น่าจะผิดพรรคมั้งครับ พรรคอื่นๆ สส.เขาก็พอจะมีสมองคิดเองเป็นนะ
มีอยู่แค่พรรคนี้พรรคเดียวแหละครับ ที่ สส+นายกรัฐมนตรี เป็นหุ่นกระบอกไร้สมอง..
- คนกวาดขยะ, Kyubey, นายตัวเกร็ง and 12 others like this
ฉันรักเมืองไทย hasn't added any friends yet.
โดย MIRO
on 15 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 15:13
น่าจะผิดพรรคมั้งครับ พรรคอื่นๆ สส.เขาก็พอจะมีสมองคิดเองเป็นนะ
มีอยู่แค่พรรคนี้พรรคเดียวแหละครับ ที่ สส+นายกรัฐมนตรี เป็นหุ่นกระบอกไร้สมอง..
โดย อู๋ ฮานามิ
on 14 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 12:11
โดย ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่
on 14 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 11:11
เสร็จงานแล้ว ตอนนี้เขียนอะไรยาวๆได้แล้วครับ
ก็เลยมาขอระบายความในใจที่เก็บมานานหลังศึกเลือกตั้งผู้ว่าเป็นต้นมา
คือได้เห็นคนด่าปชป.มาได้พักหนึ่งแล้ว
ข้อหาทำอะไรงี่เง่า ชักช้า เสียค่าโง่ ไม่ฟังเสียงประชาชน ทำอะไรไม่ถูกใจ
ให้มันรู้สึกนึกเสียมั่งว่า "ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วที่ประชาชนจะช่วยปชป." บลาบลาบลา ....
ผมสังเกตว่าการต่อว่าตำหนิติเตียนแบบนี้จะหนาตาทุกครั้งหลังเลือกตั้ง
ไม่ว่าปชป.ชนะหรือแพ้ก็โดนหมด
ก็เลยอยากบอกความรู้สึกภายในใจว่า...
ผมเชื่อว่าคนไทยที่กาเลือกปชป.อีกหลายล้านคนน่าจะคิดแบบเดียวกับผม
คือเกิดมาเป็นตัวเป็นตนกับเขาชาติหนึ่งนี้ ไม่เคยคิดพึ่งพาพรรคการเมืองมาช่วยเลยครับ
ทุกวันนี้ก็ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ไม่เคยไปฝากความฝันและความหวังไว้กับนักการเมืองคนไหนเลย
ผมถึงไม่เคยมองว่าประชาธิปัตย์คือพระเจ้า ที่สามารถดลบันดาลทุกสิ่งให้ได้ดั่งใจผม
เพราะพรรคการเมืองก็ประกอบขึ้นด้วยมนุษย์ร้อยพ่อพันแม่ ทำผิดบ้างถูกบ้างเป็นธรรมดา
เหมือนพวกเราน่ะแหละ
แต่ที่ผมกาเลือกประชาธิปัตย์ ก็เพราะเขาเป็นตัวแทนสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอดชีวิต
คือเชื่อในการทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้มันจะไม่ถูกใจคนทุกคนก็ตาม
เชื่อว่าเราต้องสู้ต่อไปแม้ศึกนี้เราอาจจะไม่ชนะ
เชื่อว่าประเทศไทยต้องเดินไปบนเส้นทางของการยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช่กฎกู
และเชื่อว่าบ้านเมืองต้องอยู่ภายใต้กฎกติกา ถึงจะมีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
ผมไม่เคยวาดภาพว่าประชาธิปัตย์คือฮีโร่ เพราะมนุษย์มีวันพ่ายแพ้เป็น อ่อนแอเป็น ล้มเหลวเป็นกันทุกคน
ไม่เคยคาดหวังว่าปชป.ต้องชนะเลือกตั้งเท่านั้น ถึงจะช่วยบ้านเมืองได้
เพราะถ้าระบบตรวจสอบรัฐบาลของเราเข้มแข็งในทุกจุดจริง รัฐบาลก็จะทำอะไรสะดวกๆไม่ได้
และไม่เคยวาดภาพว่าประชาธิปัตย์ต้องเข้าไปต่อสู้กับทักษิณแล้วต้องชนะ ไม่งั้นชาติอยู่ไม่ได้
เพราะผมถือว่าหน้าที่นี้เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่โยนให้ปชป.มาทำให้
การคาดหวังสูงลิ่วและเรียกร้องเยอะขนาดนั้น ผมเชื่อว่าแม้แต่ซูเปอร์แมนหรือระดับจัสติกลีกทั้งลีกก็ทำให้ไม่ได้
