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปณิธาน"สอง ... บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปฏิภาณ"สาม ... สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปัญญา"สี่ ... บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความกล้า"ห้า ... มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่ง "อุปนิสัย"
หก ... ผูกมัดด้วยอามิส แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความสุจริต"เจ็ด ... มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่ง "สัจจะ"
ข้อห้า ผมทำบ่อย ผมชอบสังเกตคนเวลาเมา และน้อยครั้งที่จะพลาด ส่วนใหญ่คนเวลาเมา
ธาตุแท้ที่ฝังอยู่ลึกๆในจิตใจ จะถูกปลดปล่อยครัีบ แต่ที่สำคัญ เราอย่าเมาซะก่อนละ 55+![]()
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:19
เข้าใจว่าคือช่างศิลป์ครับ^
^
เพาะช่าง?????????????????
ปล. ก่อนผมเริ่มดื่มเหล้า ผมรักกาแฟกับชาเอามากๆ
เรียกได้ว่าหลงไหล ถึงขนาดซื้อหนังสือปกแข็งประดับโต๊ะแบบที่เขาเรียกว่า coffee book เป็นหนังสือรวมภาพสวยของชากาแฟโดยเฉพาะ
หนังที่ชอบมาก จึงต้องเป็น You 'Ve Got Mail ที่ทอม แฮงค์ส กับ เม็ก ไรอันเล่นด้วยกัน
เพราะเกี่ยวกับร้านหนังสือ+กาแฟ
เอ่อ ตั้งแต่มาหลงใหลสุรานี่....ป๋มทิ้งหนังสือกาแฟหมดเลย
แง้ว...
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:32
เข้าใจว่าคือช่างศิลป์ครับ
ตอนป๋าโทฯ(นี่) เฉลยว่าท่านชวนจบที่นี่
....ผมไม่รู้ประวัตินายหัวท่านเลยจริงๆว่าท่านจบช่างศิลป์!!!!!
อ้าว แล้วท่านไปต่อกม.ได้ไงอ้ะครับ ข้ามสายกันเลยนะนั่น
ศรอรชุน
ขอบคุณมากๆที่แปะขงเบ้งให้ครับ ผมหามาตั้งนานแล้วอันนี้ แต่ไม่เคยเจอ
เพราะจำได้ว่าพ่อเคยสอนตั้งแต่เด็กๆ (เพราะพ่อเป็นแฟนบอยขงเบ้ง ไม่ใช่แฟนบอยโจโฉ)
แต่ผมลืม ไม่ปะติดปะต่อ จะค้นหาก็ไม่เคยหาเจอ
โหย....ได้เจอท่านศรฯแปะให้ตรงนี้ ดีใจแทบตาย หาเจอซะที
ขงเบ้งว่าไว้... การดูคนจะมีอยู่ 7 วิธี คือ
หนึ่ง ... ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปณิธาน"
(ผมเลิกเลยครับ ถ้ามันร้ายเนี่ย แปลว่าปณิธานไม่แน่วแน่)
สอง ... บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปฏิภาณ"
(อันนี้พอสู้ เพราะเคยอยู่ทีมโต้วาที ผมเถียงแหลก)
สาม ... สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปัญญา"
(อันนี้ได้อยู่ เพราะกะล่อนใช้ได้)
สี่ ... บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความกล้า"
(ภัยมา ผึ้งน้อยไม่ไป งึงึ ส่ายหัว ของ่ายๆได้มั้ย...)
ห้า ... มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่ง "อุปนิสัย"
(หลับตะหลอดดด... เป็นพวกเมาแล้วง่วง แปลว่าไรเนี้ย )
หก ... ผูกมัดด้วยอามิส แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความสุจริต"
(อันนี้ผ่านฉลุย ไม่เอาเลย ทิปผมผมยังไม่รับเลยครับ โดนสอนมาว่าเป็นหน้าที่)
เจ็ด ... มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่ง "สัจจะ"
(อันนี้ผมแย่สุดๆ... รับปากแล้วชอบหาข้ออ้างเบี้ยว น่าถีบมากๆ
ตอนนี้ปับปุงตัวแย้ว...)
ข้อห้า ผมทำบ่อย ผมชอบสังเกตคนเวลาเมา และน้อยครั้งที่จะพลาด ส่วนใหญ่คนเวลาเมา
ธาตุแท้ที่ฝังอยู่ลึกๆในจิตใจ จะถูกปลดปล่อยครัีบ แต่ที่สำคัญ เราอย่าเมาซะก่อนละ 55+
(หลับอะคับ... คร่อกฟี้)
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:37
เข้าใจว่าคือช่างศิลป์ครับ
ตอนป๋าโทฯ(นี่) เฉลยว่าท่านชวนจบที่นี่
....ผมไม่รู้ประวัตินายหัวท่านเลยจริงๆว่าท่านจบช่างศิลป์!!!!!
อ้าว แล้วท่านไปต่อกม.ได้ไงอ้ะครับ ข้ามสายกันเลยนะนั่น
ท่านชวนเป็นคนมองไกล
ท่านมาเรียนทางศิลปะเพราะใจรัก
แต่ท่านก็ชอบกฏหมายเพราะรู้ว่าจะได้ใช้ประโยชน์
ภาคกลางวันก็นุ่งขาสั้นเรียนศิลปะ
ตกเย็นก็เปลี่ยนขายาว มุดรั้วไปที่ธรรมศาสตร์ เรียนภาคค่ำครับ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 01:42
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 06:40
ขอดื่มด่ำกับกระทู้ของคุณตะนิ่นฯ
ทุกกระทู้พอเริ่มต้นอ่าน อยากรู้ตอนจบ
บางกระทู้คาดเดาถูก
บางกระทู้ก็หักมุมจบอย่างสวยงาม
เขียนให้เราเสพย์บ่อยๆนะคะ บอร์ดจะได้เย็นลงบ้าง
ดื่นมาเสพย์กระทู้คุณตะนิ่นตอนตี 4.44 น. ได้บรรยากาศดีมากเลยค่ะ
ขอบพระคุณ คุณนายฯ มากครับที่กรุณา
ไม่ทราบจะพูดอย่างไรจริงจริง นอกจาก ขอบคุณมากครับ
ตะนิ่นตาญี
เมาเหล้าบ้างยาบ้างก็ช่างเถิด
แต่อย่าเกิดเมาอำนาจวาสนา
จนลืมตนเห็นคนหมดราคา
ไม่ไว้หน้าใครใครนั้นไม่งาม
ตอบคุณตะญิ่นตานี นิราศภูเขาทองครับ
ขอบพระคุณ คุณ pooyong มากครับ
อ้า...จริงด้วยครับ นิราศภูเขาทอง
ขอบพระคุณ คุณ pooyong ครับ
ตะนิ่นตาญี
ส่วนผสมที่ดีที่สุดในการร่ำสุรา...
ก็คือ "สหาย"...
ขอบพระคุณ คุณ chaidan มากครับ
ถูกต้องที่สุด ส่วนผสมที่ดี ของ การดื่มสุรา ก็ คือ เพื่อน
ตะนิ่นตาญี
คุณตะนิ่นตาญี มีตาตั๊กแตนมั่ย จะขอน้อบรับสักจอก
ขอบพระคุณ คุณ redfrog53 มากครับ
สมัยก่อนตอนที่เรียนอยู่ในชั้น มัธยมปลาย ประมาณ ม.ศ. ๔ - ม.ศ. ๕
ตะนิ่นตาญี เคยเดินตามรุ่นใหญ่ เที่ยวป่า เขาไม้แก้ว สองวัน-สองคืน
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ลองชิม เหล้าป่า ใสเป็น ตาตั๊กแตน อย่างที่ คุณ redfrog53 พูดถึง
วิธีจะพิสูจน์ว่า เหล้าป่า นั้น ดีหรือไม่ ให้ใช้วิธี จุดไฟ ถ้า จุดไม้ขีดไฟ โยนใส่ไป ใน แก้วเหล้า
แล้วลุกพรึบติดไฟ อันนั้นเจ๋งจริง...แต่แหม พูดก็พูด เถอะครับ คุณ redfrog53
ไอ้ประเภทจุดไฟติดนี้ เวลาดื่มแก้วแรกมันช่างลำบากเสียจริง
ดื่มอึกแรกลงไป น้ำเหล้า ไหลไปต่อไหนถึงไหน นี่รู้หมดเลยว่า ตำ-ไต-ไส้-พุง ของเราอยู่ตรงไหนในร่างกาย
ขอบพระคุณ คุณ redfrog53 มากครับ
ตะนิ่นตาญี
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 06:49
ระวังเรื่อง เมา แล้วเข้า net ด้วย เสียผู้เสียคนมานักแล้วครับ
เมาแล้วเข้าสภายังไม่เป็นไรเลยครับ
ขอบพระคุณ คุณ ryukendo มากครับ
ตะนิ่นตาญี
ผมก็หาได้ชื่นชอบรสชาติของสุราแต่อย่างใด แต่รูปร่างของนารีที่มาชงสุราให้ต่างหากที่ชวนให้เคลิ้ม
ขอบพระคุณ คุณเรื่อยๆเอื่อยๆ มากครับ
เอ้อ...แล้ว สาวเชียร์เบียร์ ล่ะครับ ไม่ชวนให้ มึนเมา บ้างหรือครับ
ขอบพระคุณ คุณ เรื่อยๆเอื่อยๆ มากครับ
ตะนิ่นตาญี
มันก็อาจจะจริงนะครับ
ผมไม่ชอบดื่มไวน์ หลังจากได้ลองชิมไวน์แดงครั้งแรก
ก็รู้ตัว ว่าไวน์คงไม่ใช่เครื่องดื่มของเรา
บังเอิญไปทานแล้วเค้ามีไวน์ให้
เลยลองสั่งขาวเพราะรู้ว่าแดงคงไม่ใช่ของชอบ
ก็ปรากฏว่าถูกคอมากกว่า
โดยส่วนตัว ไม่ดื่มจริงๆ จังๆ มาสิบปีแล้ว
แต่ไม่ถึงกับตัดขาด ใครส่งให้จิบก็พอได้
แล้วแต่บรรยากาศและคนร่วม
บางที เวลาเราไปกับคนที่รู้สึกดี ยิ่งดื่มไอ้ของขมๆ
มันก็ยิ่งอร่อย
โชคดีเหลือเกินครับ ที่ผม รวมถึงคุณตะนิ่นฯ
ดื่มด้วยบรรยากาศ ใช่จะดื่มเพราะฉันจะดื่ม
เหล้าจึงเป็นความสุข ไม่ใช่ทุกข์
ที่เว็บนี้สมาชิกผู้ชายเยอะ เราเป็นหญิงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์การดื่มแอลกอฮอล์เท่าไรนัก
แต่มีผู้หญิงในครอบครัว ที่ดื่มเบียร์กันสองคน หนึ่งนั้นก็คือคุณยาย
จำได้ว่าตั้งแต่เด็กๆแล้วที่เวลาคุณยายมาหาเรา คุณแม่จะไปร้านขายส่งชื่่อไทยเรืองฟ้า
ยกเบียร์สิงห์หนึ่งหีบมาแช่ตู้เย็นยี่ห้อเวสติ้งเฮ้าส์ขนาด 14 คิวที่บ้าน
คุณแม่เจาะจงซื้อเพราะยุคเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วตู้เย็นไซส์นี้ต้องสั่งพิเศษ ต่างจังหวัดไม่มีขาย
ในช่องฟรีซจะสามารถวางขวดเบียร์แบบตั้งได้ ไม่ต้องวางแบบนอน
คุณแม่เลิกงานก็จะมาทานเบียร์กับกับแกล้มที่คุณยายทำเตรียมไว้ เห็นว่าปรนนิบัติกันอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ กทม.
คุณยายก็ดื่มด้วยกัน แต่ลิมิตแค่ 1 ขวดเพราะจะเริ่มง่วงนอน ส่วนคุณแม่ก็เรื่อยๆแต่ประเมินได้ว่าคอแข็งน่าดู
ปัจจุบันคุณยายอายุ 84 เต็ม เมื่อสงกรานต์นี้ก็ตั้งวงฉลองกันกับคุณแม่ (หาเรื่องดื่ม) แต่คุณยายขอแค่สิงห์ขวดเล็ก
ที่บ้านนั้นมีคุณพ่อและหนูอ้อยที่ไม่ดื่มแต่ก็รู้สึกเฮฮาไปกับวงสองสาวด้วยเพราะท่านล้วนแต่อารมณ์ดีกัน
คุณยายจะเริ่มถามหาหมอนอิงสามเหลี่ยมเพื่อเหยียดเอนกาย ส่วนคุณแม่เริ่ม spoke England เป็นอันว่าเข้าขั้น
จริงที่พี่โทนี่บอกว่าเหล้าจึงเป็นความสุข ไม่ใช่ทุกข์
เพราะแม่เราสอนว่าเวลาทุกข์อย่าหันเข้าหาเหล้าเด็ดขาด
ท่านว่าการแก้ปัญหาจะบิดเบี้ยวไปเยอะจนบางทีเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก ..
ขอบพระคุณ คุณหนูอ้อย มากครับที่กรุณา
ตะนิ่นตาญี
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:01
บรรยากาศคาวบอยของน้าแอม กับบรรยากาศชวนละเมียดของคุณศร ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปในอดีตของท้องทุ่งปักษ์ใต้
ในวัยเยาว์ บอกตรงๆ ทำให้ผมหวนคิดถึงความรู้สึกหนึ่ง และบังเกิดความเข้าใจขึ้นในพลัน ขออนุญาตเรียบเรียง พร้อมกับละเลียด
เมรัย ด้วยมีแรงบันดาล เหมือนได้ร่วมวงกับสหายที่ไม่เคยเห็นหน้า แต่รู้สึกเหมือนคนคุ้นเคยเหลือเกิน
บิดาของผม มีเพื่อนร่วมวงกระแช่(เป็นน้ำที่คั้นออกมาจากงวงตาล ใช้เปลือกมะม่วงหิมพานต์เป็นเชื้อ หรือเปลือกเคี่ยม เป็นเชื้อ)
ประมาณสามสี่คน ทุกๆสี่โมงเย็น บิดาจะเตรียมกับแกล้ม เป็นปลาเค็ม ปลาต้มเปรี้ยว ซึ่งก็ใช้น้ำส้มหมักจากน้ำตาลโตนดเป็นสาระ
ใส่ตะไคร้ใส่ข่าใส่ขมิ้น เตรียมพร้อมเพื่อมุ่งหน้าสู่แพ่ง(เป็นสถานที่เรียกขานในการพบเจอสหายร่วมวง ซึ่งอาจจะเป็นทุ่งนา หรือโคนตาล)
ผมในวัยเด็ก ได้เคยขอติดตามบิดาไปตามประสา
เพื่อนรุ่นพี่ของบิดาทำหน้าที่ ปีนต้นตาลตระเตรียมกระแช่ไว้รองรับสมาชิก เกือบๆห้าโมงเย็น ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ทุกๆครั้ง ผมสังเกตได้ว่า
จะเป็นสมาชิกหน้าเดิมทุกครั้ง ในวงสนทนาพูดคุยกันเงียบๆ เสียงหัวเราะแผ่วๆ หลายๆเรื่องที่เป็นประโยคที่เราไม่เข้าใจ แต่รู้สึกได้ว่า เป็นเรื่องสำคัญ
สีหน้าแววตาที่ผมเพิ่งมาเข้าใจเมื่อตอนโต รู้ว่า นั่นคือการได้เสวนากับคนรู้ใจ นั่นคือความสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นสาระของเรื่อง
ใบจากและยาเส้นเป็นเหมือนยากันยุงชั้นดี บางครั้งทุกคนในวงเงียบเสียง แต่เสียงที่ดังสอดแทรกมา เป็นเสียงนก เสียงกบเขียด หรือแม้แต่เสียงใบตาลแห้ง
ที่ถูกลมพัดเสียดสีกัน แต่ในตอนนั้นกลับเข้าใจเป็นว่า ทำไมต้องมานั่งกันมืดๆ น่ากลัวๆด้วยนะ ไม่รู้สิผมรู้สึกได้ว่า ทุกคนสงบ มีสติ ไม่ก้าวร้าว และรับฟังกันและกัน
ในบางครั้งที่ผมมาถึงแพ่งพร้อมบิดา แล้วเห็นกระบอกไม้ไผ่บรรจุกระแช่เต็มกระบอกวางพิงโคนตาล มีแค่เศษฟางแห้งๆอัดเป็นจุกไว้
ผมยังถามบิดาว่า ทำไมลุงแกถึงไม่กลัวหวากหาย(กระแช่) บิดาตอบว่า นักเลงไม่ขโมยหวาก แต่ถ้าใครกล้า ก็เอาไปได้ ผมเพิ่งมาเข้าใจ
ตอนโตว่า การขโมยกระแช่จากแพ่ง เป็นความผิดที่ร้ายแรง และถูกตราหน้า ถึงขั้นบางคนต้องฆ่าขโมยทิ้งเพราะหยามกัน
เพื่อนรุ่นพี่ของบิดา ท่านเสียไปแล้วเกือบยี่สิบปี อีกท่านหนึ่ง ก็ชรามากในวัยเก้าสิบเศษ ผมไม่เคยเห็นบิดาของผมไปนั่ง
ร่วมแพ่งใครอีก และเลิกดื่มเด็ดขาด.