การจะทำให้ประเทศชาติรอดพ้นจากมหันตภัยของคนชั่ว หรือที่เรียกว่า "กู้บ้านกู้เมือง"
ต้องอาศัยประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันครับ
ไม่ใช่ให้นักการเมืองเป็นผู้แบกความฝันและความหวังของคนทั้งประเทศ
หมดยุคเฝ้าเรียกหาฮีโร่แล้วครับ เพราะปัญหาประเทศเรามันใหญ่โตและฝังรากลึกเกินกว่าที่คนแค่ไม่กี่คนจะแก้ได้
การคิดแบบนี้จะเรียกผมว่า "สาวกปชป." "แมลงสาบ" หรือ "สลิ่ม" ก็ได้ครับ
โดย -เจ๊ม้าม-
on 14 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 22:59
ฟ้าดินพิโรธหลัง “ปลอดประสพ” หมิ่นคนอีสานภัยแล้งไม่ถึงตาย พายุถล่มเสาไฟโค่นเสียหายกว่า10ล้านบ.
กาฬสินธุ์ - ฟ้าดินพิโรธ “ปลอดประสพ” พูดไม่คิด ดูถูกคนอีสาน หลังเปิดโครงการบ่อบาดาลแก้แล้งตกบ่าย พายุหมุนถล่มอำเภอยางตลาด 10 นาทีเสียหายยับ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
วันนี้ (14 มี.ค.) เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาฬสินธุ์ว่า ได้เกิดเหตุพายุหมุนพัดถล่มในพื้นที่ตัวอำเภอยางตลาด เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับทั้งอำเภอ หลังจากเกิดเหตุนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเดชา พลกล้า รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายสมัคร วิวรรณพงษ์ ผู้จัดการไฟฟ้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณสนามกลอฟ์ที่ตั้งอยู่ตรงบึงอร่าม ตำบลยางตลาด
พบเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มเป็นทางยาว 1 กม.จำนวน 21 ต้น กีดขวางการจราจรฝั่งขาเข้าตัวอำเภอยางตลาด ซึ่งภายในสนามกลอฟ์ที่ตั้งเป็นศูนย์โอท็อป ยังถูกแรงของพายุพัดหอบเอาหลังคาเสียหายกระจัดกระจาย
นอกจากนี้ ยังพบรถกระบะรวม 4 คัน ถูกอาคารพังล้มทับได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมี กระเบื้อง กระจก ของศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานแตกเสียหายจากฤทธิ์ของพายุ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เร่งเข้าซ่อมแซมคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟได้ไม่เกิน 20.00 น.แต่เนื่องจากความเสียหายจำนวนมากคาดว่า จะสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับอำเภอยางตลาดได้ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้
จากการสอบถามนายคำรณ ศศิพงษ์ อายุ 53 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดพายุ ได้มีลมกรรโชกแรงจากนั้นเกิดพายุหมุนอย่างรุนแรงและมีพายุลูกเห็บขนาดเท่าไข่ไก่ตกลงมา โดยลมได้หอบเอาเสาไฟฟ้าล้มเป็นทางยาวถึง 1 กิโลเมตร ทำให้รถทุกคันต้องหยุด โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีพายุจึงสงบ
ด้านนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าว่า เบื้องต้นความเสียหายจากพายุครั้งนี้จะมากกว่า 10 ล้านบาท โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าที่หักโค่น แต่ก็ขอเตือนประชาชนให้ระวังปัญหาพายุหมุนและพายุฟ้าผ่า เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะให้ระวังสื่อไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ โทรศัพท์ ไม่ควรพกติดตัวหากเกิดปัญหาพายุฝนในระยะนี้
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า เหตุพายุหมุนครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กบอ. เพิ่งจะเดินทางกลับจาก พื้นที่อำเภอยางตลาด โดยได้พูดดูถูกปัญหาความแห้งแล้งของคนอีสาน ว่า เป็นเรื่องธรรมดา ระหว่างที่ปราศรัย
โดยเฉพาะ คำพูดที่ว่า "ปัญหาภัยแล้งสำหรับคนอีสาน ยังไงก็ไม่ถึงตาย เพราะ แล้งมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ให้ทนรออีก 2 เดือน ฝนตกก็หายแล้ง"
ทำให้ประชาชนที่เข้าไปร่วมงานต่างพากันวิพากวิจารย์ ว่าเป็นการใช้คำพูดไม่เหมาะสม ดูถูกคนอีสาน จนทำให้ฟ้าดินพิโรธ กลายเป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าถล่มอย่างหนัก
น่าจะอยู่ต่ออีกสักหน่อยนะคะ
โดย คนไทย916
on 14 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 20:28
รบ. ปู4SS สร้างสรรค์ผลงานอีกแล้ว ครับท่าน
กลัวน้ำท่่วมจัด
เห็นข่าวเก่าแล้วปลง
วันนี้ (18 ต.ค.) นายปราโมทย์ ไม้กลัด คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.)และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ว่ามาเร็วกว่าทุกปีโดยมีปรากฏการณ์เอญนิโย่ ชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.แล้ว ตนเตือนแล้วว่าธรรมชาติปีนี้ฝนน้อยก็ไม่ฟังตั้งหน้าตั้งตาเร่งพร่องน้ำ ระบายน้ำเขื่อนกัน เวลานี้ยังไม่ถึงสิ้นเดือนต.ค.เรื่องสำคัญมากที่แล้งตั้งแต่หน้าฝน บอกให้ระวังจับตาดูรัฐบาลก็ไม่เชื่อ หลังจากนี้ภาคเหนือ ภาคอีสาน จะโดนภัยแล้งหนัก คงจะแน่ชัดว่าเกิดวิกฤติน้ำขาดแคลนทั่วไป โดยเฉพาะนอกเขตชลประทานสำคัญที่สุด นอกเขตอ่างเก็บน้ำ แล้งแห้งชัดเจน ปริมาณน้ำในเขื่อนไม่พอ ในเขื่อนแต่แห่งน้ำน้อยเหลือเกินที่พูดน้ำพอใช้ ถามว่ารัฐบาลเอาข้อมูลที่ไหน
ยกตัวอย่างเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ สิ้นเดือนพ.ย.นี้ หากได้น้ำร้อยละ 67 จะนำมาใช้ไม่ได้ทั้งหมด ต้องมีปริมาณน้ำตายร้อยละ 30 ของความจุ อีกทั้งตอนนี้เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ ต้องปล่อยระบายน้ำเลี้ยงพื้นที่ด้านล่าง ส่วนนาข้าวที่ยังไม่ตั้งท้องออกร่วงด้วย ทำให้น้ำน้อยลงทุกกวัน จะให้พอต้องจำกัดพื้นทำนาปรังแทนที่ปลูกได้ 8-9 ล้านไร่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จำกัดเหลือพื้นที่ 4-5 ล้านไร่ แต่ในภาคอีสานไม่พอทุกแห่ง เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี เขื่อนอุบลรัตน์ จ.อุลบราชธานี เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เหลือร้อยละ 20 ต้องประกาศงดส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรแล้ว อย่างนี้ไม่ไหว แย่ไปหมด