ผมเชื่อมิตรภาพและบรรยากาศในการดื่ม การดื่มร่วมมิตร ไม่ได้เป็นแค่การสังสรรค์ แต่เปี่ยมไปด้วย มิตรภาพของคนที่เข้าใจในคำว่า
บรรยากาศและการให้เกียรติ
เล่าเสียยาวเป็นน้ำในทุ่ง ก็เพราะกระทู้น้าตะนิ่น อารมณ์คาวบอยของคุณแอม และอารมณ์ละเมียดของคุณศร เหล้าไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่เพราะเรา
ไม่เคยคิดค้นหา. สิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ในอารมณ์ของการดื่ม
ที่คุณ Kaidam เรียกว่ากระแช่นั้น แถวพัทลุงบ้านผมเค้าเรียกว่า"น้ำตาลเมา" ซึ่งได้จากการนำน้ำตาลตโนดหมักกับเปลือกเคี่ยม แต่ไม่สามารถเก็บได้นาน ไม่งั้นจะบูด กินน้ำตาลเมาบูดเข้าไปดูไม่จืดเลยละครับ
ส่วนกระแช่นี่ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือชื่อเรียกทางแถวอีสานนะครับ และวิธีการทำก็ต่างกับ"น้ำตาลเมา"
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:07
" เจอคนรู้ใจ ดื่มสุรา พันจอก ก็ยังน้อยนัก " โอวทิฮวย (เพื่อนซี้ ชอลิ้วเฮียง)
" เจอรัฐบาลไม่ได้ ดั่งใจ ดื่มน้ำเปล่า แค่ จอกเดียว ยังมึน " (จอมยุทธสุกิต แห่งขุนเขากระบี่ เสรีไทย)
ขอบพระคุณ คุณ ทรงธรรม มากครับ
" เจอคนรู้ใจ ดื่มสุรา พันจอก ก็ยังน้อยนัก " โอวทิฮวย (เพื่อนซี้ ชอลิ้วเฮียง)
พอ เจ้าดอกไม้เหล็ก โอ้วทิฮวย ตื่นขึ้นมาจากการ สร่างเมา ทีไร
ก็ให้ต้องวิ่งหนีไปจากการรับปากที่จะ "วิวาห์" กับ สาวเจ้า เสียทุกครั้ง
ตะนิ่นตาญี
เฮ้อ...... เสียเพราะเหล้า
เศร้าเพราะเมีย
เอี้ยเพราะเรา
เฉาเพราะจน
ขอบพระคุณ คุณคนสับปรับ มากครับ
ตะนิ่นตาญี
กรอหรี่ไม่ใช่หญิงยั่ว นางสาวชอบยั่ว คนดำ ทำไมถึงถูกเรียกว่า กรอหรี่
กูร.ม่ายรู้ กูร์..เมา
ขอบพระคุณ คุณ Hilton(ปาล์มาลี) มากครับ
555+
ตะนิ่นตาญี
มีคนเคยพูดให้ฟังเรื่องการดื่มไวน์ว่า จะแดงจะขาวมันอยู่ที่จริตลิ้นของเรา วันไหนเราทานปลาแต่ไม่ชอบดื่มไวน์ขาวแต่เพราะเขาว่าเลยสั่งมาฝืนใจดื่มไปทั้งที่ไม่ถูกลิ้น การทานอาหารมื้อนั้นก็คงไม่อร่อย ส่วนตัวเองคอไวน์แดงคะ จะทานปลา เนื้อ อาหารไทย จีน อินเดีย หรืออะไรก็แดงตลอด แต่จะไม่ค่อยดื่มบ่อยเท่าไหร่เพราะแดงที่ถูกจริตกะลิ้นเราก็บังเอิญแพงเอาการอยู่เคยนั่งหั่นเนื้อแกะกึ่งสุก
พนักงานเข้ามาถาม จะรับไวน์แดงหรือขาว
ความที่ไม่เคยกินไวน์อะไรที่แพงไปกว่าสปาย
เลยสั่งไวน์ขาวมานั่งดื่มแกล้มเสต็กเนื้อแกะ
นึกขึ้นได้ ว่าเค้าว่าไวน์ขาวต้องกินกับปลา
ส่วนไวน์แดงต้องกินกับเนื้อ
แต่ มันก็อร่อยดีนี่นา
เลยกินต่อครับ
ขอบพระคุณ คุณ thaidotcom มากครับ
ตะนิ่นตาญี
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:12
แปลกแฮะ ทำไมไม่เห็นลูกพี่"คนดื่มเบียร์"ผมเข้ามาเมนต์อะไรในนี้บ้าง
![]()
![]()
![]()
หรือมัวแต่ไปซอยผม???
![]()
![]()
![]()
บรรยากาศคาวบอยของน้าแอม กับบรรยากาศชวนละเมียดของคุณศร ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปในอดีตของท้องทุ่งปักษ์ใต้
ในวัยเยาว์ บอกตรงๆ ทำให้ผมหวนคิดถึงความรู้สึกหนึ่ง และบังเกิดความเข้าใจขึ้นในพลัน ขออนุญาตเรียบเรียง พร้อมกับละเลียด
เมรัย ด้วยมีแรงบันดาล เหมือนได้ร่วมวงกับสหายที่ไม่เคยเห็นหน้า แต่รู้สึกเหมือนคนคุ้นเคยเหลือเกิน
บิดาของผม มีเพื่อนร่วมวงกระแช่(เป็นน้ำที่คั้นออกมาจากงวงตาล ใช้เปลือกมะม่วงหิมพานต์เป็นเชื้อ หรือเปลือกเคี่ยม เป็นเชื้อ)
ประมาณสามสี่คน ทุกๆสี่โมงเย็น บิดาจะเตรียมกับแกล้ม เป็นปลาเค็ม ปลาต้มเปรี้ยว ซึ่งก็ใช้น้ำส้มหมักจากน้ำตาลโตนดเป็นสาระ
ใส่ตะไคร้ใส่ข่าใส่ขมิ้น เตรียมพร้อมเพื่อมุ่งหน้าสู่แพ่ง(เป็นสถานที่เรียกขานในการพบเจอสหายร่วมวง ซึ่งอาจจะเป็นทุ่งนา หรือโคนตาล)
ผมในวัยเด็ก ได้เคยขอติดตามบิดาไปตามประสา
เพื่อนรุ่นพี่ของบิดาทำหน้าที่ ปีนต้นตาลตระเตรียมกระแช่ไว้รองรับสมาชิก เกือบๆห้าโมงเย็น ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ทุกๆครั้ง ผมสังเกตได้ว่า
จะเป็นสมาชิกหน้าเดิมทุกครั้ง ในวงสนทนาพูดคุยกันเงียบๆ เสียงหัวเราะแผ่วๆ หลายๆเรื่องที่เป็นประโยคที่เราไม่เข้าใจ แต่รู้สึกได้ว่า เป็นเรื่องสำคัญ
สีหน้าแววตาที่ผมเพิ่งมาเข้าใจเมื่อตอนโต รู้ว่า นั่นคือการได้เสวนากับคนรู้ใจ นั่นคือความสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นสาระของเรื่อง
ใบจากและยาเส้นเป็นเหมือนยากันยุงชั้นดี บางครั้งทุกคนในวงเงียบเสียง แต่เสียงที่ดังสอดแทรกมา เป็นเสียงนก เสียงกบเขียด หรือแม้แต่เสียงใบตาลแห้ง
ที่ถูกลมพัดเสียดสีกัน แต่ในตอนนั้นกลับเข้าใจเป็นว่า ทำไมต้องมานั่งกันมืดๆ น่ากลัวๆด้วยนะ ไม่รู้สิผมรู้สึกได้ว่า ทุกคนสงบ มีสติ ไม่ก้าวร้าว และรับฟังกันและกัน
ในบางครั้งที่ผมมาถึงแพ่งพร้อมบิดา แล้วเห็นกระบอกไม้ไผ่บรรจุกระแช่เต็มกระบอกวางพิงโคนตาล มีแค่เศษฟางแห้งๆอัดเป็นจุกไว้
ผมยังถามบิดาว่า ทำไมลุงแกถึงไม่กลัวหวากหาย(กระแช่) บิดาตอบว่า นักเลงไม่ขโมยหวาก แต่ถ้าใครกล้า ก็เอาไปได้ ผมเพิ่งมาเข้าใจ
ตอนโตว่า การขโมยกระแช่จากแพ่ง เป็นความผิดที่ร้ายแรง และถูกตราหน้า ถึงขั้นบางคนต้องฆ่าขโมยทิ้งเพราะหยามกัน
เพื่อนรุ่นพี่ของบิดา ท่านเสียไปแล้วเกือบยี่สิบปี อีกท่านหนึ่ง ก็ชรามากในวัยเก้าสิบเศษ ผมไม่เคยเห็นบิดาของผมไปนั่ง
ร่วมแพ่งใครอีก และเลิกดื่มเด็ดขาด.