บางแห่งก็สั่งให้ระบายมากเพราะกลัวน้ำท่วม ไม่มีเขื่อนไหนน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ มีแต่สั่งระบายน้ำจากเขื่อน จนพื้นที่ชลประทานน้ำไม่พอ ถ้าบอกว่าพอและความพอคืออะไร ต้องมาจำกัดพื้นที่ ปลูกพืช หลายๆพื้นที่ต้องการเยอะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำเต็มที่รับประโยชน์ ปลูกได้ถึง 10 ล้านไร่ต้องมาจำกัด ชาวนาไม่เชื่อฟังทำอย่างไร เตรียมป้องกันชาวนาเดือดร้อนแย่งน้ำกันใช้ไว้อย่างไร เช่น จ.กาฬสินธุ์ ประกาศไม่มีน้ำให้ทำนาปรัง แต่เอาไว้ส่งเข้าเมืองกันหมดหรืออย่างไร
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ กบอ.ไม่ได้เอาตัวเลขข้อมูลน้ำชัดๆมาบอก ความจริงต้องพูดกันเป็นแห่งๆเช่น ภาคอีสาน มีน้ำ 30 ภาคเหนือ 60 แต่กลับเอาค่าเฉลี่ยทั้งประเทศหลอกประชาชน และยังไม่ยอมพูดถึงน้ำใช้การได้มีเท่าไหร่ เพราะไม่กล้ารับผิดที่สั่งการให้ระบายมาเยอะแยะเกินขอบเขตสองเขื่อนรวมกัน 100 กว่าล้านเป็นเดือนๆ ระบายทิ้งระบายขวางด้วยความกลัวน้ำท่วม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังบอกบริหารถูกไม่ผิดพลาด ไปดูได้ว่าสั่งให้เหลือน้ำในเขื่อนร้อยละ 45 ปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตอนนี้แบะ ๆไม่มีทางแก้กันแล้ว บริหารน้ำไม่ถูกไม่เอาความจริงมาพูดกัน ปริมาณน้ำสำรองยิ่งน้อยลงรัฐบาลก็ยังหาทางไม่เจอปีหน้ายุ่งอีก เพาะไม่มียุทธศาสตร์ชาติมีแต่ยุทธศาสตร์ทางการเมือง ใช้งบประมาณมากแต่ไม่มีทางได้อันตรายสำหรับประเทศไทย อย่างนี้ประเทศพัง
คณะกรรมการ กยน.กล่าวด้วยว่า ปีนี้ที่น้ำไม่ท่วมไม่ใช่เพราะ คณะกรรมการ กบอ.แต่ธรรมชาติจัดมาไม่มากก็ไม่ท่วม ก็แค่นั้น ไม่ใช่จัดการเก่ง ธรรมชาติไม่มี อย่างพายุแกมีวาดภาพจนไม่รู้เรื่อง ยังสั่งพร่องน้ำ ระบายน้ำจากเขื่อน ข้อมูลจากทุกประเทศบอกตรงกันว่าถึงกัมพูชา สลายตัวเป็นความกดอากาศต่ำ ไม่ดูข้อมูลวิทยาศาสตร์แท้จริง แย่มากใช้เดามัว บริหารอย่างนี้ไม่ไหว การสู้รับตบมือกับภัยแล้งทำอย่างไร เวลานี้ทำฝนหลวงไม่ได้เพราะความชื้นในบรรยากาศไม่มีทำอย่างไรก็ไม่ตก ทำได้อีกทีปลายเดือนเม.ย. พ.ค.ปีหน้า ตอนนั้นตายยังเขียด เจาะบ่อบาดาลในภาคอีสานไม่มีแหล่งน้ำใต้ดินใช้ได้เลย น้ำบาดาลเป็นน้ำเค็ม เจาะได้เป็นบางย่อม ใกล้แนวแม่น้ำชี มูล แต่ปีนี้ระดับน้ำชี มูล มีระดับน้อยวิฤกติแล้วอีกเดือนเดียวเดินข้ามได้ ไม่มีน้ำให้ผันไปช่วยที่อื่น
ขณะนี้ปริมาณน้ำสองเขื่อนมีเพียง 8 พันกว่าล้านลบม.ต้องเก็บสำรองไว้ต้นหน้าฝนอีก 2 พันล้านลบม.เหลือปลูกข้าว 6 พันล้านลบม. อาจสร้างวิกฤติการณ์เขื่อนไม่มีผลิตไฟฟ้า หน้าแล้งอันตรายมาก คนใช้น้ำจากสองเขื่อนเยอะทั้ง คนกรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา มีน้ำจากเขื่อนแควบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มาช่วยได้นิดหน่อยเพราะพื้นที่นาปรังทั่วประเทศ 13 ล้านไร่ เห็นแล้งน่าเป็นห่วงจริงๆ.
http://www.dailynews...politics/161700
โดย ant
on 9 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 08:18
มันทำให้รู้สึกว่า...ข้าราชการไม่ได้รับการเหลียวแลเท่ากับเกษตกรหรือเพราะข้าราชการไม่ใช่ฐานเสียง?
จะเหลียวแลหรือไม่..ไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยหรอกครับ ไม่เคยงอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากใครอยู่แล้ว
แต่...อย่ามาเลห์เหลี่ยมด้วยการหลอกให้เข้าเป็นสมาชิกด้วยข้ออ้างว่าจะได้ผลตอบแทนดีกว่าระบบเดิม แล้วบีบให้เข้าเป็นสมาชิก เงินก็หักเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกบาททุกสตางค์ สุดท้ายจะโกงกันดื้อๆ จะอ้างว่าบริหารขาดทุนแล้วจะจ่ายค่าตอบแทนน้อยลงไม่ได้ สัญญาว่าจะจ่ายแค่ไหนก็ต้องเท่านั้น
เรื่องขาดทุน กำไร พวกเราไม่เกี่ยวด้วย คุณบริหารได้กำไรพวกเราก็ไม่เคยขอให้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว เมื่อขาดทุนพวกคุณก็ต้องรับผิดชอบหามาจ่ายเอง
จ่ายไม่ครบ.....ศพไม่สวย
โดย ตะนิ่นตาญี
on 7 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 17:22
หมอบ เป็นคำกริยาที่แสดงกิริยาอาการที่ยอบตัวลงให้ขาและแขนราบอยู่กับพื้น
ในขณะที่ คลาน นั้น ก็เป็นคำกิริยา เช่นเดียวกันคือ เป็นการเคลื่อนที่ไปด้วยมือและเข่า
หมอบ และคลาน เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึง ธรรมเนียม กิริยาและวิธีการแสดงออก
ซึ่งแม้นจะ ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างรูปแบบกัน แต่มีความงดงามของการแสดงออก
ที่ล้วนแต่เป็นไปเพื่อความสำคัญในกาล เพื่อแสดงความนอบน้อมต่อ ผู้ที่มีอายุมากกว่า อย่างสูงสุดเช่นเดียวกัน
หมอบ และคลาน มีมาแต่สมัย พุทธกาลนานแล้ว ดังจะเห็นได้จาก โกณฑัญญสูตรที่ ๙
อันมีใจความดังต่อไปนี้...
...ครั้งนั้นแล ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่
ประทับต่อกาลนานนักทีเดียว ครั้นแล้วได้หมอบลงแทบพระบาททั้งสองของ
พระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า จูบพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคด้วยปาก
นวดฟั้นด้วยมือทั้งสอง และประกาศชื่อว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์
ชื่อว่า โกณฑัญญะ ข้าแต่พระสุคต ข้าพระองค์ชื่อว่าโกณฑัญญะ ดังนี้ ฯ
(คัดลอกมาจาก http://10000.narrative.biz/read_glimpse_audience_2.html)
ตะนิ่นตาญี เห็น คนไร้ความคิดบางคน ออกปากขับไล่ ผู้มีความงดงาม
ในกิริยา มารยาท แล้ว ก็อดเสียไม่ได้ที่จะหัวเราะ และนึกอยู่ในใจ
“เออ หนอ...ทำไมไร้ความความคิดได้ถึงเพียงนี้”นี่อาจเป็นเพราะเขาเหล่านั้น
ไม่ได้รับการดูแลสั่งสอน จากบุพการี เป็นแน่แท้ หรือหากใช้ภาษาที่ออกจะหยาบคายเสียหน่อย
ก็น่าที่จะพูดได้ว่า “พ่อแม่ ไม่สั่งสอน” ก็คงจะใช้ได้...
ตะนิ่นตาญี ขออภัย ไม่ได้คิดจะสั่งสอน แทน บุพการี ของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่อยากพูดให้ หยุดคิดสักนิดหนึ่ง
การที่จะนำพา สังคมของเรา-ประเทศของเรา เข้าสู่สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น
ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดที่จะทำลายล้างรากเหง้าของตัวเอง...การ ดูถูก วัฒนธรรมอันดีงามของตัวเอง
จึงเป็นการกระทำอย่างไร้สติ- ไร้ความรับผิดชอบ โดยสิ้นเชิง สังคมต่อไปของ ไทย... จะเป็นอย่างไร?
หากคนรุ่นใหม่ ไร้ซึ่งสติปัญญา และขาดซึ่งความเข้าใจใน ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อันงดงาม
ของคนไทย - ของความเป็นไทย เสียแล้ว...
เรายังจะภูมิใจที่เรียก “ประเทศนี้ว่า ประเทศไทย” เรียกตัวเองว่า “เป็นคนไทย” ได้อีกหรือ?
นี่คือ โศกนาฏกรรม ของสังคมไทยอย่างแท้จริง...