ผมเชื่อมิตรภาพและบรรยากาศในการดื่ม การดื่มร่วมมิตร ไม่ได้เป็นแค่การสังสรรค์ แต่เปี่ยมไปด้วย มิตรภาพของคนที่เข้าใจในคำว่า
บรรยากาศและการให้เกียรติ
เล่าเสียยาวเป็นน้ำในทุ่ง ก็เพราะกระทู้น้าตะนิ่น อารมณ์คาวบอยของคุณแอม และอารมณ์ละเมียดของคุณศร เหล้าไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่เพราะเรา
ไม่เคยคิดค้นหา. สิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ในอารมณ์ของการดื่มที่คุณ Kaidam เรียกว่ากระแช่นั้น แถวพัทลุงบ้านผมเค้าเรียกว่า"น้ำตาลเมา" ซึ่งได้จากการนำน้ำตาลตโนดหมักกับเปลือกเคี่ยม แต่ไม่สามารถเก็บได้นาน ไม่งั้นจะบูด กินน้ำตาลเมาบูดเข้าไปดูไม่จืดเลยละครับ
![]()
![]()
ส่วนกระแช่นี่ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือชื่อเรียกทางแถวอีสานนะครับ และวิธีการทำก็ต่างกับ"น้ำตาลเมา"
ขอบพระคุณ คุณ redbuffalo0110 มากครับ
คุณคนดื่มเบียร์ ได้อ่านแล้วครับ ใน THE AVENGER ของ คุณโจโฉฯ
ได้ให้ความเห็นไว้ ๓ คำ ครับ เธอให้ความเห็นไว้ว่า "คริคริคริ" ครับ คุณ redbuffalo0110 ครับ
ขอบพระคุณมากครับ
ตะนิ่นตาญี
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:14
ชีวิตผมมันช่างอาภัพนัก ผมดื่มไวน์ไม่ได้ ดื่มเข้าไปนิดเดียวเมาหลับเป็นตายเลยครับ
เกลียดที่สุดคือการดื่มกินกับตำรวจ(ที่ผมรู้จัก) กินเก่ง ดื่มเก่ง อวดเก่ง แต่ตอนจ่ายเงินนั่งเงียบเป็นเป่าสาก หรือไม่ก็ปวดฉี่ขึ้นมากระทันหัน
ชอบที่สุดคือการนั่งดื่มเบียร์คนเดียว พร้อมทั้งอ่านสรท ไปด้วย
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 07:52
เคยลิ้มรสเหล้าอุ(เหล้าแกลบหมัก)ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อครั้งที่ไปรับราชการเป็นคุณเณรใหม่ ที่ผ่านไปสักเร็วๆนี้ เป็นการฉลองแชมป์ฟุตบอลภายในกองพัน ซึ่งกองร้อยฝึกที่ผมสังกัดอยู่ (ฝึก10สัปดาห์อยู่) ได้แชมป์ ผู้ฝึกจึงอนุญาตให้มีการฉลองเป็นกรณีพิเศษ โดยซื้อเหล้าอุแกลบที่ว่านี้ โดยหมักน้ำเหล้าทิพย์พนม(เหล้าขาวชื่อดังของนครพนมสมัยนั้น) ลงไปอุละสองขวด(เหล้าอุหมักเป็นไหเล็กๆ) พอหมักได้ที่ ประมาณห้านาที จึงใช้หลอดเป็นหลอดพิเศษสำหรับดูดดื่มเหล้าอุ ซึ่งเปิกฉากของการฉลองโดยผู้ฝึก(ยศของผู้ฝึกขณะนั้นคือร้อยโท) ดูดแล้ววนแจกจ่ายไปทั่วๆวง กว่าจะหมดหนึ่งอุ ก็แทบคลานแล้วครับ (พอเหล้าขาวที่หมักพร่องลง ก็เติมใหม่)
วันนั้หมดไปสี่อุ กับจำนวนทหารใหม่หนึ่งกองร้อย (ประมาณร้อยกว่าคน) รวมทั้งครูฝึกอีกประมาณสิบคน ต่างก็ล้วนหัวทิ่มตามๆกัน รุ่งเช้าลุกวิ่งออกกำลังกายเป็นกิจวัตรไม่ได้สักคน เพราะรู้สึกว่าโลกมันหมุนรอบตัวเราไม่หยุดหย่อน แถมหมุนเร็วอีกต่างหาก ผู้ฝึกจึงอนุโลมให้วันนี้เป็นวันพักผ่อนพิเศษ(แต่ ผบ.พันแอบทำตาเขียว)
ที่เล่ามาเพียงแต่มาเล่าประสบการณ์มวลเหตุแห่งการเมาของเหล้าที่ไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศที่แปลกแตกต่างจากการดื่มทั่วๆไป ให้ได้รำคาญใจเท่านั้นเอง ขอรับ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 10:45
พูดถีงการกินเหล้าของคนไทยก๊ไม่เหมือนใคร กินเหล้าไปกินข้าวไป แล้วก็ว่ากินเหล้าเพื่อเจริญอาหาร
เวลาเพื่อนฝรั่งเชิญไปดื่ม( ภาษาฝรั่งภาษาไทยกิน )เหล้าที่บ้านมัน เราต้องติด ไวน์ ติดขวดเหล้าไปด้วยแล้วแต่งานดื่มอะไร
เป็นมรรยาท พร้อมกระพิบตา หน่อยๆ บอกมันว่ากูรเอาของกูรมากินเอง แล้วที่สำคัญต้องกินข้าวพอให้ท้องอิ่มไปก่อน
เพราะอย่าไปหวังล่อกับแกล้มเขา มันไม่มี ... แต่ถ้าถึงมี ล่อหมดถาดก็ไม่อิ่ม และส่วนใหญ่เป็นกับแกล้มแบบดูดน้ำลาย ติดคอ
ทำให้ต้องกินเหล้าเร็วเพื่อให้ลื่นคอ สุดท้าย เมาก่อนการสนทนา แล้วอารมณ์ศิลปินออก ไม่ร้องเพลง ก็เต้น กังนัมสไตล์
แต่บ้านเรา ..พอพรรคพวกเรียกแด๊สกเหล้า สิ่งที่ต้องเตรียมไปไม่ขาดมือคือ กับแกล้ม (ที่เราชอบ )โซดา และน้ำแข็ง
ส่วนเหล้า.... เจ้าภาพ จัดหา แต่บ่อยครั้งก็ไปจบที่ร้าน 7
เรื่องสนทนา..สมัยหนุ่มๆก็ เรื่องสาวๆ อีนั้น...อีหนี้ ไปเลื่อย จนกระทั่งเวลาผ่านไป จะต้องมีบรุษนายหนึ่งมาพร้อมกีต้า...แล้วความอกหักก็มาเยือน...ยิ่งขวดเหล้ามากเท่าไร เพลงแม่ง ก็ยิ่งเศร้ามากเท่านั้น สุุดท้าย กูรกับมึงงส์ ก็นอนกอดกันเป็นผัวเมีย
มาสมัยนี้..มันก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มานั้งวงเหล้า นินทาสาวอีก กับแกล้ม ยำปลาดุกฟู ไข่เยี่ยวม้ากระเพากรอบ ก็เลิก บอกอีนางแม่ครัวอาหารตามสั่ง ว่า งานนี้จัดใหญ่เลย เอาไข่เยียวม้าผัดกระหรี่ แต่งานนี้ไม่เอาปลาหมึกเอาปูแทน จัดจานให้เยียวม้าอยู่บนปู ถ้าเยี่ยวม้าอยู่บนปูไม่ได้มันเลื่อน ใส่เยี่ยวม้าลงไปอีก ใส่เยี่ยวๆๆๆๆๆ เข้าไป