ตะนิ่นตาญี
วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๑๘.๒๑ นาฬิกา
โดย ramboboy26
on 7 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 14:04
มงคล 38 ประการ
มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา
โดย pop2518
on 7 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 13:36
อืม ผมว่า มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหนนะ
เทียบกัน ระหว่าง การที่คุณออกไป แล้วทำกร่าง แต่ไปพินอบพิเทา แม้จะไม่ต้องหมอบคลาน กับพวก สส โกงบ้านกินเมือง ทำงานรับใช้นายทุน ทำงานรับใช้ต่างชาติ
กับ การที่ นศ จบไป แล้วมีความเคารพในสถาบันหลักของชาติ และตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ผมว่า มีสง่าราศรีและเหมาะสมที่จะเรียกว่าบัณฑิต มากกว่าเยอะ
โดย คนกวาดขยะ
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 09:55
สิ่งที่น่าเสียใจและทุเรศน้ยส์ตาที่สุด
คือเมื่อคราวก่อนวันโหวต
2 พ่อลูกทำทุกทางเพื่อจะตัดคะแนน ปชป
แม้เมื่อเสรีอ่อนกำลัง ยังหันเหไปหาสุหฤทเพื่อเกาะกระแส
ไม่นับเรื่องการให้ถอนตัว
ไม่รู้จะมีใครเชื่อมันไปสักกี่ราย
คะแนน 2 ผู้สมัครอิสระถึงได้เพียงเท่านั้น
เมื่อผ่านวันโหวตกลับก้มเลียกลืนเสลตที่ขากถุยลงพื้น
กล้าพูดไปเสียได้ ว่าเพราะพันธมตรหันกลับมาเพราะกลัวแพ้
ถ้าพวกคุณกลัวแพ้และหันกลับมา
ตอนแรกคุณจะมาโจมตีกันทำหอกอะไรครับ
วันก่อน คุณบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าเลวพอๆ กัน
นี่คือความน่าอับอาย ที่สองพ่อลูกอาจไม่เข้าใจ
ขอโทษไปยังเพื่อนเสื้อเหลือง
ที่ผมต้องพูดดังนี้ เพราะรู้สึกทุเรศจนคันปากยิบๆ
ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า มีพันธมิตรที่เคยเชื่อแป๊ะด่า ปชป. กลับมาลงคะแนนให้เบอร์ 16 มากน้อยไม่รุ้
เพราะอดีตเคยเชื่อแป๊ะโหวตโนไปครั้งหนึ่งแล้วแต่กลับส่งผลตรงกันข้าม
กลุ่มนี้จึงหลุดพ้นจาก "พันธมิตรสายดักดาน" ซึ่งเราก็ต้องพยายามเปิดรับเขาหน่อย อย่างน้อยแม้เขาไม่ชอบ ปชป. แต่เขาก็"กลับมา"รักชาติอย่างมีสติ
โดย คนบูรพา
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 13:14
ง่ายๆ.............ครับ
อย่าเข้าไปอ่านเลยครับ............เว๊ปฯ ศูนย์รวมพวก "สมองหมา........ปัญญาควาย" .........อย่างงั้น
อ่านมากๆ..........กลัวโง่ตามพวกมันไปอีก.......
โดย isa
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 10:41
โดย honglaksi
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 14:08
เห็นด้วย แต่คงเป็นได้แค่ฝัน
เพิ่มเติมนะครับ ลองเข้ไปอ่าน
ก้าวข้ามกับดัก Hamilton Paradox: สู่จังหวัดจัดการตนเอง
จรัส สุวรรณมาลา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: scharas@chula.ac.th
http://www.tpd.in.th...cle/8605ex1.pdf
บางที่แนวคิดนี้ อาจทำให้ทักษิณ เลิกยุ่งการเมืองไปเลยก็ได้ เพราะ ไล่ซื้อเสียงไม่ไหว กระจายหลายพื้นที่ ลงทุนมาก แต่ถ้าเป็นแบบปัจจุบันทักษิณชอบ ซื้อเสียงเลือกตั้งใหญ่ทีเดียว ยึดอำนาจประเทศได้เลย สมมุติลงทุน 50,000 ล้าน ออกนโยบายจำจำข้าว 2 ปีก็คุ้มแล้ว เพราะอำนาจ ภาษี งบประมาณ รวมศูนย์ที่เดียวคุ้ม
โดย Siren
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 12:07
เมื่อวาน แวะไปหาพี่ที่รู้จักกัน เจอแก๊งค์คนรักทักกี้ กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่แบบอารมณ์บ่จอยสุด ๆ มีแต่ เ...อี้.. 5..5.. เต็มไปหมด ไม่สุนทรีย์หู แต่อยากรู้ เลยหยุดฟัง...
คนที่ 1 ไอ้ 5 เอ๊ย...พงศพัศ มันแพ้ได้ไงวะ
คนที่ 2 เออว่ะ! ไอ้ เ..อี้... พวกเสื้อแดงมันไม่ช่วยลงคะแนนให้หรือไงวะ สงสัยมัวแต่ไปเพลิดเพลินเป็นอำมาตย์กันอยู่
คนที่ 3 ไม่มั้ง มันก็ช่วยแล้ว แต่คะแนนมันยังไม่พอ
คนที่ 2 สา..ด.. เอ๊ย.. มันจะไม่พอได้ไงวะ มีตั้ง 15 ล้านเสียง นี่พงศพัศ ได้มาแค่ล้านเดียว
คนที่ 1 เออ.. ไอ้พวกเสื้อแดงต่างจังหวัดทำไมมันไม่เข้ามาช่วยกันวะ
คนที่ 3 คราวนี้ เขาไม่ได้ให้คนต่างจังหวัดเลือกเว้ย เขาให้แต่คนกรุงเทพฯ เลือก
คนที่ 2 นั่นไง! กูว่าแล้ว ให้แต่คนกรุงเทพฯ เลือก ***งง สา..ด ต้องเป็นฝีมืออำมาตย์แน่ ๆ อำมาตย์***งงสั่งให้เลือกได้แต่คนกรุงเทพฯ
ฟังแล้วแทบกลิ้งตกบันได ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
โดย Ricebeanoil
on 5 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 12:56
สิ่งเดียวที่ผมไม่ชอบนโยบายหนึ่งคือ ทำรถไฟฟ้าโมโนเรล เนี่ยแหละครับ
ควรเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าขนาดหนัก เพราะจำนวน กทม. คนเยอะ ไม่เหมาะกับรถไฟฟ้าขนาดเบา (ถ้าไปทำที่ภูเก็ตยังว่าไปอย่าง)
ถ้าทำรถไฟฟ้าขนาดหนัก สามารถใช้รถไฟฟ้า วิศวกร อะไหล่ ใช้ร่วมกันได้ ไม่ต้องรอส่งจากต่างประเทศ ไม่ต้องหาโกดังมาเก็บชิ้นส่วนอะไหล่จำนวนมาก บลาๆ
/人= ‿‿ =.u人\
ปัญหาคือสัมปทานรถไฟฟ้าขนาดหนักครับ
รถไฟฟ้าขนาดหนักในประเทศไทยตอนนี้ มีเจ้าของโครงการ 2 รายครับคือ กทม. และรัฐบาล
โดย กทม. เป็นคนเริ่มก่อนในสมัย พล.ต.จำลอง ให้สัมปทานรถไฟฟ้าแก่บริษัทธนายง หรือ BTS ในปัจจุบัน
หลังจากนั้นรัฐบาลจึงเริ่มตามมาโดย รฟท. โดยมี รฟม. เป็นเจ้าของสัมปทาน
ซึ่งของ กทม. ได้อนุมัติแค่สายเดียวคือ สายสีเขียวในปัจจุบัน หลังจากนั้นสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายที่เกิดตามมาหรือจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตข้างหน้าจะเป็นของ รฟม. ทั้งสิ้น
ดังนั้นถ้า กทม. จะสร้างระบบขนส่งของ กทม. เองก็ต้องพัฒนาระบบอื่นให้เชื่อมต่อกับ BTS แต่ต้องไม่ใช่รถไฟฟ้าขนาดหนัก เนื่องจาก กทม. ไม่มีสัมปทานอีกแล้ว
ดังนั้นเพื่อเลี่ยงบาลีเรื่องนี้ กทม. จึงต้องหันไปพัฒนารถไฟฟ้ามวลเบาหรือ monorail แทนครับ
Community Forum Software by IP.Board 3.4.6
Licensed to: serithai.net