กินเหล้าได้คนหนึ่งก็ไม่เคยเกินขวด (ขนาดมีกำลังใจกินตอนอกหักยังทำลายสถิติไม่ได้) แต่เมื่อเร็วนี้กำลังใจจากสาวชงเหล้าที่มีให้เต็มอก เกือบสำเร็จเดินเบ๋ไปมา อาการก้านหูอักเสบมันกำเริบ เมาค้างอยู่ 3 เดือน หลังจากหาย มันเลยทำให้ขี้ขึ้นสมอง เกิดโรค ขี้กลัว ขี้ขาด ขี้ข้า กลายจากฉลามเป็นสัตว์ 4เท้าขึ้นบกมาหากินกับซากสัตว์ตายเน่าเหม็น บอกตัวเองหลายครั้งแล้วว่าจะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้วปวดหัว อ้วกแตสตอนเช้ามันทรมาร แต่มันก็กลับมาอ้วกแล้วอ้วกอีก หวังว่าวันหนึ่งคงไม่อ้วกเป็นเลือดแบบ โกเล้ง
สุรา นารี บุหรี แก้วสามประการ ของท่านชาย ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมันก็มันก็ทำให้ อรรถรสในการเดินไปสู่ความตายมันขาดหาย หลายคนเสพ แล้วถอนตัวยาก น้อยคนถอนได้ทั้ง สาม อย่าง ไม่อ่อนอย่างหนึ่งก็เน้นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปวัยที่มากขึ้น ถึงอยากก็ไม่ใช่ว่าเสพได้เท่าที่อยาก สามสิ่งนี้มีคุณสมบัติแก้เมื่อย แก้เบื่อ แก้เซ็งได้เหมือนกัน แต่ผลที่ได้แก่ผู้เสพต่างไปตามวัยของเขาช่วงนั้นๆ
วันมีทรัพย์นับแสน เพื่อนวงสุราก็หาได้คุยถูกคอไม่ สถานที่เสพจะเป็น อินเตอร์คอนติเนนตัล ฮ่องกง เดินเมาเบ๋ไปมากอดคอกัน เหมือนเพื่อนรักเพื่อนแท้ แต่พอขึ้นรถ แม่รมันหายเมาโทรสรุปผลประโยชน์ที่คุยได้ทันที่ ทุกอย่างเสแสร้งดังละครน้ำเน่า
วันนี้วงเหล้าที่ชอบ คือข้างฟุตบาท นั่งกับพื้น มีตำแหน่งหน่อยก็จะมีม้านั่งเล็กๆที่ใช้นั่งซักผ้า เสริมบารมี กับแกล้ม3-4อย่างในถ้วยโฟม แก้วเหล้าก็แก้วพลาสติกไม่ต้องล้าง ดูผู้คนเดินไปมา ข้างร้าน 7 พูดคุยเรื่องราวไร้สาระ ฟังปัญหาบ้านๆ เรื่องราวเนื้อหาการสนทนาเปลี่ยนไปตาม รูปร่าง เสื้อผ้าการแต่งตัวของสาวๆ ที่เดินผ่านไปมา หัวข้อกระทู้หมดไม่เดินมาอีก ก็เลิกกลับบ้าน
คนมีเงิน มีโอกาสกินเหล้าข้างถนนให้ปลอดภัย ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นี้ละความสุข..ถูกๆ
สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ใช่ของทักษิณ แต่มาจากเงินภาษีของหนู..ของคนไทยทุกคน.. แตงโม เวทีราชดำเนิน 5/11/2013
ผมยังยอมติดคุก 15 วัน แล้วพวกคุณมานิรโทษอะไรกัน .. เต๋า สมชาย เวทีราชดำเนิน 6/11/2013
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 11:23
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 12:15
เสรีไทยน่ามีห้องแชทนะครับ เวลาเมาๆไม่รุจะคุยกับใคร จะได้มีที่ลง
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 12:57
ชีวิตผมมันช่างอาภัพนัก ผมดื่มไวน์ไม่ได้ ดื่มเข้าไปนิดเดียวเมาหลับเป็นตายเลยครับ
![]()
![]()
เกลียดที่สุดคือการดื่มกินกับตำรวจ(ที่ผมรู้จัก) กินเก่ง ดื่มเก่ง อวดเก่ง แต่ตอนจ่ายเงินนั่งเงียบเป็นเป่าสาก หรือไม่ก็ปวดฉี่ขึ้นมากระทันหัน
ชอบที่สุดคือการนั่งดื่มเบียร์คนเดียว พร้อมทั้งอ่านสรท ไปด้วย![]()
![]()
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:30
284341_119603668135530_4952184_n.jpg
281238_119387081490522_1323649_n.jpg
"ดื่มสุรากับเพื่อนรู้ใจ นารีแดงร้อยไหก็ไม่เมา"
ผมคนนึงละครับ ที่ชอบ "บรรยากาศในวงสุรา" มากกว่ารสสุรา
เพราะฉะนั้น จะเป็นอะไร กินกับอะไร ก็ไปกันได้หมด
![]()
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขงเบ้งว่าไว้... การดูคนจะมีอยู่ 7 วิธี คือ
หนึ่ง ... ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปณิธาน"
สอง ... บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปฏิภาณ"
สาม ... สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่ง "ปัญญา"
สี่ ... บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความกล้า"
ห้า ... มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่ง "อุปนิสัย"
หก ... ผูกมัดด้วยอามิส แล้วสังเกตดูซึ่ง "ความสุจริต"
เจ็ด ... มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่ง "สัจจะ"
ข้อห้า ผมทำบ่อย ผมชอบสังเกตคนเวลาเมา และน้อยครั้งที่จะพลาด ส่วนใหญ่คนเวลาเมา
ธาตุแท้ที่ฝังอยู่ลึกๆในจิตใจ จะถูกปลดปล่อยครัีบ แต่ที่สำคัญ เราอย่าเมาซะก่อนละ 55+
![]()
ข้อห้า นี้ใช้ไม่ได้กับทักษิณ เพราะเขาไม่ดื่ม....
เวลาไม่ดื่มส่อนิสัยมากกว่าเวลาดื่ม....
ข้อห้า ใช้ได้กับ'เป็ดเหลิม'ได้ทุกครั้ง......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:47
เสรีไทยน่ามีห้องแชทนะครับ เวลาเมาๆไม่รุจะคุยกับใคร จะได้มีที่ลง
คุยกับท่านพอลคุงกับผมก็ได้ครับ เมาไปตอบเสรีไทยไป ....บ่อยๆ อิอิอิอิ
ของท่านพอลเวลาเมาแล้วจะรู้เลย เพราะชอบเขียนออกกระทู้
ของผมเมาแล้วจะพิมพ์ผิดๆถูกๆทุกบรรทัด ตามันลาย
ต้องอีดิทเป็นสิบทีเลยง่า บางคห.ง่า
5555555555555
คุณผึ้งนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
อะจึ๊ย
ไม่ธรรมดาตรงเมาแล้วหลับชิมิคับ
ผมเป็นคนมีม้อตโต้ประจำใจ มาจากเพลงที่ชอบฟังสมัยเด็กๆ ติดหูมากๆ บอกตัวตนชัดเจน
"ถึงแม้พี่นี้จะขี้เมา ถึงพี่กินเหล้าจนเมามาย ไม่เคยใจร้ายกับน้องสักหน่อย....."
ไม่แน่ใจว่าเพลงของสุรพล สมบัติเจริญหรือเปล่า จำไม่ได้จริงๆ
แต่มันโด๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:53
ตะนิ่นตาญี เป็นคนที่ไม่ใคร่ชอบดื่มเหล้าสักเท่าใดนัก
จะดื่มก็ต่อเมื่อจำเป็น หรือ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงจริง
แต่ก็มีเพื่อนที่ชอบดื่มเยอะอยู่เหมือนกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือแล้ว
ไป ดื่มเหล้า กับ เพื่อนทีไร ชงเหล้าไว้แก้วหนึ่งบางบาง
วางทิ้งไว้จนยุงลงมาไข่ให้เป็น ลูกน้ำ ใน เหล้า ที่ชงไว้ นั่นแหละ จึงจะหมดแก้ว
ทำอย่างนี้อยู่ประจำจนถูกเพื่อนล้อเอาได้ว่า "ขุนขยับกับพินาศ"
เมื่อพูดถึงการร่ำสุราแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ตอกกันไป ทีละไห-ทีละจอก
ให้คอโป่ง เหมือนม้า-เหมือนวัว ดื่มน้ำ...หากแต่เป็น ทั้งศาสตร์-ทั้งศิลป์
ดุจดั่ง สุรา ที่อยู่ในจอก จะเป็น เช่นใด-ยี่ห้อใด
๒๘ ดีกรี มี น้ำแดง ผสม หรือ จะเป็น บักจ้อนมักเดิน ตราดำ-ตราแดง
ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า ดี หรือ เลว ประการใด แต่ขึ้นอยู่ที่ได้ ดื่ม กับ ผู้ใด กระมัง...
พูดถึงเรื่องการร่ำสุราเมรัยแล้ว ก็อดที่จะคิดถึง อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง ผู้มี กระบี่ อยู่ที่ใจ เสียไม่ได้
เขาเคยได้กล่าวสุดยอดวาทะ ของ เหล่าผู้ชื่นชม ใน สุรา ไว้ว่า
"ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชม ใน รสชาติ ของ สุรา แต่ ข้าพเจ้า ชื่นชมใน บรรยากาศ ของ การดื่มสุรา"
อ้า.....สุโค่ย ยิ่งนัก ข้าพเจ้า ตะนิ่นตาญี ขอคารวะ ท่าน อัจฉริยะปีศาจ โก้วเล้ง หนึ่งจอก เมรัย
พูดถึง โก้วเล้ง แล้ว อดเสียไม่ได้ที่จะนึก กิมย้ง และเมื่อนึกถึง กิมย้ง ก็พาลคิดไปถึง
วิธีการดื่มสุราที่ดูเหมือนว่าจะวุ่นวายกว่าใครเพื่อน
เพราะต้องจัดให้ จอกสุรา ตรงกับ ประเภท ของ สุรา ที่จะดื่ม
เห็นได้จากตอนหนึ่ง ของ บทสนทนาระหว่าง เหล็งฮู้ชง กับ โจ้วเชยชิว
ในบทประพันธ์ของเขา จากเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง
หรือ ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ของ กระบี่เย้ยยุทธจักร ดังนี้
"ขณะดื่ม สุราฮุง ควรใช้ ถ้วยหยก...สุราขาว ควรใช้ ถ้วยนอแรด
เหล้าองุ่น นั้น ต้องใช้ ถ้วยพรายน้ำ...เหล้าเกาเหลียง ต้องใช้ ถ้วยทองเหลืองสีเขียว
เหล้าข้าว ต้องใช้ ชามขนาดเล็ก...สุราเยี่ยมร้อยหญ้า ให้ใช้ ถ้วยเถาวัลย์โบราณ
สุราจอหงวนอั้ง ต้องใช้ ถ้วยเคลือบสมัยซ่ง...สุราสาลี่ ให้ใช้ ถ้วยมรกต
สุราน้ำค้างหยก ให้ใช้ ถ้วยกระจก ฯลฯ"
ดูดูแล้วเหมือนว่า กิมย้ง จะเขียนอะไรที่มันเกินไปอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อพิจารณากันแล้วก็ใช่ว่าจะ "เวอร์" จนเกินไปเสียเมื่อไหร่
ดูสมัยนี้ก็แล้วกันจะดื่ม champagne ก็ต้องแก้วชนิดหนึ่ง
ในขณะที่ brandy ก็ต้องเป็นแก้วอีกประเภทหนึ่ง ฯลฯ
เรียกว่า ดื่ม-กิน กันอย่าง บุ๋น ไม่ใช่ บู๊ อะไรประมาณนั้น.....
สุราเมระยะ มัชปะมา ไม่ได้แปลว่า ดื่มสุราได้เป็นระยะระยะ
และให้ดื่มโดยประมาณ สตางค์ ในกระเป๋าเงินตนเอง แต่อย่างใด
หากแต่หมายความถึง งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งของความประมาท
คำว่า สุรา นั้น ว่ากันว่า มาจาก สุร ที่แปลว่า กล้า ด้วยนัยยะที่ว่า
พวกยักษ์ หรือ พวกอสูร เป็น ผู้ต้มกลั่น กันขึ้นมา ใช้ดื่ม-ใช้กิน ก่อนไปรบกับ เทวดา
ที่ต้องดื่มก่อนไปรบกับ เทวดา นั้น ก็เพื่อให้เกิด ความกล้า ขึ้นมานั่นเอง
นี่มาจากความเชื่อของ แขก แต่ถ้าเป็นความเชื่อของพวก ฟารั้ง หนังหมู แล้วล่ะก็
หากเป็น เหล้าไวน์ หรือ บรั่นดี นั้น ผู้ริเริ่มทำการ หมักเมรัย ต้มกลั่นเหล้า
ว่ากันว่า มาจาก พระ ของ ฟารั้ง หมักไว้ ต้มกลั่นไว้ ใช้ดื่มช่วยในการเจริญอาหาร
รวมทั้ง แก้หนาว ได้ชงัดดียิ่งนักแล...วิธีดื่มเหล้า ของ ฟารั้ง มัน
ก็ดั่งที่ได้เรียนไว้แล้วในเบื้องต้น ไม่ใช่ กรอกกันเข้าไปที่ละจอก ตอกเข้าไปทีละแก้ว จนคอโป่ง
เหมือนวัว-เหมือนม้า ดื่มน้ำ อย่างนั้น มันดูจะไร้รสนิยมยิ่งนัก
การดื่ม-การกิน ให้ถูก สุขลักษณะ และ อนามัย อย่าง ฟารั้ง ทาน Dinner ชุดใหญ่
ประมาณว่า black tie ใส่ suite นั้น
บ๋อย มันจะเซิร์ฟ ซุป ก่อน เวลาทาน ซุป ต้องมี เหล้าเชอร์รี่ ไว้กลั้วปาก
เพื่อดับกลิ่นซุป ที่อาจมีตามมาด้วย ว่าอย่างนั้นเถอะ
พอมาถึง main course หากสั่ง ปลา ต้องมี-ต้องสั่ง ไวน์ขาว ห้ามสั่ง เมรัย ประเภทอื่น
มิฉะนั้นแล้วอาจถูก บ๋อย มันมองค้อน ตาคว่ำ-ตาหงาย หรือ ถูก บ๋อยฟารั้ง สั่งสอนเอาได้
ในขณะที่นึกอยาก ทานเนื้อ-ทานไก่ ต้องให้เป็น ไวน์แดง
มิฉะนั้นแล้ว ก็จะมีความผิดถึงขั้น อาบัติ กันทีเดียว เมื่อทาน dinner มื้อใหญ่กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จะต้องมี brandy ใส่แก้วใบใหญ่ใหญ่ สัก ๑ ใน ๔ ของแก้ว มาประดับไว้อยู่ในมือ
นั่งคุยไป ดมเหล้า brandy ไป แต่ถ้าเป็นในเมืองไทยจะเอามาทาหน้าแข้งกันยุงกัด
ก็ย่อมจะได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ถามว่าเอามาดมทำไม?
ปู้โธ่...ขืนเอามาดื่มต่อก็มีหวังได้ คายของเก่่า กินข้าวเพื่อหมา น่ะสิ !
เขียนมาถึงตรงนี้ก็ให้นึกถึง นิราศ ฉบับหนึ่ง ของ ท่านครูสุนทร (ภู่)
จะฉบับไหนก็จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว หากเพื่อนเพื่อนท่านใดจำได้จะเฉลยก็จักเป็นพระคุณยิ่ง
ท่านครูสุนทร (ภู่) ท่าน ได้ รจนเลข ไว้ดังต่อไปนี้
ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง.....มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา.....ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก.....สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป.....แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน ฯลฯ
นั่นสินะครับ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น สุรา-เมรัย นั้น ดื่มไปแล้ว
ก็ให้ต้อง มัวเมา ไปเสียทุกครั้ง ดีหน่อยที่ยังมี เวลา ที่จะ สร่างเมา
แต่ คนเมาอำนาจ นี่สิครับไม่มี เวลา ที่จะ สร่างเมา เลยแม้แต่นาทีเดียว
เหมือนเสพอำนาจกันไม่หยุด หากไม่ได้เสพย์ก็ถึงขั้น จะเป็น-จะตาย กันทีเดียว
มีบ้างบางคน เสพย์ไป-เสพย์มา แล้วเหมือน คนบ้าน้ำลาย กลาย เป็น คนชั่วขายชาติ ก็มี
เฮ้อ...เขียนไป-เขียนมา ไหงไปเข้าเรื่อง "คนชั่วขายชาติ" ได้ก็ไม่รู้
สงสัยจะ "เมา" เสียแล้วกระมัง...
ตะนิ่นตาญี
วันศุกร์ที่ ๑๐ พฤกษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เวลา ๒๓.๒๗ นาฬิกา
คนความจำไม่ดี ความจำอ่อนแอ มักจะมีสมาธิสั้น...
หากให้หญิงเร่ขายชาติอ่านข้อความข้างบนนี้...
คงเหมือนนักข่าวในจอทีวี..
ถามไม่สิ้นประโยคหล่อนเดินหนีไปไกลแล้ว
ไม่อับอายว่าคนอื่นจะดูแคลนคน'เพศแม่'คนนี้มีนิสัยพรรค์นี้หรือ....ฮา
อ่านไป คิดไปว่า 'ตะนิ่นตาญี'จะหักมุมตรงไหน...
เกือบทอดอาลัยตายอยาก
ไปดูกระทู้ของดอนยอ เสรีไทไชโย ดีกว่า
ไม่ถึงสามบรรทัด รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง....ฮา
วันนี้คำว่า'เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก'
เป็นคำพูดตลกของคนจิตใจใสซื่ออายุน้อย...
'เพื่อนกินหายากเพื่อนตายหาง่าย'...
จึงเป็นคำพูดของผู้อาวุโสมากประสบการณ์...ฮา
อยากจะขัดคอ'ตะนิ่นตาญี'เรื่องของเมรัยบ้าง
เห็นสารภาพก่อนว่า ไม่ทนทานความแรงของ'ดีกรี'
จึงปล่อยวางเฉย ไม่พูดถึงให้ระคายใจ....
รอเสวนากับเพื่อนในบรรยากาศเดียวกันดีกว่า...ฮา
เอ่ยคำว่า'หญิงชั่วเร่ขายชาติ' ใครๆ ก็ฟังเข้าใจถูก
มุ่งหมาย'เพศแม่'ใด ไม่ลำบากพรรณาอ้อมค้อม....
กล่าวถึงความนิยมชมชอบเมรัยซิ
ทำอย่างไรไม่ให้คนไร้รสนิยมเข้าใจผิดว่า'เมาหยำเป'.....ฮา
'เพื่อนกินหายากเพื่อนตายหาง่าย'...
จึงเป็นคำพูดของผู้อาวุโสมากประสบการณ์...ฮา
นานมาแล้ว....
ผมไปดูการเปิดร้านโค-ออฟให้คุณสุเทพที่สุราษฎร์....
คุณสุเทพเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้าน
มี'ของทะเล'มากมายให้กิน ไม่ว่ากุ้ง หอย ปู ปลาจากทะเล...
ผมชอบปลาจาระเม็ดหม้อไฟ
หม้อไฟเป็นหม้อตื้นๆใส่น้ำซุป ใส่กระหล่่าปลีหั่นเป็นชิ้นวางรอบหม้อ...
เวลากิน จะคีบปลาจาระเม็ดซึ่งหั่นเป็นชิ้น ๆลงไป ลวกพอสุกแล้วจี๋มน้ำจิ๋มพริกสด(ผสมกระเทียม มะนาว เกลือ น้ำปลา น้ำตาล...?)
เพิ่งเคยกินหม้อไฟแบบนี้ เนื้อปลาจาระเม็ด น้ำจิ๋มสูตรเด็ด อร่อยมากเลย....
เครื่องดื่มเบียร์สิงห์ตลอดงาน....
คุณสุเทพถามว่าผมดื่มเบียร์ได้ไหม..?
ผมบอกว่าพอดื่มได้ครับ....
จำไม่ได้ว่าคุณสุเทพดื่มหรือไม่ดื่ม...
แต่ผมดื่มเป็นเพื่อนคนอื่น ๆ จนงานเลิก.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:56
>>>>>>> มาถึงก็ชวน ดื่มเหล้า<<<<<<<<
........( ถ้าหมอไม่ห้าม....ไม่ต้องชวนหรอก )
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 13:58
นานมาแล้ว....
ผมไปดูการเปิดร้านโค-ออฟให้คุณสุเทพที่สุราษฎร์....
คุณสุเทพเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้าน
มี'ของทะเล'มากมายให้กิน ไม่ว่ากุ้ง หอย ปู ปลาจากทะเล...
ผมชอบปลาจาระเม็ดหม้อไฟ
หม้อไฟเป็นหม้อตื้นๆใส่น้ำซุป ใส่กระหล่่าปลีหั่นเป็นชิ้นวางรอบหม้อ...
เวลากิน จะคีบปลาจาระเม็ดซึ่งหั่นเป็นชิ้น ๆลงไป ลวกพอสุกแล้วจี๋มน้ำจิ๋มพริกสด(ผสมกระเทียม มะนาว เกลือ น้ำปลา น้ำตาล...?)
เพิ่งเคยกินหม้อไฟแบบนี้ เนื้อปลาจาระเม็ด น้ำจิ๋มสูตรเด็ด อร่อยมากเลย....
เครื่องดื่มเบียร์สิงห์ตลอดงาน....
คุณสุเทพถามว่าผมดื่มเบียร์ได้ไหม..?
ผมบอกว่าพอดื่มได้ครับ....
จำไม่ได้ว่าคุณสุเทพดื่มหรือไม่ดื่ม...
แต่ผมดื่มเป็นเพื่อนคนอื่น ๆ จนงานเลิก.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
อะโห ท่านปุดื่มแบบลืมเจ้าภาพกันเรยนะฮ้าบบบบ
5555555555555555555 คิกคิกคิก
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:15
ของท่านพอลเวลาเมาแล้วจะรู้เลย เพราะชอบเขียนออกกระทู้
คุยกับท่านพอลคุงกับผมก็ได้ครับ เมาไปตอบเสรีไทยไป ....บ่อยๆ อิอิอิอิ
ของผมเมาแล้วจะพิมพ์ผิดๆถูกๆทุกบรรทัด ตามันลาย
ต้องอีดิทเป็นสิบทีเลยง่า บางคห.ง่า
5555555555555
ถ้าดื่มมากแล้วต้องขับรถกลับบ้าน
คำแนะนำ เมื่อเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์
ถ้ารู้ตัวว่าดื่มเหล้าไปเยอะ เมื่อเจอด่านตรวจแล้วคิดว่าเป่า ไม่ผ่านแน่ๆ
ให้พยายามฝืน กินซาลาเปา สัก 2 ลูก ตามด้วย นมดัชมิลล์ 2 กล่อง
ถ้าให้ดี ตามด้วยน้ำเปล่า อีก ขวด ........
เวลาเข้าห้องขังที่โรงพัก จะได้ไม่หิว ^^*
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:17
ในวงเหล้าต้องมีเรื่องตลกด้วยไม่ใช่เหรอ
อ่ะ เอามาฝาก
Good morning. Joke :
Letter from Mr. Bean to Bill Gates
"My Dear Mr. Bill Gates,
I've bought a computer for my home and I've found some problems, which I want to bring to your notice:
1. There is a button 'Start' but there is no 'Stop' button. I request you , please check this.
2. I recently learnt 'Microsoft Word', now I want to learn 'Microsoft Sentence'. So, when will you provide that?
3. There is 'microsoft office', but what about 'microsoft home' since I use this at home only.
P.S. one personal question
How is it that your name is 'Gates' but you are selling 'Windows'; instead of 'Doors'..!!?
Awaiting your reply.
With best regards,
Mr. Bean
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:26
ขำตรงนี้
VV
How is it that your name is 'Gates' but you are selling 'Windows'; instead of 'Doors'..!!?
ขำจนสำลักเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วเรย
VV
เวลาเข้าห้องขังที่โรงพัก จะได้ไม่หิว ^^*
![]()
ผมชอบผู้หญิงมีอารมณ์ขันมากเลยนะครับ
อยู่ด้วยแล้วมีความสุข
คือ "อารมณ์ขัน" กับ "ทำตัวขบขัน" ไม่เหมือนกัน
สาวไทยชอบเข้าใจผิดระหว่าง 2 อย่างนี้
ก็เลยคิดว่าสาวอย่างตุ๊กกี้คือคนมีอารมณ์ขัน เลยทำตัวขบขันกันยกใหญ่
ซึ่งไม่ใช่
ถ้าไม่เล่นมุกแรง หรือทำตัวฮาๆ บ้าๆบอๆ ก็จะไม่มีอะไรให้ขำได้เลย
ซึ่งผิดกับคนมีอารมณ์ขันนะครับ
คนมีอารมณ์ขันจะอยู่ที่การมองโลกด้วยสายตาขำขัน มีปฏิภาณในการใช้คำ และจับจังหวะในการเล่าเรื่องได้ดีมาก
มุกคุณขวัญข้าวเรื่องตรวจจับแอลกอฮอลนี่
ถ้าลองนึกถึงสถานการณ์คนเป็นๆ มันคือ "ตลกหน้าตาย" ชัดๆ
แบบพูดขึ้นมาด้วยคำพูดจริงจัง เสียงจริงจัง หน้าตาจริงจัง แล้วก็เนิบๆ
ไม่ได้มีวี่แววว่ามันจะหักมุมเล้ยยยย
นี่ถ้าเล่าตอนขับรถไปด้วยกัน ผมขอจอดรถแล้วลงไปขำก่อนนะ ไม่ไหวๆ
Edited by ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่, 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:37.
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:32
อิ..อิ...อันนี้ของคุณ Tonythebest นักดื่มกาแฟ
ณ ร้านกาแฟ แสนโรแมนติก
หญิงสาว : "ตะเองสั่งกาแฟที่เหมาะกะเค้าให้แก้วนึงนะตะเอง"
ชายหนุ่ม : "งั้น เอสเปรสโซ่ละกัน เหมือนตะเองม๊ากก"
หญิงสาว : อร๊างง เหมือนยังไงหราตะเอง กิกิ"
ชายหนุ่ม : "ก็ทั้งหอม ทั้งร้อนแรง ทั้งเข้มข้น "
หญิงสาว : จิงเหยอ..เขินน้าตะเอง
ชายหนุ่ม : "แต่ไม่มีนม แล้วก็แก่ด้วย"
ปล. สำหรับสาวๆ ปัจจุบันต้องสั่งคาปูชิโนมีนม แต่เป็นฟอง....(น้ำ)
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:37
คุณผึ้งน้อยฯ มาคลายเครียดจากเรื่องการเมือง
ทายปัญหา
1. ประเทศอะไรเสร็จทั้งวัน
2. ประเทศอะไรชาวนาเมาแปร๊ด
3. ประเทศอะไรเป็นเบี้ยน
4. เมืองอะไรฝรั่งไม่เคยจ่าย
ว่างอีกครั้ง เดือนหน้า แล้วจะเข้ามาเฉลย 555
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 14:58
คุณผึ้งน้อยฯ มาคลายเครียดจากเรื่องการเมือง
ทายปัญหา
1. ประเทศอะไรเสร็จทั้งวัน
2. ประเทศอะไรชาวนาเมาแปร๊ด
3. ประเทศอะไรเป็นเบี้ยน
4. เมืองอะไรฝรั่งไม่เคยจ่าย
ว่างอีกครั้ง เดือนหน้า แล้วจะเข้ามาเฉลย 555
1. FINLAND
3. IRAN
4. SWITZERLAND
ข้อ 2 ม่ายลู้
ทั้งหมดนี้คือเดาล้วนๆ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:04
คุณผึ้งน้อยฯ มาคลายเครียดจากเรื่องการเมือง
ทายปัญหา
1. ประเทศอะไรเสร็จทั้งวัน
2. ประเทศอะไรชาวนาเมาแปร๊ด
3. ประเทศอะไรเป็นเบี้ยน
4. เมืองอะไรฝรั่งไม่เคยจ่าย
ว่างอีกครั้ง เดือนหน้า แล้วจะเข้ามาเฉลย 555
1. FINLAND
3. IRAN
4. SWITZERLAND
ข้อ 2 ม่ายลู้
ทั้งหมดนี้คือเดาล้วนๆ
เก่งจัง ข้อ 1 ถูก
ข้อ 2 นามีเบีย
ข้อ 3 อีกัวดอร์
ข้อ 4 ให้ทายใหม่ อิ..อิ..
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:08
เก่งจัง ข้อ 1 ถูก
ข้อ 2 นามีเบีย
ข้อ 3 อีกัวดอร์
ข้อ 4 ให้ทายใหม่ อิ..อิ..
ข้อ 2 ....................โห... พูดไม่ออก... จุก (ฝากไว้ก่อน)
ข้อ 3................มันอ่านว่าเอควาดอร์ แต่อ่านอีกัวดอร์ก็ได้จริงๆนิ... คิดไม่ตึ๋งง่ะ
ข้อ 4........................เออจริงด้วย คำถามเขาบอกว่าเมืองนิ ผมดันตอบประเทศ ขอโต้ดดด
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:08
กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนชาว Holland ที่รู้ใจ
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:20
กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนชาว Holland ที่รู้ใจ
![]()
![]()
ได้เวลาดื่มเบียร์แล้วเหรอ
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:23
กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนชาว Holland ที่รู้ใจ
![]()
![]()
ไฮเนเก้นอะจิ
เมื่อก่อนสมัยทำงานที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ผมติดเบียร์ซันโตริมากเลยคับ รองลงมาคือคิริน
ไม่ได้แลไฮเนเก้นเลย
พอตอนนี้เมืองไทยมีแต่อาซาฮีขาย ผมเริ่มหันมากินไฮเนเก้น
บอกตามตรง เลิกซื้ออาซาฮีเลยง่า
เบียร์ล้งไลท์อะไรก็ไม่กิน กินไม่ได้ ไฮเนเก้นอย่างเดียวเท่านั้น แบบว่านอกใจถาวร
ต้องเอาแก้วแช่ตู้เย็น แล้วเอาไฮเนเก้นแช่ช่องฟรีซไว้สักพักให้เป็นวุ้นนะ.....
อาว์...........................
เคยลองกินลีโอของแม่.... อร่อยดีครับ ใช้ได้
แม่ผมชอบลีโอ แต่เดี๋ยวนี้พอมันแพงขึ้นเลยไปซื้อยี่ห้อไหนแทนไม่รู้ ไม่อาหร่อย
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:26
กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนชาว Holland ที่รู้ใจ
![]()
![]()
ได้เวลาดื่มเบียร์แล้วเหรอ
คร้าบบบบบ ถ้ามีลูกพี่อยู่ใกล้ผมจะพาไปกินปู จะได้รู้ว่าปูสดมันดีกว่าปูเน่าแช่น้ำแข็งยังไง
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:28
ขออนุญาตติดตามอ่านอย่างเดียวนะครับ
ได้ความรู้กว่าความเมาเยอะทีเดียว
Edited by ม่านน้ำ, 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:30.
ตอบ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - 15:28
กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนชาว Holland ที่รู้ใจ
![]()
![]()
ไฮเนเก้นอะจิ
เมื่อก่อนสมัยทำงานที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ ผมติดเบียร์ซันโตริมากเลยคับ รองลงมาคือคิริน
ไม่ได้แลไฮเนเก้นเลย
พอตอนนี้เมืองไทยมีแต่อาซาฮีขาย ผมเริ่มหันมากินไฮเนเก้น
บอกตามตรง เลิกซื้ออาซาฮีเลยง่า
เบียร์ล้งไลท์อะไรก็ไม่กิน กินไม่ได้ ไฮเนเก้นอย่างเดียวเท่านั้น แบบว่านอกใจถาวร
ต้องเอาแก้วแช่ตู้เย็น แล้วเอาไฮเนเก้นแช่ช่องฟรีซไว้สักพักให้เป็นวุ้นนะ.....
อาว์...........................
เคยลองกินลีโอของแม่.... อร่อยดีครับ ใช้ได้
แม่ผมชอบลีโอ แต่เดี๋ยวนี้พอมันแพงขึ้นเลยไปซื้อยี่ห้อไหนแทนไม่รู้ ไม่อาหร่อย
แวะมาเที่ยวบ้านผมซิครับ เดี๋ยวจะพาไปกินเบียร์ซับโปโล แล้วจะรู้ว่าเบียร์ซับโปโล เดินได้เป็นยังไง
อย่าเชื่อในสิ่งที่ไอ้แม้วและไอ้พวกแกนนำ นปช. พูด
แต่ให้ดูในสิ่งที่พวกมันทำ
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน